เข้าสู่ระบบ“เธอกล้าชกหน้าฉันงั้นเหรอ คดีเก่ายังไม่สะสางก่อคดีใหม่อีกแล้วนะ” รัฐกฤตญ์กัดฟันพูด ใบหน้าตึง
“อะไรคดีกงคดีเก่าอะไร” ณิชาเถียงออกไปอย่างไม่เกรงกลัว
“ก็ที่เธอพูดโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่นเมื่อกี้ไงเล่า”
“พี่พลไม่ใช่คนอื่น...คุณต่างหากล่ะที่เป็นคนอื่น”
“ฉันนะเหรอเป็นคนอื่น เธอให้คนอื่นทุกคนที่เพิ่งเจอหน้ากันวันแรกทำแบบที่ฉันทำกับเธอเมื่อกี้หรือเปล่าล่ะ”
“คุณมันทุเรศสิ้นดี” ณิชาพูดใส่หน้าเขา
“ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่ากับคนที่เธอเรียกว่าคนอื่น เธอยังให้เขาทำถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ใช่คนอื่นอย่างไอ้พลเธอมิพรุนไปถึงไหนๆ แล้วหรือ” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยดูแคลน โดยเฉพาะสายตาที่โลมเลียจนร่างของเธอแทบจะมอดไหม้
“มัน-เรื่อง-ของ-ฉัน” ณิชาเน้นทุกคำชัดเจน
“เมื่อก่อนนะใช่ แต่หลังจากคืนนี้ไปเธอไม่มีสิทธิ์คุยกับมันหรือคุยกับผู้ชายคนไหนโดยที่ฉันไม่อนุญาตเข้าใจมั้ย” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่ากลัว
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ณิชาพูดอย่างไม่ยอมแพ้
“ทำไมจะไม่มี เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอต้องอยู่กับฉันสามปี เพื่อใช้หนี้แทนพ่อของเธอ” รัฐกฤตญ์เอ่ยถามเตือนความจำ
“ไม่ลืม แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันให้คุยหรือไม่ให้คุยกับใคร ฉันแค่มาทำงานกับคุณเพื่อใช้หนี้เท่านั้น” ณิชาพูดใส่หน้าของเขา รัฐกฤตญ์หัวเราะออกมาดังๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ คนที่พูดเมื่อครู่ขมวดคิ้วมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มเอาแต่ใจคนนี้หัวเราะทำไม
“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์เพราะต่อจากนี้ไปเธอต้องมาเป็นผู้หญิงของฉันสามปีแลกกับอิสรภาพของคนสามคน นั่นแหละคือความหมายของฉัน ส่วนหนี้สินของพ่อเธอฉันก็จะหักจากการที่เธอนอนกับฉันเข้าใจมั้ย ถ้าถูกใจฉันอาจจะให้เงินเพิ่ม แต่ถ้าเมื่อไหร่เธอขัดใจฉัน ฉันถือว่าเธอผิดสัญญา แล้วถ้าเธอผิดสัญญาฉันก็จะไปลากคอพ่อ น้องสาวและลูกน้องของเธอมาทรมานต่อหน้าเธอ...จำเอาไว้”
ณิชาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดของเขา นึกก่นด่าตนเองกับความที่ไม่ทันคิด ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาอีกแล้ว
“ไม่...ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันยอมนอนกับคุณเด็ดขาด” ณิชาพูดตรงกับความรู้สึกของเธอ
“ไม่ยอมก็ไม่เป็นไร ฉันไม่บังคับเธออยู่แล้ว” รัฐกฤตญ์ผลักร่างของณิชา เอื้อมมือมากดปุ่มเปิดช่องระหว่างตอนกลางและตอนหลัง ณิชามองการกระทำของชายหนุ่ม เธอเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร
“แดน โทรไปสั่งอุดมให้ไปจับตัวเรืองเดช พิชานันท์และก็เรียวมาหาฉันที่คอนโด”
คำสั่งที่ทำให้ณิชาตกตะลึง มันเป็นคำสั่งที่บังคับให้เธอยอมทางอ้อม หากไม่ยอมรับข้อเสนอที่แสนเจ้าเล่ห์ของเขานั่นหมายถึงบุคคลที่เธอรักทั้งสามต้องเผชิญหน้ากับอันตรายซึ่งเธอไม่มีวันยอม คนที่ถือไพ่เหนือกว่าปรายตามองณิชาที่ใบหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำสั่งของเขา คนอย่างรัฐกฤตญ์อยากได้อะไรก็ต้องได้โดยเฉพาะคนที่มาหยามศักดิ์ศรีของเขา เขาคงไม่ปล่อยให้เดินลอยชายอยู่ในโลกใบนี้แน่นอน รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อได้ยินคำตอบที่เขาต้องการฟัง ยิ้มรับชัยชนะมองความพ่ายแพ้ของอีกคนโดยไม่คิดถึงจิตใจของเธอเลย
