بيت / โรแมนติก / จองจำรัก / ๓ ข้างๆ หัวใจ

مشاركة

๓ ข้างๆ หัวใจ

مؤلف: Kaowsethong
last update تاريخ النشر: 2024-11-01 21:23:21

ข้างๆ หัวใจ

            เข้าพักบังกะโลติดหาดที่เป็นส่วนตัว หล่อนได้ยินว่าปีหน้ากำลังจะปิดปรับปรุงแต่ดูแล้วที่พักไม่ได้เก่าเลยสักนิด หลังคามุงด้วยหญ้าฝางซึ่งค่อนข้างแข็งแรงมีเพดานฉลุลายดอกไม้ปิดทับอีกชั้น ผนังห้องทำด้วยไม้ขัดเงา ตัวที่พักจะยกสูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตรทำให้มีชานเรือนสำหรับนั่งรับลมหรือดูวิวทะเล

            เดินไปเปิดหน้าต่างรับลมข้างนอกพลางสูดเอากลิ่นทะเลเข้าปอด เธอไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ แต่ละวันผ่านไปด้วยการเรียนและโหมงานหนักจนแทบไม่เคยได้พักผ่อน เคยมีครั้งหนึ่งถึงขั้นเป็นลมจนเพื่อนที่ทำงานด้วยกันต้องปฐมพยาบาล ดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมากแค่นอนไม่พอ

            ถึงจะทำงานหนักแค่ไหนแต่เงินเก็บก็มีเพียงสองหมื่นเพราะส่วนมากหล่อนจ่ายหนี้ให้บิดาไปจนหมด หรือบางครั้งท่านก็มาหยิบยืมโดยไม่เคยคืนสักบาทจนต้องทำใจเสียแล้วว่าหากให้เงินพ่อก็ไม่หวังจะได้คืน

            วางกระเป๋าไว้บนเตียงเสร็จแล้วค่อยรูดซิปสำรวจว่าแม่บ้านเตรียมอะไรให้บ้าง มีชุดชั้นในครบเซ็ตพร้อมทั้งชุดนอนกระโปรงยาวผ้าเนื้อนุ่มที่แค่ได้สัมผัสก็รู้ว่าต้องราคาแพงแน่นอน ชุดทำงานเป็นเสื้อแขนยาวสีชมพูมีลูกเล่นตรงชายเสื้อเป็นระบายแสนน่ารัก คู่กับกระโปรงสอบบานปลาย

            ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนนอนลงที่เตียงพลางผ่อนลมหายใจออกมา การได้เข้าใกล้แทนไทเป็นสิ่งเหนือความคาดหมายจนคิดว่าขอแค่อยู่ตรงนี้ก็คงเพียงพอแล้วกับคนฐานะเช่นหล่อน

            ไม่ต้องหวังสูงมากกว่านี้หรอก..

            ซ่า

            ฟ้าที่เคยสว่างสดใสกลับมีเมฆดำปกคลุมไม่นานฝนจึงตกลงมาหลังจากอบอ้าวทั้งวัน หล่อนสะดุ้งเพราะเผลอนอนหลับหลังจากเหนื่อยในการทำงานทั้งวัน อีกทั้งสิ่งที่ปลุกให้หญิงสาวฟื้นจากนิทราคือน้ำจำนวนหนึ่งที่ตกลงบนที่นอนจนเปียกชุ่ม

            “อะไรเนี่ย” รีบลงจากเตียงแล้วคว้ากระเป๋าออกมาด้วยกลัวว่าจะโดนน้ำ

            เพดานของบังกะโลที่สร้างมาหลายสิบปีดูท่าจะผุพังตามกาลเวลา น้ำรั่วซึมตกกระทบเตียงจนเปียกไปหมดไม่อาจนอนได้ ใบหน้าหวานฉายแววกังวลก่อนจะสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นต้องรีบรับอย่างรวดเร็ว

            “ค่ะคุณแทน”

            ‘ฉันสั่งรูมเซอร์วิสให้แล้วนะ ฝนตกแบบนี้คงออกไปกินข้างนอกไม่ได้’ หล่อนมีท่าทีกระอักกระอวนไม่รู้จะบอกเขาดีไหม จนตัดสินใจได้ถึงรับคำพร้อมแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดเมื่อสักครู่         

            “คุณแทนคะ ห้องของข้าวดูเหมือนฝ้าจะมีปัญหาตอนนี้น้ำฝนตกใส่ที่นอนเปียกไปหมดเลย” น้ำเสียงค่อนข้างเกรงใจที่เอาปัญหาของตนเองไปบอกชายหนุ่มอีกแล้ว ปลายสายเงียบสักครู่แล้วค่อยตอบกลับ

            ‘เดี๋ยวฉันเดินไปหา’ เขาวางสายทำให้หล่อนต้องเม้มปากแน่นที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

            คนอะไรจะซวยได้ขนาดนี้เนี่ยใบข้าว..

            รอไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงได้รีบไปเปิดให้ร่างสูงเข้ามาข้างใน ร่มถูกวางไว้ข้างนอกก่อนที่ท่านประธานจะเข้ามาสำรวจความเสียหาย ใบหน้าคมเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอาการใดก่อนจะหันมามองหล่อนซึ่งมีท่าทีหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด

            “ทุกห้องก็เต็มแล้วด้วย..” พึมพำเสียงเบาแต่เธอก็ได้ยินชัดเจน

            “เดี๋ยวข้าวนอนที่โซฟาก็ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาหรอก” ชี้ไปยังโซฟาซึ่งวางไว้ใกล้ระเบียงของห้อง มันมีขนาดเล็กหากนอนทั้งคืนตื่นมาต้องปวดตามเนื้อตัวแน่

            “ไปนอนห้องฉันแล้วกัน” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเจ้านายตัดสินใจเช่นนั้น รีบเอ่ยขัดทันทีเพราะไม่ต้องการรบกวนเขาด้วยคิดว่าแทนไทจะย้ายมานอนห้องนี้

            “คะ..ไม่เป็นไรค่ะ ข้าวนอนห้องนี้ได้คุณแทนนอนห้องตัวเองเถอะนะคะ” โบกมือเป็นพัลวันแต่ดูเหมือนคนอายุมากกว่าจะไม่ฟังเสียงทัดทานกลับคว้าแขนเรียวพลางจูงกึ่งลากให้ออกไปข้างนอกด้วยกันไม่วายหันมาถามเสียงเรียบ

            “เอาของสำคัญออกมาหมดแล้วใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ แต่ว่าข้าวนอนห้องนี้ได้..” เขาไม่ฟังที่หล่อนพยายามจะสื่อสารเลยสักนิดกลับพาให้เข้ามาอยู่ในร่มคันเดียวกันแล้วเดินไปบังกะโลหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

            บุณณดาเม้มปากให้เงียบสนิทหลังอยู่ใกล้ชายหนุ่มที่หมายปองจนไหล่ชิดกัน มือหนาโอบไหล่มนเอาไว้กลัวว่าคนตัวเล็กจะโดนฝน กระทั่งขึ้นมาบนบังกะโลมีหลังคากันเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

            มีหยดน้ำตามตัวเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทำให้เปียกมาก เขาดันหล่อนเข้าไปข้างในห้องที่เหมือนกันทุกอย่างต่างก็แต่เตียงที่ใหญ่กว่าเท่านั้น

            “นอนด้วยกันที่นี่แหละ ห้องมันเต็มหมดแล้วคงเปิดห้องใหม่ให้ไม่ได้”

            นอนด้วยกัน!

