Beranda / โรแมนติก / จองจำรัก / ๔ ความจริงที่เจ็บปวด

Share

๔ ความจริงที่เจ็บปวด

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-01 21:23:50

ความจริงที่เจ็บปวด

           

            ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนที่เหล่านักศึกษาฝึกงานได้ลองใช้ชีวิตในการทำงานจริง ค่อนข้างสะบักสะบอมเพราะไม่ได้เป็นอย่างที่นึกสักนิด งานก็หนักยิ่งเป็นน้องใหม่ก็ถูกใช้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอรวราที่ปฏิเสธคนไม่เป็น หน้าที่ประจำของเธอคือการซื้อกาแฟให้พี่ๆ กระทั่งเปมทัตรู้เรื่องหล่อนถึงโดยว่าเสียยกใหญ่เพราะมันไม่ใช่หน้าที่สักนิด

            เธอไม่อยากมีเรื่องจึงต้องกล่อมให้เพื่อนสนิทใจเย็นพลางบอกว่ามันไม่ได้ลำบากเลย ร้านกาแฟก็อยู่ใกล้บริษัทแค่เดินไม่กี่ก้าวถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว จนร่างสูงอดค่อนแคะไม่ได้ว่าช่างมีความสุขในการรับใช้คนอื่นเสียเหลือเกิน

            ตอนเที่ยงพวกเขามักมารับประทานอาหารด้วยกัน เลือกจะกินร้านใกล้บริษัทเพราะตอนบ่ายต้องรีบเข้างานเดี๋ยวจะโดนรุ่นพี่พูดใส่อีกว่าเป็นนางสาวสายเสมอ

            “จริงเหรอ แสดงว่าคนที่มาเป็นผู้ช่วยคุณนนก็คือเด็กเลี้ยงคุณแทน” ขณะที่กำลังนั่งรออาหารก็ได้ยินพี่ที่ทำงานบริษัทเดียวกันพูดถึงประเด็นร้อนแรงซึ่งกลายเป็นข่าวดังไปทั่วตึก

            “ฉันได้ยินเขาเล่ากันมา ถามจริงเถอะพวกแกเคยเห็นเด็กฝึกงานมาเป็นผู้ช่วยเลขาหรือไง ถ้าไม่ใช่...” เว้นวรรคแล้วมองตากันก่อนจะหัวเราะเสียงดังเหมือนเป็นเรื่องขบขันทำให้คนที่ทนนั่งฟังอยู่นานทุบโต๊ะเสียงดังพลางลุกขึ้นมองด้วยแววตาเกรี้ยวกราด

            อรวราพยายามจับแขนเพื่อนเอาไว้ไม่ให้พุ่งเข้าไปตะบันหน้าผู้หญิงที่อายุรุ่นราวคราวแม่ ได้ทำหน้าที่การงานดีแต่กลับทำตัวเหมือนแม่ค้าปากตลาดคอยพูดเรื่องคนอื่นทั้งที่ไม่รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร

            “หนวกหู มากินข้าวก็ยัดข้าวเข้าปากเถอะป้า” ดวงตาเอาเรื่องเต็มที่ทำให้คนที่โดนเรียกว่าป้าทั้งที่อายุยังไม่ถึงเลขสี่ต้องโต้ตอบด้วยความโมโห

            “มีสิทธิ์อะไรมาเรียกฉันว่าป้า”

            “แล้วป้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินคนอื่นวะ รู้จักเขาดีแล้วเหรอ เป็นเห็บหมัดใต้เตียงเขาหรือไง ถ้ารู้อะไรไม่จริงก็อย่าพูด หยุดส่งกลิ่นเหม็นเน่าจากปากทีเหอะ ผมอยากกินข้าวไม่ใช่ขยะจากปากป้า” เปมทัตตอกกลับพลางต่อว่าเสียยืดยาวเหมือนเป็นการสั่งสอนคนที่อายุมากกว่า

            สร้างความอับอายให้ยิ่งนักจนไม่กล้าจะกินข้าวต่อรีบควักเงินมาวางไว้โดยมีสายตาของคนทั้งร้านมองด้วยความสนใจ

            “ฉันไม่กินแล้วนะป้า เงินนี่ไม่ต้องทอน” คนกลุ่มนั้นเดินออกไปทันทีทำให้อรวราถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่มีเหตุการณ์ปะทะเหมือนที่นึกกังวล ร่างสูงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วนั่งลงที่เดิมหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มดับความหัวร้อนของตนเอง

            คำพูดคนพวกนั้นวิ่งวนในหัวไม่หยุด ถึงจะพูดว่ามันไม่จริงแต่ลึกในใจก็แอบกังวลเรื่องนี้เพราะบุณณดาตัวติดกับเจ้านายเหลือเกิน ไม่ได้เข้ามาที่บริษัทเพราะต้องไปทำงานนอกสถานที่ตลอด

            อีกทั้งเขาเพิ่งรู้ว่าแทนไททำงานที่บ้าน..

            มันคงไม่มีเรื่องนอกเหนือจากงานเกิดขึ้นหรอกใช่ไหม ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวลจนหลังเลิกงานต้องรีบกลับไปดักรอหญิงสาวอยู่หน้าบ้านน้าแพง เวลาเลิกงานผ่านไปเกือบสามชั่วโมงเพิ่งเห็นนางในดวงใจเดินมาถึงหน้าบ้านจนต้องรีบลงจากรถยนต์

            “ทำไมกลับค่ำ” เข้าไปหยุดยืนตรงหน้าพลางเอ่ยถามอย่างหาเรื่องจนหล่อนถอนหายใจใส่เขาบอกให้รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหนกับการถูกจู่โจมแบบนี้

            “งานเพิ่งเสร็จ” ตอบแล้วก็เดินเลี่ยงไปเปิดประตูรั้วทว่าชายหนุ่มคว้าแขนหล่อนเอาไว้เสียก่อน

            “รู้ไหมว่าที่ทำงานเขาพูดเรื่องข้าวกับผู้ชายคนนั้นว่ายังไง” ที่มาวันนี้ก็เพื่อต้องการเตือนสติให้ใบข้าวรับรู้ถึงความจริงและเว้นระยะห่างจากแทนไทสักทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

            “เขาบอกว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของหมอนั่น” ย้ำชัดให้หล่อนได้รับรู้ถึงคำพูดคนอื่น หวังให้บุณณดามีสติแต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่รู้สึกอะไรเพราะทำหน้าเรียบเฉยก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงค่อยปลดมือหนาออกจากแขนของตนเอง

            “รู้แล้ว ขอบคุณที่เอาข่าวมาบอก” หากจะพูดว่าไม่สนใจก็คงไม่ใช่

            คิดไว้อยู่แล้วว่าคงมีคนพูดถึงเรื่องนี้ ใครเล่าจะห้ามปากคนได้ในเมื่อหล่อนเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานแต่กลับได้ทำตำแหน่งผู้ช่วยเลขา เคยพูดกับแทนไทเรื่องนี้แต่ชายหนุ่มก็บอกให้หล่อนทำหน้าที่ของตนเองไม่ต้องไปสนใจคำของคนหรอก

            หลังจากนั้นข่าวพวกนี้ก็ไม่มีความหมายสำหรับเธออีก

            “ข้าว! หมอนั่นมันคิดไม่ซื่อกับข้าวนะ เลิกรักมันสักที” ใบหน้าหวานหันมามองคนที่ขึ้นเสียงใส่ตนเอง หล่อนไม่ได้โกรธที่เขาพูดเสียงดังแต่ตกใจที่เปมทัตรู้ว่าตนรักแทนไทต่างหาก

            “นายรู้..”

