Share

บทที่ 3 ดับไฟ

Penulis: Just W.
last update Tanggal publikasi: 2025-06-26 12:36:22

ข้าวหอมพยายามทำความเข้าใจและยอมรับสภาพชีวิตใหม่ที่รายล้อมตัวเธอ แม้ในใจจะยังคงรู้สึกขัดแย้งและไม่คุ้นเคยกับความไม่สะดวก แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากจะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ให้ได้

‘อย่างน้อยเราก็ยังมีพ่อกับแม่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่ต้องกังวลไปนะข้าวหอม!’ เธอพยายามปลอบใจตัวเองด้วยความคิดบวก แม้ความกังวลจะยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจอย่างเงียบงัน

ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่กลับบ้าน ความเงียบที่โรยตัวลงมาทำให้ข้าวหอมรู้สึกไม่สบายใจสักเท่าไหร่ ปกติแล้วท่านทั้งสองไม่เคยกลับดึกเช่นนี้

เพราะเป็นห่วงที่จะทิ้งให้ข้าวหอมอยู่บ้านคนเดียว เธอเดินวนไปมาในบ้านด้วยใจที่ร้อนรุ่ม พลางคิดไปต่างๆ นานา ‘มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า’ ความรู้สึกว้าวุ่นใจถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

แต่จะกังวลไปก็ทำอะไรไม่ได้ ข้าวหอมตัดสินใจที่จะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เธอเดินตรงไปยังห้องครัวที่มืดสลัว สายตาสำรวจไปรอบ ๆ ห้องเพื่อมองหาสิ่งที่พอจะนำมาทำอาหารรอพ่อกับแม่ได้

ในมุมหนึ่งของห้อง เธอเห็นข้าวสารเหลืออยู่ประมาณครึ่งถัง ถัดไปไม่ไกล มีไข่ไก่เหลืออยู่หกฟองวางเรียงกัน และเหนือเตาไฟเก่า ๆ มีปลาตากแห้งแขวนอยู่หลายตัว

ข้าวหอมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจ ‘เอาล่ะ! ต้มไข่แล้วกัน อย่างน้อยก็คงไม่ยากเกินความสามารถของเรา’ ความทรงจำเลือนรางจากโลกเก่าผุดขึ้นมา “แค่ต้มน้ำแล้วหย่อนไข่ลงไปก็คงพอแล้วมั้ง?”

เธอหยิบหม้ออะลูมิเนียมก้นดำที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้งานมายาวนานออกมาจากชั้นวาง ตักน้ำจากตุ่มดินใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างครัวจนเต็ม

“เดี๋ยวนะ! แล้วฉันจะเอาไฟที่ไหนมาต้มน้ำล่ะเนี่ย” ข้าวหอมกวาดสายตามองไปทั่วห้องครัวอย่างงุนงง เธอเดินหาไฟแช็กเท่าไรก็ไม่เจอ เจอแต่กลักไม้ขีดไฟเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้มุมห้อง เธอจำได้ว่าสมัยเรียนวิชาเนตรนารีเคยมีการสอนวิธีการจุดไฟด้วยไม้ขีด แต่ก็เป็นเพียงการสาธิตเท่านั้น ไม่เคยได้ลองทำจริงสักครั้ง

‘ไม่น่าจะยากหรอกมั้ง? ทุกคนก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้นแหละน่า!’ ข้าวหอมฮึดสู้ เธอจับไม้ขีดขึ้นมาหนึ่งก้าน แล้วเริ่มลงมือจุด แชะ! แชะ! เสียงเสียดสีของไม้ขีดกับข้างกลักดังขึ้น แต่เปลวไฟก็ยังคงไม่ปรากฏ

เธอพยายามอยู่หลายครั้งจนเริ่มท้อใจ ความผิดหวังทำให้เธอเผลอโยนไม้ขีดทิ้งลงไปข้างตัว โดยไม่ทันได้สังเกตว่าปลายก้านไม้ขีดนั้นยังคงมีประกายไฟเล็ก ๆ ติดอยู่

ประกายไฟเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลุกลามไปยังเศษไม้แห้งที่กองอยู่ใกล้ ๆ และเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างช้า ๆ มันคืบคลานเข้าใกล้ตัวข้าวหอมเรื่อย ๆ

“เอ๊ะ ทำไมรู้สึกร้อน ๆ อย่างนี้นะ การทำครัวนี่เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย เล่นเอาซะร้อนไปหมดเลย” ข้าวหอมบ่นกับตัวเองพลางหันไปจะหาพัดมาพัดแก้ร้อน แต่เมื่อเธอหันไป สายตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เปลวไฟสีส้มแดงกำลังลุกโชนอยู่ใกล้ตัวเธอจนรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุ

“ว้ายยย! ไฟไหม้! ช่วยด้วย! ทำยังไงดี!” ข้าวหอมกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก เธอวิ่งไปยังตุ่มน้ำเพื่อตักน้ำมาดับไฟ แต่เปลวไฟกลับลุกลามเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทั้งห้องครัว

ข้าวหอมวิ่งวนไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัว ‘ไม่นะข้าวหอม! เธอเพิ่งจะข้ามภพมาวันเดียวเองนะ จะมาเผาบ้านแบบนี้ไม่ได้นะ! เป็นแบบนี้ต่อให้พ่อแม่รักแค่ไหน ก็มีหวังโดนเอาไปปล่อยวัดแน่ ๆ!’

“ข้าวหอม! ลูก!” เสียงของรุจน์ผู้เป็นพ่อดังขึ้นอย่างลนลาน เมื่อเขาก้าวขึ้นมาบนบ้านและเห็นเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำอยู่ในห้องครัว

“พ่อคะ! ทำยังไงดีคะไฟมันลามไม่หยุดเลย!” ข้าวหอมบอกพ่อด้วยเสียงสั่นเครือ ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

“เอาน้ำมาดับสิลูก!” รุจน์กับศจี ผู้เป็นแม่ รีบวิ่งเข้าไปช่วยกันตักน้ำจากตุ่มมาสาดใส่กองไฟอย่างไม่คิดชีวิต แต่เปลวไฟก็ยังคงลุกโชนอย่างดุดัน ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงได้ง่าย ๆ เลย…

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังวุ่นวายกับการตักน้ำสาดเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างสิ้นหวัง เสียงไม้และควันที่ลอยคละคลุ้งสร้างความอลหม่านไปทั่วห้องครัว ตรงมุมของบ้าน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง คนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น

เขาดูโดดเด่นและดูสงบท่ามกลางความวุ่นวาย ด้วยรูปร่างที่ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ แผ่นอกกว้างดูแข็งแรงรับกับช่วงไหล่กว้างที่ผายออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่ดูเรียบง่าย ใบหน้าคมสันรับกับจมูกโด่ง ดวงตาเรียวยาวทอประกายคมกริบแต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น ผมสีดำสนิทถูกเสยขึ้นเผยให้เห็นหน้าผากกว้าง ขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่หลุดมาจากภาพวาด

ชายหนุ่มยืนมองทั้งสามด้วยสายตาคมกริบ เขาประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ยัยข้าวหอมนี่ชาติที่แล้วเรียนที่ไหนมาเนี่ย ไม่มีใครสอนรึไงว่าไฟที่เกิดจากน้ำมันน่ะ ห้ามใช้น้ำดับเด็ดขาด”

สายเมฆไม่รอช้า เขาเดินตรงไปยังกองผ้าเก่า ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ แต่แล้วก็ชะงักไปชั่วครู่พลางนึกขึ้นได้ บ้านหลังเล็ก ๆ ที่ดูทรุดโทรมหลังนี้คงไม่ได้มีข้าวของมากมายนัก หากเขาเอาผ้าเหล่านั้นมาดับไฟ อาจทำให้เสื้อผ้าของหญิงสาวเสียหาย และเธอคงลำบากในการหาเงินมาซื้อใหม่เป็นแน่

เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย มือหนาเอื้อมไปปลดแจ็คเก็ตสีเข้มที่สวมทับออก ตามด้วยเสื้อยืดสีขาวตัวใน เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ท่ามกลางแสงไฟที่ลุกโชน ร่างกายของเขาสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวิบวับ ชวนให้หลงใหลในความสมบูรณ์แบบนั้น เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังตุ่มน้ำ ตักน้ำขึ้นมาจนชุ่มโชกเสื้อผ้าในมือ ก่อนจะกลับมายังจุดที่ไฟกำลังลุกลามแล้วทาบผ้าเปียกนั้นลงไปบนกองไฟอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ฟู่!!!

เสียงเปลวไฟที่คำรามเกรี้ยวกราดเมื่อครู่พลันเงียบสงบลง ควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งขึ้นมาแทนที่ ก่อนที่เปลวไฟจะค่อย ๆ มอดดับลง ท่ามกลางความตะลึงงันของรุจน์ ศจี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวหอม!