            ตกใจกับคำพูดนั้นจนเผลอแสดงสีหน้าออกไปทำให้คนมองต้องอมยิ้ม หล่อนแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าทุกครั้งจนสามารถคาดเดาอารมณ์ของนักศึกษาสาวได้โดยง่าย

            แม้กระทั่งความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา

            “ฉันสาบานว่าจะไม่แตะต้องเธอ วางใจได้” ให้คำมั่นก่อนจะแยกออกไปรับรูมเซอร์วิชที่มากดกริ่งหน้าห้องพอดี หล่อนพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติถึงสีหน้าจะแดงก่ำด้วยเขินอายจากคำพูดที่เขาเอ่ย

            อันที่จริงหากแทนไทจะทำอะไรเธอคิดว่าตนเองคงไม่สามารถต้านทานเขาได้ในเมื่อหัวใจมันมอบให้ชายอายุคราวพ่อเสียแล้ว เพียงได้มาอยู่ในห้องเดียวกันใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงตาเผลอมองคนที่ยกอาหารมาวางไว้ยังโต๊ะกลมสำหรับรับประทานก่อนจะเงยหน้าสบตากัน

            “มากินข้าวเย็นสิ” เหมือนทำตามคำสั่งของเขาอัตโนมัติเพราะหล่อนรีบลุกเดินไปนั่งตรงข้ามร่างสูงทันที มองอาหารที่มีสลัดผักและสเต็กปลาแซลม่อน

            “พรุ่งนี้คงกลับตอนตีห้าเพราะมีประชุมเช้า” ยกจานสเต็กให้หญิงสาวจนหล่อนต้องค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณแล้วพึมพำบอกเสียงเบา

            “ทำงานมาทั้งวันเป็นยังไงบ้าง ชอบไหม” ขณะที่เริ่มลงมือรับประทานอาหารเขาก็ถามไถ่ถึงเรื่องงานที่มาวันแรกก็เจอรับน้องนอกสถานที่เสียแล้ว อันที่จริงหากไม่ใช่บุณณดาเขาก็คงไม่รับนักศึกษาฝึกงานคนไหนมาทำตำแหน่งนี้หรอก

            เนื่องจากผู้ช่วยเลขานั้นต้องดูแลงานทุกอย่างเสมือนเป็นเลขาอีกคน ต้องมีความรอบคอบ กระฉับกระเฉง แก้ไขปัญหาและสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ทำงานตั้งแต่สากเบือยันเรือรบตามแต่เจ้านายจะสั่ง เหมือนเป็นกระโถนท้องพระโรงด้วยซ้ำ

            แต่ถึงงานจะเยอะหรือหนักแค่ไหนก็ได้ค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูงคุ้มกับความสามารถ ยิ่งปลายปีโบนัสที่ได้ทำเอายิ้มแก้มปริหายเหนื่อยจากงานที่ตรากตรำทำมาทั้งปี

            ทั้งสองพูดคุยกันเรื่องงานก่อนที่นาฬิกาจะบอกเวลาสองทุ่ม หญิงสาวแยกไปอาบน้ำพยายามทำตัวปกติทั้งที่ความจริงเกร็งจนเกือบจะเป็นตะคริวที่ได้อยู่ห้องกับชายในฝัน ต่างจากแทนไทซึ่งนั่งหน้าเครียดดูกระดานหุ้น

            เขาสนใจหุ้นของบริษัท วิจิตร จำกัด(มหาชน) แต่ราคาขายกลับพุ่งสูงจนไม่กล้าซื้อ ดูความมั่นคงในระยะยาวค่อนข้างมั่นใจการบริหารของกองทัพ วิจิตรประภาที่ขึ้นแท่นตำแหน่งผู้บริหารแทนบิดาซึ่งเกษียณการทำงานไปเมื่อปีที่แล้ว ได้ข่าวว่าไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทนี้ทำกำไรได้มากกว่าเดิมถึงสามเท่า น่าสนใจทีเดียว

            ประตูห้องน้ำถูกเปิดและหล่อนก็ออกมาในชุดนอน ยังคงเห็นเขานั่งที่เดิม ทำตัวไม่ถูกอีกครั้งแต่ตัดสินใจก้าวไปยังเตียงนอนทันที เลือกที่จะนอนทั้งยังไม่ง่วง หากให้จ้องตากับแทนไทคงทำตัวไม่ถูกกันพอดี

            “จะนอนแล้วเหรอ” เงยหน้าจากจอสี่เหลี่ยมแล้วเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “ค่ะ” ตอบพลางพยักหน้าถี่เป็นการยืนยัน

            “เดี๋ยวฉันปิดไฟให้” ไม่อยากรบกวนคนบนเตียงจึงลุกขึ้นหมายจะไปปิดไฟแต่หล่อนก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะแค่มารบกวนก็เกรงใจจะแย่แล้ว

            “ไม่เป็นไรค่ะ คุณแทนเปิดไฟไว้เลยก็ได้ ข้าวเป็นคนนอนง่ายจะเปิดทั้งห้องสว่างแค่ไหนก็หลับค่ะ” นั่งจ้องตากับเขาหลังพูดจบทำเอาชายหนุ่มแอบอมยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าเข้าใจกับคำพูดแสนยาวเหยียดที่ร่างบางรัวใส่ไม่ยั้ง

            “ถ้าอย่างนั้นก็เปิดไฟไว้แล้วกัน” หล่อนตอบรับเสียงเบาก่อนเอนกายลงนอนปล่อยให้ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายแล้วออกมาด้วยชุดนอนคือเสื้อยืดและกางเกงขายาวผ้านิ่ม

            บุณณดาหลับตาสนิททั้งที่ไม่ได้รู้สึกง่วงนอน ฟังเสียงการก้าวเท้าของคนร่วมห้องยิ่งรู้สึกว่าใจเต้นแรงมากขึ้น พยายามห้ามใจตนเองแต่มันก็ไม่สามารถทำได้จนกลัวเขาจะรู้ว่าเธอตื่นเต้นมากแค่ไหนที่ได้อยู่ห้องเดียวกัน

            กระทั่งรู้สึกถึงแรงยวบบนเตียงทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงมานอนแล้ว ยิ่งหลับตาแน่นผ่อนลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอเหมือนคนหลับลึก แสงไฟที่เคยแยงตาถูกปิดลงพร้อมกับที่ร่างสูงหัวถึงหมอนก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราในขณะที่ฝนเริ่มซาลงจนหยุดตกไปนานแล้ว

