Mag-log inอาลียายิ้มกริ่มเต็มใบหน้า หัวใจพองฟูจนเต็มอก ในที่สุดเธอก็หาเขาเจอจนได้ ขณะเดินตามไปจนเกือบพ้นหัวมุม ตั้งใจทิ้งระยะเอาไว้ไม่อยากให้อีกฝ่ายตกใจเมื่อหันมาเห็นเธอเสียก่อน แต่แล้วใบหน้าที่ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มพลันชะงักค้างกึกทันที หัวใจหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อแขนกลมกลึงถูกดึงรั้งทางด้านหลังจากใครบางคน คนที่ออกแรงเพียงน้อยนิดก็บดขยี้เธอเป็นผุยผงได้ง่ายดาย
“มาพักร้อนไกลเลยนะลียา”
“เบลค นี่คุณตามฉันมาเหรอ” หญิงสาวรนรานถามหน้าตาตื่น แต่ที่ทำให้เธอกังวลมากที่สุดนั่นคือ เบลคเห็นพลหรือไม่
“อย่าสำคัญตัวไปหน่อยเลย ใครจะตามเธอหืมลียา”
“ก็ถ้าไม่ตามมา แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ฉันมาทำธุระ” เบลคตอบเสียงเอื่อยยักไหล่คล้ายไม่สนใจ เสหลบตาคนถาม “แล้วเธอล่ะลียา มาพักร้อนไกลถึงนี่เชียว”
“ใช่ คุณปล่อยแขนฉันได้แล้ว ฉันจะกลับห้องพัก”
“ถามดีดีทำไมต้องเสียงแข็งด้วยฮึ”เบลคกำรอบต้นแขนกลมกลึงแน่นขึ้นกว่าเก่า หน้าตาเจ้าเล่ห์แบบที่เธอเห็นบ่อยขึ้นในช่วงหลังลอยมาพร้อมคำถามเสียดสี “ที่นี่มีอะไรดีอย่างนั้นเหรอ ถึงได้กล้าทำเสียงแบบนี้ใส่คนที่นอนกกนอนกอดเธออยู่ทุกคืน หืมลียา”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะกลับห้อง” อาลียาพยายามกลบเกลื่อนความผิดหวังในน้ำเสียงและท่าทางลงด้วยการดึงดันจนหลุดจากมือของซาตานอย่างเบลค แล้วเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องพักของตนเอง โดยไม่สนใจคนด้านหลังว่าจะตามมาหรือไม่ ปรากฏว่าอีกฝ่ายก็ตามมาไม่ห่างเช่นกัน พอเธอเปิดประตู เบลคก็พาร่างสูงใหญ่ตามเข้ามาติดๆ
“เบลค ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
“อย่ามาไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมานะลียา แล้วนี่...เธอมาที่แบบนี้ทำไม” เบลคยืนเท้าสะเอวตำหนิพร้อมถามในประโยคเดียวกัน ตามคมจ้องมองคล้ายอยากเข้าไปตะครุบยัยตัวแสบเต็มแก่
“ฉันมาพักร้อน แล้วตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลางาน คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน ออกไปได้แล้วเบลค”
“ไม่ไป”
“ไม่ไปใช่ไหม ดี งั้นฉันออกไปเอง”
อาลียาตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง แล้วเดินออกไม่สนใจคนคอยคุกคามเธอ ก่อนตรงไปเช็คเอาท์ ตลอดเวลาก็ยังเห็นคนหน้าหนาเดินตามมาตลอด แต่การอยู่ในสถานที่โล่งแจ้งเช่นนี้แน่นอนว่าย่อมปลอดภัยมากกว่าอยู่ในสถานที่รโหฐานแบบนั้นแน่
กว่าจะออกจากด่านได้ก็เป็นเวลาปิดทำการพอดี อาลียามองซ้ายขวา แล้วก็นึกยอมรับในชะตากรรมของตัวเองว่าใจร้อนเกินไปที่ตัดสินกลับออกมาแบบนี้แถมยังเป็นเวลานี้อีกต่างหาก ก่อนมองหาทางที่จะกลับไปยังที่พัก ทันใดนั้นเองรถซีดานขนาดใหญ่สีดำ ก็จอดเทียบที่ด้านหน้าเธอ โทนี่ลงมาเปิดประตูรอ จังหวะนั้นเองคนที่ตามหลังมาอยู่ตลอดก็ใช้แรงเพียงน้อยนิดดันจนร่างบอบบางเข้ามาอยู่ในตอนหลังขนาดโอ่อ่าได้ในที่สุด
