Beranda / โรแมนติก / จองจำรัก / ๖ หัวใจไม่ใช่กระดาษ

Share

๖ หัวใจไม่ใช่กระดาษ

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-01 21:24:55

หัวใจไม่ใช่กระดาษ

           

ความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่นของประธานบริษัทในเครือ The area group กับผู้ช่วยเลขาสาวสวยในบ้านสามชั้นที่มีเหล่าคนใช้ปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ห้องนอนของหล่อนกลายเป็นรังรักยามใดที่ต้องการก็แค่เปิดประตูเข้าข้างใน ร่วมรักจนพอใจค่อยโยนเงินไว้หัวเตียงแล้วกลับไปนอน

            จนตอนนี้หล่อนเริ่มรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงแค่ผู้หญิงหากินคนหนึ่งเท่านั้น นอนร้องไห้ติดกันหลายคืนจนกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า มองอะไรก็กลายเป็นสีหม่นไปหมดทำให้ต้องปฏิวัติตนเองใหม่อีกทั้งยังต้องทีธีสิสจบด้วย เหลือเวลาเพียงเดือนครึ่งในการฝึกงานเท่านั้น

            จะมามัวเศร้าหมองกับชีวิตคงไม่ทันทำกินพอดี ในเมื่อเขากำลังเล่นเกมกับพ่อแล้วทำไมเธอจะเล่นเกมกับเขาบ้างไม่ได้

            มารยาหญิงมีกี่เล่มเกวียนทำไมไม่งัดออกมาใช้.. คิดพลางยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกแผนการดีๆ ออก เธอจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวแน่ ในเมื่อเสียตัวแล้วก็ขอให้ได้อะไรตอบแทนกลับมาหน่อยเถอะ

            ยอมรับว่ารักแทนไทจนถอนตัวได้ยากถึงเขาจะทำไม่ดีด้วย ความจริงเป็นอย่างนี้จะฝืนตัดใจไปทำไมทั้งที่ได้อยู่ใกล้ชายหนุ่มมากกว่าผู้หญิงคนอื่น

            “ก็แค่ทำให้รัก” พึมพำเสียงเบาขณะที่อยู่ในห้องนอนคนเดียว

            มองตนเองในกระจกก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ ถึงคุณสมบัติจะไม่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นผู้หญิงแสนเพอร์เฟคอย่างธัญพิชชาแต่คิดว่าเรื่องบนเตียงก็สนองให้เขาได้ไม่แพ้ใครเช่นกัน ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มจะเข้าหาแทบทุกคืนเหรอ

            นอกจากเสน่ห์ปลายจวักที่ทำให้ผัวรักผัวหลง ลีลาเผ็ดร้อนบนเตียงก็ไม่ต่างกัน ต่อจากนี้จะปฏิวัติตนเองโดยสลัดความเหนียมอายทิ้ง

            ลองเริ่มจะเป็นไรไปในเมื่อเสียให้แทนไทไปทั้งตัวและใจขนาดนี้ สูดลมหายใจเรียกขวัญกำลังใจให้แก่ตนเอง คงต้องเริ่มใหม่เสียแล้ว..

            เช้าวันต่อมาเขามีงานต้องไปคุยเกี่ยวกับโปรเจคใหญ่ของห้างสรรพสินค้า ประชุมตั้งแต่เช้าจรดค่ำสร้างความเหนื่อยล้าจนต้องเอนกายลงยังโซฟาหลังส่งแขกเรียบร้อยและนนทัชก็ขับรถกลับบ้านโดยไม่ได้ไต่ถามผู้ช่วยตนเองว่าต้องการให้ไปส่งไหม

            เพราะรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง คนที่จัดการทุกอย่างให้แทนไทก็เป็นเขาเองทำให้รู้ประวัติของบุณณดาตั้งแต่หล่อนยังไม่เข้าทำงานเสียด้วยซ้ำ

            “ข้าวนวดให้นะคะ” ดวงตาคมค่อยลืมขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานดังข้างหูพร้อมกับแรงนวดที่ไหล่ เธอใช้แรงได้พอดีไม่หนักหรือเบาเกินไปจนคนมากด้วยวัยเริ่มเคลิ้มกับสัมผัส ปล่อยให้ร่างบางแตะต้องร่างกายไม่ได้หวงแต่อย่างใด

            มือเล็กผละจากไหล่เลื้อยลงมาที่กระดุมเสื้อค่อยปลดออกทีละเม็ดจนหมดรังดุม เธอลูบไล้หน้าท้องลอนสวยงามพลางเลื่อนมาลูบตรงหน้าอกแข็งแล้ววนยังยอดอกสีเข้มจนชายหนุ่มต้องจับมือเอาไว้พลางลืมตาขึ้นมองคนซุกซน

            “เอาใหญ่แล้วนะ” เวลาสามทุ่มแม่บ้านเข้าที่พักทำให้บ้านทั้งหลังค่อนข้างเป็นส่วนตัว หญิงสาวหยิบรีโมทแล้วกดปิดม่านหน้าต่างทำให้บ้านทั้งหลังปลอดสายตาผู้คน ค่อยเดินอ้อมมานั่งบนตักหนาโดยหันหน้าเข้าหาเขา ยกมือขึ้นคล้องคอด้วยความอาจหาญ

            “คุณแทนบอกว่าถ้าข้าวเป็นคนทำ จะเพิ่มทิปให้ใช่ไหมคะ” ย้อนถามก่อนคนตัวสูงจะพยักหน้ายกมือไปวางที่สะโพกมนค่อยบีบอย่างมันมือ เขาชอบร่างกายหล่อนที่ไม่ได้ผอมเกินไป จับแต่ละทียังมีเนื้อหนังพอให้นวดเคล้นอยู่บ้าง

            ดวงตาคมฉายประกายความต้องการเมื่อหล่อนลากมือผ่านหน้าท้องลงไปยังสิ่งที่เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นจนรู้สึกอึดอัด เหมือนเธอจะจับจุดเขาได้ถึงแอ่นกายเข้าหาพร้อมโยกสะโพกเล็กน้อยสร้างความต้องการแก่แทนไทจนอยากจะคว้ากระต่ายน้อยมาขย้ำ

            แต่หล่อนก็ไม่ยอมเสียทีเดียวกลับเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่พึงพอใจ “เธออยากได้เท่าไหร่” เหยื่อที่คิดว่าตนเองอยู่ในสถานะล่าเริ่มติดกับ

            “สองหมื่น..แล้วข้าวจะทำทุกอย่างที่คุณแทนต้องการ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที

            “แพงเกินไปหรือเปล่า ถ้าฉันไปซื้อข้างนอกอย่างมากก็แค่ห้าพัน” พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติแต่คนฟังนั้นเจ็บปวดเหมือนมีมีดมาตัดขั้วหัวใจ

            ไม่เห็นความรักในดวงตาคมเลยนอกจากความใคร่ที่เขามีต่อหล่อน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันไม่อาจหาคำตอบได้กระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและชื่อคนโทรเข้าทำเอาบุณณดารู้สึกหน้าชา ร่างสูงทำเหมือนจะลุกออกไปคุยข้างนอกแต่เธอไม่ยอมลงจากตักเขา