            ถึงอยากจะลืมตาขึ้นมามองใบหน้าคมก็ไม่อาจทำอย่างที่ใจปรารถนาได้ ยังคงปิดตาสนิทกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน และหล่อนยังไม่รู้สึกง่วงสักนิด

            “อ่ะ” จังหวะที่กำลังตัดสินใจจะลืมตานั้นลำตัวก็ถูกคนข้างกายคว้าเข้าไปกอดเสียก่อน เบิกตากว้างทันทีไม่คิดว่าตนเองจะตกอยู่ในอ้อมกอดของชายในดวงใจ

            ใบหน้าของเขาที่หลับตาพริ้มอยู่ห่างไม่ถึงคืบ ขนาดที่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันสร้างความตระหนกจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เกร็งตัวเสมือนเป็นท่อนไม้พลางเม้มปากแน่นไม่อยากให้แม้แต่อากาศปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากนิทรา

            ไม่เคยได้เข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน ถึงจะมีคนมาจีบบ้างแต่ก็ถูกเปมทัตส่งสายตาเขม่นจนกระเจิงไปหมด เรียกได้ว่าตั้งแต่เข้าสู่วัยรุ่นจนโตเป็นสาวขนาดนี้ยังไม่เคยได้เรียนรู้ความรักผ่านทางร่างกายหรือจิตใจสักครั้ง

            และดูเหมือนว่าเจอครั้งแรกก็เป็นของสูงจนเกินเอื้อมเสียแล้ว

            หล่อนจ้องมองเขาในยามที่กำลังหลับใหล แสงจากดวงไฟภายนอกส่องผ่านหน้าต่างมากระทบใบหน้าคมที่หล่อเหลาราวรูปปั้น อยากยกมือขึ้นลูบไล้แต่ก็ไม่กล้าทำกลัวว่าชายหนุ่มจะตื่นถึงได้เก็บภาพประทับใจเอาไว้ผ่านทางดวงตาของตน

            หล่อนจะมีโอกาสยืนในหัวใจของเขาบ้างไหม..

            หรือไม่อย่างนั้นขอแค่เพียงข้างหัวใจก็ยังดี

            เช้าวันต่อมาต้องรีบออกจากบังกะโลตั้งแต่ฟ้าไม่ทันสางเพื่อให้ทันประชุมเช้าตอนเจ็ดโมงที่รวบรวมนักออกแบบจากทั้งประเทศไทยและต่างชาติซึ่งแทนไทดึงมาร่วมงานตั้งแต่โครงการแรกจนถึงโครงการล่าสุด

            ชายหนุ่มเป็นคนขับรถและโชคดีที่เจ้านายไม่ได้ขับฉวัดเฉวียนชวนเวียนหัวเหมือนนนทัช อีกอย่างคือรถช่วงเช้าไม่ติดเท่าไหร่เรียกได้ว่าถนนโล่งด้วยซ้ำ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก็ถึงที่หมายนั่นคือบ้านสามชั้นของแทนไทนั่นเอง

            “เราไม่ไปบริษัทเหรอคะ” ถามด้วยความสงสัยแต่ร่างสูงกลับส่ายหน้า

            “เราจะประชุมกันที่บ้านฉัน” เดินตามลงมาอย่างรวดเร็วเข้าไปชั้นสองของบ้านโดยมีแม่บ้านคนเดิมเข้ามารับของจากคุณผู้ชาย

            บุณณดาโค้งทักทายอีกฝ่ายแล้วรออยู่ข้างนอกให้แทนไทไปเปลี่ยนชุด แต่ไม่นานนักก็เห็นนนทัชเดินขึ้นมาจากชั้นหนึ่ง หล่อนรีบเข้าไปเอ่ยสวัสดีก่อนจะได้รับมอบหมายหน้าที่สำหรับการประชุมวันนี้ คือต้องจดทุกอย่างและสรุปออกมาส่งภายในวันพรุ่งนี้

            เมื่อถึงเวลานัดก็เดินลงมาชั้นหนึ่งที่เปรียบเสมือนห้องทำงานสำหรับเขา พื้นที่เป็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่มีโซฟาวางเข้าหากัน เพดานสูงห้อยโคมไฟระย้าที่เป็นสไตล์มินิมอลแต่กลับหรูหราในความรู้สึกของคนมอง ถัดมาคือห้องประชุมขนาดใหญ่จุคนได้กว่าสามสิบคน ตรงกลางจะเป็นโต๊ะยาวส่วนด้านข้างวางเก้าอี้สำหรับผู้สังเกตการณ์

            เธอเดินแจกเอกสารวางไว้ตามโต๊ะก่อนที่จะมีคนทยอยเข้ามาด้านในทำให้ต้องรีบไปนั่งด้านหลังเพื่อฟังรายงานและจดรายละเอียดในการประชุมครั้งนี้

            ประธานบริษัทก้าวมาพร้อมนักธุรกิจชาวออสเตรเลียที่เก่งในเรื่องการออกแบบ วันนี้จะประชุมเกี่ยวกับโปรเจคห้างสรรพสินค้า The diamond ที่สร้างอยู่เชียงใหม่ มีทีมวิศวกรจากต่างประเทศมาควบคุมงานโดยเฉพาะ

            บทสนทนาส่วนมากอยู่ในรูปแบบภาษาอังกฤษและเป็นศัพท์ทางเทคนิคทำเอามือใหม่อย่างหล่อนถึงกับขมวดคิ้วหลายรอบ ดีที่อัดเสียงเอาไว้ด้วยไม่ได้จดอย่างเดียว สงสัยคืนนี้คงต้องไปแกะเทปอีกครั้งพร้อมสรุปเพื่อส่งรายงานในวันพรุ่งนี้

            เมื่อลงสนามจริงทำให้รู้ว่าการเรียนนั้นสบายที่สุดแล้ว..

            กว่าจะประชุมเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมงและเมื่อออกจากห้องประชุมก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาเสียแล้ว

            ปวดไปทั้งตัวจนต้องยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อ ขนาดทำวันเดียวยังล้าขนาดนี้แต่แทนไททำมานานหลายปีจนรู้สึกทึ่งในความสามารถและความอดทนของเขา แววตาที่มองชายหนุ่มจึงเป็นประกายมากกว่าเดิม

            “วันที่สองก็เจองานหนักแล้ว ท้อไหม” หลังส่งแขกหมดเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาถามผู้ช่วยเลขาด้วยรอยยิ้มแต้มริมฝีปาก

            “ไม่ค่ะ ข้าวดีใจที่ได้มาเรียนรู้งานกับคุณแทน” ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรกลับยิ้มให้อย่างเดียวแล้วค่อยผละไปคุยกับนนทัชเรื่องงานวันพรุ่งนี้ที่ต้องไปเป็นวิทยากรให้นักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ

            กลายเป็นเรื่องปกติเสียแล้วที่แทนไทจะไปให้ความรู้นักศึกษาหรือขึ้นพูดในเวทีระดับประเทศเกี่ยวกับการบริหารงานในเมื่อเขาคือบุคคลซึ่งน่าจับตามองในแวดวงธุรกิจเป็นอย่างมาก

            เธอเก็บเอกสารเรียบร้อยก็เห็นพี่เลี้ยงในการฝึกงานเดินเข้ามาหา “เสร็จงานแล้วจะกลับพร้อมกันไหม” ส่ายหน้าก่อนที่สมองจะสั่งการด้วยซ้ำยิ่งคิดถึงเมื่อวานยามนั่งอยู่บนรถของนนทัช มันช่างน่าหวาดเสียวจนไม่อยากเสี่ยงชีวิตอีก

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปส่งใบข้าวเอง” เจ้านายแทรกขึ้นมาทันทีลูกน้องจึงค้อมศีรษะรับ

            “ถ้าอย่างนั้นเจอกันพรุ่งนี้นะข้าว” โบกมือลาผู้ช่วยของตนเองแล้วหันมาทำความเคารพแทนไทค่อยออกไปข้างนอก

            “วันนี้เลิกเร็วหน่อยนะเพราะทำงานมาตั้งแต่เช้า ฉันบอกแม่บ้านทำข้าวเย็นให้เธอกลับไปกินที่บ้าน” ยื่นถุงผ้ามาตรงหน้าหล่อนจนต้องรีบรับพลางขอบคุณเสียยกใหญ่ที่เขามีน้ำใจต่อตนเองมากขนาดนี้

            “ขอบคุณมากนะคะ”

            “ตอบแทนที่ทำงานดี” ถึงจะไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่ก็ติดตามแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว

            ร่างสูงเดินนำไปที่รถยนต์แล้วขับไปส่งหล่อนถึงบ้านพักอาศัย ระหว่างทางก็คุยเกี่ยวกับเรื่องสถานที่ทำงานถึงเพิ่งรู้ว่าส่วนมากเขาไม่ค่อยเข้าบริษัทเพราะยุ่งกับการไปดูงานตามห้างสรรพสินค้า ตึกส่วนกลางทำเพื่อให้พนักงานอยู่เป็นสัดส่วน และต้อนรับคู่ค้าจากต่างประเทศเท่านั้น

            “แล้วข้าวต้องทำงานที่ไหนคะ” ในเมื่อเจ้านายอยู่บ้านแล้วหล่อนต้องมาอยู่บ้านเขาหรือเปล่า..

            แค่คิดใบหน้าก็แดงเสียแล้วจนต้องรีบสั่งให้สมองหยุดจินตนาการเรื่องของตัวเองทันทีแล้วนิ่งฟังจากปากแทนไท

            “ฉันอยู่ไหนเธอก็อยู่นั่นแหละ” คำตอบของเขายิ่งทำให้คนฟังจินตนาการไปไกลกว่าเดิมเสียอีก ในเมื่อเขาพูดแบบนี้แสดงว่าต้องตัวติดกันตลอดเวลาใช่หรือเปล่า

            ร่างบางนั่งตัวตรงนิ่งพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้แต่ก็ยากเสียเหลือเกิน ในเมื่อคำพูดของเขาที่ส่งตรงมามีผลต่อหัวใจจนมันค่อยพองโตขึ้นเรื่อยๆ

            ระยะทางจากบ้านของแทนไทมาถึงบ้านหล่อนใช้เวลาชั่วโมงกว่าเพราะอยู่ในช่วงรถติด เขาจอดลงหน้าบ้านของน้าแพงโดยไม่รู้ว่าบ้านจริงๆ ของหล่อนอยู่เยื้องกันนั่นเอง

            มือเล็กเอื้อมมาปลดสายเข็มขัดแล้วหันมายกมือไหว้ขอบคุณร่างสูงซึ่งอุตส่าห์ขับรถส่งหล่อนถึงบ้านทั้งที่ประชุมหนักมาทั้งวัน ประทับใจจนชอบเขามากกว่าเดิมเสียอีก แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง

            หรือที่จริงเธอก็แค่กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป..

            “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง” เปิดประตูลงจากรถพร้อมถือถุงผ้าที่มีอาหารจากบ้านแทนไท ความสุขส่งประกายในดวงตาก่อนจะเห็นว่าเขาลงมาจากรถเช่นเดียวกัน

            “พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทนะ” ใบหน้าหวานยิ้มตอบทันที

            “ค่ะ” แต่ไม่ทันที่ประธานบริษัทจะกลับเข้าไปนั่งในรถก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาก่อนเรียกความสนใจจากชายหญิงเป็นอย่างดี

            ร่างสูงของหนุ่มวัยรุ่นก้าวเข้ามาทำลายโลกสีชมพูพร้อมใบหน้าที่เคร่งขรึม ใจมันบีบรัดไปหมดยามที่มองผู้หญิงในดวงใจกำลังส่งยิ้มหวานให้ชายอื่น ขนาดมองจากที่ไกลยังรับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าเจ้านายลูกน้องของคนทั้งคู่

            “ผมไม่ยักทราบว่าท่านประธานจะว่างถึงขนาดมาส่งลูกน้องได้” เปมทัตก้าวมายืนเคียงข้างบุณณดาทั้งยังมองไปที่แทนไทอย่างหาเรื่องเต็มที่ ไม่ปิดบังความไม่พอใจของตนเองเพราะรู้สึกว่าเพื่อนที่เขาคิดไม่ซื่อด้วยกำลังจะห่างออกไป

            ทั้งที่ปกติก็ไกลเกินเอื้อมอยู่แล้ว ทำดีเท่าไหร่ก็ไม่เคยได้เฉียดเข้าไปใกล้หัวใจหล่อนเลย

            “เปรม!” เตือนเพื่อนเสียงดังด้วยไม่ชอบใจในวาจาและสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองเจ้านายตนเอง

            “เวลาของผมมันขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นสำคัญกับเราหรือเปล่า” และคำตอบของเขาที่บอกชายรุ่นลูกก่อนจะหันมามองบุณณดาด้วยแววตาแฝงความหมายก็ทำให้เปมทัตถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของสาวในดวงใจก็ทำเอากำมือแน่น

            เขาพยายามแทบตายเพื่อให้ได้หัวใจ แต่ผู้ชายคนนั้นแค่พูดคำหวานก็ดูเหมือนหล่อนจะเคลิ้มไปกับมันเสียแล้ว

            “ปกติคุณพูดหวานแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าครับ เห็นว่ามีคนมาตบตีแย่งคุณไม่เว้นวันไม่ใช่เหรอ อย่าเอาเพื่อนของผมไปเป็นผู้หญิงในสต็อคคุณเลย” พูดตรงจนร่างบางต้องปรามเขาเสียงดัง