เมื่อไฟดับลงจนสนิท รุจน์และศจีต่างรีบเข้ามากล่าวขอบอกขอบใจสายเมฆเป็นการใหญ่ ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งที่เขาเข้ามาช่วยได้อย่างทันท่วงที

ส่วนข้าวหอมนั้น หลังจากที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองแผ่นอกกว้างและกล้ามเนื้อที่น่าทึ่งของสายเมฆอยู่นานราวกับต้องมนต์สะกด ความร้อนรุ่มที่หน้าผากค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความประหลาดใจและคำถามที่ผุดขึ้นในใจช้า ๆ

“พ่อคะ แม่คะ คนนี้คือใครคะ?” ข้าวหอมถามด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ‘หรือว่า... ชาตินี้พ่อกับแม่ของเธอได้เตรียมหาสามีไว้ให้แล้วอย่างนั้นเหรอ’ ข้าวหอมเริ่มคิดเพ้อไปไกล ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของเธอก็ต้องดับลงเมื่อเสียงทุ้มนุ่มของพ่อเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“อ้อ พ่อกับแม่ลืมแนะนำไปเลย นี่ สายเมฆ น่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 29 การตัดสินใจสุดท้าย

    หลังจากเปิดร้านในกรุงเทพฯ ได้เพียงสามปี ร้านเสื้อผ้าของข้าวหอ ก็โด่งดังในหมู่ชนชั้นสูงอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องขยายสาขาเพิ่มอีกสามแห่ง รวมถึงมีสาขาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกด้วยส่วนโรงงานที่รุจน์และศจี พ่อแม่ของเธอดูแลก็ขยายใหญ่โต จนต้องซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อสร้างโรงงานใหม่ ส่วนโรงงานเดิมถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นที่ผลิตเสื้อผ้าสำหรับร้านของ แก้ว ซึ่งตอนนี้ได้แต่งงานกับธงแล้วข้าวหอมกลายเป็นสาวเนื้อหอมประจำเมืองหลวง ทั้งจากรูปร่างหน้าตา กิริยาวาจาที่งดงาม และรสนิยมการแต่งกายอันโดดเด่น ภาพของเธอปรากฏตามหน้านิตยสารและหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงข่าวซุบซิบเรื่องหนุ่มไฮโซ ดารา ที่พากันมาขายขนมจีบเธอไม่ขาดสายสายเมฆมองดูความสำเร็จของครอบครัวข้าวหอมและทุกคนที่เขาเคยอยู่ด้วย เขารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง ‘นี่คงถึงเวลาที่เราต้องไปแล้วสินะ’ เขาพึมพำถามตัวเองในใจ“ใช่แล้ว! เจ้าบื้อ!” เสียงดังมาจากด้านหลังสายเมฆ ทำให้เขาต้องหันไปมอง ก็พบว่าพายุ เทวดาผู้คุมกฎของเขายืนอยู่ตรงนั้น“มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมดเลย” สายเมฆบ่น “แล้วท่านมาทำไมตอนนี้ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”“ก็มาหานายนั่นแหละ” พายุตอบพร้อมรอ

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 28 โยกย้ายเพื่ออนาคต

    ที่ร้านตัดเสื้อของข้าวหอม หลังจากลูกค้าช่วงเช้าที่คึกคักทยอยกลับไปหมด ข้าวหอมกำลังเตรียมตัวจะตักอาหารเที่ยงใส่จาน จู่ ๆ องุ่นก็ก้าวเข้ามาในร้าน“ข้าวหอมหนูกินข้าวก่อนก็ได้จ้ะ เดี๋ยวชั้นนั่งรอ” องุ่นเอ่ยอย่างเกรงใจ เมื่อเห็นข้าวหอมเตรียมจะวางช้อน“ไม่เป็นไรค่ะคุณองุ่น” ข้าวหอมยิ้มและเดินผละออกจากโต๊ะอาหารตรงไปหา “คุณองุ่นมาดูแบบเสื้อใหม่เหรอคะ”“ใช่จ้ะข้าวหอม” องุ่นพยักหน้า “ครั้งก่อนชั้นตามสามีเข้าไปกรุงเทพฯ ใส่ชุดของหนูไปงานเลี้ยง มีแต่คนชมชุดหนูนะ รอบนี้สามีมีงานที่กรุงเทพฯ อีก เลยจะมาดูแบบใหม่ ๆ ไว้เตรียมตัว” องุ่นพูดพลางเปิดดูแคตตาล็อกชุดที่วางบนโต๊ะ “จะว่าไปแล้วก็น่าเสียดายนะจ๊ะ ถ้าร้านหนูอยู่ในกรุงเทพฯ คงมีคนเข้าออกไม่ขาดสายเลยทีเดียว”“ไม่แน่นะคะ หนูอาจย้ายไปในกรุงเทพฯ ก็ได้ค่ะ” ข้าวหอมเอ่ยด้วยความมั่นใจ ความคิดนี้เคยแวบเข้ามาในหัวเธอหลายครั้งแล้ว เพียงแต่รอเวลาที่กิจการในอำเภอจะเข้าที่เข้าทางเสียก่อน“จริงเหรอ!” องุ่นอุทานด้วยความแปลกใจระคนยินดี ดวงตาเป็นประกาย“จริงค่ะ แต่อาจต้องใช้เวลานิดหน่อย” ข้าวหอมอธิบายแผนคร่าว ๆ “เพราะต้องหาที่เปิดร้าน หาพนักงานเพิ่ม และรอจัดระเบียบร้า