            “รับตรงนี้สิคะ” แววตาหวานท้าทายซึ่งแทนไทก็บ้าจี้รับคำ เลื่อนกดรับสายจากธัญพิชชาทันทีในขณะที่คนตัวเล็กลุกจากตักเขาค่อยย่อกายนั่งลงบนพื้นแล้วปลดกระดุมค่อยเลื่อนซิปกางเกงสแลคลงทำเอาคนมองเบิกตากว้าง

            “สวัสดีครับ” ปากกล่าวทักทายปลายสายแต่ตามัวแต่สนใจที่ใบหน้าหวานซึ่งเงยขึ้นมองเขาแล้วยักคิ้วให้ราวเหนือกว่า

            ‘แฟชั่นโชว์ของหยาดมีสัปดาห์หน้านะคะ คุณแทนว่างไหม’ สมองขาวโพลนเมื่อมือเล็กจับแท่งที่เริ่มขยายตัวของเขาออกมาข้างนอก มองลิ้นสีหวานที่ค่อยแตะลงตรงปลายทำเอาคนอายุมากกว่าจิกปลายเท้าทันที

            หล่อนไม่เคยปลดปล่อยให้ด้วยปากสักครั้งมีเพียงแทนไทที่มอบความสุขให้แก่หญิงสาว พอเห็นอีกฝ่ายเป็นคนเริ่มสมองก็ขาวโพลนคิดคำพูดไม่ออกอีกทั้งพยายามระงับเสียงที่กำลังจะครางอย่างสุขสม มือข้างที่ว่างจับศีรษะเล็กแล้วดันให้ครอบครองมากกว่าส่วนยอด

            ‘คุณแทนได้ยินไหมคะ’ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบจึงเรียกซ้ำทำเอาชายหนุ่มเพิ่งได้สติ

            “ครับ ผมว่าง อือ” สูดลมหายใจเข้าเมื่อริมฝีปากเล็กเริ่มดูดกลืนไปกว่าครึ่งของความยาวที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนคับปากจิ้มลิ้ม ดวงตากลมเงยขึ้นมามองเขาพลางเลื่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะจนกระทั่งชายหนุ่มอดไม่ไหวเผลอครางรับเสียงแผ่ว

            ‘ดีเลยค่ะ เดี๋ยวหยาดจะส่งบัตรเชิญไปให้นะคะ ว่าแต่คุณแทนทำอะไรอยู่คะ หยาดโทรมากวนหรือเปล่า’ เห็นเสียงค่อนข้างตะกุกตะกักจึงถามหลังพูดธุระเสร็จ

            สิ่งที่เขาอยากทำตอนนี้คือวางสายโทรศัพท์แล้วสำเร็จโทษหญิงสาวที่บังอาจกระตุกหนวดเสือแต่ก็ไม่อาจทำได้ในเมื่อยังต้องหาผลประโยชน์จากธัญพิชชาเพราะบ้านหล่อนคือแหล่งขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถกู้เงินมาลงทุนในกิจการได้

            อันที่จริงก็มีหลายธนาคารเสนอให้เขากู้เงินแต่ดูเหมือนเจ้าสัวนิรุชจะให้ราคาที่น่าพึงพอใจ อีกทั้งยังเสนอลูกสาวสุดสวยให้ด้วยต่างหาก เขาจึงลองคบดูแต่ต่างคนต่างยุ่งถึงไม่ค่อยได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่าคู่นอน

            หล่อนรักสนุกยังไม่ต้องการผูกมัด เขาเองก็เช่นกันจึงตกลงที่จะเป็นเพียงเซ็กเฟรนเท่านั้น ไม่มีใครขัดข้องหากต้องการก็เพียงแค่โทรหาแต่ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่นักเนื่องจากเวลาไม่ตรงกัน

            “ผมกำลังนั่งดูสารคดี” จ้องคนที่เอาแต่ดูดกลืนตัวตนของชายคนรักสร้างความเสียวกระสันจนต้องแหงนหน้าขึ้นแล้วเม้มปากแน่นไม่มองดวงหน้าหวานที่ดูตั้งใจในการทำให้เขาส่งเสียงออกมาเสียเหลือเกิน

            ‘หยาดไม่กวนแล้วค่ะ ไว้เจอกันนะคะ’ วางสายเสร็จเขาไม่รู้ว่าขว้างโทรศัพท์ไว้ตรงไหนเพราะมือทั้งสองข้างจับศีรษะเล็กเอาไว้เป็นมั่นเหมาะแล้วบังคับจังหวะจะโคนให้หล่อน ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกอย่างไม่อายเพราะบ้านหลังนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคน

            ลมเย็นพัดผ่านร่างกายแต่บุณณดาที่ยังใส่เสื้อผ้าครบชิ้นไม่ได้รู้สึกสะท้านแต่อย่างใด หล่อนตั้งใจในการทำจนดูเหมือนมันเป็นข้อสอบชิ้นใหญ่ที่ต้องการได้รับคำชมจากอาจารย์ และดูเหมือนร่างสูงจะพึงพอใจกับสิ่งที่เธอมอบให้

            ไม่นานเขาก็ปลดปล่อยออกมาโดยหล่อนไม่ทันตั้งตัวน้ำสีขุ่นจึงได้เข้าปาก เจ้าของร่างตกใจเป็นอย่างยิ่งก่อนพาเธอเข้าไปล้างปากในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง

            “กลืนลงไปทำไม คายออกมา” ถึงจะพะอืดพะอมแต่ก็อยากทำให้เขาประทับใจด้วยการกลืนมันลงไปจนคนตัวโตทำหน้าเคร่งขรึม

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ข้าวไม่ได้รังเกียจคุณแทน” นอกจากตอบแล้วยังบดเบียดกายเข้าหาเหมือนเป็นการเชิญชวนอีก ร่างสูงที่ไวต่อร่างกายของหล่อนตอบรับทันทีด้วยการโอบเอวบางให้แนบชิดมากกว่าเดิมทั้งที่ใบหน้ายังฉายความไม่พอใจ

            “ต่อจากนี้ห้ามกลืนอีก มันสกปรก”

            “ทีคุณแทนยังทำให้ข้าวเลย ทำไมข้าวจะทำให้คุณไม่ได้คะ” เขาเริ่มรู้สึกว่าจากการแก้แค้นมันเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว

            ยาพิษที่เคยคิดว่าจะไม่กินหรือหลงใหลในรสชาติของมันกลับกลายเป็นว่าติดใจจนต้องดื่มทุกวัน เจ้าพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่มีสีหน้าไม่ชอบใจกับความโลเลของตนเอง ปล่อยมือออกจากเอวหล่อนแล้วผละห่างทว่าอีกฝ่ายไม่ยอม

            “วันนี้..ให้ข้าวเริ่มได้ไหมคะ” ทาบมือลงยังหน้าอกหนาพลางเลื่อนลงไปข้างล่างขณะที่สบตาเขาอย่างเชิญชวนทำเอาคนที่คิดจะออกจากจุดตรงนี้ยังยืนนิ่งที่เดิม