            “พอได้แล้วเปรม! ขอโทษด้วยนะคะคุณแทนสงสัยเขาคงอารมณ์เสียมาจากที่อื่น ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ทั้งจูงทั้งลากเพื่อนสนิทเข้าบ้านไม่ต้องการให้อีกฝ่ายกล่าววาจาก้าวร้าวกับแทนไทอีก ในขณะที่คนสูงกว่าวัยมองตามแล้วขบฟันแน่น

            ผ่อนลมหายใจเข้าออกจ้องที่มือของบุณณดาซึ่งจับจูงอีกฝ่ายเข้าบ้าน ความไม่พอใจตีรวนในอกก่อนจะสลัดมันทิ้งแล้วขับรถยนต์ออกไปทันทีสวนกับแท็กซี่ที่เคลื่อนเข้ามาจอดยังหน้าบ้านสองชั้นขนาดเล็ก

            หล่อนเปิดประตูบ้านน้าแพงที่ถูกล็อคเพราะเจ้าของบ้านไปทำธุระข้างนอกน่าจะกลับค่ำ ชายหนุ่มอีกคนเลยยกมือขึ้นกอดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

            “ใบข้าว” ประตูรั้วถูกเปิดออกทำให้ทั้งสองต้องหันไปมองว่าใครมาก็พบบัลลพที่อยู่ในชุดปฏิบัติงาน ใบหน้าท่านยิ้มแย้มเมื่อเห็นว่าลูกสาวกลับมาถึงบ้านแล้ว   

            ถึงจะอายุ 42 ปีแต่เพราะตรากตรำทำงานหนักไหนจะปล่อยตัวจนร่างกายที่เคยดูดีกลับอ้วนท้วมด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ซึ่งดื่มหนักในแต่ละวัน หล่อนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินนำสองหนุ่มต่างวัยเข้ามาในบ้าน

            น้าแพงไม่ได้หวงพื้นที่ส่วนตัวทั้งยังเคยเอ่ยชวนเพื่อนสนิทของหลานสาวมารับประทานอาหารในบ้าน และอนุญาตให้ใบข้าวพาเพื่อนเข้ามายามนางไม่อยู่

            “คุณน้าครับ ข้าวมีผู้ชายเข้ามาติดพันแถมยังดูไม่น่าไว้ใจด้วย” ร่างบางปล่อยให้แขกหนุ่มนั่งลงยังโซฟาห้องรับแขกส่วนตนเองก็เดินเข้าครัวแล้วรินน้ำมาเสิร์ฟทั้งสอง ด้วยบ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักถึงจะอยู่ที่ห้องครัวแต่ก็ได้ยินบทสนทนาของเปมทัตซึ่งเอ่ยกับบิดาของตน

            “หยุดพูดเลยนะเปรม” เดินออกมาพร้อมเหยือกน้ำและแก้วสองใบแล้วทำหน้าบึ้งตึงใส่เพื่อน

            “ก็มันจริงไหมล่ะ ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นไม่มีทางจริงจังกับข้าวหรอก” ตอบกลับทันทีพร้อมจ้องใบหน้าหวานอย่างไม่ยอมแพ้ปล่อยให้บัลลพกลายเป็นคนนอกที่ไม่รู้เรื่องราว

            “คุณแทนไม่ได้เจ้าชู้ ฉันรู้จักเขามานานไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะล่วงเกินหรือพูดในเชิงชู้สาว” เรื่องนี้เปมทัตก็ไม่ค่อยชอบใจนักที่เห็นว่าบุณณดาคุยกับชายรุ่นใหญ่มานานหลายปี ทำทีเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เพื่อจะได้ไม่เจ็บช้ำ

            นึกว่าอย่างไรเสียแทนไทก็คงไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนสนิทของตนหรอก ในเมื่อเขามีผู้หญิงให้เลือกตั้งเยอะ จนกระทั่งรู้ว่าใบข้าวได้ฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา

            ไม่ธรรมดาเสียแล้ว..

            “แล้วผู้ชายที่พูดถึงเนี่ย เขารวยไหม” ดวงตาคนแก่กว่าวัยเป็นประกายขึ้นมาทันทีถึงจะตงิดกับชื่อที่ได้ยินก็รีบปัดความคิดนั้นออกอย่างรวดเร็ว

            “รวยขนาดที่มีอาณาจักรเป็นของตัวเองเลยครับ” ไม่อยากอธิบายไปมากกว่านั้นเพราะในใจลึกๆ ก็อดยอมรับในความสามารถของชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้

            การสร้างอาณาจักรเป็นของตัวเองมันไม่ง่ายแต่แทนไทก็ทำออกมาจนประสบความสำเร็จกลายเป็นที่กล่าวขานในวงกว้างของสังคมนักธุรกิจ ถึงจะมีต้นทุนดีเพราะพี่เขยก็เป็นเจ้าของโลจิสติกส์มีสาขาทั่วโลกทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว กลับปลีกตัวออกมาก่อตั้งบริษัทเอง

            “ถ้าอย่างนั้นก็จับเลยสิลูก เขาสนใจข้าวไหม” จากที่ต้องการให้ท่านเข้าข้างแต่ดูเหมือนบัลลพจะชอบใจที่มีคนรวยมาติดพันลูกสาวตัวเอง

            “คุณน้า!” เปมทัตเรียกเสียงดังไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงสนับสนุนลูกสาวให้รักกับผู้ชายคนนั้นด้วย บุณณดาไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้ว่าพ่อตนเองหวังสมบัติของแทนไท

            หล่อนไม่เคยเล่าเรื่องชายหนุ่มให้ท่านฟังด้วยไม่ต้องการเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับหนุ่มนักธุรกิจเพื่อหวังเงินทอง ความรู้สึกเธอที่มีต่อเขามันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น

            ไม่ได้หวังเงินตราขอเพียงแค่ความรักจากใจจริง...

            “ฟังนะทั้งพ่อและเปรม คุณแทนเขาไม่ได้รักข้าวเพราะเขามีคนที่คู่ควรอยู่แล้ว จากนี้เลิกพูดเรื่องคุณแทนได้แล้วไม่อย่างนั้นข้าวจะไม่คุยด้วย” บอกเสียงเฉียบทำให้สองหนุ่มไม่กล้าเอ่ย

            คำพูดของเพื่อนทำให้ชายหนุ่มมีความหวังแต่มันก็เล็กน้อยจนแทบจะกลายเป็นแสงอันริบหรี่

            สำหรับผู้ชายแล้วถึงไม่ได้รักแต่ก็สามารถมีความสัมพันธ์ทางร่างกายได้ การแยกรักกับเซ็กมันง่ายดายจนเขากลัวเหลือเกินว่าหล่อนจะตกหลุมพรางของราชสีห์ที่ทำตัวเชื่องเป็นแมว ก่อนที่วันหนึ่งมันจะกรางกรงเล็บอันแหลมคมทำให้ลูกกระต่ายตัวน้อยเจ็บ           

