LOGIN"จากผู้โดยสารร่วมทาง...กลายเป็นคนที่เขาอยากมีไว้ข้างกายตลอดชีวิต" "เธอช่วยชีวิตเขาไว้หนึ่งครั้ง...แต่เขากลับอยากใช้ทั้งชีวิตตอบแทนด้วยความรัก"
View More00.20 น. สถานีรถไฟปากน้ำโพธิ์
รอบๆ บริเวณสถานีรถไฟในเวลาดึกยังคึกคักไปด้วยผู้คนที่ยังนิยมการโดยสารด้วยรถไฟ แม้ผู้คนมีการใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้นแต่บางครั้งการโดยสารรถไฟก็สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องเหนื่อยขับรถเอง
อีกอย่างในปัจจุบันการติดตามเวลาเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกเพราะมีบริการติดตามขบวนรถแบบเรียลไทม์ทำให้สะดวกต่อการจัดการเวลามากขึ้น
“พี่ปรางคะ มุกว่าพี่กลับไปเถอะค่ะ อีกไม่ถึงสิบนาทีรถไฟก็จะมาแล้ว” มุกตาภาหรือมุกบอกกับพี่สาวที่ขับรถมาส่งและยังไม่ยอมกลับบ้าน
“ก็แค่อีกสิบนาทีเอง พี่รอให้มุกขึ้นรถแล้วพี่ค่อยกลับบ้านก็ได้” ปรางทิพย์บอกน้องสาว
“แต่พรุ่งนี้พี่ปรางต้องไปโรงเรียนแต่เช้านะ จะตื่นไหวเหรอ”
“มุกพูดอย่างกับว่าปกติพี่เข้านอนแต่หัวค่ำอย่างนั้นแหละ”
“ถ้างั้นกลับไปถึงพี่ต้องนอนเลยนะ ไม่ใช่กลับไปทำงานต่อล่ะถ้ามุกถึงแล้วมุกจะไลน์บอก”
“คืนนี้คงไม่ทำงานแล้ว มุกล่ะพรุ่งนี้จะไปทำงานไหวไหมล่ะ”
“ไหวสิพี่วันนี้มุกนอนมาทั้งแล้วกลับไปถึงก็ตีสี่กว่าๆ พอถึงห้องมุกยังพอมีเวลานอนอีกตั้งสองชั่วงโมงกว่า”
“แล้วก็อย่านอนเพลินจนลืมไปทำงาน”
“ไม่ลืมหรอกค่ะ นี่มุกตั้งเวลาไว้แล้ว รถไฟจะมาแล้วพี่ปรางมุกไปก่อนนะ พี่ปรางขับรถดีๆ ล่ะ ถึงบ้านไลน์บอกมุกด้วยนะ”
“อือ เดินทางปลอดภัยนะ”
“บ๊ายบายค่ะพี่ปราง” มุกตาภาโบกมือให้พี่สาวก่อนจะเดินไปยังท้ายสุดของขบวนรถไฟที่กำลังเขาจอดในชานชาลา
หญิงสาวเดินขึ้นมายังรถตู้โดยสารหมายเลข 11 ซึ่งเป็นตู้โดยสารชั้นสอง ภายในตู้มีที่นั่งประจำของแต่ละคนเธอมองตั๋วในมือแล้วนั่งลงยังที่นั่งหลายเลข 16 ซึ่งเป็นที่นั่งติดทางเดิน ส่วนที่นั่งติดหน้าต่างนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากนั่งได้ไม่นานพนักงานก็เดินมาตรวจตั๋วจากนั้นหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นจนกระทั่งพี่สาวไลน์มาบอกว่าถึงบ้านแล้ว
หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเป้แล้วกอดไว้ก่อนจะพิงศีรษะกับที่นั่งแล้วหลับตาลง แต่ผ่านไปได้ไม่นานเธอก็ต้องลืมตาตื่นเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เอนตัวมาใกล้และเอาศีรษะพิงกับไหล่ของเธอ
“นี่คุณ” มุกตาภากระซิบและสะกิดเขาเบาๆ แต่คนที่พิงอยู่กลับนิ่งไม่ไหวติง
“คุณคะ” เธอเรียกอีกครั้งก่อนจะเอามือดันศีรษะของเขาออก หญิงสาวตกใจในทันทีที่สัมผัสโดนหน้าผากของเขา เพราะมันร้อนมากเหมือนกันว่าชายคนนี้กำลังเป็นไข้
ด้วยความที่ตัวเองเป็นพยาบาลก็เลยอดห่วงไม่ได้ มุกตาภามองไปรอบๆ ตู้โดยสารซึ่งตอนนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ตื่นอยู่ เธอกลัวเขาจะเป็นอันตรายจึงเขย่าตัวเขาอีกครั้ง