            แทนไทไม่ตอบกลับทำหน้าเคร่งขรึม จนในที่สุดทนความต้องการด้านลึกของจิตใจไม่ไหวลากเธอเข้าห้องน้ำที่ชั้นสองก่อนจะลงกลอนแน่นหนา

            ไม่ต้องทำอะไรแล้วคืนนี้..ตัวติดกันทั้งคืนไปเลย

            เช้าวันหยุดที่เจ้าของบ้านไม่ได้พักผ่อนเพราะต้องมานั่งเซ็นเอกสารทั้งแต่แปดโมงเช้าโดยนนทัชเข้ามาพร้อมแฟ้มจำนวนมหาศาลทำเอาคนนั่งเริ่มกุมขมับ ไหนจะอ่านรายละเอียดกลัวว่าจะเกิดการผิดพลาดโดยดวงตาคมก็คอยแต่จะวนเวียนอยู่ที่ประตู

            เมื่อคืนกว่าจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระเกือบรุ่งสางเพราะอย่างไรวันนี้ก็ไม่ได้มีงานที่ต้องออกไปไหน อย่างมากเลขาก็เข้ามาให้เซ็นแฟ้มจึงปล่อยอีกฝ่ายนอนอยู่บนเตียงพร้อมทั้งวางเงินห้าพันไว้ให้เพื่อตอบแทนเซ็กอันสุขสมที่หล่อนเป็นคนเริ่ม

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ” นนทัชเห็นเจ้านายเอาแต่มองไปที่ประตูจึงถามขึ้นแต่กลับได้รับการส่ายหน้ากลับมา

            “เปล่า เอกสารมีแค่นี้ใช่ไหม” เสร็จจนถึงหน้าสุดท้ายจึงเอ่ยขึ้นและลูกน้องก็ตอบรับ

            “ใช่ครับ”

            “แล้ววันนี้ผมมีงานอีกหรือเปล่า”

            “ไม่มีครับ วันนี้คุณแทนว่างทั้งวัน แต่พรุ่งนี้มีประชุมกับบอร์ดบริหาร” แสดงว่าพรุ่งนี้คงต้องเข้าบริษัทเพื่อไปประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สอง ซึ่งเท่าที่อ่านรายงานกำไรยังไม่ได้เท่าที่หวังเอาไว้ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ดีไม่ขาดทุนทั้งที่เศรษฐกิจค่อนข้างย่ำแย่

            ลูกค้าของเขาส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น เกาหลี จีนที่มาซื้อของในเมืองไทยเพราะราคาถูกกว่าบ้านตัวเอง บางครั้งก็เป็นเศรษฐีมีเงินของไทยที่มักอุดหนุนกันด้วยราคาเต็มเพื่ออวดอ้างในวงสังคม

            “ถ้าอย่างนั้นคุณก็น่าจะกลับได้แล้วมั้ง” เห็นผู้ช่วยยังยืนอยู่ที่เดิมก็เอ่ยเตือนจึงได้ค้อมรับคำแล้วเดินออกจากห้องพอดีกับที่เห็นคนคุ้นเคยกำลังตั้งโต๊ะอาหารก่อนจะหันมายิ้มให้เขาแล้วเอ่ยทักทายเป็นกันเอง

            “พี่ทัช กินข้าวเช้าด้วยกันไหมคะ” สรรพนามแสนสนิทสนมทำเอาคนตามมาทีหลังหูผึ่งพลางทำสีหน้าไม่พอใจที่เห็นหล่อนยิ้มให้ชายคนอื่น

            “ไม่ดีกว่า พี่ต้องรีบไปทำงานให้คุณแทน แล้วทำอะไรกินเนี่ย” ถึงจะบอกแบบนั้นก็อดชะโงกมาดูอาหารที่เริ่มลำเลียงขึ้นโต๊ะไม่ได้ สีสันสวยงามน่ารับประทานทั้งนั้นทำเอานนทัชตาวาวอยากร่วมโต๊ะด้วยทว่าเสียงของเจ้านายกลับดังขึ้น         

            “กลับได้แล้วมั้ง ยืนอยู่แบบนี้รถมันคงขับเข้ามารับคุณได้หรอก” รับรู้ถึงรังสีอำมหิตจนนนทัชไม่กล้าจะอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อ เขาส่งยิ้มให้ท่านประธานก่อนค้อมศีรษะแล้วเดินออกไปไม่วายหันมาล่ำลารุ่นน้องคนสวย

            “พี่กลับก่อนนะ”

            “ขับรถดีๆ นะคะพี่ทัช” ทำงานด้วยกันมาเดือนกว่าทำให้สนิทสนมจนเรียกขานเป็นพี่น้อง แต่คนฟังอย่างแทนไทก็ไม่ใคร่จะชอบใจอยู่ดี ยิ่งตอนนี้หญิงสาวเข้ามาอยู่ภายในบ้านของตนเองด้วยสถานะตัวขัดดอกก็ไม่อยากให้ใกล้ชิดหรือส่งสายตาหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายคนไหนอีก

            ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรกับหล่อนแต่เดินไปนั่งยังที่ประจำของตนเองทันที โต๊ะไม้ประดู่ยาวกว่าสองเมตรแต่กลับมีผู้ร่วมโต๊ะเพียงสองคนช่างเงียบเหงาเสียเหลือเกิน

            หลายวันก่อนเห็นว่าบัลลพไปโวยวายอยู่หน้าบ่อนเสี่ยทรงภพเพื่อถามเอาที่อยู่ของเขาหวังจะมาชิงตัวลูกสาวแต่กลับได้แผลจากลูกน้องนักเลงที่บังอาจไปท้าทายอำนาจมืด เขาไม่ได้บอกบุณณดากลัวหล่อนเป็นกังวลจึงปล่อยให้มันผ่านไป

            คนแบบนั้นโดนซะบ้างก็ดี จากนี้หน้าที่ของหล่อนคือเป็นแม่พันธุ์ให้เขาทำลูกเพื่อเอาไปเยาะเย้ยอดีตเพื่อนสนิทที่ผันมาเป็นศัตรูคู่อาฆาต ถึงพี่สาวจะบอกไม่ให้จองเวรจองกรรมต่อกันแต่ใครมันจะไปทนได้

            เมื่อเขามีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติและอำนาจขนาดนี้จึงขอแก้แค้นในสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำกับตนหน่อยเถอะ

            “กินเยอะๆ นะคะ ข้าวทำสุดฝีมือเลย” ตักผัดผักให้เขาด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างผัดผักหล่อนก็ใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันทั่วไป น้ำมะเขือเทศก็ปั่นสดๆ ให้เขา อันที่จริงก็อยากตื่นมาเอาใจแต่เช้าทว่าเมื่อคืนได้นอนเกือบรุ่งสางทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นมาปรนนิบัติแทนไทได้

            อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับทำเพียงรับไมตรีของหญิงสาว รับประทานอาหารไปอย่างเงียบเชียบจนคนที่พยายามชวนคุยไปไม่เป็น พุ่งความสนใจไปที่อาหารเช่นกันจนกินอิ่มถึงได้แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง บุณณดาต้องทำธีสิสจบและใช้โอกาสนี้เพื่อเข้าหาชายในดวงใจ

            ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้เขารักก็ต้องไปให้สุด ทำทุกวิธีทางเพื่อแทนไทจะได้วางความแค้นแล้วหันมารักเธอให้ได้

            ผู้ชายร้อยทั้งร้อยแพ้มารยาหญิงทั้งนั้นแหละ..