            “มีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก แล้วเราก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักข้าวเลยสักนิด เขาก็แค่คบข้าวเล่นๆ ไว้แก้เบื่อเท่านั้น” พูดใส่ไฟหวังให้หญิงสาวตาสว่างแต่หล่อนกลับเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่าเพื่อนได้ตัดสินแทนไททั้งที่ยังไม่รู้จักชายหนุ่มดีด้วยซ้ำ

            เธอรู้ว่าเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน ผู้ชายที่จริงจังกับเรื่องงานและอ่อนโยน เป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้างน่ะหรือจะทำร้ายหล่อน

            ไม่มีทาง

            “ถึงเขาจะคบเราเล่นๆ เราก็ยอมเป็นของเล่นเขา เพราะว่าเรารักเขา” สาดวาจาเผ็ดร้อนใส่เพื่อนพร้อมทั้งเดินเข้าไปภายในบ้านแล้วปิดประตูรั้วทันทีไม่คิดจะต้อนรับชายหนุ่มที่คบหากันมานานและคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

            เปมทัตมองแผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในบ้านก็สูดลมหายใจลึกพลางกลั้นน้ำตาเอาไว้จนดวงตาแดงก่ำ เสยผมอย่างหงุดหงิดที่ไม่มีอะไรเป็นดังใจสักอย่าง จะบอกรักก็กลัวเสียเพื่อนทั้งที่อยากบอกให้มันจบไม่ต้องมาค้างคาแบบนี้

            แต่เขารู้ดีว่าถึงพูดความรู้สึกออกไปหล่อนก็คงปฏิเสธในเมื่อหัวใจที่เคยว่างเปล่ากลับมีคนมาจับจองพื้นที่แล้ว

            ผู้ชายที่เขาไม่อาจสู้ได้เลยสักทาง..ถึงจะมาก่อนแต่บุณณดาก็เลือกอีกฝ่ายอยู่ดี

           

            วันต่อมาคำพูดของเปมทัตยังติดอยู่ในหัวถึงจะพยายามสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่ออกไปเสียที ยอมรับว่าที่พูดออกไปแบบนั้นก็แค่ต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำจะได้เลิกมายุ่งกับหล่อนเสียที นับวันเขายิ่งก้าวข้ามเส้นที่หล่อนขีดเอาไว้

            จนตัดสินใจจะพูดหวังให้เขารู้สึกตัวเสียทีว่าเธอให้ได้แค่สถานะเพื่อนเท่านั้น ถึงจะรู้สึกผิดแต่ถ้ามันแลกมาด้วยการที่ชายหนุ่มยอมถอยก็ต้องยอม

            “เป็นอะไรหรือเปล่า” วันนี้เขาต้องออกไปคุยงานกับนักธุรกิจจากญี่ปุ่นที่ต้องการมาเปิดร้านยังห้างสรรพสินค้าของแทนไทจึงต้องพาไปดูสถานที่ในการขายของทั้งสี่แห่ง แน่นอนว่าหล่อนต้องตามไปด้วยและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

            “เปล่าค่ะ” ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วแย้มยิ้มให้เจ้านายเหมือนปกติแต่แววตากลับหม่นแสงทำเอาคนที่กำลังสวมสูทต้องหันมาเผชิญหน้ากับหล่อน

            “มีอะไรก็บอกฉัน อย่าเก็บไว้คนเดียว” มือหน้าเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตากันแล้วจ้องเข้าไปในนั้นราวต้องการค้นหาความจริงที่ทำให้คนสดใสต้องหงอยแบบนี้

            จากที่คิดจะเก็บเงียบไม่บอกก็ต้องเอ่ยกับเขาเสียงเครียด พยายามคิดว่าการนินทาเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ส่วนหนึ่งที่เขาพูดมันก็เกิดจากกระทำของเราที่ทำให้อีกฝ่ายนำไปคิดต่อยอดจนผูกเป็นเรื่องราวก่อนจะขยายต่อแล้วใส่ความรู้สึกของคนเล่าลงไปด้วย

            “มีคนพูดว่าข้าวเป็นเด็กเลี้ยงของคุณแทน” ค่อนข้างเป็นกังวลกลัวว่าชายหนุ่มจะเสียหายแต่เขากลับหัวเราะในลำคอพลางยกมือขึ้นมาลูบศีรษะหล่อนอย่างอ่อนโยน

            “จะไปสนใจอะไรกับคำพูดของคนอื่น ในเมื่อความจริงเธอก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน” สองดวงตาประสานกันหลังจากที่เขาพูดจบ

            หัวใจหล่อนเต้นไม่เป็นจังหวะอยากถอนสายตาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เหมือนมันถูกตรึงไว้ให้มองเพียงเขาคนเดียวจนมือไม้เริ่มจะอ่อนแรง

            ขนาดแทนไทไม่ได้ทำอะไรมากกว่ามองหล่อนยังเป็นได้มากขนาดนี้ หากถึงวันที่เขาบอกรักหรือทำมากกว่านั้นจะไม่เป็นลมเลยเหรอ คิดฝันไปไกลจนต้องรีบดึงสติตนเองเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นขึ้นมายังเนินชั้นสองของบ้านสามชั้น

            “คุณทัชน่าจะมาแล้ว” จบคำพูดนั้นพ่อมดแห่งการค้าก็ปล่อยให้เธอได้เป็นอิสระ ก่อนที่จะรีบผละห่างอย่างรวดเร็ว คำพูดของเขายังติดค้างในหัว

            แล้วเราเป็นอะไรกัน...

