LOGINปมร้าวรอยรัก โดย แสงเทียน ถ้ามีวันนั้นเกิดขึ้นจริง สายเลือดครึ่งหนึ่งของเธอ ฉันไม่มีวันรับมันเป็นลูก!! ____________________________ คำเตือน นิยายหลัวชั่วในดวงใจ ไม่ต้องมีตัวร้ายเพราะอิพอ.มันร้ายสุด ยศชัย : ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลง เรื่องนี้…ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ม่านตะวัน : ที่ผ่านมา...ม่านไม่เคยคาดหวังในความรักของคุณอยู่แล้ว
View Moreถ้ามีวันนั้นเกิดขึ้นจริง สายเลือดครึ่งหนึ่งของเธอ ฉันไม่มีวันรับมันเป็นลูก!!
โปรยปก...
“ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลง เรื่องนี้…ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน!!”
คำพูดของเขาเย็นชา ไร้เยื่อใย ทั้งที่ม่านตะวันรู้ดีและพยายามยอมรับ แต่หัวใจของเธอก็ยังปริแตกจนแทบล้มทั้งยืน
“ที่ผ่านมา…ม่านไม่เคยคาดหวังในความรักจากคุณอยู่แล้ว”
เสียงเธอราบเรียบราวกับน้ำที่ไร้คลื่น แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยบาดแผลที่ไม่มีใครมองเห็น
“ในเมื่อไม่เคยคาดหวัง ก็อย่าคิดทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีก!!” ยศชัยตวาดพลางคว้าสิ่งนั้นเอามาทุ่มลงที่พื้นจนมันแตกกระจาย
เพล้ง!!!
“จำไว้นะม่านตะวัน ถ้ามีวันนั้นเกิดขึ้นจริง สายเลือดครึ่งหนึ่งของเธอ ฉันไม่มีวันรับมันเป็นลูก!!”
ม่านตะวันเงยหน้าขึ้นมุมปากยกยิ้มบาง ๆ อย่างยอมรับ ก่อนพยักหน้าช้า ๆ แต่ดวงตาที่เต็มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่จ้องกลับมามันเย็นเยียบและว่างเปล่าเสียจนอีกฝ่ายเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
คำเตือน
นิยายหลัวชั่วในดวงใจ ไม่ต้องมีตัวร้ายเพราะอิพอ.มันร้ายสุด
ยศชัย : ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลง เรื่องนี้…ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน
ม่านตะวัน : ที่ผ่านมา...ม่านไม่เคยคาดหวังในความรักของคุณอยู่แล้ว
พระเอก : ยศชัย เนตรวรชัย
ผู้ชายที่ภายนอกดูแข็งแกร่ง แต่ภายในเปราะบางจนน่าตกใจ
คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ความรักคือกับดัก ครอบครัวคือคำหลอกลวง
เขาไม่ใช่คนดีและไม่อยากเป็นอะไรแบบนั้นด้วยซ้ำ
และใช่...เขาคือผู้ชายเฮงซวย!
นางเอก : ม่านตะวัน วรรณธารากร
ผู้หญิงที่ใครเห็นก็ว่าอ่อนแอ แต่กลับยืนอยู่กลางระหว่างความรักและครอบครัวอย่างมั่นคง
เธอไม่ได้อ่อนแอจนถูกกลืนหาย ไม่ได้แข็งกระด้างจนแตะต้องไม่ได้
แต่เป็นคนที่ถูกจดจำโดยไม่ต้องพยายาม
#นิยายเรื่องนี้มีโทนหม่น ดราม่า+โรมานซ์ จบสุขนิยม ในเรื่องมีเด็ก
เป็นเรื่อง TOXIC , มีการใช้กำลัง , SEX , มีคำหยาบคาย (แต่ไม่หยาบโลน) ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
รบกวนใช้วิจารณญาณในการอ่าน ไม่ทิ้งคอมเมนต์ด้านลบไว้กับนักเขียน เพราะนักเขียนจะหยอกกลับ
ตอนพิเศษ 2 คือลมหายใจเดียวกันเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเด็กที่พาม่านระรินเดินห่างออกไป จากนั้นไฟในห้องนอนก็ปิดลงทีละดวงจนเหลือเพียงแสงไฟสีวอร์มส้มจากโคมตั้งพื้นม่านตะวันยืนอยู่ริมระเบียงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออกช้า ๆ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา“มายืนคิดอะไรอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มต่ำของยศชัยกระซิบข้างหลัง ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบเอวเธอไว้“คิดว่าจะไปเอาลูกกลับมานอนด้วยกันดีไหม” ม่านตะวันพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ายศชัยหัวเราะเบา ๆ ใกล้ซอกคอเธอ ก่อนจะสอดมือล้วงเข้ามาในชายเสื้อ“รบกวนนารินเปล่า ๆ เดี๋ยวพอตื่นแล้วเราก็ไม่ได้นอนกันพอดี” “งั้นพี่ยศก็รีบหน่อยสิคะ…”“ม่านก็รู้ว่าพี่นาน…”คำว่านานของเขาทำเอาร่างกายเธอร้อนวูบก่อนที่เรียวปากจะถูกเข้าครอบครองไปท่อนขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับแยกออก เธอใช้สองมือยันกับขอบหน้าต่างที่ยังไม่ได้ถูกปิดดีเลยด้วยซ้ำ“พะ พี่ยศ” มือหนาลากไปตามชุดนอนผ้าซาตินสีไข่มุกบางเบา สายเดรสบางเฉียบก็ร่นลงในมือของเขาโดยแทบไม่ต้องใช้แรงผิวเนื้อเนียนนุ่มเผยให้เห็นใต้แสงสลัว ยศชัยมองเธอราวกับไม่ใช่แค่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาโหยหาจนแทบลืมหาย
ตอนพิเศษ 1 เคลียร์ใจบรรยากาศในบ้านม่านตะวันเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมารวมตัวกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะมียศชัยที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครเป็นพิเศษ“ยศดูมีเรื่องอะไรไหมลูก” คุณมาลินีเห็นลูกชายผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบก็ถามขึ้น“ก็นิดหน่อยครับ” ยศชัยตอบเสียงเรียบและมองไปยังภรรยาที่เอวข้างหนึ่งของเธออุ้มเหน็บลูกสาวไว้ วงล้อมตรงนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเรา“เรื่องอะไรเหรอยศ” คุณมาลินีถามขึ้นเพราะอยากรู้ “บอกไม่ได้ครับม่านไม่ให้บอก” ยศชัยกระซิบตอบกลับทำเอาคุณมาลินีหัวเราะจนเรียกความสนใจจากแขกในงานได้“เอา ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก อืมยศ…เห็นเมื่อเช้า…”พอน้ำเสียงของมารดาจริงจังขึ้น ยศชัยก็จริงจังตาม“เรื่องคดีความคงต้องดำเนินต่อไป เพราะผมมอบอำนาจให้ทนายจัดการหมดแล้ว คุณแม่เราจะปล่อยให้คนที่ทำผิดไม่เรียนรู้ความผิดตัวเองไม่ได้ ผมทำธุรกิจไม่ได้เป็นนักบุญที่จะแค่ขอโทษแล้วจบ”“แม่เองก็ตัดหางปล่อยวัดแล้วยศ…” ตัดหางปล่อยวัดคุณมาลินีก็คงพูดไปแบบนั้นแหละ ส่วนเรื่องจริงคนเป็นแม่มีหรือจะตัดลูกได้มลดาและมาลีวันไปสร้างเรื่องสร้างราวใหญ่โตให้คนเป็นแม่ของเธอต้องตามล้างตามเช็ดตั้งแต่สา
บทส่งท้ายท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ภายในบ้านเนตรวรชัยช่างวุ่นวายและพาให้เจ้าของบ้านอย่างยศชัยปวดหัวจริง ๆ หลังจากพูดคุยกับม่านตะวันที่ห้องนอนด้านบน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคอตกเพราะหาเวลาพูดคุยกับเธอไม่ได้“ไอ้ธรรมมึงไปเอาไอ้ธรรศออกมาหน่อยจะสิงเมียกูอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำระหว่างที่พยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้“ปกติมันก็อ้อนหาของกิน เดี๋ยวอิ่มก็เลิกเอง” ธรรมตอบเพื่อนสนิทและยกแก้วในมือขึ้นจิบ“สิงมาจะชั่วโมงแล้ว ที่บ้านมึงไม่ได้ซื้อขนมให้ลูกมึงกินเหรอ?”“ซื้อ แต่ของบ้านมึงมันอร่อยฉิบหายไงไอ้ธรรศมันถึงได้อ้อนเมียมึงจะกินขนมไม่หยุด”“ดูน้อง ๆ ดิ๊ไปรวมกลุ่มกันตรงนู้น นี่เสนอหน้านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่เลิก กูจะง้อเมียเสร็จไหมวันนี้!” ยศชัยกัดฟันพูดกระซิบกับเพื่อนที่กำลังล้อมวงดื่มกันเล็กน้อย“เอาน่า รอเวลาก่อนเดี๋ยวพอธรรศมันแยกตัวปุ๊บมึงก็แทรกปั๊บเลยไง” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมองหน้ากับธรรมก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนมองยศชัยที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคีปลุกที่ทรงสร้างไว้ไม่ไหวตลอดระยะเวลาปีกว่าที่เพียรพยายามง้อเมียก็ไม่สำเร็จง่าย ๆ เรียกว่าความห
บทที่ 29 วันใหม่ในฐานะพ่อแม่ที่ร่วมกันเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยกัน เวลาเหมือนผ่านไปในพริบตาและแล้ววันนี้เด็กหญิงม่านระริน เจ้าหนูนาริน ของเราก็เติบโตขึ้นจนครบหนึ่งขวบเต็มแม้งานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขในวันนั้นยังคงอบอวลโดยเฉพาะในหัวใจของม่านตะวัน...คนเป็นแม่ที่เผลอยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกย้อนถึงวันนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้ม่านตะวันที่ยืนเหม่อมองภาพถ่ายบนผนังภายในห้องนอนของเขาต้องละสายตาแล้วหันกลับมาในทันที“ฉันเอาเสื้อมาเก็บค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างรีบร้อน แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ถามอะไรเลยก็ตามราวกับว่าเธอกลัวจะถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะแค่การย่างเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวพ่อของลูกใบหน้าของม่านตะวันยังคงเรียบนิ่ง แต่ยศชัยมองเห็นความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ลูกสาวตัวน้อยก็ขัดจังหวะพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ“แม๊! นมมมม!”“แม๊จ๋าาา”เสียงยานคางแหลมสูงเอ่ยเรียกอย่างตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเล็กกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง ใบหน้ากลมแก้มเป็นก้อนนั้นยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิน้ำลายใส ๆ ยืดเป็นสายอยู่ที่มุมปากอ