“เบลค ฉันบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้ไง นี่มันเวลาพักของฉันนะ”
“ฉันมีสิทธิ์ในตัวคุณตลอดเวลาลียา ไม่ว่าจะพักหรือไม่พัก ลืมไปแล้วหรือไง หืม”
“คุณนี่มัน...เลวบริสุทธิ์จริงๆ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เบลคคว้ามือคนที่ร้องเหยงๆในรถให้เข้ามาจนชิด ก่อนจะกดปุ่มปิดกระจกกั้นระหว่างที่นั่งด้านหน้ารถและหลังส่วนที่เขาและลียาอยู่ พร้อมกับเร่งเสียงเพลงให้ดังจนกลบเสียงที่อาจทำให้ลูกน้องของเขาเสียสมาธิ
“คิดจะหนีไปอยู่กับมันใช่ไหมลียา อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าที่ยื่นใบลานั่นน่ะเธอใช้มันถ่วงเวลาแล้วก็จะหลบหนีจนพ้นฉันได้”
“ฉันไม่ได้คิดจะหนี” คนตัวเล็กเถียงเสียงแข็ง โกรธที่โดนเขาตามตอแยอยู่ตลอดจนแทบหายใจหายคอไม่ได้
“โกหก เลวทั้งคู่ คิดว่าจะหลอกฉันได้อีกอย่างนั้นเหรอ ไอ้พลมันเลวระยำ กล้าหักหลังแม้กระทั่งเพื่อน แล้วยังคิดเอาเธอมาบังหน้าฉันอีกอย่างนั้นใช่ไหม”
“คุณไม่มีหลักฐาน อย่าไปปรักปรำพลแบบนั้นนะ”
“ทำไมจะไม่มี กลับไปแล้วฉันจะเอาให้เธอดู ว่าแฟนเธอมันเลวระยำ หักหลังคนที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งผู้มีพระคุณยังไงบ้าง”
“ไหนเราตกลงเรื่องนี้กันแล้วไงล่ะ ว่าถ้าฉันยอม...” อาลียาสงบอารมณ์แล้วท้วงขึ้น กระดากปากที่จะพูดถึงสิ่งที่เขาเอามาเป็นข้อต่อรอง “... แล้วคุณจะเลิกเอาเรื่องกับพล”
“ใช่ฉันจะไม่เอาเรื่องมัน แต่เธอก็ต้องเลิกติดต่อแล้วก็อยู่ให้ห่างๆมันด้วย”
“ก็...ฉันก็อยู่ห่างพลแล้วนี่ไง อีกอย่างฉันไม่ได้มาตามหาพลนะ”
“แน่ใจ” เบลคถามเสียงสูงอย่างที่ต้องการบีบให้คนในอ้อมกอดตอบรับ
“อือ แน่ใจ”
“เธอยังรู้จักพลน้อยเกินไปนะลียา รับปากฉันมาก่อนว่าเธอจะไม่ตามหามัน”
“ทำไมต้องมีเงื่อนไขมากมายแบบนี้ด้วยเบลค ที่ฉันยอมให้ นั่นมันก็มากพอแล้วนะ”
“ก็เพราะมันยังไม่พอไงล่ะ เธอควรรู้เอาไว้อีกเรื่องนะ ว่าไอ้สารเลวพลมันระยำตำบอนแค่ไหน”
“ไม่มีทาง พลไม่ทำแบบนั้นแน่ คุณคนเดียวเท่านั้นแหล่ะเบลค ที่คิดอะไรชั่วๆ”
“จะเลวยังไงก็เป็นผัวเธอแล้วล่ะลียา แล้วอย่าคิดจะกลับไปหาไอ้สารเลวพลอีกนะ”
“ฉันจะไป มีหนทางไหนไปได้ สาบานว่าฉันจะหนีไปกับเขา” พูดจบปากบางของเธอถูกบดจูบอย่างรุนแรงจากเบลค เขาช้อนตัวเธอให้ขึ้นนั่งคร่อมบนตัวเขา มือหนาดันท้ายทอยให้เธอรองรับลิ้นอุ่นหนาจากตนเอง มืออีกข้างไต่ไล้ไปจนทั่วแผ่นหลัง ก่อนจะสอดมันเข้าไปในเสื้อยืดสีขาวสัมผัสเนื้อแท้แสนนุ่มนวลละมุนมือ ก่อนปลดตะขอออกอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้สึกได้อย่างช่ำชอง
“อื้ม ปล่อยฉันเถอะ เบลค”