            เธอไม่อยากคิดไปเองฝ่ายเดียวแต่ดูเหมือนแทนไทก็อาจจะมีใจให้กันบ้างไม่อย่างนั้นคงไม่ใส่ใจมากขนาดนี้หรอก

            ชายหนุ่มมักจะจ้องมองในเวลาที่หล่อนเผลอ ตอนแรกก็ไม่รู้แต่เริ่มสงสัยเพราะมองเขาทีไรก็เห็นว่าอีกฝ่ายมองตนอยู่ก่อนหน้าแล้ว พอลองทำเหมือนมองทางอื่นแต่แท้จริงก็เหลือบสายตาไปทางเขารอจับพิรุธก็รู้ทันทีว่าเจ้านายหนุ่มหล่อแอบมองหล่อนจริงๆ

            หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาพองโตขึ้นมายามรู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นเดียวกัน คงต้องรอเวลาให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้และเขาเอ่ยขึ้นมาเอง

            จะได้ไม่ดูเหมือนเธอเป็นสาวใจง่ายทั้งที่ความจริงมอบหัวใจให้แทนไทตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเมื่อสี่ปีก่อนด้วยซ้ำ

            การทำงานเริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้าเสร็จอีกทีสองทุ่มเพราะต้องไปรับประทานอาหารเย็นกับนักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น พูดคุยกันเสร็จก็ต้องไปงานเปิดตัวนิตยสารชื่อดังจากอเมริกาซึ่งมาตีตลาดเอเชีย หล่อนเดินตามเขาที่ทักทายไปทั่วกระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์

            “ไม่เจอกันนานนะคะคุณแทน” หากจำไม่ผิดหล่อนคือธัญพิชชา ผกายฤทธิ์หรือคุณหยาดฝนซึ่งทำธุรกิจห้องเสื้อร่วมกับเพื่อนสนิท

            ที่สำคัญคือเธอเป็นลูกสาวเจ้าสัวนิรุชเจ้าของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งประเทศ มีข่าวว่ากำลังคบหากับแทนไททว่าไม่เคยมีใครจับภาพทั้งสองยามอยู่ด้วยกันได้เลย ส่วนมากจะเป็นภาพจากมุมไกลหรือเบลอจนมองไม่ชัดว่าเป็นใคร

            บุณณดาพยายามปลอบใจตนเองตลอดว่าข่าวไม่จริงแต่เมื่อได้เห็นสายตาของคนทั้งสองยามมองกันก็อดกลัวไม่ได้

            หล่อนไม่มีอะไรเทียบเท่าธัญพิชชาสักอย่าง หากเอ่ยถึงฐานะก็ข้ามไปได้เลยเพราะจนแทบไม่มีจะกิน ขนาดบ้านยังอาศัยคนอื่นอยู่ เรื่องหน้าตาก็ต้องผ่านไปอีกเช่นกันในเมื่อหยาดฝนรูปร่างสูงโปร่งราวนางแบบ ใบหน้าสวยคมจนชายหนุ่มหลายคนหมายปอง หรือหากจะเป็นความสามารถก็ไม่อาจเทียบกับคนที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองได้หรอก

            สรุปแล้วว่าหล่อนแพ้ทุกทาง..

            “ช่วงนี้งานผมค่อนข้างเยอะ” ตอบกลับพร้อมอมยิ้มเล็กน้อย

            “หยาดเห็นคุณงานเยอะตลอด ไม่มีเวลาว่างให้กันบ้างเลย” การที่สองหนุ่มสาวพูดคุยกันเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง ถ้าแทนไทคบกับธัญพิชชาจริงคงไม่ต้องคิดเลยว่าอาณาจักรทั้งคู่จะใหญ่มากแค่ไหน ในเมื่ออีกคนเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า ส่วนครอบครัวสาวเจ้าก็ครอบครองอาณาจักรเงินตราขนาดใหญ่

            แค่คิดภาพเงินก็ลอยเต็มหัวจนอดอิจฉาไม่ได้ จิตใจหล่อนช่างอ่อนไหวเสียเหลือเกินแต่ก็พยายามข่มอารมณ์ของตนเองไว้ยามเห็นแทนไทยิ้มให้ผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ

            “คุณก็ไม่ค่อยว่างเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เห็นว่ากำลังจะทำแฟชั่นโชว์”

            “ติดตามข่าวกันตลอดแต่กลับไม่มาหา หยาดน้อยใจนะคะ” ก้าวเข้าไปใกล้เขาพลางกระซิบที่หูให้ได้ยินกันสองคน หลังจากนั้นก็เห็นหัวเราะอย่างมีความสุขทำเอาบุณณดาที่ยืนอยู่ข้างหลังต้องผ่อนลมหายใจหวังเอาความรู้สึกขมุกขมัวออกไปจากตนเอง

            หากไม่ติดที่ว่าเป็นเลขาต้องตามเจ้านายตลอดคงขอตัวไปยืนสงบสติอารมณ์ข้างนอกแล้ว

            ยอมรับว่าหึงเขาในเมื่อไม่ค่อยเห็นชายหนุ่มอยู่กับผู้หญิงคนอื่น จากที่ฟังคนเล่าว่ามีหญิงหลายคนมาตบตีแย่งเจ้าของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่นั้นค่อนข้างเกินความจริงไปมากเพราะทั้งวันเขายุ่งจนแทบไม่ได้เจอเพศตรงข้ามนอกจากจะเป็นนักธุรกิจหรือคู่ค้า

            คนที่เข้าใกล้แทนไทมากสุดคงต้องยอมรับว่าเป็นหล่อน..

            แล้ววันนี้เมื่อเห็นธัญพิชชาได้รับความพิเศษนั้นก็เกิดความขุ่นมัวขึ้นภายในจิตใจจนไม่อาจระงับใบหน้าเอาไว้ได้

            กระทั่งงานเลิกและขึ้นมาอยู่บนรถตู้ที่ใช้ในบางวันเท่านั้น มีคนขับรถของที่บ้านมาอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งยังมีเก้าอี้นวดส่วนตัวอีกด้วย ประตูรถปิดลงร่างสูงก็ถอนหายใจพลางเอนกายอย่างเหนื่อยล้าเพราะทำงานทั้งวันไม่มีพัก

            ความเงียบโอบล้อมจนดวงตาคมต้องหันมองหญิงสาวที่นั่งข้างกายก่อนจะเห็นว่าหล่อนเหม่อลอยเหมือนมีอะไรในใจ

            เขาค่อยสอดมือเข้าไปในเสื้อสูทแล้วหยิบดอกไม้ที่แอบขโมยมาจากงานเมื่อสักครู่ก่อนยื่นไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่สะดุ้งตกใจยามได้เห็นดอกกุหลาบสีแดง

            “ฉันให้เธอเป็นการขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกันทั้งวัน” รอยยิ้มแต้มริมฝีปากหยักยามจ้องมองใบหน้าหวานที่ทำหน้าไม่ถูก เธอยื่นมือมารับพลางสูดดมความหอมของมันเข้าปอดค่อยเงยหน้ามาสบตากับคนให้ด้วยประกายสดใสกว่าเมื่อสักครู่

            “ขอบคุณมากนะคะ”

            “ฉันเต็มใจให้เธอ” ไม่รู้ทำไมถึงชอบมองเวลาเธอยิ้ม ดวงตากลมโตจะเหลือเพียงขีดเดียวมันช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน

            เขารีบสลัดความคิดนั้นออกเมื่อนึกได้ว่ากำลังจะตกหลุมพรางที่ตัวเองเป็นคนขุด

            อย่างไรเสียลูกของศัตรูก็คือยาพิษที่ไม่ควรดื่ม

            อีกไม่นานหรอกรอยยิ้มของหล่อนคงจะหายไป และไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่หรือบางทีความสุขของบุณณดาอาจจะหายไปตลอดกาล...