           

ข่าวบุณณดาที่เป็นเด็กเลี้ยงของแทนไทดังขึ้นอีกครั้งหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นและหญิงสาวตามติดเจ้านายไม่ห่าง ทำข้ามหน้าข้ามตานนทัชด้วยซ้ำทั้งที่ความจริงแล้วเธอก็ทำตามหน้าที่ไม่ได้แสดงกิริยาอย่างที่โดนกล่าวหาเลย

            เปมทัตได้ข่าวก็ออกโรงปกป้องเพื่อนเต็มที่จนเกือบทะเลาะกับกลุ่มขาเม้าของบริษัท โดนหัวหน้าแผนกบุคคลเรียกไปเตือนจนโมโหกลับมาแล้วระบายทุกอย่างให้เพื่อนอีกคนฟังในเวลาเลิกงานซึ่งต้องกลับบ้านทางเดียวกันอยู่แล้ว

            หญิงสาวพยายามปลอบให้ใจเย็นแต่คนอารมณ์ร้อนก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองจะสามารถสงบลงได้ถ้ายังมีเรื่องค้างคาในหัวใจ พาหนะจอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ของอรวราทว่ายังไม่ทันได้ลงจากรถกลับมีชายหนุ่มท่าทางเจ้าสำอางเดินออกมาจากบ้านเสียก่อน

            “นั่นใคร” จากที่คิดเรื่องใบข้าวก็กลับมาสนใจคุณหนูแสนหวานทันที เธอถอนหายใจพลางทำหน้าบูดบึ้ง

            “พี่เก่ง เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลีย เหมือนคุณพ่อกำลังจับคู่เรากับพี่เขาเลย” ร่างสูงขมวดคิ้วไม่ค่อยชอบหน้าอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรให้ตนเองแท้ๆ

            ดูภายนอกเหลาะแหละอย่างไรก็ไม่รู้ จากที่จะส่งแล้วขับรถกลับก็กลายเป็นว่าเปมทัตลงจากรถยนต์ของตนเองออกมาทักทายคนที่ยืนรอน้องสาวซึ่งหมายตาเอาไว้

            “น้องอร กลับจากฝึกงานแล้วเหรอครับ” ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งดวงตาหวานฉ่ำขัดใจชายหนุ่มอีกคนจนต้องเอ่ยขัด

            “ยืนตรงหน้าขนาดนี้คงยังไม่กลับมั้งครับ ถามอะไรของเขาวะ” ประโยคหลังพึมพำกับตนเองทำเอาคนที่โดนค่อนแคะหันมามองชายแปลกหน้าด้วยความไม่พอใจ เหลือบสายตามองคนที่ไม่เคยเห็นพลางเอ่ยถามอรวรา

            “เพื่อนน้องอรเหรอครับ ดูไม่ค่อยมีมารยาทสักเท่าไหร่” คนอารมณ์ร้อนที่พร้อมปะทะก็เกิดอาการไม่ชอบใจทันทีทั้งที่ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ ร่างสูงทำท่าจะเดินเข้าไปหาเรื่องแต่ลูกสาวเจ้าของบ้านก็คว้าแขนเพื่อนเอาไว้ก่อน

            “หยุดก่อนเปรม คือนี่เปรมเพื่อนสนิทของอรค่ะ ส่วนนี่พี่เก่ง..”

            “เป็นว่าที่แฟนน้องอรครับ” เธอยังแนะนำสถานะของหนุ่มนักเรียนนอกไม่จบอีกฝ่ายก็เสนอตัวขึ้นมาทันทีพร้อมมองหญิงในดวงใจแล้วยิ้มให้จนคนโดนกล่าวอ้างทำหน้าปุเลี่ยน เธอไม่ค่อยชอบท่าทีแสดงออกมาเกินไปของเขาสักเท่าไหร่ มันรู้สึกขนลุกแปลกๆ ยามที่กรกฎเอาแต่มองหน้าแล้วทำสายตาหวาน

            “เป็นพี่น้องค่ะ พี่น้องดีกว่านะคะ” ย้ำให้เขารู้ถึงความรู้สึกหล่อนแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยชอบสถานะนั้นเท่าไหร่ในเมื่อเทียวไล้เทียวขื่อสาวน้อยมาเกือบสัปดาห์แล้ว

            เห็นหน้าหวานพูดจาอ่อนโยนแบบนี้แต่ใจแข็งเป็นบ้า เขาทั้งซื้อของไหนจะชวนไปเที่ยว เสนอกระเป๋าราคาแพงให้เพื่อมัดใจอย่างที่เคยทำกับคนอื่นแต่หล่อนกลับไม่เหลียวแลสักนิด

            “แต่พี่อยากเป็นแฟนนิครับ แล้วค่อยพัฒนาไปเป็นสามีภรรยาก็ได้” เห็นอาการตื้อไม่เลิกของผู้ชายที่เข้ามาติดพันเพื่อนตัวเองก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากชกปากคนเสียเหลือเกิน

            ไม่ค่อยเห็นใครเข้าหาอรวราสักเท่าไหร่จึงวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าหล่อนคงไม่โดนหลอก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะคิดผิดเสียแล้ว ไม่เคยมีใช่ว่าจะไม่มีเพราะตอนนี้ดันมีผู้ชายเข้ามายุ่งเกี่ยวกับหล่อนแล้ว และเขาก็ไม่ชอบใจจนแอบดึงหญิงสาวให้มาชิดกายมากกว่าเดิมสร้างความปลาบปลื้มแก่คนที่แอบชอบเหลือเกิน

            “ก่อนจะเป็นแฟนพี่หาเลี้ยงตัวเองให้รอดดีกว่านะครับ เข้าบ้านไปได้แล้ว” สั่งสอนคนอายุมากกว่าแล้วค่อยหันมาบอกเพื่อนสนิทซึ่งพยักหน้ารับคำอย่างดี ไม่ค่อยเห็นเปมทัตมุมนี้สักเท่าไหร่เพราะส่วนมากเขาจะห่วงแต่บุณณดาและทำเหมือนไม่มีหล่อนอยู่ในสายตา

            พอมาเจอสถานการณ์ตอนนี้ก็อดดีใจไม่ได้ว่าตนเองยังมีความสำคัญกับเขาอยู่เหมือนกันถึงจะในสถานะเพื่อนก็ตาม

            “น้องพูดแบบนี้ได้ไง มันจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” เดินเข้าหมายจะหาเรื่องแต่เปมทัตกลับยืดอกแล้วก้าวเข้าไปหาทำเอาอีกฝ่ายเงียบเสียงลงเพราะแค่ขนาดตัวก็แพ้ราบคาบแล้ว

            “จะเอาสักหมัดไหม เผื่อจะเห็นดาวตอนก่อนถึงกลางคืน” ไม่ได้พูดเกินจริงเพราะหมัดเขาค่อนข้างหนัก เคยแข่งมวยสมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งชนะน็อคมาแล้ว จนกลายเป็นตำนานเล่าขานสู่รุ่นน้องว่ารุ่นพี่ภาคบริหารชกเด็กวิศวะจนน็อคในรอบเดียว

            เมื่อเห็นกรกฎไม่กล้าเข้ามาก็เดินไปขึ้นรถของตนค่อยขับออกไปอย่างรวดเร็ว ที่หมายคือบ้านแทนไทที่ไปสืบมาแล้วว่าบุณณดาพักที่นี่ ตอนแรกที่รู้โกรธหัดฟัดหัวเหวี่ยงจนแทบจะพังข้าวของแต่ก็พยายามใจเย็น คิดว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            อาจจะไปพักเพราะงานที่ต้องทำก็ได้...