“คุณคะ คุณเป็นอะไรไหม ไหวหรือเปล่า”
“อือ ถึงแล้วเหรอ” ชายหนุ่มพยายามจะลืมตาขึ้นมามองเพราะนึกว่าถึงจุดหมายปลายทางของตนเองแล้ว
“คุณจะลงรถที่ไหนล่ะคะ”
“กรุงเทพครับ” เขาตอบสั้นๆ พยายามสลัดความง่วงออกจากตัว
“ยังอีกนานเลยนี่ยังอยู่เขตนครสวรรค์อยู่เลยค่ะ”
“อ๋อ....” เขาพยักหน้าเข้าใจแล้วเอนตัวหลับต่อ
“คุณตัวร้อนมากเลยนะ ไม่สบายใช่ไหม กินยามาหรือยังทนไหวหรือเปล่า”
“ผมกินยามาแล้ว”
“แต่ตัวคุณร้อนมากเลยนะ กินไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“ตอนเย็นน่ะ ผมไม่เป็นไรหรอก ตัวผมร้อนคงเพราะแผลอักเสบ”
“นี่คุณบาดเจ็บเหรอ”
“อือ นิดหน่อยเอง”
“หน้าคุณซีดและตัวร้อนมากเลยนะ กินยาลดไข้หน่อยไหมล่ะ”
“คุณจะไม่วางยาผมใช่ไหม”
“ฉันจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ จะเอาไหมยากินน่ะแล้วแพ้ยาอะไรหรือเปล่า”
“ผมไม่แพ้ยา ขอบคุณนะ” เพราะรู้สึกว่าอาการของตนเองไม่ดีเท่าไหร่ชายหนุ่มจึงยอมรับความช่วยเหลือจากคนที่เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
มุกตาภาหยิบยาลดไข้ที่มักจะมีติดกระเป๋าไว้ตลอดออกมาสองเม็ดส่งให้เขาและตามด้วยขวดน้ำที่พี่สาวบังคับให้ถือติดมือมาด้วย
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ ก่อนที่เขาจะหลับตาลงอีกครั้ง
เมื่อคนข้างๆ หลับแล้วหญิงสาวก็หลับตาลงบ้าง ผ่านไปสักพักเขาคนเดิมก็พิงศีรษะลงมาอีกแต่ครั้งนี้มุกตาภาไม่ได้ผลักศีรษะเขาออกเพราะรู้แล้วว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเขากำลังไม่สบาย
เวลาผ่านไปจนใกล้จะตีสี่โทรศัพท์ที่อยู่ในเป้ที่มุกตาภากอดอยู่ก็สั่นขึ้นเพราะหญิงสาวตั้งปลุกไว้ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หลับคอพับไปอีกทาง
“สถานีต่อไปดอนเมืองนะครับ” พนักงานบนรถไฟเดินบอกไปทั่วขบวนเพราะกลัวผู้โดยสารนั่งเลยสถานี
“คุณลงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์เหรอคะ” หญิงสาวหันไปถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้เขาตื่นแล้ว
“คุณล่ะครับ”
“ฉันลงสถานีดอนเมืองค่ะ” เธอหันมาตอบแล้วยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเมื่อรถจอดสนิทที่ชานชาลา
พอลงมาแล้วมุกตาภาก็บิดขี้เกียจเบาๆ ก่อนจะไลน์ไปบอกพี่สาวว่าถึงแล้วจากนั้นก็เดินข้ามไปอีกฝากของถนนเพื่อใช้บริการแท็กซี่
หญิงสาวรู้สึกว่ากำลังมีคนเดินตามหลังเธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นด้วยความกลัวก่อนจะสะดุ้งเมื่อคนที่ตามมาตะโกนเรียก
“คุณรอด้วยผมเอง”
มุกตาภาหยุดเดินแล้วกันกลับมาก็เห็นว่าชายที่นั่งข้างๆ เธอเดินตามมา มือเขากุมที่หน้าท้องเหมือนกำลังเจ็บปวด
“ตามฉันมาทำไมคะ”
“ผมไม่มีที่ไป”
“คุณบาดเจ็บและนั่งรถไฟข้ามจังหวัดมาที่นี่แล้วจะบอกว่าไม่ที่ไปได้ยังไงคะ”
“ผมไม่มีที่ไปจริง ผมขอไปกับคุณก่อนได้ไหม ตอนนี้ผมเจ็บแผลมาก”
“ดูแล้วคุณคงไม่ไม่ไหว เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาลนะ”