            “ไม่พูดก็ได้..ว่าแต่ลูกมีเงินให้พ่อยืมสักหนึ่งพันไหม” ถึงจะแอบเสียดายว่าที่ลูกเขยแต่ก็ยังเหลือเปมทัตที่แสดงออกชัดเจนว่าชอบลูกสาวเขาทำให้ไม่ค่อยหนักใจกับเรื่องคู่ครองของบุณณดาสักเท่าไหร่

            หญิงสาวถอนหายใจแล้วหยิบเงินยื่นให้ตามจำนวนที่ท่านขอยืมซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีทางได้คืน เขารับมาด้วยรอยยิ้มพลางเก็บใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว

            “ขอบใจมากนะลูก ถ้ามีเมื่อไหร่พ่อจะรีบคืนทันที จะว่าไปก็ถึงเวลางานแล้วด้วย พ่อไปทำงานล่ะ” ลุกขึ้นตบบ่าชายหนุ่มรุ่นลูกค่อยออกจากบ้านหลังเล็กปล่อยสองหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

            ใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มเคร่งขรึมทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหนี้ของตนเอง บัลลพรีบเข้ามาภายในรถแท็กซี่ไม่ต้องการให้ลูกรู้ว่ายอดเงินที่เขาติดกับบ่อนนั้นมันไม่ใช่เพียงแค่สองสามแสนอีกต่อไปแล้ว

            แต่จำนวนทั้งหมดคือ 20 ล้านบาท!

            ‘ว่าไง..ตอนไหนจะใช้เงินคืน’ แค่เสียงทักทายก็รู้สึกเสียววาบไปทั่วสันหลัง เขายังจำติดตาที่มันเคยตัดนิ้วคนไม่จ่ายเงินต่อหน้าต่อตาลูกหนี้ทั้งหลายจนไม่สามารถลบภาพนั้นออกไปได้

            เสี่ยทรงภพ ทวีเดช เปิดบ่อนและปล่อยเงินกู้นอกระบบที่ลือกันว่าทวงโหดถึงขนาดตัดแขนตัดขาคนที่ไม่คืนเงินก็มีมาแล้ว คราแรกที่เข้าบ่อนก็คิดว่าจะได้เงินมาใช้จ่าย โชคดีที่ได้มาตั้งห้าแสนทำให้ลองเสี่ยงดวงอีกครั้งและก็ได้มาหนึ่งล้าน

            คิดว่าเงินช่างได้มาง่ายดายเสียเหลือเกินเขาทุ่มหมดตัวเพื่อเล่นในครั้งต่อไปแต่มันก็มีแต่เลวร้ายลงกว่าเดิม ถึงเงินไม่มีแต่ความอยากกลับมากขึ้นกว่าเดิม

            เข้าบ่อนด้วยความหวังว่ามันจะเป็นเหมือนครั้งแรกที่เดินเข้ามา อยากได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ยิ่งเล่นก็เหมือนว่าเงินกลับหมดไปเรื่อยๆ เครียดจนต้องพึ่งน้ำเมากระทั่งหลายปีก่อนเสี่ยทรงภพให้ยืมเงินเพื่อเล่นการพนันโดยไม่คิดดอกเบี้ยสักบาท

            เขาดีใจรีบตะครุบเอาไว้และเมื่อเล่นเสียก็ไปขอหยิบยืมอีกจนเงินงอกเงยเป็นยี่สิบล้าน...

            มันมากเกินไปจนเริ่มเครียดว่าจะหาจากไหนมาจ่าย

            “ผมขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมครับเสี่ย” ต่อรองทั้งที่รู้ว่ายาก

            ‘ถ้าไม่มีเงินก็เอาลูกสาวแกมาขัดดอกก็ได้ ยังเอ๊าะๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ’ เบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่คิดว่าพวกนั้นจะรู้เรื่องลูกของตนเองทั้งที่พยายามปิดบังมาตลอด

            ถึงจะเป็นพ่อที่ไม่ดีแต่ก็ไม่เคยคิดขายลูกเพื่อใช้หนี้สักครั้ง

            ลูกเกิดมาจากความรักของเขา ถึงผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกจะไม่ได้รักเขาก็ตาม

            ‘รีบหามาคืนตอนที่ฉันยังปรานีแกอยู่ ภายในเดือนหน้าแกต้องเอาเงินยี่สิบล้านมาคืนฉัน’ สายโทรศัพท์ถูกวางลงอย่างรวดเร็วทำให้คนขับแท็กซี่ที่หากินไปวันๆ ไม่ได้มีเงินเก็บเป็นถุงเป็นถังเริ่มคิดหนักเสียแล้ว

            เขาใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายตอนที่ยังหยิบยืมเสี่ยทรงภพได้ลืมคิดว่าถึงมันไม่คิดดอกเบี้ยแต่ใช่ว่าจะไม่ทวงคืน บัลลพทุบพวงมาลัยระบายความอัดอั้นไม่เคยคิดว่าจากชีวิตคุณผู้ชายของบ้านหลังใหญ่จะตกต่ำขนาดนี้เพราะทำตัวเองแท้ๆ

           

            พาหนะเคลื่อนตัวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ก่อนจะจอดยังชั้นสองแล้วยื่นกุญแจให้คนขับรถนำไปเก็บที่โรงจอด ร่างสูงเดินผ่านสะพานไม้เข้าบ้านของตนเอง ปิดหน้าต่างและเปิดเครื่องปรับอากาศค่อยเดินมายังโต๊ะอาหารซึ่งแม่บ้านกำลังจัดขึ้นโต๊ะ

            ใบหน้าคมเรียบเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรก่อนที่โทรศัพท์จะดังขึ้นจึงกดรับเมื่อเห็นชื่อของคนที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

            ‘เสี่ยทรงภพ’

            ริมฝีปากหยักยกยิ้มแล้วกรอกเสียงลงไป

“ว่ายังไงครับ”

ใครเล่าจะคิดว่าเจ้าพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่จะรู้จักกับคนที่อยู่ในโลกมืดไม่ได้อยู่ท่ามกลางแสงสว่างเช่นเขา

            ‘ผมจัดการตามที่คุณต้องการแล้ว หวังว่าเงินจะโอนเข้าบัญชีผมในเร็ววันนะครับ’ ความเขี้ยวลากดินของเสี่ยเขารู้ดีจึงตอบกลับ

            “ครับ ผมก็หวังว่าจะได้ร่วมธุรกิจกับเสี่ยเช่นกัน แต่ขอเป็นโรงแรมสักแห่งหรือห้างสรรพสินค้าสักที่ในเมืองไทยแล้วกันนะครับ” คุยกันครู่หนึ่งก่อนจะวางสาย เขารู้มาว่าเสี่ยทรงภพกำลังจะสร้างคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอยู่ประเทศกัมพูชา น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้เปิดแบบถูกกฎหมายทำให้เม็ดเงินต้องตกไปอยู่กับเพื่อนบ้าน

            คนรวยจำนวนหนึ่งถึงกับบินไปเล่นคาสิโนและหอบเงินกลับมาเป็นกอบเป็นกำ หรือบางครั้งก็เสียแต่ไม่ได้หมดตัวเนื่องจากรู้ลิมิตในการเล่น

            ต่างจากใครบางคน..