            ปลอบใจตนเองทั้งที่รู้ว่ามันไม่เป็นความจริง ผู้ช่วยเลขาที่ไหนจะพักบ้านเจ้านายนานเป็นเดือนขนาดนี้ น้าแพงก็เป็นห่วงหลานสาวแต่เห็นว่าโทรติดต่อมาตลอดด้วยน้ำเสียงสดใสก็พอคลายกังวลได้บ้างผิดกับเปมทัตซึ่งจิตใจร้อนรุ่มกว่าเดิม

            เหยียบคันเร่งจนเกือบมิดเข็มเพื่อไปให้ถึงบ้านพักส่วนตัวของชายหนุ่มมากกว่าวัย มือหนากำพวงมาลัยแน่นบังคับให้เลี้ยวเข้าซอยของบ้านซึ่งไหว้วานเลขาพ่อไปสืบจนกระทั่งได้ที่อยู่มาครบ ประตูรั้วปิดสนิทแต่คาดว่าเจ้าของบ้านน่าจะอยู่ข้างในเพราะไฟเปิดสว่าง

            ร่างสูงลงจากรถยนต์แล้วกดออดด้านหน้ารัวจนคนสวนวิ่งมาเปิด มองแขกด้วยความสงสัยแต่ก็ยิ้มแย้มเป็นการต้อนรับ

            “ผมมาหาใบข้าว” แจ้งเจตนารมณ์ชัดเจนว่าคนที่ต้องการพบคือหญิงในดวงใจหาไม่ใช่เจ้าของบ้านที่ตนไม่ชอบหน้า

            “นัดไว้ก่อนหรือเปล่าครับ”

            “เปล่า ลุงไปเรียกข้าวให้ผมหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวผมจะรออยู่ข้างนอกไม่อยากเข้าไปเหยียบข้างในบ้าน” ไม่ชอบแทนไทจนอาจจะกลายเป็นเกลียดด้วยซ้ำ ผู้ชายด้วยกันมักดูออกว่าอีกฝ่ายเข้าหาบุณณดาด้วยความไม่จริงใจเหมือนมีอะไรแอบแฝง

            พยายามเตือนแต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ฟังเพราะอยู่ในช่วงหลงจนหัวปักหัวปำ รอไม่นานใบหน้าหวานที่เฝ้าคิดถึงก็ปรากฏขึ้นแล้วเธอก็ออกมาหาเขาข้างนอกไม่ชวนเข้าไปข้างในเนื่องจากไม่ใช่บ้านตนเอง

            “มาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ พัฒนาเร็วดีนะไหนบอกว่าเป็นแค่เจ้านายลูกน้อง” อยากจะตบปากตัวเองที่พูดไม่ดีกับเธอแต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อคนฟังรับสารที่ส่งและแสดงความไม่พอใจออกทางใบหน้า

            “มันเรื่องของฉันนายไม่ต้องยุ่งหรอก” ไม่กล้าบอกความจริงเปมทัตเพราะคิดว่าตนเองจะทำให้แทนไทหลงรักได้ไม่ยาก เดี๋ยวความแค้นก็คงหมดไปกลายเป็นความรัก

            โดยลืมคิดถึงความจริงที่ว่าเขามีหญิงที่คู่ควรเคียงข้างแล้ว

            “ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอกแต่พอดีได้ยินคนที่บริษัทเขาพูดกันว่าเธอมาเป็นเมียน้อยของประธานบริษัทก็เลยอยากมาเตือน ยังไงก็เป็นเพื่อนอยู่แล้ว” ย้ำคำว่าเมียน้อยทั้งที่จริงไม่ได้มีใครตั้งสถานะนี้ให้เธอสักคน

            ส่วนมากก็บอกว่าเป็นเด็กเลี้ยง

            “คุณแทนยังไม่มีเมีย”

            “แต่ก็มีผู้หญิงที่คู่ควรด้วยแล้ว เธอก็เป็นแค่ของเล่นคนรวย” อารามเสียใจทำให้สาดวาจาเผ็ดร้อนใส่เพื่อน ต้องการให้เธอเจ็บเหมือนที่เขารู้สึกบ้างแต่กลับสร้างความโมโหให้แก่บุณณดาจนต้องตอบกลับรุนแรงไม่แพ้กัน

            “ฉันยอมเป็นของเล่นเขา” เปมทัตเสียศูนย์ไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของหญิงสาว เขาเสียใจจนหมดสิ้นสติดึงหล่อนเข้ามากอดเอาไว้ด้วยความรักทั้งหมดที่มีต่อเธอเพียงคนเดียวมาตลอดหลายปี

            ทำไมถึงไม่เคยหันมองกันบ้าง แค่เศษตาก็ไม่ได้เลยเหรอ

            ร่างหนารัดคนตัวเล็กเอาไว้แน่นจนหล่อนไม่สามารถดิ้นให้หลุดได้ ทั้งทุบตีและผลักออกก็ไม่เป็นผลไหนจะกลัวว่าแทนไทจะกลับมาแล้วเห็นภาพนี้อีก ลูกชายเจ้าของโรงแรมชื่อดังไม่ยอมให้เจ้าของหัวใจเป็นอิสระทั้งยังเผยความรู้สึกภายในใจ

            “เป็นเราไม่ได้เหรอ รักเราไม่ได้เหรอข้าว” เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยความในใจซึ่งใบข้าวก็รับรู้อยู่ก่อนหน้าแล้วแต่ไม่เคยพูดกับเขาตรงๆ สักครั้ง

            “ขอโทษจริงๆ นะเปรม แต่ฉันไม่ได้รักนาย ไม่เคยคิดจะรักหรือพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นมากกว่าเพื่อนสักครั้ง” ใจของคนที่แอบรักมาโดยตลอดพังลงทันทีเมื่อได้ยินความรู้สึกของหล่อนที่ไม่ปิดบังว่าคิดเช่นไรกับเขา

            ค่อยผละออกแล้วมองเข้าไปในดวงตากลมโตเพื่อค้นหาว่ากำลังพูดโกหกอยู่หรือเปล่า แต่กลับพบเพียงความจริงใจถึงได้ก้าวถอยออกห่างด้วยแววตาแดงก่ำ

            สุดท้ายก็ไม่ใช่คนที่เธอเลือก...