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 27 ของเลียนแบบ

    “ข้าวหอม อยู่มั้ยจ๊ะ!” เสียงเรียกดังขึ้นแต่เช้า ทำให้ ข้าวหอม ต้องรีบออกมาดู เจ๊จวง ซึ่งตอนนี้เป็นพันธมิตรคู่ค้าสำคัญของโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูปของข้าวหอมยืนอยู่หน้าบ้าน สีหน้าค่อนข้างเป็นกังวล“อยู่ค่ะเจ๊จวง มีอะไรรึเปล่าคะ อย่าบอกนะว่าชุดล็อตล่าสุดหมดแล้ว” ข้าวหอมทักอย่างอารมณ์ดี เพราะหลังจากโรงงานเสร็จ กิจการเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ไปได้ดีมาก ร้านค้าจากในตัวจังหวัดและต่างอำเภอต่างมาสั่งของเพื่อนำไปขาย ส่วนในอำเภอที่ข้าวหอมอยู่ เธอเลือกส่งให้ร้านเจ๊จวงเพียงที่เดียว เพื่อตอบแทนที่เคยช่วยเหลือกันมา“มีปัญหาแล้วล่ะข้าวหอม ดูนี่สิ!” เจ๊จวงไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับหยิบถุงกระดาษที่ถือมาออกมา แล้วดึงเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่อยู่ในถุงให้ข้าวหอมดูข้าวหอมรับเสื้อมาพินิจ เสื้อที่อยู่ในมือมีตะเข็บที่แตกออก ด้ายที่เย็บบางตัวก็ไม่เรียบร้อย รังดุมบางตัวด้ายก็หลุดรุ่ย เธอขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่เจอเสื้อไม่ได้มาตรฐานจากโรงงานของตัวเอง แต่เมื่อลองสังเกตดูดี ๆ เธอก็พบว่ากระดุมที่ใช้ รวมถึงซิปและตะขอ แม้จะมีรูปแบบคล้ายกับของโรงงานเธอ แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว“เจ๊ไปเอามาจากไหนคะเนี่ย” ข้าวหอมถามเจ๊จวงด้วยความแ

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 26 ก้าวย่างสู่ความสำเร็จ

    “ปัง ปัง ปัง ปัง!”เสียงจุดประทัดดังกึกก้องทั่วซอย บ่งบอกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่เป็นมงคล วันนี้เป็นวันเปิดร้านเสื้อผ้าของข้าวหอม หลังจากที่เธอได้ออกแบบร้านด้วยตัวเองแล้ว ลุงเพิ่มก็จัดหาช่างฝีมือดีมาลงมือก่อสร้างตามแบบที่ได้รับ ร้านของข้าวหอมออกแบบตามรสนิยมและความชอบของเธอ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ด้านการช้อปปิ้งของเธอเมื่อชาติที่แล้ว ทำให้ร้านมีดีไซน์ที่ดูแปลกตา ล้ำสมัย และน่าดึงดูดใจเป็นอย่างมาก บรรยากาศภายในร้านโปร่งโล่งสบาย มีการจัดวางชุดเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ ชวนให้ลูกค้าอยากเดินเข้ามาชม“ข้าวหอม ยินดีด้วยนะจ๊ะ” คุณองุ่น เดินถือแจกันดอกไม้สวยงามเข้ามาแสดงความยินดีเป็นคนแรก ตามมาด้วยบรรดาภรรยาข้าราชการระดับต่าง ๆ และผู้มีฐานะอีกหลายท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งเพียงไม่นาน ร้านของข้าวหอมก็ขึ้นชื่อในหมู่คนมีฐานะว่าตัดเย็บเสื้อผ้าได้ประณีตและออกแบบได้ไม่ซ้ำใคร ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องและจำนวนมาก ช่างตัดเสื้อที่เดิมมีเพียง สาลี่ และแก้ว ซึ่งทำงานกันเองในบ้าน ก็เริ่มจะทำงานไม่ทันตามยอดสั่งซื้อที่เข้ามา ข้าวหอมจึงตัดสินใจขอร้องให้ลุงเพิ่มช่