            เขาจะทำให้มันได้เจ็บเหมือนที่เขาเคยเจ็บ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ พบเจอทุกชาติไป

    ตอนพิเศษพบเจอทุกชาติไป วาระสุดท้ายของคุณแทนไทห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานที่มาเฝ้าหลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คนรักอย่างบุณณดาดูแลไม่ห่างถึงยามมองหน้าเขาจะแอบน้ำตาซึมจนต้องแอบหลบไปร้องไห้เพียงลำพัง ปีนี้สามี 85 ปี ซึ่งหล่อนได้แต่อธิษฐานให้เขาอยู่อีกสักร้อยปี แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาบุรุษผู้สร้างอาณาจักร The area group ได้จากไปในตอนเช้า สร้างความเศร้าโศกให้ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง บุณณดาเสียใจเป็นอย่างยิ่งทว่าต้องหยัดยืนเพื่อลูกและหลาน หล่อนทำเหมือนไม่เป็นอะไรมาก ดำเนินชีวิตอย่างปกติกระทั่ง 5 ปีผ่านไป เช้าวันที่อากาศแจ่มใสหล่อนก็จากไปด้วยอาการหลับใหลที่ไม่ว่าใครจะปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเสียที ครอบครัวทรัพย์พูนทวีสูญเสียคุณผู้หญิงของบ้านไปอย่างน่าเศร้า “ขอให้พ่อกับแม่ได้เจอกันบนสวรรค์นะครับ” ลูกชายคนโตอย่างคิมหันต์เอ่ยขึ้นพลางมองอัฐิเจดีย์ของท่านที่วางเคียงกัน คำอธิษฐานนั้นไม่รู้จะถึงคนบนฟ้าหรือไม่ แต่ขอให้สักวันพวกท่านได้เจอและครองรักกันอีกครั้ง... 90 ปีต่อมา หญิงสาวในช

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ กรงขังแห่งรัก

    ตอนพิเศษกรงขังแห่งรัก หลังจากกลับมาจากเที่ยวปีใหม่คุณแม่คนสวยก็มุ่งทำร้านกาแฟจนมีคนแวะเข้าไม่ขาดสาย ตัวชูโรงคือเด็กน้อยอย่างคิมหันต์ซึ่งมีชุดเสิร์ฟอาหารเป็นของตัวเองโดยอ้อนแม่บ้านให้ตัดโดยเฉพาะหลังจากเห็นในการ์ตูน และรูปของหนูน้อยก็ดังชั่วข้ามคืนจนมีคนขอให้มาถ่ายแบบ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาต จนตอนหลังคนเพิ่งมารู้ว่าเป็นทายาทคนโตของ The area group มีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านก็สร้างความแตกตื่นกันยกใหญ่ “น้องคิม พี่ให้” พี่สาวเรียนมหาวิทยาลัยมานั่งอ่านหนังสือในร้านพร้อมยื่นลูกอมรสโปรดให้เด็กน้อย เธอค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมาร้านนี้บ่อย “พี่ดาดา ขอบคุงคับ” ไหว้อย่างสวยงามแล้วทำตาโตรอให้อีกฝ่ายแกะลูกอม เมื่อร่างบางจัดการปอกเปลือกออกก็ยิ้มตาหยีด้วยความดีใจ “น่ารักจังเลยนะเรา” ยอมให้หญิงสาวกอดโดยไม่เกี่ยงงอน ค่อยผละออกเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียก ตอนนี้คนค่อนข้างเยอะจึงกังวลว่าบุตรชายจะเดินตามพี่ๆ ออกไปข้างนอก แต่เห็นใบหน้ากลมยิ้มแป้นแล้นให้จึงเบาใจแล้วบอกลูกเข้าไปนอนหลังร้าน คิมหันต์พยักหน้าไม่กล้าตอบเพราะกำลังอมลูกอมเอาไว้ ทำ

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ วันวาเลนไทน์

    ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ ในวันที่ดอกกุหลาบขึ้นราคา ร้านค้ามีโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก และเสื้อคู่ขายดิบขายดีทว่าชายหนุ่มผู้เป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่กลับต้องนั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้กลับบ้านหาคนรัก ใบหน้าคมเคร่งขรึมจนเลขาไม่กล้าทำเสียงดัง เขามองนาฬิกาบ่อยภาวนาให้เลิกประชุมโดยเร็วแต่เหมือนทุกอย่างจะยืดเยื้อเพราะโครงการที่กรรมการบริหารคนอื่นเสนอขึ้น มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วพูดเสียงเฉียบขาด “พรุ่งนี้ไว้พูดกันใหม่ครับ วันนี้ผมขอปิดประชุม” สามทุ่มสิบห้านาทีห้องประชุมถูกเปิดออก แต่ละแผนกเดินออกมาด้วยใบหน้าโล่งใจ ตอนแรกก็คิดว่าจะนานกว่านี้ดีที่ท่านประธานยอมให้กลับบ้าน “ทำไมวันนี้คุณแทนให้เลิกเร็วครับ ปกติห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ” ธีปถามรุ่นพี่ซึ่งทำงานมานานกว่า และนนทัชก็กระซิบบอกพลางอมยิ้ม “จะรีบไปฉลองกับเมียไง วันวาเลนไทน์ทั้งทีใครจะมาเหงาเหมือนเราสองคน จริงไหมไอ้น้อง” กอดคอถามแล้วยักคิ้วแต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าค่อยปลดมือของนนทัชออก “ผมมีนัดกับแฟนเหมือนกันครับ ต้องขอโทษด้วยที่พี่คงต้องเหงาคนเดียว” เลขามากฝีมือหน้าเหวอทันทีเมื่

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ ปีใหม่ที่แรงร้อน

    ตอนพิเศษปีใหม่ที่แรงร้อนรีสอร์ทที่ชายหนุ่มมาสร้างไว้อยู่อำเภอท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดน่านได้มีผู้เข้าพักเป็นจำนวนมากทั้งที่มีจำนวนบ้านเพียงสิบหลังเท่านั้น อาจเป็นเพราะการโปรโมทจากคนเข้าพักเอง หรือละครที่มาถ่ายทำช่วยสร้างเม็ดเงินให้แก่นักธุรกิจครั้งนี้เขาพาภรรยากับเจ้าตัวน้อยมาพักผ่อนแบบส่วนตัว จัดการให้พี่เลี้ยงพาบุตรชายเข้านอนอีกห้องตั้งแต่หัววันทำให้ตอนนี้เหลือเพียงสองสามีภรรยานั่งดื่มไวน์อยู่ตรงระเบียงที่มองเห็นภูเขาทับซ้อนและผืนท้องฟ้ากว้างใหญ่อันมีดาวส่องประกายระยิบระยับเต็มไปหมด“ไวน์รสชาติดีนะคะ” ทำตามวิธีซึ่งเขาเคยสอนเอาไว้ก่อนเอ่ยชม“คอแข็งขึ้นหรือเปล่า ไปแอบดื่มที่ไหนแล้วไม่บอกฉัน หือ” เห็นดื่มหมดไปเกือบขวดก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเมาเหมือนเมื่อก่อน เธอยกยิ้มมุมปากแล้วไหวไหล่เล็กน้อย“ก็ต้องฝึกไว้บ้างสิคะ เวลาเข้าสังคมจะได้ไม่อายใคร” ช่วงนี้เริ่มเข้าสังคมไปงานสังสรรค์มากขึ้น ก็ได้อรวรานั่นแหละที่คอยบอกคอยสอนและไปเป็นเพื่อนตลอด จนสนิทกับคุณหญิงคุณนายบางคนที่เข้ามาทำความรู้จักหวังร่วมค้าขายกับ The area group“ดีแล้ว” เขาหั่นเนื้อวัวเกรดเอแล้วละเลียดกินช้าๆ บรรยากาศในฤดูหนาวปีนี้ค