            ไม่พูดอะไรให้เจ็บช้ำก็รีบขึ้นรถยนต์ก่อนจะขับออกไปทันทีปล่อยบุณณดามองตามหลังแล้วถอนหายใจเสียงดัง เธอไม่อยากเสียเพื่อนไปจึงทนอยู่ในวังวนรักอันน่าเศร้าแบบนี้ จนสุดท้ายแล้วจำต้องบอกความรู้สึกของตนเองออกไปให้เปมทัตได้ตัดอกตัดใจ

            และพอได้พูดก็รู้สึกว่ามันโล่งเหลือเกิน รู้อย่างนี้บอกไปตั้งแต่แรกก็ดีจะได้ไม่ต้องเจ็บยืดเยื้อ

            “กอดกับผู้ชายหน้าบ้านฉันขนาดนี้ ฉันควรจะทำโทษเธอยังไงดี” เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยดังขึ้นพอหันไปมองก็พบเจ้าของบ้านที่อยู่ในชุดสูทหลังกลับมาจากงานฉลองครบรอบยี่สิบปีที่เปิดนิตยสารของไทยซึ่งยังไม่ปิดตัวเหมือนเล่มอื่นทั้งยังขายได้กำไรดีด้วย

            ใบหน้าหวานซีดเผือดไม่รู้จะแก้ตัวกับเขาว่าอย่างไร แต่แทนไทก็ไม่ได้เอ่ยถามอีกนอกจากจับจูงเธอเข้าไปภายในบ้านปล่อยให้คนรถขับพาหนะเข้ามาจอดที่โรงรถ

            แล้วหลังจากนั้นคนทั้งสองก็ไม่ออกจากห้องอีกเลยกระทั่งเช้าวันใหม่...

            หลังจากที่เสียใจเปมทัตก็ขับรถมายังคลับหรูใต้โรงแรมชื่อดังซึ่งเป็นคู่แข่งกับโรงแรมของตนเอง เขาไม่สนใจผู้คนรอบข้างเอาแต่ดื่มน้ำสีเข้มจนแทบทรงตัวไม่อยู่ มือหนากำแก้วไว้แน่นไม่รู้สึกถึงความขมของแอลกอฮอล์เลยสักนิดเพราะว่าความเจ็บช้ำจากรักที่กำลังเผชิญอยู่มันขมกว่าเสียอีก

            คิดถึงก็ยิ่งเจ็บใจทั้งที่มาก่อนและอยู่เคียงข้างคอยดูแลอย่างดีแท้ๆ ทำไมใบข้าวถึงไม่สนใจเขาบ้าง ผู้ชายคนนั้นมันมีดีอะไรนักหนาถึงได้หลงขนาดยอมเป็นของเล่นละทิ้งศักดิ์ศรีตนเอง

            ไม่เข้าใจเลยสักนิด..

            กรอกเหล้าเข้าปากราวมันคือน้ำเปล่าจนบาริสต้าเริ่มเป็นห่วง กระทั่งมีสาวร่างบางใบหน้าหวานหยดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาภายในคลับก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วแล้วเห็นเพื่อนนั่งฟุบอยู่บาร์ถึงได้รีบเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง

            “คุณคือเพื่อนผู้ชายคนนี้ที่โทรเข้ามาใช่ไหมครับ” เมื่อสักครู่มีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของลูกค้าแต่ดูเหมือนคนเมาจะไม่รู้ตัวเขาจึงถือวิสาสะรับให้พร้อมบอกที่อยู่ปลายทางเมื่อได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของผู้หญิงตรงหน้า

            “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าช่วยเปิดห้องที่นี่ให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันคงพาเขากลับไม่ไหว” กว่าจะออกจากบ้านมาได้ก็แอบบิดามารดากลัวว่าหากท่านรู้จะไม่ยอมให้มาหาเปมทัต

            “ได้ครับ เดี๋ยวผมติดต่อรีเซฟชั่นให้” หล่อนค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณ ไม่นานก็มีพนักงานมาหิ้วปีกของร่างสูงไปยังชั้นที่พัก กว่าจะถึงเตียงนอนก็ทุลักทุเลพอสมควรเพราะคนเมาไม่ให้ความร่วมมือเลย เอาแต่ร้องโวยวายพลางดิ้นให้ปล่อยอยู่นั่นแหละ

            “ปล่อยสิโว้ยฉันจะไปหาใบข้าว ข้าวอยู่ไหน เปรมรักข้าว ได้ยินไหมว่าเปรมรักข้าว” ขนาดเมายังสามารถพูดประโยคแสนยาวที่ทิ่มใจคนฟังได้

            นับถือเขาจริงๆ เลย

            “ขอบคุณมากนะคะ” หล่อนลงไปเช็คอินเมื่อสักครู่แล้วขึ้นมาทันได้ยินคำบอกรักพอดี หันไปขอบคุณพนักงานที่ช่วยแบกคนเมาขึ้นมาบนห้องแล้วถอนหายใจเมื่อพบว่าตนเองต้องติดแหง็กกับคนที่ไม่ได้สติและเอาแต่เรียกหาผู้หญิงคนอื่น

            มันน่าเจ็บใจจริงๆ ที่หล่อนเลือกจะรักเขาทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยหันมามอง คุณหนูอรวรากล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้แล้วลุกไปหยิบผ้าขนหนูนำไปชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้คนที่นอนไม่ได้สติ

            อยากถามเหลือเกินว่านอกจากใบข้าวแล้วเขามองเห็นเธอบ้างหรือเปล่า รู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้ก็เฝ้ามองเพียงเขาคนเดียวมาหลายปีเช่นกัน

            หวังลมๆ แล้งๆ ว่าเปมทัตจะหันมาเห็นถึงความจริงใจของตนบ้างแต่ก็ไม่เลยเพราะสายตาชายหนุ่มมีเพียงบุณณดาคนเดียว นึกอิจฉาเพื่อนสาวอีกคนที่ได้หัวใจเขาไปครองแต่ไม่ได้เกลียดหรือโกรธสักนิดเนื่องจากรักและสนิทกันมานาน

            ทั้งยังสงสารในชะตากรรมของใบข้าวซึ่งต้องเผชิญความยากลำบากตั้งแต่เด็ก ยังอดทึ่งไม่ได้ที่อีกฝ่ายอดทนมากขนาดนี้ ถ้าเป็นเธอคงคิดสั้นไปนานแล้ว

            “ข้าว ข้าวใช่ไหม” ขณะที่กำลังจะเอามือออกเขาก็คว้าไว้ก่อนพลางเอ่ยพึมพำเสียงเบา

            “ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่ใบข้าว” บอกเขาเพราะไม่ต้องการเป็นตัวแทนของใครแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่รับรู้ เขาใช้แรงทั้งหมดดึงเธอเข้ามาหาก่อนจะพลิกให้คนตัวเล็กอยู่ใต้ร่าง

            “เปรมรักข้าว เป็นเปรมไม่ได้เหรอ รักเปรมไม่ได้เหรอ” อ้อนวอนอย่างน่าสงสารจนคนที่พยายามขัดขืนต้องเม้มปากแน่น

            ใจเริ่มตีกันว่าควรจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อเก็บความสุขระหว่างกันเอาไว้ดีไหม แต่อีกใจก็ไม่อยากเป็นตัวแทนของใคร หล่อนอยากเป็นผู้หญิงที่เขามองด้วยความรักจากใจจริง ไม่ใช่เห็นเพียงภาพซ้อนของคนอื่นเท่านั้น