“ไม่ได้นะ ถ้าผมไปที่นั่นคนที่กำลังตามล่าผมอยู่คงต้องรู้แน่ๆ”
“นี่คุณหนีใครอยู่คะ แล้วเขาตามมาหรือเปล่า คุณทำให้ฉันกลัวแล้วนะคะ” มุกตาภามองตามหลังเขาไปซึ่งตอนนี้มันว่างเปล่าและไม่มีใครเดินตามอย่างที่กลัว
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครที่ทำร้ายผม แต่ตอนนี้พวกมันคงยังไม่รู้ว่าผมหนีมากรุงเทพ” เขาตอบด้วยเสียงเบาจนแทบเป็นกะซิบเพราะความเจ็บจากแผลที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาไม่นาน
“พี่อลันโกรธมุกไหมคะ ที่มุกออกมาเจอกับแฟนเก่าของพี่” มุกตาภาถามเมื่อถึงเธอเดินเข้ามานั่งในรถ“ไม่โกรธหรอกครับ แค่รู้สึกน้อยใจนิดหน่อยที่มุกไม่เชื่อใจพี่”“มุกก็เชื่อใจพี่นะคะแต่เธอโทรมาบอกว่ามีหลักฐาน มุกก็เลยคิดว่ามาคุยกับเธอหน่อยก็ดี”“แล้ววันนี้มุกไม่ต้องทำงานเหรอครับ”“แล้วมุกขายเวรบ่ายแล้วค่ะ มุกขอโทษที่ไม่บอกพี่นะคะ”“มุกครับ พี่ไม่โกรธเลยนะ” เขาเอื้อมมาจับมือเธอไว้ขณะขับรถออกจากหน้าร้าน“แต่มุกโกหกพี่”“ถ้าพี่เป็นมุกพี่ก็คงทำเหมือนมุก อย่าคิดมากนะ มุกครับถ้าสมมุติพี่ไม่มีแผลเป็นและคืนนั้นมุกไม่ได้อยู่กับพี่มุกจะเชื่อสิ่งที่เธอพูดไหมล่ะ”“มันมีความเป็นไปได้อยู่ค่ะ แต่ในเมื่อพี่อลันสัญญากับมุกแล้วว่าจะไม่กลับไปคบกับเธอมุกก็คงจะต้องถามพี่ก่อนว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”“ต่อไปนี้ห้ามปิดบังพี่นะครับ”“ค่ะ แล้วพี่จะโกรธพี่อารัญไหมคะ”“พี่ไม่โกรธหรอก โชเป็นคนเจ้าเล่ห์แล้วพี่อารัญก็คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเธอ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีกนะ พี่ไม่อยากให้พี่อารัญต้องไม่สบายใจ” เขากลัวว่าพี่ชายจะรู้สึกไม่ดีถ้าหากเขาไปพูดเรื่องนี้“มุกก็คิดว่าอย่างนั้นค่ะ อะไรที่มันผ่านไปแล้วมุกไม่อยากเก็บเอา
ชีวิตของมุกตาภาก็ดำเนินไปตามปกติอลันยังทำหน้าที่คนรักที่ตามรับส่งอยู่ทุกวัน แม้เธอจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ฟังเธอเลยสักนิดวันนี้หญิงสาวขึ้นเวรบ่ายและเขาไม่ว่างที่จะมาส่งแต่ก็ไม่วายให้ดนัยคนขับรถมารอรับเธอที่พอพักเพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล“พี่ดนัยส่งมุกที่ข้างโรงพยาบาลก็ได้ค่ะ ไม่ต้องไปส่งถึงข้างใน”“แต่คุณอลันสั่งว่าให้ส่งถึงที่นะครับ”“นี่ก็ถึงแล้วค่ะ มุกไม่บอกพี่อลันหรอกนะคะ”“งั้นก็ตามใจคุณมุกครับ”เมื่อเคลื่อนออกไปแล้วมุกตาภาก็เดินข้ามถนนไปยังร้านฝั่งตรงข้าม อันที่จริงวันนี้เธอขายเวรบ่ายออกไปแล้วเพราะมีนัดสำคัญกับคนที่เธอเองก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงหญิงสาวเดินเข้ามาในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สายตามองหาคนที่นัดไว้และดูเหมือนอีกฝ่ายจะมารอเธออยู่แล้วพอเธอเดินเข้ามาคนที่นัดไว้โบกมือให้“สวัสดีค่ะ คุณนัดฉันไว้ใช่ไหมคะ” มุกตาภาทักทายไปตามมารยาท“อือ นักก่อนสิ”“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมาเลยค่ะ ฉันไม่เวลาไม่มากหรอกนะคะ”“ก็เพราะเธอเอาแต่ทำงานแบบนี้ไม่รู้เลยว่าแฟนเธอน่ะแอบนอกใจ”“นอกใจเหรอคะ” หญิงสาวทวนคำ“นี่ไม่รู้เลยเหรอว่าเวลาที่เธอทำงานเวรกลางคืนน่ะแฟนเธอเขาก็แอบออกมาหาฉั