            ห้องพักของโรงแรมในเครือ The area group กลายเป็นสงครามที่แสนเผ็ดร้อนของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเมื่อเข้ามาภายในห้องก็ไม่ได้ห่างจากกันอีกเลย หญิงสาวแอ่นอกเข้าหาคนตัวสูงอย่างไม่นึกอายพลางปลดกระดุมเสื้อของเขาจนเผยให้เห็นมัดกล้ามที่ทำเอาคนมองอดลูบไล้ไม่ได้

            ร่างกายร้อนระอุเหมือนอยู่บนกองเพลิงทั้งที่เปิดแอร์เพียงแค่สิบเจ็ดองศาเท่านั้น ผมยาวสวยที่เคยรวบถูกปลดลงจนสยายเต็มแผ่นหลัง มือหนาเอื้อมไปปลดชั้นในตัวบนจนหลุดออกจากร่างบางแล้วซุกไซ้ทรวงอกคู่งามทันทีก่อนจะดูดจนมันชูชันสู้ศึกที่กำลังจะเริ่ม

            เสียงหอบหายใจดังไปทั่วห้องค่อยพากันเดินไปที่เตียงกว้างแล้วล้มตัวลงนอนก่อนฝ่ายชายจะลุกขึ้นคร่อมหญิงสาวแล้วรูดชั้นในตัวล่างลงทำให้กายสาวไร้อาภรณ์ปกปิดกาย

            “คิดถึงกันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ถามเสียงกระเส่าเมื่อโดนร่างสูงซุกไซ้ที่ลำคอระหงส์

            “ดูที่การกระทำผมแล้วกัน” หลังจากนั้นเขาก็ตอบคำถามของหล่อนด้วยการโถมกายเข้าหาจนหญิงสาวร้องไม่เป็นศัพท์ ดีที่ห้องเก็บเสียงจึงสามารถปลดปล่อยความเสียวกระสันออกมาได้ตามอารมณ์ในช่วงเวลานั้น

            เวลาเคลื่อนคล้อยไปและทั้งคู่มีงานรัดตัวก็ต้องรีบทำเวลาด้วยเช่นกัน เมื่อเสร็จสิ้นอารมณ์หมายแล้วต่างแยกย้ายไปสวมเสื้อผ้าของตนเองไม่มีการเอ้อระเหยหรือนอนกกกอดอย่างคนรักพึงกระทำต่อกัน ในเมื่อพวกเขาเป็นเพียงแค่คู่นอน

            มันก็แค่เซ็กเท่านั้น..

            “คุณมีงานที่ไหนเหรอคะ” หยิบชั้นในขึ้นมาสวมก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งมอบความหฤหรรษ์ให้หล่อน

            “ผมต้องไปคิดบัญชีกับเพื่อนเก่า..” ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แล้วติดกระดุมเสื้อจนหมดค่อยเดินไปหยิบของสำคัญแล้วออกจากห้องไปพร้อมหญิงสาว เขาเชื่อมั่นในความปลอดภัยโรงแรมของตนว่าจะไม่มีภาพหลุดเล็ดลอดออกไปเด็ดขาด

            เพราะถ้าหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นคนที่จะเดือดร้อนคือพนักงานที่ไม่ทำหน้าที่ตนเองจนสร้างความเดือดร้อนให้เจ้านาย

            แทนไทขึ้นไปบนรถยนต์ของตนเองก่อนจะขับออกจากโรงแรมมุ่งตรงไปยังบ้านของใครบางคนที่ไม่รู้ว่ามันจะยังจำเขาได้หรือเปล่า ความเคียดแค้นส่งออกทางแววตาที่แทบจะเผาถนนตรงหน้าให้มอดไหม้ ค่อยเคลื่อนพาหนะไปตามทางโดยรับสายจากลูกน้องของเสี่ยทรงภพ

            ‘ผมจัดการให้บางส่วนแล้วครับ’ หัวเราะในลำคอยามได้ยินรายงาน ที่จริงเขาไม่ค่อยชอบใช้ความรุนแรงสักเท่าไหร่แต่กับบางคนมันก็อดไม่ได้จริงๆ

            ต้องสั่งสอนให้รู้ถึงความเจ็บปวดบ้าง

            “ผมใกล้จะถึงแล้ว สั่งสอนมันอีกสักหน่อยแล้วกันจนกว่าผมจะไปถึงบ้าน แต่อย่าแตะต้องลูกสาวของมันเด็ดขาด”

            เพราะผู้หญิงคนนั้น..เขาจะเป็นคนทำลายเอง

            หลังจากงานวันนั้นผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์บุณณดายุ่งจนแทบไม่ได้หยุดพัก เพิ่งจะมีวันนี้ที่เจ้านายอนุญาตให้กลับบ้านเร็วจึงได้ซื้อกับข้าวมาฝากน้าแพงเต็มไปหมด แต่ขณะที่จะเลี้ยวเข้าบ้านของคุณน้าที่ให้ความเคารพกลับเห็นรถยนต์หลายคันจอดที่หน้าบ้านตนเอง

            ไม่ทันได้คิดก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันทีกลัวว่าบิดาของตนจะเป็นอันตราย และก็จริงดังคาดเพราะท่านนอนอยู่บนพื้นกลางห้องโถงโดยมีชายฉกรรจ์ล้อมรอบพลางมองด้วยแววตาสมเพช

            “พ่อ!” ถลาเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงทิ้งข้าวของทุกอย่างไว้หน้าบ้านไม่ได้สนใจสักนิด ตอนนี้เธอต้องช่วยพ่อที่ใบหน้ามีแต่รอยฟกช้ำและเลือดเต็มไปหมดเสียก่อน

            “ออกไป นังนี่ไม่ใช่ลูกฉันนะ มันเป็นใครก็ไม่รู้” รีบบอกทันทีกลัวว่าลูกสาวจะได้รับอันตรายไปด้วย ในขณะที่ชายกว่าสี่คนมองหน้ากันแล้วหัวเราะเสียงดังทำเอาหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเริ่มกลัวและก่นด่าตัวเองที่ไม่คิดให้รอบคอบก่อนเข้ามา

            ถ้าพวกมันทำมิดีมิร้ายจะทำเช่นไร..