คนที่นั่งทาบทับบนตัวเขาร้องบอก พร้อมเบือนหน้าหนีริมฝีปากร้อนผ่าว จนต้องสะดุ้งวาบเมื่อลิ้นร้อนแตะลงบนแอ่งชีพจร ตวัดไล้ทั่วลำคอระหง พร้อมฝากร่องรอยซ้ำปลุกเร้าไปในที แต่เธอยังออกแรงดิ้นรน แม้จะรู้ว่าตนเองอับสิ้นหนทางเอาตัวรอด แต่ยังฮึดสู้ อาลียาหันมาฝากรอยเขี้ยวกัดปลายจมูกโด่งของคนที่พยายามล่วงเกินเธอ
“ยัยตัวแสบ จำเอาไว้ว่าฉันห้ามอะไรเธอก็ต้องฟัง”
เบลคครางเสียงต่ำด้วยความเจ็บ แต่มือแข็งราวครีมเหล็กยังคงกดรัดรอบ เบลคใช้มือข้างเดียวของตนเองจับข้อมือทั้งสองของจอมกัดเอาไว้แน่น ก่อนจะดึงทึ้งเสื้อยืดจนขาดวิ่น เรียกเสียงร้องวี้ดจากร่างบอบบาง แล้วใช้พวกนั้นรัดรอบข้อมือของเธอแทน จัดการไพล่ไว้ด้านหลัง
“เธอเลือกเองนะลียา อยากให้ฉันทำแบบนี้ใช่ไหม”
เบลคจัดการกับกางเกงยีนส์สีซีดของร่างแน่งน้อย ดึงรั้งออกอยากทุลักทุเล แล้วจัดการกับตัวเอง ปลดปล่อยตัวตนของเขาออกมาเช่นกัน เขาจับเธอคร่อมทับอีกครั้ง ถูไถตัวตนของตัวเองกับแก่นกลางของเธอไปมา ปากอุ่นครอบครองเม็ดสีแดงกล่ำที่หดรัดตัวจนเป็นไต พร้อมทั้งดันตัวตนของเธอยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้เธอลงมาครอบครองเขาทั้งหมด
เสียงห้าวครางกระหึ่มทั่วตอนหลังของตัวรถ แม้จะเปิดแอร์จนฉ่ำแต่หน้าหวานก็ปรากฏเหงื่อขึ้นแล้วที่ไรผมรอบกรอบใบหน้า เขาเองก็เช่นกัน เบลคยกสะโพกงอนงามของเธอขึ้นเล็กน้อยแล้วปล่อยให้เธอลงมาครอบครองเขาตามแรงกำหนัดที่ธรรมชาติเสกสรร
“ดีมากลียา”
“เบลค เบลค”
เบลคไล้นิ้วไต่จากต้นแขนกลมกลึงขึ้นไปถึงไหล่กลมมน กอบกุมอย่างกระชับแล้วดึงเข้าหาตัวเอง กระซิบข้างหูแผ่วเบา “อย่าให้ฉันเห็นเธออยู่ใกล้เอ็ดเวิร์ดเกินครึ่งเมตร ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” จบแล้ว เบลคทำจมูกสูดดมใกล้ๆใบหน้าของเธอ จนอาลียาต้องผงะหนี “อ้อ...เมื่อกี้เธอสั่งน้ำอะไรมาน่ะ สีสดน่ากินจริงๆ ไหนขอชิม..หน่อยสิว่าหวานขนาดไหน” เบลคก้มลงหาปากคนในอ้อมกอด ทันทีที่พูดจบประโยค คนที่ซุกซ่อนอยู่ด้านบนของบันไดหนีไฟ บีบมือกันแน่นด้วยความผิดหวังและรังเกียจ เธอรังเกียจยัยเด็กสาวคนนั้นในอ้อมกอดของเบลค ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆด้วย เบลคกับยัยเด็กนั่นมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ความสัมพันธ์ที่เธอต้องตามสืบให้รู้ให้จงได้ กัญญานุชเร้นกายออกมาอย่างไว ก่อนที่คนทั้งคู่จะรู้ตัว แล้วเดินเข้าห้องอาหารไปก่อน อาลียาตามเข้ามาหลังจากนั้น เบลคตามเข้ามาติดๆทันที จนคนที่บอกให้เขาทิ้งช่วงก่อนตามเข้ามา ตาขวางใส่ จะแสดงตัวให้คนอื่นรู้ให้ได้เลยใช่ไหม หลังจากนั้น อาลียาก็พยายามไม่พูดคุยกับเอ็ดเวิร์ดนัก เป็น