มุกตาภาขึ้นมานอนบนเตียงโดยมีอลันนอนกอดซ้อนอยู่ทางด้านหลัง“พี่อลันอย่ากอดแน่น”“แน่นที่ไหนแบบนี้กำลังดี มุกง่วงแล้วเหรอ”“นิดหน่อย”“แต่พี่ยังไม่อิ่มเลยนะ อยากเอาต่อ พี่รอมาตั้งหลายวันมุกจะให้พี่น้ำเดียวเองเหรอ”“พี่อลันก็ชอบพูดตรงเกิน”“แล้วทำไมต้องพูดอ้อมด้วยนะ อยู่กับเมียบนเตียงแบบนี้มันก็มีเรื่องเดียวที่จะพูด”“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่ครับ พี่เก็บแรงมาหลายวัน”“มุกจะยอมพี่ถ้าบอกว่าวันนี้แอบไปคุยเรื่องอะไรกับพี่ภู”“ไม่มีอะไรหรอกครับ”“แต่มุกว่าต้องมีค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องคุยต่อหน้ามุกไปแล้ว มุกเพิ่งรู้ว่าพี่มีความลับกับมุก” มุกตาภารู้สึกว่าเรื่องที่เขาไปคุยกับภูวิศต้องเกี่ยวกับเธออย่างแน่นอน“มันไม่ใช่ความลับหรอกครับ แต่พี่ไม่อยากให้มุกไม่สบายใจ”“ยิ่งพี่ไม่บอกมุกก็ยิ่งไม่สบายใจนะคะ” หญิงสาวพลิกตัวกลับมามองหน้าคนรักที่ดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่“ถ้าพี่บอกไปแล้วจะไม่คิดมากใช่ไหม”“ค่ะ” หญิงสาวสัญญาไปก่อนแต่จะทำได้หรือเปล่ามันก็เป็นอีกเรื่อง“พี่ภูเล่าว่าเจอแฟนเก่าพี่”“แค่นี้เหรอคะ”“เธอถามถึงพี่ พี่ภูก็เลยบอกไปว่าพี่มีแฟนแล้ว”“แต่หน้าพี่ดูไม่สบายใจเลย มีอะไรหรือเปล่าคะ
คอนโดมิเนียมของอลันมุกตาภาเข้ามาแปรงฟันอาบน้ำอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปมันกำลังออกฤทธิ์ แต่ยังไม่ทันออกจากห้องน้ำอลันก็เดินตามเข้ามา หญิงสาวแปลกใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองล็อกประตูห้องน้ำแล้ว“พี่อลันเข้ามาได้ยังไงคะ พี่จะรีบใช้ห้องน้ำเหรอคะ มุกอาบเสร็จพอดีค่ะ” หญิงสาวรีบปิดฝักบัวจากนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำเพื่อจะสวมแต่ก็ช้ากว่าอลันเพราะตอนนี้เขาเข้ามาประชิดและรวบเอวของหญิงสาวไว้แล้ว“พี่อลันจะทำอะไรคะ”“อาบน้ำให้พี่หน่อยได้ไหม”“พี่ก็อาบเองสิคะ”“เมื่อกี้มุกบอกพี่เองนะครับว่าจะยอมตามใจพี่ทุกอย่าง อาบให้หน่อยนะคนเก่งของพี่” ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนมุกตาภากำลังคิดหนักเพราะเมื่อกี้เธอพลาดเองที่ไปพูดกับเขาแบบนั้น“ถ้าอยากให้มุกอาบให้พี่ก็ถอยไปนิดสิคะ ยืนเบียดกันแบบนี้จะอาบได้ยังไงล่ะคะ”อลันหัวเราะก่อนจะยอมปล่อยเอวของหญิงสาวออกเขากระตุกปมผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้แล้วหยิบฝักบัวมาราดไปบนตัวเองจนชุ่มหญิงสาวกดครีมอาบน้ำใส่มือและหันมาใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว ผิวหน้าแดงระเรื่อเมื่อเห็นเรือนร่างของเขาทุกสัดส่วนอย่างชัดเจน“ทำไมยังจะต้องอายอีกล่ะ มุกก็เคยเห็นพี่มาทั้ง