            “มึงคิดว่าพวกกูโง่ไม่สืบประวัติมึงเลยเหรอวะไอ้บัลลพ นังนี่เป็นลูกสาวคนเดียวของมึงที่ไปอยู่กับคนข้างบ้านพวกกูรู้มานานแล้วเว้ย” ในเมื่อเห็นว่าพวกเขาโง่ก็ต้องบอกความจริงให้มันฉลาดเสียหน่อย

            สองพ่อลูกตกใจที่อีกฝ่ายรับรู้ความจริงมาโดยตลอดแต่ก็ปล่อยผ่านไม่เข้ามาหาเรื่อง เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ทันได้ถามชายคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าก็ย่อตัวลงมานั่งตรงหน้าหล่อนพลางเชยคางมนขึ้นมองให้เต็มตา

            “สวยนี่หว่า สนใจไปทำงานใช้หนี้แทนพ่อไหมน้องสาว” บุณณดาปัดมือมันออกอย่างนึกรังเกียจในขณะที่บิดาก็รีบร้องขึ้นทันที

            “อย่ายุ่งกับลูกกู ถ้าจะทำมาทำที่กู” ปกป้องลูกสาวเต็มที่ทั้งที่จะเอาตัวเองไม่รอด ร่างบางน้ำตาซึมยามเห็นสภาพของบิดาจนต้องกอดท่านเอาไว้กลัวว่าจะเสียครอบครัวเพียงคนเดียวไป

            “คนแบบมึงห่วงลูกเป็นด้วยเหรอวะ ฮ่าๆๆ”

            “กูจะหาเงินมาใช้พวกมึง แต่อย่าเอาลูกสาวกูไปเลย” ร่างบางได้ฟังอย่างนั้นก็สงสารพ่อของตนเองจับหัวใจ เชิดหน้าขึ้นเพื่อเผชิญกับคนที่มารุมรังแกพวกตนถึงแม้ว่าใจจะสั่นก็พยายามนึกถึงหน้าแทนไทเอาไว้

            เขาคือกำลังใจชั้นดีของหล่อนจนนึกอยากให้มายืนด้วยกันยามคับขันเช่นนี้

            “ฉันจะหาเงินใช้หนี้ให้พ่อเอง อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ” ต่อรองด้วยไม่รู้ว่าเงินที่บัลลพติดค้างพวกนั้นมันคือจำนวนเท่าไหร่ และเมื่ออีกฝ่ายตอกกลับมาหล่อนก็อ้าปากค้างแล้วหันไปมองบิดาด้วยแววตาอึ้ง

            “เงินทั้งหมดยี่สิบล้านหามาคืนภายในสามเดือน จะทำได้จริงเหรอน้องสาว” พากันหัวเราะร่วนด้วยเชื่อว่าไม่มีทางที่หล่อนจะทำได้

            เงินจำนวนนั้นมันมากเกินกำลังของเธอจนรู้สึกเหมือนแขนขาไร้เรี่ยวแรง นึกว่าท่านหยุดเล่นการพนันแล้วเสียอีกทำไมถึงมีเงินงอกเงยขึ้นมาได้หลายสิบล้านขนาดนี้ ต่อให้หาทั้งชาติก็คงหาไม่ได้จนเริ่มเครียดเสียแล้ว

            “จริงเหรอคะพ่อ” หันมาถามบิดาที่หลบสายตาบุตรสาวเป็นพัลวันด้วยความละอายใจ ท่านไม่นึกว่าตนเองจะเล่นเสียจนเงินที่หยิบยืมเสี่ยมันจะพอกพูนมาได้มากขนาดนี้ เริ่มกังวลว่ามันจะเอาบุณณดาไปเป็นตัวขัดดอกเหมือนที่เคยทำกับลูกหนี้คนอื่น

            บัลลพกอดลูกสาวเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน ท่านไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องหล่อนเป็นอันขาดถึงแม้เรี่ยวแรงที่เหลือจะน้อยนิดก็ตาม

            “พ่อขอโทษ”

คำพูดนั้นตอบได้เป็นอย่างดีว่าพวกมันไม่ได้โกหก พ่อติดหนี้กว่ายี่สิบล้านเป็นเรื่องจริงจนมือไม้หล่อนอ่อนแรง

            จากที่คิดจะลืมตาอ้าปากได้คงหมดหวังแล้ว.. หนทางมืดมนจนหาแสงสว่างไม่เจอด้วยซ้ำกระทั่งมีชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในบ้าน

            เธอมองตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนเห็นดวงหน้าคมซึ่งรู้จักเป็นอย่างดี รอยยิ้มแต้มริมฝีปากนึกดีใจที่เขามาช่วยแล้ว กลัวว่ามันจะเป็นภาพลวงตาถึงได้เรียกเสียงดังราวกับว่าชีวิตที่ปลิดปลิวได้กลับเข้าสู่ร่างอีกครั้งหนึ่ง

            “คุณแทนช่วยข้าวด้วยค่ะ” กอดบิดาเอาไว้พลางร้องบอกเขาเสียงหลง ชายฉกรรจ์หันมองตามเสียงเรียกของหล่อนก็พบชายแปลกหน้าที่เข้ามาใหม่

            ร่างสูงอยู่ในชุดทำงานมาดค่อนข้างเข้มขรึมน่ายำเกรง เพียงกวาดสายตามองก็ทำเอาคนถูกจ้องผวาต้องรีบหลบอย่างรวดเร็ว ทุกคนเปิดทางให้คนมาใหม่จนสองพ่อลูกเริ่มสงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

            บุณณดารับรู้ถึงบรรยากาศประหลาดที่เกิดขึ้นแต่ก็พยายามไม่คิดไปในทางลบ หล่อนสลัดความกลัวภายใต้จิตใจของตนออกทันที แทนไทที่รู้จักไม่ได้มีแววตานิ่งลึกยากจะคาดเดาแบบนี้ ใบหน้าคมเรียบเฉยราวไม่รู้สึกกับภาพตรงหน้า

            ทำให้เธอนึกกลัวเขาขึ้นมาเสียแล้ว..

            “จำกันได้ไหม เพื่อนรัก” เจ้าของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เมินคำพูดของสาวรุ่นลูกแล้วหันไปสนใจบัลลพซึ่งค่อยยันกายลุกขึ้นมาสบตากับคนถาม อันที่จริงเขาก็สงสัยตั้งแต่ชื่อที่ลูกสาวเรียกแล้วยิ่งเมื่อได้จ้องใบหน้าที่ลืมเลือนไปก็อ้าปากค้าง

            เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบปีแต่เหตุใดมันถึงไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด อดีตหน้าตาอย่างไรปัจจุบันกลับยิ่งหล่อเหลามากกว่าเดิม

            “ไอ้แทน!” ได้ยินอย่างนั้นก็แสยะยิ้มสมใจก่อนจะย่อกายลงมาให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน เขากวาดตามองอดีตเพื่อนรักที่เคยรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายจนสาวหลงใหลแต่มาวันนี้กลับกลายเป็นตาแก่พุงพลุ้ยที่แม้แต่หมายังไม่เหลียวมอง

            ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน

            “ขอบใจที่มึงยังจำเพื่อนเก่าคนนี้ได้ แล้วมึงจำได้ไหมว่าทำอะไรกับกูไว้บ้าง” หล่อนกลายเป็นตัวประกอบได้แต่นั่งฟังชายที่แอบรักพูดคุยกับพ่อเหมือนสนิทสนมกันมานาน

            พยายามจับใจความสำคัญทั้งที่ตอนนี้เริ่มคิดไปไกลแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นฝีมือของเขาหรือเปล่า