            “ไม่...อื้อ” แล้วเปมทัตก็ตัดสินใจปิดริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธไม่อยากได้ยินให้เจ็บช้ำไปมากกว่านี้แล้ว

            ห้องนอนที่เคยเย็นฉ่ำกลายเป็นสนามรบซึ่งอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นตามแรงอารมณ์ หญิงสาวผู้ไม่เคยพานพบความหฤหรรษ์กลับกรีดร้องเสียงดังยามที่เขาแทรกกายเข้ามา น้ำตาหยดลงบนที่นอนเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่ชายหนุ่มเอ่ยถึง

            “ข้าว เปรมรักข้าว”

            สุดท้ายเธอก็เป็นเพียงแค่ตัวแทนของคนที่เขารัก..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ พบเจอทุกชาติไป

    ตอนพิเศษพบเจอทุกชาติไป วาระสุดท้ายของคุณแทนไทห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานที่มาเฝ้าหลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คนรักอย่างบุณณดาดูแลไม่ห่างถึงยามมองหน้าเขาจะแอบน้ำตาซึมจนต้องแอบหลบไปร้องไห้เพียงลำพัง ปีนี้สามี 85 ปี ซึ่งหล่อนได้แต่อธิษฐานให้เขาอยู่อีกสักร้อยปี แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาบุรุษผู้สร้างอาณาจักร The area group ได้จากไปในตอนเช้า สร้างความเศร้าโศกให้ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง บุณณดาเสียใจเป็นอย่างยิ่งทว่าต้องหยัดยืนเพื่อลูกและหลาน หล่อนทำเหมือนไม่เป็นอะไรมาก ดำเนินชีวิตอย่างปกติกระทั่ง 5 ปีผ่านไป เช้าวันที่อากาศแจ่มใสหล่อนก็จากไปด้วยอาการหลับใหลที่ไม่ว่าใครจะปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเสียที ครอบครัวทรัพย์พูนทวีสูญเสียคุณผู้หญิงของบ้านไปอย่างน่าเศร้า “ขอให้พ่อกับแม่ได้เจอกันบนสวรรค์นะครับ” ลูกชายคนโตอย่างคิมหันต์เอ่ยขึ้นพลางมองอัฐิเจดีย์ของท่านที่วางเคียงกัน คำอธิษฐานนั้นไม่รู้จะถึงคนบนฟ้าหรือไม่ แต่ขอให้สักวันพวกท่านได้เจอและครองรักกันอีกครั้ง... 90 ปีต่อมา หญิงสาวในช

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ กรงขังแห่งรัก

    ตอนพิเศษกรงขังแห่งรัก หลังจากกลับมาจากเที่ยวปีใหม่คุณแม่คนสวยก็มุ่งทำร้านกาแฟจนมีคนแวะเข้าไม่ขาดสาย ตัวชูโรงคือเด็กน้อยอย่างคิมหันต์ซึ่งมีชุดเสิร์ฟอาหารเป็นของตัวเองโดยอ้อนแม่บ้านให้ตัดโดยเฉพาะหลังจากเห็นในการ์ตูน และรูปของหนูน้อยก็ดังชั่วข้ามคืนจนมีคนขอให้มาถ่ายแบบ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาต จนตอนหลังคนเพิ่งมารู้ว่าเป็นทายาทคนโตของ The area group มีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านก็สร้างความแตกตื่นกันยกใหญ่ “น้องคิม พี่ให้” พี่สาวเรียนมหาวิทยาลัยมานั่งอ่านหนังสือในร้านพร้อมยื่นลูกอมรสโปรดให้เด็กน้อย เธอค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมาร้านนี้บ่อย “พี่ดาดา ขอบคุงคับ” ไหว้อย่างสวยงามแล้วทำตาโตรอให้อีกฝ่ายแกะลูกอม เมื่อร่างบางจัดการปอกเปลือกออกก็ยิ้มตาหยีด้วยความดีใจ “น่ารักจังเลยนะเรา” ยอมให้หญิงสาวกอดโดยไม่เกี่ยงงอน ค่อยผละออกเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียก ตอนนี้คนค่อนข้างเยอะจึงกังวลว่าบุตรชายจะเดินตามพี่ๆ ออกไปข้างนอก แต่เห็นใบหน้ากลมยิ้มแป้นแล้นให้จึงเบาใจแล้วบอกลูกเข้าไปนอนหลังร้าน คิมหันต์พยักหน้าไม่กล้าตอบเพราะกำลังอมลูกอมเอาไว้ ทำ

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ วันวาเลนไทน์

    ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ ในวันที่ดอกกุหลาบขึ้นราคา ร้านค้ามีโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก และเสื้อคู่ขายดิบขายดีทว่าชายหนุ่มผู้เป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่กลับต้องนั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้กลับบ้านหาคนรัก ใบหน้าคมเคร่งขรึมจนเลขาไม่กล้าทำเสียงดัง เขามองนาฬิกาบ่อยภาวนาให้เลิกประชุมโดยเร็วแต่เหมือนทุกอย่างจะยืดเยื้อเพราะโครงการที่กรรมการบริหารคนอื่นเสนอขึ้น มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วพูดเสียงเฉียบขาด “พรุ่งนี้ไว้พูดกันใหม่ครับ วันนี้ผมขอปิดประชุม” สามทุ่มสิบห้านาทีห้องประชุมถูกเปิดออก แต่ละแผนกเดินออกมาด้วยใบหน้าโล่งใจ ตอนแรกก็คิดว่าจะนานกว่านี้ดีที่ท่านประธานยอมให้กลับบ้าน “ทำไมวันนี้คุณแทนให้เลิกเร็วครับ ปกติห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ” ธีปถามรุ่นพี่ซึ่งทำงานมานานกว่า และนนทัชก็กระซิบบอกพลางอมยิ้ม “จะรีบไปฉลองกับเมียไง วันวาเลนไทน์ทั้งทีใครจะมาเหงาเหมือนเราสองคน จริงไหมไอ้น้อง” กอดคอถามแล้วยักคิ้วแต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าค่อยปลดมือของนนทัชออก “ผมมีนัดกับแฟนเหมือนกันครับ ต้องขอโทษด้วยที่พี่คงต้องเหงาคนเดียว” เลขามากฝีมือหน้าเหวอทันทีเมื่