ตอนที่สิบ :: สัญชาตญาณผู้หญิง ขบวนบุคคลที่นำโดยสมิธ มีเบลคและเอ็ดเวิร์ดเดินขนาบซ้ายขวา ปิดท้ายด้วยอาลียาเข้ามาเยี่ยมพันธมิตร นักธุรกิจใหญ่จากจีน ที่เข้าผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจอย่างกะทันหันใน Bangkok Health Care ขณะที่ทั้งหมดกำลังเดินเข้าลิฟต์ พลันบังเอิญสวนเข้ากับหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์ตัวยาวสีขาวสะอาด ดูดีจนอาลียาสะดุดตา รอยยิ้มเย็นเยือนคล้ายเป็นมิตรแต่ดูเหมือนปิดกั้นในตัวได้อยู่ในที เธอคนนั้นส่งเสียงทักสมิธขึ้นมาก่อน “สวัสดีค่ะปู่สมิธ” “อ้าว หมอนุช” สมิธเรียกชื่ออีกฝ่าย สายตาสูงวัยมองเลยมาทางหลานชายคนโต อาลียาที่เพ่งดูอยู่ก่อนแล้วเลยมองตามด้วย รู้สึกขึ้นมาได้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเบลคแน่ๆ เบลคทักทายด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แบบที่อาลียาไม่ค่อยได้เห็น เพราะปกติต่อหน้าสาวสวยๆของเขาเบลคจะใช้รอยยิ้มอีกแบบ“สวัสดีครับหมอนุช” คุณหมอสาวจบการทักทายผู้สูงวัยกว่าด้วยการพนมมือไหว้อย่างสวยงามแล้ว จึงยิ้มทักทายเบลคขึ้นมาบ้าง “สวัสดีค่ะเบลค” คุณหมอ
ลลิลหรี่ตาจับผิดว่าส้มซ่าคิดอะไรกันแน่ พักนี้ลลิลคิดว่าตนเองพอจะฉลาดขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมตามนั้น เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย วิทย์ยิ้มแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวเล็กน้อย ลอบมอง เวลาเธอเงียบทีไร ลลิลมักจะซึมทุกทีไป จึงอดไม่ได้ที่จะชวนคุย คุยอะไรดีที่จะไม่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเศร้ามากไปกว่าเดิม “เอ่อ คุณลิลทำงานมากี่ปีแล้วฮะ” ทำงานมากี่ปีแล้วเหรอ จำได้ว่าเธอเริ่มอาชีพก็ได้เจอกับเอ็ดเวิร์ดแล้ว นึกแล้วลลิลก็หน้าหมองลงทันที เธอคิดถึงเขาอีกแล้ว วิทย์เห็นแล้ว เผลอกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ สบถด่าตัวเองอยู่ในใจ คำถามมีเป็นร้อยเป็นพัน อดีตเหรียญทองโอลิมปิกฟิสิกส์อย่างเขาทำไมถึงโง่แบบนี้วะ นึกขึ้นมาสักข้อที่มันดีดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง จีบสาวแต่ถามเรื่องงานเขาเนี่ยนะ “แล้ว ทำไมคุณลิลถึงไม่ทำงานนี้แล้วล่ะฮะ” ลลิลตารื้นขึ้นมาทันที เธองดรับทุกงานแล้วก็เพราะเอ็ดเวิร์ดขอร้องแกมบังคับ และที่ไม่คิดจะกลับไปทำอีกแล้วก็เพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก วิทย์อยากกระโดดเตะตัวเองนัก ทำไมวะ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยก็
ตอนที่เก้า :: ขอแค่เป็นเธอ อาลียาถอนหายใจอีกรอบ ก่อนเดินหันหลังจากห้องครัวมายังด้านหน้าของคฤหาสน์หรู บทสนทนาในครัวเมื่อครู่ จะว่าไปแล้วเธอควรจะชิน แต่ทำไมป่านนี้แล้วถึงยังทำใจไม่ได้สักที ‘เกลียดนักเชียว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขาอม’ ‘บ่นอะไรป้าจัน’ ‘จะอะไรอีกล่ะ ก็คุณท่านน่ะสิ’ ‘ทำไมเหรอป้า’ ‘ฉันไม่อยากพูดมาก กลัวแต่ยัยเด็กเมื่อวานซืนมันจะมาปีนเกลียว รวบกินทีเดียวทั้งพี่ทั้งน้อง’ ‘ป้ารู้อะไรมาเหรอป้า บอกฉันหน่อย’ แม่จันหันซ้ายขวา ก่อนป้องปากเล่าให้เด็กรับใช้ในครัวฟัง ‘วันก่อนฉันเห็นยัยลียายั่วคุณเบลคแล้วตีหัวลากเข้าห้องไปเฉยเลย’ ‘เอ้ย จริงเหรอป้า’ ‘ก็ใช่น่ะสิ หน้าไม่อายผู้หญิงอะไร ฉันล่ะเกลียดนักเชียว’ ‘ป้าบอกคุณท่านหรือยังล่ะป้า’ ‘เฮอะ คุณท่านรักยัยนั่นจะตาย ลำพังพูดปากป่าวจะมาเชื่ออะไรฉันเล่าแม่พวกนี้นี่’ ‘ไม่น่าเชื่อเนอะป้าว่าหน้าตาใสๆ ทำไมถึงได้ร่านขนาดนั้น’ ‘ก็นั่นไง ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดนัก’ช่างเถอะ ปากแม่จันหาเรื่องจับผิดตั้งแต่เธอจ