            “กูไม่ได้ทำอะไร” แทนไทลุกขึ้นยืนก่อนจะหัวเราะเสียงดังยามเพื่อนตอบว่าไม่เคยทำอะไรให้ตนเจ็บช้ำ ดวงตาคมหันไปมองลูกน้องของเสี่ยทรงภพพลางสั่งทางสายตาแต่ก็รับรู้ดีว่าฝ่ายนั้นต้องการอะไร

            ชายสองคนเข้าไปจับตัวบุณณดาออกมาทันทีจนหญิงสาวต้องร้องโวยวาย “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะอยู่กับพ่อ อย่าทำอะไรพ่อฉันนะ คุณแทนคะช่วยพ่อของข้าวด้วย”

เวลานี้หล่อนก็ยังจะร้องขอความช่วยเหลือจากเขาในขณะที่บัลลพหันมองลูกสาวสลับกับแทนไทด้วยแววตาตกตะลึงพลันคิดถึงเรื่องที่เปมทัตบอกเมื่อเดือนก่อน

            “คุณน้าครับ ข้าวมีผู้ชายเข้ามาติดพันแถมยังดูไม่น่าไว้ใจด้วย”

            หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็น..ไอ้แทนไท!

            “มึง มึงทำอะไรลูกสาวกู” ถึงแรงจะน้อยนิดแต่ด้วยความห่วงลูกก็พยายามยันกายลุกขึ้นทว่าสังขารไม่เอื้ออำนวยจนต้องลงไปกองที่พื้นอีกครั้ง

            แทนไทเห็นอย่างนั้นก็อดสังเวชใจไม่ได้เดินเข้าไปใกล้อดีตเพื่อนรักพลางใช้เท้าเหยียบลงบนหน้าท้องของมันก่อนจะขยี้ซ้ำแผลที่ถูกรุมกระทืบจนได้ยินเสียงร้องโอดครวญดังไปทั่วบ้าน

            “คุณแทนอย่าทำพ่อของข้าวนะ!” พยายามจะสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็เป็นไปได้ยากเพราะชายทั้งสองจับไว้แน่นเสียเหลือเกิน

            น้ำตาไหลเปื้อนใบหน้าหวานเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาหล่อนถูกเขาหลอกด้วยภาพลักษณ์ผู้ชายแสนดีมาโดยตลอด ถึงยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้แทนไทแค้นพ่อของตนเองก็ตาม

            ร่างสูงไม่ได้หันมาสนใจลูกสาวของศัตรูด้วยซ้ำในเมื่อภาพในหัวมันกำลังจมอยู่ในอดีตที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถลบเลือนออกไปได้เลย ภาพที่เพื่อนรักของเขาแย่งผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักไปเสวยสุขด้วยกัน

            “มึงอยากรู้ไหมว่ากูจะทำอะไรลูกสาวมึง” ถามกลับเสียงเหี้ยมพลางยกเท้าออกมาเหยียบบนพื้นเหมือนเดิมขณะที่จ้องเข้าไปในดวงตาของคนเจ็บ

            “กูก็จะทำลูกมึงให้เหมือนกับที่มึงทำพี่สาวกู” ความเจ็บแค้นผ่านทางสีหน้าและแววตาของแทนไทยิ่งสร้างความสงสัยให้แก่คนที่มองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ และวิเคราะห์เรื่องที่เกิดขึ้น

            เธอพยายามตั้งสติคิดตามคำพูดของชายหนุ่มที่มีต่อบิดาตนเอง มันหมายความทั้งคู่เคยมีอดีตไม่ดีต่อกัน และที่แทนไททำมาทั้งหมดก็เพื่อต้องการแก้แค้นเหมือนละครหลังข่าวที่หล่อนเคยดู แต่ทำไมถึงต้องถักทอเรื่องราวให้มันยืดเยื้อมากว่าสี่ปี

            หล่อนไม่เข้าใจ..

            “กูไม่ได้ทำ” ปฏิเสธอีกครั้งและสร้างความโมโหจนร่างหนาต้องนั่งลงไปกระชากคอเสื้อคนเจ็บ

            “มึงขับรถชนพี่สาวกู! มึงฆ่าเด็กในท้องของพี่กูที่เป็นลูกมึง มึงยังบอกว่าไม่ได้ทำอีกเหรอไอ้ระยำ!” ชกใบหน้าคนที่ทำไม่รู้สึกรู้สาด้วยความโมโหจนบุณณดาต้องร้องห้ามกลัวว่าบิดาจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ หล่อนตะโกนเสียงดังเพื่อห้ามเขาทั้งที่รู้ว่าเป็นไปได้ยาก

            “อย่าทำพ่อข้าวนะคะคุณแทน ข้าวขอร้อง อยากทำพ่อเลย” ทรุดตัวลงนั่งจนคนที่จับต้องยอมปล่อยหญิงสาว

            หล่อนยกมือขึ้นพนมเพื่ออ้อนวอนไม่ให้ชายหนุ่มที่ตนหลงรักทำร้ายบิดาไปมากกว่านี้ แค่ที่เป็นอยู่ท่านก็เจ็บมากพอแล้ว

            “นี่ใช่ไหมลูกสาวของมึงกับผู้หญิงที่ทรยศความรักของกู” ชี้ไปยังใบข้าวที่นั่งร้องไห้ทั้งยังยกมือไหว้อ้อนวอนชายหนุ่มจนคนเป็นพ่อเริ่มสงสารลูก

            “มึงอย่าทำอะไรข้าวเลยนะ เห็นแก่ปานก็ได้ มึงเคยรักปานไม่ใช่เหรอ อย่าทำอะไรลูกของพวกกูเลย” ไม่มีแม้แต่แรงจะสู้หรือขัดขืนจึงทำได้เพียงขอร้องไม่ให้แทนไทไปยุ่งกับลูกสาวของตนเอง

            ในขณะที่คนซึ่งวางแผนเป็นอย่างดีแสยะยิ้มมุมปากร้ายกาจ ชื่อของผู้หญิงทรยศหลุดออกมาจากปากมันหวนนึกถึงใบหน้าหวานยามแย้มยิ้ม ที่คนเป็นลูกถอดแบบแม่ออกมาไม่มีผิด

            ปานตา ปานดวงใจ

            ชื่อของอดีตคนรักที่เขาไม่มีวันลืมว่าหล่อนทำเจ็บแสบกับตนมากแค่ไหน!