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 25 ค้นหาความชอบ

    วันนี้หลังจากเรียน กศน. เสร็จ ทุกคนก็กลับมาพร้อมกันที่บ้าน และเริ่มจับกลุ่มคุยกันถึงงานกลุ่มและการบ้านที่ได้รับมอบหมาย“มันยากจังเลยครับลุง! ยากกว่าตอนเรียนประถมอีก” ธง ที่นั่งก้มหน้าทำการบ้านไปได้สักพักก็บ่นออกมา พร้อมกับทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก แก้วซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ชะโงกหน้าเข้าไปดูสมุดของธง แล้วเริ่มอธิบายตรงจุดที่ธงติดขัดอย่างใจเย็น“อดทนหน่อยนะเจ้าธง” รุจน์ เห็นท่าทางของธงแล้วก็อดปลอบไม่ได้ “อย่างน้อยขอให้ได้วุฒิ ม.3 ไปก่อน แล้วค่อยมาดูว่าจะเรียนต่อ ปวส. ปวช. หรือจะเรียนสายสามัญต่อ แต่ยังไงก็ต้องเรียนนะ มีความรู้ติดตัวไว้ก็ไม่เสียหายหรอก”“ครับลุง ผมจะพยายามครับ” ธงตอบรับรุจน์อย่างคนหมดแรง“ธงอยากทำอะไรในอนาคตเหรอ” ข้าวหอม เอ่ยถามธงขึ้นมาเบา ๆธงนั่งคิดอยู่นานก็หัวเราะออกมาอย่างขำขันตัวเอง “ไม่รู้สิข้าวหอม ผมไม่เคยมีความคิดความฝันอยากเป็นอะไรเลย ก่อนมาเจอข้าวหอม ผมก็แค่อยากหางานทำเพื่อจะได้มีเงินไปใช้จ่าย ไม่ต้องรบกวนทางบ้านน่ะ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองข้าวหอม “แล้วข้าวหอมล่ะ มีความฝันอยากเป็นอะไร?”“ข้าวหอมรักเงิน” ข้าวหอมตอบความฝันตัวเองไปด้วยสายตาเป็นประกายแห่งความสุข “ข้

  • คุณแม่ขา...ขอพรเทวดาทำไม   บทที่ 24 บ้านเริ่มคึกครื้น

    วันถัดมาหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับนายตำรวจจบลง บรรยากาศภายในซอยบ้านของข้าวหอมก็เริ่มคึกคักผิดหูผิดตา มีรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวัน ข้าวหอมยังคงดำเนินแผนการโชว์สินค้าในรูปแบบเดิม เธอจัดวางเสื้อผ้าบนราวอย่างเป็นระเบียบ แล้วนำมาให้ลูกค้าผู้หญิงที่แต่งกายภูมิฐานซึ่งทยอยกันเข้ามาชมทีละราว เธออธิบายรายละเอียดของชุดแต่ละชุดอย่างคล่องแคล่ว เมื่อลูกค้าเลือกชุดที่ถูกใจก็จะเขียนหมายเลขชุดที่ต้องการ ก่อนจะไปวัดตัวกับสาลี่ เพื่อปรับขนาดให้พอดีและจ่ายเงินมัดจำเป็นการยืนยันการสั่งซื้อด้วยความที่การช้อปปิ้งและแฟชั่นคือความชอบส่วนตัวของเธอ ข้าวหอมจึงทำหน้าที่นำเสนอสินค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติและไหลลื่น เธออธิบายด้วยรอยยิ้มสดใส พลางแนะนำจุดเด่นของชุดแต่ละชุดอย่างละเอียดลออ สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้ชุดสวยแล้ว ยังได้รับคำแนะนำที่เป็นกันเองจากเจ้าของร้านอีกด้วยศจีและรุจน์ มองดูลูกสาวคนเก่งอยู่ห่าง ๆ จากมุมหนึ่งของห้องโถง ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้เป็นอย่างมาก ส่วนสายเมฆนั้น เขายืนพิงกรอบประตู มองดูข้าวหอมที่กำลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status