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ ปีใหม่ที่แรงร้อน

    ตอนพิเศษปีใหม่ที่แรงร้อนรีสอร์ทที่ชายหนุ่มมาสร้างไว้อยู่อำเภอท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดน่านได้มีผู้เข้าพักเป็นจำนวนมากทั้งที่มีจำนวนบ้านเพียงสิบหลังเท่านั้น อาจเป็นเพราะการโปรโมทจากคนเข้าพักเอง หรือละครที่มาถ่ายทำช่วยสร้างเม็ดเงินให้แก่นักธุรกิจครั้งนี้เขาพาภรรยากับเจ้าตัวน้อยมาพักผ่อนแบบส่วนตัว จัดการให้พี่เลี้ยงพาบุตรชายเข้านอนอีกห้องตั้งแต่หัววันทำให้ตอนนี้เหลือเพียงสองสามีภรรยานั่งดื่มไวน์อยู่ตรงระเบียงที่มองเห็นภูเขาทับซ้อนและผืนท้องฟ้ากว้างใหญ่อันมีดาวส่องประกายระยิบระยับเต็มไปหมด“ไวน์รสชาติดีนะคะ” ทำตามวิธีซึ่งเขาเคยสอนเอาไว้ก่อนเอ่ยชม“คอแข็งขึ้นหรือเปล่า ไปแอบดื่มที่ไหนแล้วไม่บอกฉัน หือ” เห็นดื่มหมดไปเกือบขวดก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเมาเหมือนเมื่อก่อน เธอยกยิ้มมุมปากแล้วไหวไหล่เล็กน้อย“ก็ต้องฝึกไว้บ้างสิคะ เวลาเข้าสังคมจะได้ไม่อายใคร” ช่วงนี้เริ่มเข้าสังคมไปงานสังสรรค์มากขึ้น ก็ได้อรวรานั่นแหละที่คอยบอกคอยสอนและไปเป็นเพื่อนตลอด จนสนิทกับคุณหญิงคุณนายบางคนที่เข้ามาทำความรู้จักหวังร่วมค้าขายกับ The area group“ดีแล้ว” เขาหั่นเนื้อวัวเกรดเอแล้วละเลียดกินช้าๆ บรรยากาศในฤดูหนาวปีนี้ค

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ หนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต

    ตอนพิเศษหนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต หลังเหตุการณ์จากไปของบุณณดาทุกคนต่างตกอยู่ในความเศร้าเสียใจยกเว้นก็แต่ชายคนหนึ่งซึ่งขึ้นเหนือมาเพื่อสร้างรีสอร์ทในที่ดินที่พ่อได้มอบให้ เขาทุ่มเททำงานหนักจนไม่มีใครสงสัยว่าร่างสูงแอบซ่อนใครอีกคนเอาไว้ ใครบางคนซึ่งควรจะตายไปในกองเพลิง... “เป็นไงบ้าง อยู่ได้ใช่ไหม” ช่วงแรกก็สร้างบ้านพักหลังเล็กไว้ให้หญิงสาวขณะที่รอบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ ใบหน้าหวานพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้คนที่ช่วยเหลือมาตลอดจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรดี กระทั่งสินใจอย่างเด็ดขาด ถึงได้บอกเรื่องสำคัญ “ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง เลยจะบอกเรื่องที่สำคัญมากๆ กับนายแทน” บุณณดา..หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่าลาจากโลกไปแล้วกลับยืนอยู่บนแผ่นดินทางภาคเหนือ หล่อนจ้องเพื่อนสนิทที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เรื่องสำคัญเหรอ เรื่องอะไร” เธอเม้มปากแน่นแล้วขอโทษหญิงสาวอีกคนในใจ ‘ขอโทษนะหนูอรที่ผิดสัญญา แต่ฉันทำเพื่อเธอจริงๆ’ สูดลมหายใจเข้าปอดพลางจ้องชายหนุ่มตรงหน้าแล้วตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ “หนูอรท้อง...” พูดเ

  • จองจำรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย หลังจากคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยบ้านก็กลับมาสดชื่นขึ้น ไม่มีคนที่เคร่งเครียดกับงานมีเพียงชายหนุ่มผู้หลงภรรยาและลูกชายจนไม่เป็นอันทำงาน หากประชุมอยู่บ้านก็พาลูกชายเข้าไปนั่งตักแล้ววางขนมไว้ให้ แน่นอนแค่มีของกินน้องคิมก็สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมงก่อนที่คนเป็นแม่จะเข้ามารับลูกไปนอน ข่าวลือเรื่องหนุ่มนักบริหารมีลูกเข้าหูนักข่าวและเหล่าคณะกรรมการบริษัทจนเขาต้องประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ และใช้เวลาในการจัดงานเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นสร้างความตกใจแก่คนในบริษัทและคู่ค้าเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุณณดาก็เช่นกัน เธอต้องเป็นแม่งานคอยควบคุมทุกอย่างภายในเวลาอันจำกัด แต่หญิงสาวก็ทำได้ดีจนมีแต่คนออกปากชื่นชม งานแต่งของพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เพราะเจ้าสาวไม่ใช่คนร่ำรวยอย่างที่คิด กลับเป็นเพียงหญิงธรรมดาที่มัดใจหนุ่มใหญ่อยู่หมัด แต่สิ่งที่น่าตกใจคือทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายไปแล้ว จึงถูกแก้ไขใหม่ว่าเธอรอดตายมาได้แต่ความจำเสื่อมจึงอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ถึงไม่น่าเชื่อแต่ก็ไม่มีใครถามอะไรในเมื่อเจ้าตัวสะดวกใจจะตอบแค่นั้น

  • จองจำรัก   ๑๘ เมื่อไหร่จะเข้าใจ

    ๑๘เมื่อไหร่จะเข้าใจ หลังจากวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากหล่อน สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงหยอดภรรยาทุกวันแล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ดีที่มีลูกชายคอยช่วยเหลือเห็นด้วยทุกอย่างจนต้องยกนิ้วโป้งให้พร้อมของแถมคือลูกอมรสโปรด เด็กน้อยชอบคุณลุงมากติดหนึบไม่ไปไหน หากเห็นแทนไทที่ไหนก็จะเห็นน้อง

  • จองจำรัก   ๑๖ ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว

    ๑๖ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว ไร่ภูเทพเปิดบ้านต้อนรับนักธุรกิจจากเมืองหลวงที่มาเยือนแต่เช้า เจ้าช่อฟ้าตาโตไม่คิดจะได้พบเขาเพราะอีกฝ่ายงานยุ่งมาก ต้องขยี้ตาซ้ำกลัวจะตาฝาก แต่เมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ก็รีบยิ้มกลับทันที ทำไมหนุ่มอายุเข้าเลขสี่ถึงได้หล่อเหลาขนาดนี้ มองด้วยค

  • จองจำรัก   ๘ คนที่คู่ควร

    ๘คนที่คู่ควร หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปอรวรามักจะหลบหน้าเพื่อนเสมอและดูเหมือนเปมทัตก็ไม่ได้มาตามหรือตื้อจะคุยเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาคงไม่รู้เพราะเมาจนเห็นหล่อนเป็นบุณณดา นึกถึงก็ยิ่งเจ็บจนต้องสะบัดศีรษะไล่ความกังวลนั้นออกไป ช่วงนี้ต้องทำธีสิส

  • จองจำรัก   ๗ นอกคำสั่ง

    ๗นอกคำสั่ง หลังเลิกงานหญิงสาวขออนุญาตเจ้าชีวิตมาหาน้าสาวที่ดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายปี เขาให้คนขับรถไปส่งถึงบ้าน อีกทั้งเพื่อจับตาดูไม่ให้บุณณดาคลาดสายตาจนคนมีแผนในใจเริ่มอึดอัด ที่จริงวันนี้นัดบิดาเอาไว้ที่บ้านนางนลินี พาหนะจอดยังหน้าบ้านสองชั้นขนาดเล็ก หล่อนขอบคุณพี่พริกซึ่งเป็น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status