            “กูจะเอาลูกมึงไปเป็นตัวขัดดอก กูจะย่ำยีลูกมึงจนกว่าจะพอใจแล้วปล่อยให้ท้องไม่มีพ่อเหมือนที่มึงเคยทำไง สะใจดีไหมล่ะ” คนที่ได้ยินต่างตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง

            ที่แท้เขาเข้าหาหล่อนก็เพราะอย่างนี้เองเหรอ เพราะแค้นบิดาจึงได้ต้องการดึงเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเข้าไปในสนามอารมณ์ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะมีเพียงความเจ็บปวดเท่านั้น

            ไม่นึกเลยว่าคนที่หลงเทิดทูนบูชาจะคิดแผนการต่ำช้าและสกปรกได้ขนาดนี้ แววตาที่มองเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเห็นธาตุแท้ ความรักเผลอนึกว่าชายหนุ่มคิดเช่นเดียวกันมันเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงเท่านั้น

            เธอคิดไปเองฝ่ายเดียว เพราะแทนไทยังรักแม่ของเธออยู่

            คุณแทนรักแม่ปานตา

ไม่ได้รักเธอ..ใบข้าว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ พบเจอทุกชาติไป

    ตอนพิเศษพบเจอทุกชาติไป วาระสุดท้ายของคุณแทนไทห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานที่มาเฝ้าหลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คนรักอย่างบุณณดาดูแลไม่ห่างถึงยามมองหน้าเขาจะแอบน้ำตาซึมจนต้องแอบหลบไปร้องไห้เพียงลำพัง ปีนี้สามี 85 ปี ซึ่งหล่อนได้แต่อธิษฐานให้เขาอยู่อีกสักร้อยปี แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาบุรุษผู้สร้างอาณาจักร The area group ได้จากไปในตอนเช้า สร้างความเศร้าโศกให้ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง บุณณดาเสียใจเป็นอย่างยิ่งทว่าต้องหยัดยืนเพื่อลูกและหลาน หล่อนทำเหมือนไม่เป็นอะไรมาก ดำเนินชีวิตอย่างปกติกระทั่ง 5 ปีผ่านไป เช้าวันที่อากาศแจ่มใสหล่อนก็จากไปด้วยอาการหลับใหลที่ไม่ว่าใครจะปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเสียที ครอบครัวทรัพย์พูนทวีสูญเสียคุณผู้หญิงของบ้านไปอย่างน่าเศร้า “ขอให้พ่อกับแม่ได้เจอกันบนสวรรค์นะครับ” ลูกชายคนโตอย่างคิมหันต์เอ่ยขึ้นพลางมองอัฐิเจดีย์ของท่านที่วางเคียงกัน คำอธิษฐานนั้นไม่รู้จะถึงคนบนฟ้าหรือไม่ แต่ขอให้สักวันพวกท่านได้เจอและครองรักกันอีกครั้ง... 90 ปีต่อมา หญิงสาวในช

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ กรงขังแห่งรัก

    ตอนพิเศษกรงขังแห่งรัก หลังจากกลับมาจากเที่ยวปีใหม่คุณแม่คนสวยก็มุ่งทำร้านกาแฟจนมีคนแวะเข้าไม่ขาดสาย ตัวชูโรงคือเด็กน้อยอย่างคิมหันต์ซึ่งมีชุดเสิร์ฟอาหารเป็นของตัวเองโดยอ้อนแม่บ้านให้ตัดโดยเฉพาะหลังจากเห็นในการ์ตูน และรูปของหนูน้อยก็ดังชั่วข้ามคืนจนมีคนขอให้มาถ่ายแบบ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาต จนตอนหลังคนเพิ่งมารู้ว่าเป็นทายาทคนโตของ The area group มีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านก็สร้างความแตกตื่นกันยกใหญ่ “น้องคิม พี่ให้” พี่สาวเรียนมหาวิทยาลัยมานั่งอ่านหนังสือในร้านพร้อมยื่นลูกอมรสโปรดให้เด็กน้อย เธอค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมาร้านนี้บ่อย “พี่ดาดา ขอบคุงคับ” ไหว้อย่างสวยงามแล้วทำตาโตรอให้อีกฝ่ายแกะลูกอม เมื่อร่างบางจัดการปอกเปลือกออกก็ยิ้มตาหยีด้วยความดีใจ “น่ารักจังเลยนะเรา” ยอมให้หญิงสาวกอดโดยไม่เกี่ยงงอน ค่อยผละออกเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียก ตอนนี้คนค่อนข้างเยอะจึงกังวลว่าบุตรชายจะเดินตามพี่ๆ ออกไปข้างนอก แต่เห็นใบหน้ากลมยิ้มแป้นแล้นให้จึงเบาใจแล้วบอกลูกเข้าไปนอนหลังร้าน คิมหันต์พยักหน้าไม่กล้าตอบเพราะกำลังอมลูกอมเอาไว้ ทำ

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ วันวาเลนไทน์

    ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ ในวันที่ดอกกุหลาบขึ้นราคา ร้านค้ามีโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก และเสื้อคู่ขายดิบขายดีทว่าชายหนุ่มผู้เป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่กลับต้องนั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้กลับบ้านหาคนรัก ใบหน้าคมเคร่งขรึมจนเลขาไม่กล้าทำเสียงดัง เขามองนาฬิกาบ่อยภาวนาให้เลิกประชุมโดยเร็วแต่เหมือนทุกอย่างจะยืดเยื้อเพราะโครงการที่กรรมการบริหารคนอื่นเสนอขึ้น มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วพูดเสียงเฉียบขาด “พรุ่งนี้ไว้พูดกันใหม่ครับ วันนี้ผมขอปิดประชุม” สามทุ่มสิบห้านาทีห้องประชุมถูกเปิดออก แต่ละแผนกเดินออกมาด้วยใบหน้าโล่งใจ ตอนแรกก็คิดว่าจะนานกว่านี้ดีที่ท่านประธานยอมให้กลับบ้าน “ทำไมวันนี้คุณแทนให้เลิกเร็วครับ ปกติห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ” ธีปถามรุ่นพี่ซึ่งทำงานมานานกว่า และนนทัชก็กระซิบบอกพลางอมยิ้ม “จะรีบไปฉลองกับเมียไง วันวาเลนไทน์ทั้งทีใครจะมาเหงาเหมือนเราสองคน จริงไหมไอ้น้อง” กอดคอถามแล้วยักคิ้วแต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าค่อยปลดมือของนนทัชออก “ผมมีนัดกับแฟนเหมือนกันครับ ต้องขอโทษด้วยที่พี่คงต้องเหงาคนเดียว” เลขามากฝีมือหน้าเหวอทันทีเมื่