  • จองจำรัก   ตอนพิเศษ หนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต

    ตอนพิเศษหนูอรและเพื่อนชายของเธอชื่อเปมทัต หลังเหตุการณ์จากไปของบุณณดาทุกคนต่างตกอยู่ในความเศร้าเสียใจยกเว้นก็แต่ชายคนหนึ่งซึ่งขึ้นเหนือมาเพื่อสร้างรีสอร์ทในที่ดินที่พ่อได้มอบให้ เขาทุ่มเททำงานหนักจนไม่มีใครสงสัยว่าร่างสูงแอบซ่อนใครอีกคนเอาไว้ ใครบางคนซึ่งควรจะตายไปในกองเพลิง... “เป็นไงบ้าง อยู่ได้ใช่ไหม” ช่วงแรกก็สร้างบ้านพักหลังเล็กไว้ให้หญิงสาวขณะที่รอบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ ใบหน้าหวานพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้คนที่ช่วยเหลือมาตลอดจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรดี กระทั่งสินใจอย่างเด็ดขาด ถึงได้บอกเรื่องสำคัญ “ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง เลยจะบอกเรื่องที่สำคัญมากๆ กับนายแทน” บุณณดา..หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่าลาจากโลกไปแล้วกลับยืนอยู่บนแผ่นดินทางภาคเหนือ หล่อนจ้องเพื่อนสนิทที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เรื่องสำคัญเหรอ เรื่องอะไร” เธอเม้มปากแน่นแล้วขอโทษหญิงสาวอีกคนในใจ ‘ขอโทษนะหนูอรที่ผิดสัญญา แต่ฉันทำเพื่อเธอจริงๆ’ สูดลมหายใจเข้าปอดพลางจ้องชายหนุ่มตรงหน้าแล้วตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ “หนูอรท้อง...” พูดเ

  • จองจำรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย หลังจากคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยบ้านก็กลับมาสดชื่นขึ้น ไม่มีคนที่เคร่งเครียดกับงานมีเพียงชายหนุ่มผู้หลงภรรยาและลูกชายจนไม่เป็นอันทำงาน หากประชุมอยู่บ้านก็พาลูกชายเข้าไปนั่งตักแล้ววางขนมไว้ให้ แน่นอนแค่มีของกินน้องคิมก็สามารถอยู่ได้เป็นชั่วโมงก่อนที่คนเป็นแม่จะเข้ามารับลูกไปนอน ข่าวลือเรื่องหนุ่มนักบริหารมีลูกเข้าหูนักข่าวและเหล่าคณะกรรมการบริษัทจนเขาต้องประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ และใช้เวลาในการจัดงานเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นสร้างความตกใจแก่คนในบริษัทและคู่ค้าเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุณณดาก็เช่นกัน เธอต้องเป็นแม่งานคอยควบคุมทุกอย่างภายในเวลาอันจำกัด แต่หญิงสาวก็ทำได้ดีจนมีแต่คนออกปากชื่นชม งานแต่งของพ่อค้าปลีกขนาดใหญ่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เพราะเจ้าสาวไม่ใช่คนร่ำรวยอย่างที่คิด กลับเป็นเพียงหญิงธรรมดาที่มัดใจหนุ่มใหญ่อยู่หมัด แต่สิ่งที่น่าตกใจคือทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายไปแล้ว จึงถูกแก้ไขใหม่ว่าเธอรอดตายมาได้แต่ความจำเสื่อมจึงอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ถึงไม่น่าเชื่อแต่ก็ไม่มีใครถามอะไรในเมื่อเจ้าตัวสะดวกใจจะตอบแค่นั้น

  • จองจำรัก   ๑๘ เมื่อไหร่จะเข้าใจ

    ๑๘เมื่อไหร่จะเข้าใจ หลังจากวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากหล่อน สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงหยอดภรรยาทุกวันแล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ดีที่มีลูกชายคอยช่วยเหลือเห็นด้วยทุกอย่างจนต้องยกนิ้วโป้งให้พร้อมของแถมคือลูกอมรสโปรด เด็กน้อยชอบคุณลุงมากติดหนึบไม่ไปไหน หากเห็นแทนไทที่ไหนก็จะเห็นน้อง

  • จองจำรัก   ๑๖ ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว

    ๑๖ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว ไร่ภูเทพเปิดบ้านต้อนรับนักธุรกิจจากเมืองหลวงที่มาเยือนแต่เช้า เจ้าช่อฟ้าตาโตไม่คิดจะได้พบเขาเพราะอีกฝ่ายงานยุ่งมาก ต้องขยี้ตาซ้ำกลัวจะตาฝาก แต่เมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ก็รีบยิ้มกลับทันที ทำไมหนุ่มอายุเข้าเลขสี่ถึงได้หล่อเหลาขนาดนี้ มองด้วยค

  • จองจำรัก   ๘ คนที่คู่ควร

    ๘คนที่คู่ควร หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปอรวรามักจะหลบหน้าเพื่อนเสมอและดูเหมือนเปมทัตก็ไม่ได้มาตามหรือตื้อจะคุยเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาคงไม่รู้เพราะเมาจนเห็นหล่อนเป็นบุณณดา นึกถึงก็ยิ่งเจ็บจนต้องสะบัดศีรษะไล่ความกังวลนั้นออกไป ช่วงนี้ต้องทำธีสิส

  • จองจำรัก   ๗ นอกคำสั่ง

    ๗นอกคำสั่ง หลังเลิกงานหญิงสาวขออนุญาตเจ้าชีวิตมาหาน้าสาวที่ดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายปี เขาให้คนขับรถไปส่งถึงบ้าน อีกทั้งเพื่อจับตาดูไม่ให้บุณณดาคลาดสายตาจนคนมีแผนในใจเริ่มอึดอัด ที่จริงวันนี้นัดบิดาเอาไว้ที่บ้านนางนลินี พาหนะจอดยังหน้าบ้านสองชั้นขนาดเล็ก หล่อนขอบคุณพี่พริกซึ่งเป็น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status