ลับนัก เธอคนนั้นคิดอะไรก็เผยออกมาทางสีหน้าแววตาทันที หน้าตาของคนตรงหน้าเขาก็ดูสวยเฉี่ยวทีเดียวในขณะที่แม่ตุ๊กตาตัวน้อยของเขานั่นดูอ่อนหวานน่ารักน่าทะนุถนอมมากกว่า แล้วทำไมเขาถึงเผลอเทียบกับผู้หญิงอีกคนโดยที่ตนเองไม่ทันตั้งตัวแบบนี้นะ ว่าแล้วก็ยื่นมือออกไปพร้อมทักทายขึ้นก่อน “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” “นุช พาพี่เขาไปนั่งรอตาที่ระเบียงน้ำก่อนสิลูก ตาขอพาสมิธไปดูของโบราณข้างในก่อน” กัญญานุชพอรู้มาบ้างจากปากของคุณตา ว่าสมิธชื่นชอบของสะสมโบราณที่บ่งบอกความเป็นไทยแทบทุกแบบ รวมถึงวัฒนธรรม การแต่งตัวแบบไทยๆด้วย หญิงสาวยิ้มรับอีกครั้ง พาร่างที่ตอนแรกแทบจะหมดแรง แต่ตอนนี้คล้ายกับว่ามีการตื่นตัวจนฮอร์โมนคงหลั่งออกมาหมดต่อมเดินนำเบลคไปยังระเบียงน้ำ ไม่นึกไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอหลงใหลกำลังยืนอยู่ที่นี่แล้ว “บรรยากาศดีจังเลยนะครับ” “ค่ะ” หมอสาวพยายามสงวนคำพูดให้มากที่สุด “ช่วงเช้าน้ำจะขึ้นมาถึงตรงรอยนั้นเลยค่ะ” คนพูดชี้มือบอก ใจเต้นตูมตาม แต่ท่าทีกลับปรับให้ดูนิ่งจนคนมองนึกชื่นชมอยู่ในใจ
ตอนที่แปด :: คู่หมาย “หมดแล้วค่ะหมอนุชขา” เสียงพยาบาลบอกนำมาก่อนตัว กัญญานุชเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือเรือนงามสีเงินด้านยี่ห้อหรูด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ว่าเจ้าตัวรู้สึกเช่นไร ก่อนเงยหน้าที่ประดับรอยยิ้มอบอุ่นส่งให้พยาบาลที่เดินเข้ามาพอดี “คนไข้เยอะเลยวันนี้ หมอนุชเลยต้องลงตรวจยาวถึงบ่ายสอง หิวแย่เลยไหมคะ พี่นาสั่งข้าวมาให้หมอแล้วค่ะ อยู่ในห้องพักหมอนะคะ” “ขอบคุณมากค่ะพี่แพร ทานด้วยกันนะคะพี่” “อุ้ย จะดีเหรอคะหมอ พี่แพรเกรงใจจังเลย” พยาบาลสาววัยสี่สิบปลายๆ ปากบอกเกรงใจแต่อากัปกิริยาดี๊ด๊าตรงกันข้ามขึ้นมาทันที เมื่อคุณหมอคนเก่ง แสนดีงามประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยปากชวน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอาชีพแพทย์ที่เธอได้พักทานข้าวเลยเวลามาแบบนี้ ย้ำกับตัวเองอีกครั้งพร้อมกดความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด ว่าเธอเพิ่งได้พัก กัญญานุชถอนหายใจยาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในห้องพัก บิดคอซ้ายทีขวาทีไล่ความเมื่อยขบ ก่อนคว้าแทปเลตมาไล่เปิดอะไรดูไปเรื่อยเปื่อย พลันสายตาเรียวรีสองชั้นที่ตกแต่งอย่างเร







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)