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ ปีใหม่ที่แรงร้อน

    ตอนพิเศษปีใหม่ที่แรงร้อนรีสอร์ทที่ชายหนุ่มมาสร้างไว้อยู่อำเภอท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดน่านได้มีผู้เข้าพักเป็นจำนวนมากทั้งที่มีจำนวนบ้านเพียงสิบหลังเท่านั้น อาจเป็นเพราะการโปรโมทจากคนเข้าพักเอง หรือละครที่มาถ่ายทำช่วยสร้างเม็ดเงินให้แก่นักธุรกิจครั้งนี้เขาพาภรรยากับเจ้าตัวน้อยมาพักผ่อนแบบส่วนตัว จัดการให้พี่เลี้ยงพาบุตรชายเข้านอนอีกห้องตั้งแต่หัววันทำให้ตอนนี้เหลือเพียงสองสามีภรรยานั่งดื่มไวน์อยู่ตรงระเบียงที่มองเห็นภูเขาทับซ้อนและผืนท้องฟ้ากว้างใหญ่อันมีดาวส่องประกายระยิบระยับเต็มไปหมด“ไวน์รสชาติดีนะคะ” ทำตามวิธีซึ่งเขาเคยสอนเอาไว้ก่อนเอ่ยชม“คอแข็งขึ้นหรือเปล่า ไปแอบดื่มที่ไหนแล้วไม่บอกฉัน หือ” เห็นดื่มหมดไปเกือบขวดก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเมาเหมือนเมื่อก่อน เธอยกยิ้มมุมปากแล้วไหวไหล่เล็กน้อย“ก็ต้องฝึกไว้บ้างสิคะ เวลาเข้าสังคมจะได้ไม่อายใคร” ช่วงนี้เริ่มเข้าสังคมไปงานสังสรรค์มากขึ้น ก็ได้อรวรานั่นแหละที่คอยบอกคอยสอนและไปเป็นเพื่อนตลอด จนสนิทกับคุณหญิงคุณนายบางคนที่เข้ามาทำความรู้จักหวังร่วมค้าขายกับ The area group“ดีแล้ว” เขาหั่นเนื้อวัวเกรดเอแล้วละเลียดกินช้าๆ บรรยากาศในฤดูหนาวปีนี้ค

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ หนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต

    ตอนพิเศษหนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต หลังเหตุการณ์จากไปของบุณณดาทุกคนต่างตกอยู่ในความเศร้าเสียใจยกเว้นก็แต่ชายคนหนึ่งซึ่งขึ้นเหนือมาเพื่อสร้างรีสอร์ทในที่ดินที่พ่อได้มอบให้ เขาทุ่มเททำงานหนักจนไม่มีใครสงสัยว่าร่างสูงแอบซ่อนใครอีกคนเอาไว้ ใครบางคนซึ่งควรจะตายไปในกองเพลิง... “เป็นไงบ้าง อยู่ได้ใช่ไหม” ช่วงแรกก็สร้างบ้านพักหลังเล็กไว้ให้หญิงสาวขณะที่รอบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ ใบหน้าหวานพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้คนที่ช่วยเหลือมาตลอดจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรดี กระทั่งสินใจอย่างเด็ดขาด ถึงได้บอกเรื่องสำคัญ “ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง เลยจะบอกเรื่องที่สำคัญมากๆ กับนายแทน” บุณณดา..หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่าลาจากโลกไปแล้วกลับยืนอยู่บนแผ่นดินทางภาคเหนือ หล่อนจ้องเพื่อนสนิทที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เรื่องสำคัญเหรอ เรื่องอะไร” เธอเม้มปากแน่นแล้วขอโทษหญิงสาวอีกคนในใจ ‘ขอโทษนะหนูอรที่ผิดสัญญา แต่ฉันทำเพื่อเธอจริงๆ’ สูดลมหายใจเข้าปอดพลางจ้องชายหนุ่มตรงหน้าแล้วตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ “หนูอรท้อง...” พูดเ

  • จองจำรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย หลังจากคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยบ้านก็กลับมาสดชื่นขึ้น ไม่มีคนที่เคร่งเครียดกับงานมีเพียงชายหนุ่มผู้หลงภรรยาและลูกชายจนไม่เป็นอันทำงาน หากประชุมอยู่บ้านก็พาลูกชายเข้าไปนั่งตักแล้ววางขนมไว้ให้ แน่นอนแค่มีของกินน้องคิมก็สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมงก่อนที่คนเป็นแม่จะเข้ามารับลูกไปนอน ข่าวลือเรื่องหนุ่มนักบริหารมีลูกเข้าหูนักข่าวและเหล่าคณะกรรมการบริษัทจนเขาต้องประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ และใช้เวลาในการจัดงานเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นสร้างความตกใจแก่คนในบริษัทและคู่ค้าเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุณณดาก็เช่นกัน เธอต้องเป็นแม่งานคอยควบคุมทุกอย่างภายในเวลาอันจำกัด แต่หญิงสาวก็ทำได้ดีจนมีแต่คนออกปากชื่นชม งานแต่งของพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เพราะเจ้าสาวไม่ใช่คนร่ำรวยอย่างที่คิด กลับเป็นเพียงหญิงธรรมดาที่มัดใจหนุ่มใหญ่อยู่หมัด แต่สิ่งที่น่าตกใจคือทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายไปแล้ว จึงถูกแก้ไขใหม่ว่าเธอรอดตายมาได้แต่ความจำเสื่อมจึงอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ถึงไม่น่าเชื่อแต่ก็ไม่มีใครถามอะไรในเมื่อเจ้าตัวสะดวกใจจะตอบแค่นั้น

  • จองจำรัก   ๖ หัวใจไม่ใช่กระดาษ

    ๖หัวใจไม่ใช่กระดาษความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่นของประธานบริษัทในเครือ The area group กับผู้ช่วยเลขาสาวสวยในบ้านสามชั้นที่มีเหล่าคนใช้ปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ห้องนอนของหล่อนกลายเป็นรังรักยามใดที่ต้องการก็แค่เปิดประตูเข้าข้างใน ร่วมรักจนพอใจค่อยโยนเงินไว้หัวเตียงแล้วกลับไป

  • จองจำรัก   ๕ เลือกได้ไหม

    ๕เลือกได้ไหม หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกจากโรงเรียนมัธยมชื่อดังเขาก็ได้สอบชิงทุนเข้าคณะวิศวกรรมการบินของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง แทนไทเหลือพี่สาวเป็นครอบครัวเพียงคนเดียว แม่ของเขาเสียชีวิตตอนชายหนุ่มอายุ 15 ปี ส่วนพ่อก็ทิ้งพวกเขาไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ ถูกตราห

  • จองจำรัก   ๘ คนที่คู่ควร

    ๘คนที่คู่ควร หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปอรวรามักจะหลบหน้าเพื่อนเสมอและดูเหมือนเปมทัตก็ไม่ได้มาตามหรือตื้อจะคุยเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาคงไม่รู้เพราะเมาจนเห็นหล่อนเป็นบุณณดา นึกถึงก็ยิ่งเจ็บจนต้องสะบัดศีรษะไล่ความกังวลนั้นออกไป ช่วงนี้ต้องทำธีสิส

  • จองจำรัก   ๗ นอกคำสั่ง

    ๗นอกคำสั่ง หลังเลิกงานหญิงสาวขออนุญาตเจ้าชีวิตมาหาน้าสาวที่ดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายปี เขาให้คนขับรถไปส่งถึงบ้าน อีกทั้งเพื่อจับตาดูไม่ให้บุณณดาคลาดสายตาจนคนมีแผนในใจเริ่มอึดอัด ที่จริงวันนี้นัดบิดาเอาไว้ที่บ้านนางนลินี พาหนะจอดยังหน้าบ้านสองชั้นขนาดเล็ก หล่อนขอบคุณพี่พริกซึ่งเป็น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status