“ก็ได้ ฉันยอมคุณทุกอย่าง” ณิชาพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเบา
“อะไรนะฉันไม่ได้ยิน”
“ฉันยอมทุกอย่างที่คุณพูดมาแต่คุณห้ามทำอะไรพวกเค้านะ” เสียงณิชาตะโกนดังลั่นรถ เสมือนกับว่าเธอพยายามลดแรงกดดันที่อยู่ภายในใจเพราะต่อจากนี้ไปเธอคงไม่มีหน้ากลับไปหาธนาพลอีกแล้ว
“ก็แค่นั้น ยอมแต่แรกก็สิ้นเรื่อง แดนไม่ต้องแล้ว” รัฐกฤตญ์พูดใส่หน้าณิชา ก่อนจะหันไปยกเลิกคำสั่งที่เขาสั่งไปกับดินแดน
“เธอจำไว้ตราบใดที่เธอทำตัวดีไม่งี่เง่า ไม่ปากร้ายเอาใจฉัน ตามใจฉันทุกอย่าง ฉันรับรองว่าฉันจะไม่ยุ่งกับสามคนนั่น ตลอดระยะเวลาที่เธอเป็นผู้หญิงของฉัน” ชายหนุ่มพูดจบก็ประกบปากเข้าหากลีบปากบางที่สั่นระริกจำยอมให้เขาครอบครองริมฝีปากของเธอตามที่เขาต้องการไม่ขัดขืนไม่ต่อต้าน แม้ว่าภายในใจของเธอกำลังร้องไห้ อดสูกับสิ่งที่กำลังจะเริ่มขึ้น ไม่คาดคิดเลยว่าคนอย่างเธอจะต้องตกเป็นเครื่องเล่นทางเพศให้กับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จัก ทว่ากับคนที่เธอรู้จักมานานกว่าห้าปีอย่างธนาพล เขาและเธอไม่เคยก้าวล้ำมากไปกว่าการกอดและหอมแก้มเลย เธอคงไม่กล้ากลับไปหาธนาพลอีกแล้ว ไม่มีงานวิวาห์ที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกสี่เดือนข้างหน้า มีเพียงความจริงเพียงสิ่งเดียวก็คือจำยอมเป็นนางบำเรอของเขาสามปี
เช้าวันใหม่
เรืองเดชเดินมาหยุดนั่งบนโต๊ะม้าหินอ่อนที่วางอยู่หน้าบ้าน ปล่อยอารมณ์ที่อัดแน่นไปด้วยความทุกข์และความกังวลของผู้เป็นพ่อ แม้จะไม่เคยเลี้ยงดูฟูมฟักมาตั้งแต่แรกเกิด หากคำว่าพ่อถือกำเนิดมาตั้งแต่ณิชาลืมตาดูโลก
“คิดอะไรอยู่คะคุณพ่อ” พิชานันท์เดินมาหยุดหลังเอ่ยถามพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวยาวข้างบิดา เรืองเดชให้มายิ้มแห้งๆ ให้บุตรสาวคนเล็กก่อนจะตอบ
“คิดถึงณิชาน่ะลูก ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง” เรืองเดชพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย พิชานันท์มีความคิดไม่ต่างจากบิดาตอนนี้เธอก็คิดถึงพี่สาวที่แสนดีเช่นกัน
“นันท์ก็คิดถึงพี่ณิชาเหมือนกันค่ะเป็นเพราะนันท์เอง ถ้านันท์ยอมให้งานแต่งงานเมื่อคืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แล้วไม่เล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่ณิชาฟัง พี่ณิชาก็ไม่ต้องไปเป็นทาสของคุณใหญ่ เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น” พิชานันท์พูด
Chapter10“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก” “ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร” “ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร “คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง “ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด “คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด “ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้ “เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตน
Chapter9 พิชานันท์พูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม สงสารพี่สาวที่ต้องมาพบกับเจ้าหนี้อย่างรัฐกฤตญ์ “มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา” เรืองเดชพูดพร้อมกับนึกถึงปัญหาของบริษัทที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองเดือนธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นบริษัทที่ก่อเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มากในสายตาของพวกมหาเศรษฐี แต่ก็สามารถทำกำไรต่อปีเกือบห้าสิบล้าน เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่การจัดฉากของรัฐกฤตญ์ โกดังสินค้าของเขาถูกปล้น เรือขนส่งสินค้าที่เขาว่าจ้างเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เขาไม่สามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ทันเวลา เรือที่คิดว่าจะจ้างมาทดแทนโก่งราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า เขาต้องเสียเงินค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่ค้าที่ผิดสัญญาการส่งสินค้ารายละเกือบสิบล้านบาท เขาจะไม่ทุกข์ใจเลย หากมีบริษัทคู่ค้าเพียงรายเดียว แต่นี่เขามีถึงสามสิบกว่าบริษัทเรืองเดชต้องหาเงินร่วมสามร้อยล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยไม่เช่นนั้นเขาจะเสียลูกค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน รวมทั้
Chapter8“เธอกล้าชกหน้าฉันงั้นเหรอ คดีเก่ายังไม่สะสางก่อคดีใหม่อีกแล้วนะ” รัฐกฤตญ์กัดฟันพูด ใบหน้าตึง “อะไรคดีกงคดีเก่าอะไร” ณิชาเถียงออกไปอย่างไม่เกรงกลัว “ก็ที่เธอพูดโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่นเมื่อกี้ไงเล่า” “พี่พลไม่ใช่คนอื่น...คุณต่างหากล่ะที่เป็นคนอื่น” “ฉันนะเหรอเป็นคนอื่น เธอให้คนอื่นทุกคนที่เพิ่งเจอหน้ากันวันแรกทำแบบที่ฉันทำกับเธอเมื่อกี้หรือเปล่าล่ะ” “คุณมันทุเรศสิ้นดี” ณิชาพูดใส่หน้าเขา “ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่ากับคนที่เธอเรียกว่าคนอื่น เธอยังให้เขาทำถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ใช่คนอื่นอย่างไอ้พลเธอมิพรุนไปถึงไหนๆ แล้วหรือ” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยดูแคลน โดยเฉพาะสายตาที่โลมเลียจนร่างของเธอแทบจะมอดไหม้ “มัน-เรื่อง-ของ-ฉัน” ณิชาเน้นทุกคำชัดเจน “เมื่อก่อนนะใช่ แต่หลังจากคืนนี้ไปเธอไม่มีสิทธิ์คุยกับมันหรือคุยกับผู้ชายคนไหนโดยที่ฉันไม่อนุญาตเข้าใจมั้ย” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่ากลัว “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ณิชาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ทำไ
Chapter7 “พี่พลอยู่ไหนคะ” เสียงหวานใสเอ่ยถามเสมือนอยู่คนเดียว ทำให้คนที่อยู่ด้านข้างเริ่มหน้าตึง เธอสนทนากับธนาพลตามปกติราวกับว่าไม่มีร่างของรัฐกฤตญ์นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย น้ำเสียงของณิชายามที่โทรศัพท์หวานหยดจนคนที่นั่งข้างๆ เริ่มหมั่นไส้และไม่พอใจ หัวใจมันคันๆ ยุบยิบเหมือนมดไต่ “คิดถึงสิคะ” ประโยคนี้เองที่ทำให้รัฐกฤตญ์ทนไม่ไหว คว้าโทรศัพท์จากมือของณิชา ก่อนจะกดให้เสียงออกมาทางลำโพง เพราะเขาต้องการได้ยินการสนทนาของผู้ชายคนนั้นด้วย ณิชาอยากจะกรีดร้องให้ลั่นรถกับการกระทำเอาแต่ใจของเขา “ณิชาทำอะไรอยู่คะ ดึกแล้วนะทำไมยังไม่นอน” ปลายสายที่อยู่ที่ประเทศสวีเดนดังมาตามสาย ถามไถ่คนที่ตัวเองรักด้วยความห่วงใย “ณิชาอยู่กับเพื่อนค่ะ พอดีออกมาสังสรรค์กัน” ณิชาโกหกคำโต “คิดถึงณิชาจังเลย อยากกลับไปกอดณิชามากเลยรู้ไหม” ธนาพลทำเสียงออดอ้อนผ่านทางโทรศัพท์ คนฟังสองคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน ณิชารู้สึกอิ่มเอมกับคำพูดของเขา แต่อีกคนหนึ่งกำลังโกรธจนแทบอยากจะฆ่าผู้ชายที่เธอกำลังสนทนาด้วย “ณิชาก็คิดถึงพี่พล
Chapter6 ณิชาไม่รู้ตัวเลยว่าซิปเสื้อแจ็กเก๊ตหนังสีดำได้ถูกรูดลงมาจนสุดทางเมื่อไหร่ และตอนนี้ทรวงอกงดงามเต่งตึงอวบใหญ่เกินตัว ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในกรวยสีหวานกำลังตกอยู่ในสายตาของรัฐกฤตญ์ที่ก้มมองดอกบัวคู่นั้นอย่างหิวกระหาย แววตาลุกโชนด้วยไฟปรารถนารุนแรง แล้วยิ่งเห็นใบหน้าของณิชาที่แดงระเรื่อ ดวงตาทั้งสองข้างอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากบวมเห่อจากการบดจูบของเขา ภาพนี้เป็นเสมือนประติมากรรมชั้นเอกที่ถูกปั้นแต่งมาเพื่อเขา รัฐกฤตญ์เอื้อมมือไปกดปุ่มที่กั้นระหว่างตอนกลางและตอนหลังขึ้น เขาไม่อยากให้ลูกน้องเห็นสรีระที่สวยงามของสาวคนนี้ เขาต้องการเก็บเธอเอาไว้เชยชมเพียงคนเดียว ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางที่ดินแดนและวิทยาจะหันมามอง แต่ความรู้สึกหวงก็วิ่งเข้ามาในจิตใจของเขาแบบกะทันหันเจ้าของจมูกโด่งสูดดมความหอมจากเนินอกขาวละลานตาตรงหน้าเคล้าใบหน้าอยู่ตรงดอกบัวคู่สวยอย่างหลงใหล มือแข็งแรงปลดตะขอชั้นในที่เป็นแบบตะขอหน้าออกด้วยความชำนาญ ทันทีที่ชั้นในตัวสวยแยกออกจากกัน เลือดในกายของรัฐกฤตญ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด เมื่อมองเห็นดอกบัวตูมดอกใหญ่ผลิบานเด่นสวย โดยมีเม็ดบัวสีชมพูอ่อนกระจ่างเต็มสองนัย
Chapter5 ณิชานั่งทำเสียงฮึดฮัดอยู่ที่เบาะด้านหลังของรถลีมูซีนแบบสามตอน หลังจากที่ไปส่งบิดาน้องสาวและเรียวที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ไม่ทันที่จะได้อำลากันกันแม้แต่คำเดียว เจ้านายคนใหม่ของเธอก็วางอำนาจใส่ สั่งแกมขมขู่ให้ณิชาเก็บข้าวของส่วนตัวโดยให้เวลาเพียงสิบนาที ไม่เช่นนั้นจะพาตัวบิดาและน้องสาวรวมทั้งเรียวไปทรมานอีกครั้ง ทำให้คนที่เสียเปรียบรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากทำตามคำสั่งอย่างไม่เต็มใจรัฐกฤตญ์ปรายตามองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ ที่นั่งกระฟัดกระเฟียดเรียวปากบางขยับยุกยิกบ่นอะไรบางอย่างเหมือนกำลังบ่นหรือต่อว่า ชายร่างโตรู้ได้ทันทีเลยว่า ประโยคที่สาวข้างกายพึมพำนั้นหนีไม่พ้นเรื่องของเขาแน่นอน “เอ้า! อยากจะด่าก็ด่ามาเลยไม่ต้องบ่นพึมพำอะไรอยู่คนเดียวหรอกมันเหมือนคนบ้าเลยรู้มั้ย” รัฐกฤตญ์พูดปนขำ ณิชาชำเลืองมองหน้าเขา ทำจมูกย่นใส่อย่างหมั่นไส้คนตัวโต เธอจะรู้บ้างหรือไม่ว่า กริยาท่าทางที่เธอทำนั้น มันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง ราวกับมีคนเข้าไปตีกลองรัวอยู่ในนั้น ภาพของณิชาที่ย่นจมูกใส่เขา ดูเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งน่ารักน่ามองมากเหลือเกิน โดยเฉพาะริมฝีปากบางท







![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)