LOGINเศรษฐีไกรสรผู้ที่เป็นเจ้าของโรงเลื่อยเจ้าใหญ่ที่สุดในเมืองระยอง เขาเป็นผู้ชายที่หวงความโสดมากที่สุดและไม่เคยชายตาและผู้หญิงคนไหนที่จะเอามาเป็นเมียหรือแม่ของลูก นอกจากผู้หญิงชั่วคราวที่เอาไว้บำเรอความใคร่เขา แต่แล้วเหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เขาเจอเด็กผู้หญิงที่มีแววตาเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอนั่งอยู่ในโรงเลื่อยของเขาด้วยท่าทีที่เหม่อลอยเธอกลับถูกชะตาเด็กผู้หญิงมอมแมมคนนั้นจนถึงขั้นรับเลี้ยงเธอ ปาริชาติเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีที่พ่อแม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควรและเธอก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเธอได้อาศัยอยู่กับป้าแม้นป้าใจดีในโรงเลื่อยแต่ป้าก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายจึงทำให้เธอไม่ได้เรียนหนังสือออกมาช่วยป้าแม้นทำงานในโรงเรื่อยเล็กๆน้อยๆ ใครๆก็บอกว่าเศรษฐีเจ้าของโรงเลื่อยเป็นคนใจดีมากปาริชาติเพิ่งเคยเห็นเศรษฐีเจ้าของโรงเลื่อยเป็นครั้งแรกเธอแอบกลัวเขาอยู่เล็กน้อยแต่ไม่รู้เคราะห์ซ้ำหรือกำซัดที่อยู่ดีๆก็ถูกรับเลี้ยงโดยเศรษฐีเจ้าของโรงเลื่อยที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุและโหดที่สุด
View Moreเสียงกุกกักของเครื่องไม้เครื่องมือในโรงเลื่อยดังเป็นจังหวะ แต่กลับฟังดูเงียบงันในโสตประสาทของ ปาริชาติ เด็กหญิงอายุสิบสองปีนั่งเหม่อมองเศษขี้เลื่อยที่ปลิวว่อนในอากาศเหมือนหิมะสีน้ำตาล ใจลอยไปไกลถึงวันที่แม่ยังอยู่ วันที่บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ในทุ่งนาอบอวลไปด้วยกลิ่นแกงส้มและเสียงหัวเราะของพ่อ
วันเวลาผ่านมาไวเหมือนสายน้ำ พ่อจากไปไม่นานนักหลังจากแม่ ตามด้วยหนี้สินที่กองเป็นภูเขาเลากา จนป้าที่รับเลี้ยงต้องขายบ้านและที่ดินทิ้ง บ้านที่เคยเป็นวิมานกลายเป็นแค่ความทรงจำ ปาริชาติกลายเป็นเพียงเด็กหญิงในความดูแลของป้าผู้ใจดีแต่ก็ยากจนข้นแค้น การขายแรงงานเป็นทางออกเดียวเพื่อประทังชีวิต เธอในวัยเพียงสิบสองปีต้องทำงานในโรงเลื่อยแลกกับค่าอาหาร และยังไม่ได้เรียนหนังสือหลังจากที่พ่อแม่ของเธอจากไป “ปาริชาติ! อย่ามัวแต่เหม่อ! รีบเอาไม้พวกนี้ไปจัดเรียงเสีย” เสียงแหบห้าวของหัวหน้าคนงานดังขึ้น ปาริชาติสะดุ้งสุดตัว รีบก้มหน้าก้มตาแบกไม้แผ่นใหญ่ที่หนักอึ้งอย่างทุลักทุเล มือเล็ก ๆ ทั้งสากและหยาบกร้านจนจำไม่ได้ว่าความนุ่มนวลเป็นอย่างไร ทันใดนั้น เสียงรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาก็หยุดกึกอยู่ไม่ไกลจากที่เธออยู่ ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว ชายรูปหล่อใส่ทองเส้นโต รูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายภูมิฐานในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับคนขับ ลูกสมุนนับสิบ ขับรถตามมาอีกคัน ทุกคนในโรงเลื่อยต่างก้มหน้าก้มตาทำงานแข็งขันกว่าปกติ ชายผู้นั้นคือ ไกรสร เจ้าของกิจการโรงเลื่อยและอีกหลายกิจการในระยอง เขาอายุ 32 ปี หล่อเหลา สูง 190 ซม. ผิวเข้ม สักยันต์อักขระไทยเต็มตัว ดูน่าเกรงขาม ปาริชาติไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเขาใกล้ ๆ มีเพียงเรื่องเล่าจากปากคนงานคนอื่น ๆ ที่ว่าเขาเป็นเศรษฐีใหญ่ใจดี แต่ก็มีข่าวลือหนาหูเรื่องที่เขามักจะมีสาวน้อยสาวใหญ่คอยมาบริการเรื่องบนเตียงอย่างมากหน้าหลายตา ใคร ๆ ก็อยากเป็นเมียเศรษฐีโรงเลื่อยในยุคปี พ.ศ. 2537 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลดแล่นที่สุดและกำลังเติบโตพัฒนาคู่แข่งในการค้าก็น้อยยิ่งทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง ในขณะที่ไกรสรเดินลงมาตรวจตราโรงเลื่อยของเขาพร้อมกับเหล่าลูกสมุนที่เดินตามหลังมานับสิบเหมือนกับเจ้าพ่อมาเฟียในยุค 90 พลันสายตาของไกรสรปรายมาที่ปาริชาติ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังทุลักทุเลกับไม้แผ่นใหญ่จนเกือบจะล้ม ด้วยความสงสารเขาจึงเดินเข้ามาหา “ทำไมถึงให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้มาทำงานหนักขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเมตตาเอ่ยถามหัวหน้าคนงานอย่างไม่พอใจนักเพราะเขาไม่เคยเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้มาก่อนในโรงเลื่อย “ก็… นางไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วขอรับ” หัวหน้าคนงานอึกอักตอบ “พ่อกับแม่ก็ตายหมดแล้ว”หัวหน้าคนงานก็รีบพยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ให้เด็กผู้หญิงที่ชื่อปาริชาติมาช่วยงาน ป้าแม้นเป็นป้าที่ใจดีที่สุดในโรงเลื่อยเห็นว่าเด็กคนนี้ไม่มีที่ไปนางจึงรับเลี้ยงแม้ไม่ใช่ญาติก็ตามแต่ คำว่า “พ่อกับแม่ก็ตายหมดแล้ว” กรีดลึกลงไปในหัวใจของไกรสร ราวกับเขากำลังมองเห็นตัวเองในอดีต เด็กชายที่เคยไร้ที่พึ่งพิงและเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว ไกรสรหันไปมองเด็กหญิงอีกครั้ง ใบหน้าของเธอมอมแมมไปด้วยขี้เลื่อย ดวงตาคู่กลมโตเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและเหนื่อยล้า แต่ความใสซื่อบริสุทธิ์ของเธอนั้นสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ยิ่งมองนานเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนความสงสารกับกินไปภายในใบหน้าที่ดูเย็นชาของไกรสรแต่หัวใจของเขาไม่ได้ด้านชาเหมือนกับด้านที่เขาแสดงออกมาเขาจึงก้าวเดินไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้น “หนูชื่ออะไร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ปาริชาติค่ะ” เด็กหญิงตอบเสียงเบาเธอที่ถือไม้ท่อนเล็กๆอยู่ในมือ ก้มหน้าก้มตาตอบไกรสรอย่างไม่กล้าสบตาเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะใจดีอย่างที่ได้ยินมาหรือไม่เด็กสาววัย 12 ปี ที่ดูเหมือนชีวิตจะมืดมน เธอกำพร้าพ่อแม่อาศัยบุญบารมีเก่ามีป้าใจดีชื่อป้าแม้นในโรงเลื่อยรับเลี้ยงคอยให้อาหารเธอแต่ก็ไม่สามารถส่งเธอเรียนหนังสือดี ๆ ได้ เธอจึงต้องทำงานช่วยป้าแม้นคนที่รับเลี้ยงเธอ ไกรสรนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ปาริชาติเป็นเด็กสาวผิวขาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อย เพียงแรกเห็นสบตาเขาก็รู้สึกถูกชะตากับปาริชาติอย่างประหลาด หลังจากสบตากับเด็กหญิง ปาริชาติ ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้าสู่หัวใจของไกรสรอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความสงสารอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่คล้ายกับแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ ความน่ารักสดใสที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบความเหนื่อยล้าและขี้เลื่อยทำให้ชายผู้ไม่เคยสนใจใครอย่างจริงจังต้องหยุดนิ่งและพิจารณา เขาเคยชินกับการมีหญิงสาวมากมายรายล้อม แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่อยากจะดูแลปกป้องเมื่อเขายิ่งรู้ว่าปาริชาติเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับเขาในวัยเด็ก มันยิ่งทำให้เขาอยากจะอุปการะปาริชาติมาไว้ในความดูแล งั้นฉันจะดูแลเด็กผู้หญิงคนนี้ เสียงของไกรสรดังลั่นกว่าเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังพากันเลื่อยไม้ 4-5 ตัวทุกคนต่างหันมองเป็นตาเดียว ว่าเด็กหญิงปาริชาติคนนี้เธอกำลังจะเปลี่ยนไปทั้งชีวิต “หัวหน้า”หัวหน้าโรงเลื่อยถึงกับมือไม้อ่อนและมองหน้าไกรสรเขาไม่อาจทัดทานความต้องการของผู้เป็นเจ้านายเหนือหัวอย่างไกลสรได้ ไกรสรเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจ “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เด็กคนนี้ไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว”เขาประกาศเสียงดังลั่นโรงเลื่อย หัวหน้าคนงานถึงกับอ้าปากค้าง “แต่ว่า… แล้วค่าอาหารของนางปาริชาติล่ะขอรับ”หัวหน้าคนงานก็แอบเป็นห่วงแทนป้าแม้นเพราะถ้าปาริชาติไม่ทำงานเธอก็จะไม่มีข้าวกินเช่นกันป้าแม้นไม่มีลูกหลานที่ไหนแกจึงใจดีรับเลี้ยงแต่ตัวแกเองนั้นก็ยากจนข้นแค้นเหมือนกัน ไกรสรหันไปมองปาริชาติอีกครั้ง ดวงตาของเขาวาววับด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “ฉันจะให้คนของฉันไปรับเธอที่บ้าน และจะรับเธอไปดูแลเอง” ทุกคนในโรงเลื่อยต่างซุบซิบกันด้วยความประหลาดใจ บ้างก็คาดเดาว่าไกรสรจะรับปาริชาติไปเป็นลูกเลี้ยง บ้างก็ว่าเขาคงจะรับเธอไปเป็นนางบำเรอคนใหม่ตามข่าวลือ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม ปาริชาติยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาจนเธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือหวาดกลัว ชายที่ยืนตรงหน้าเธอคือบุคคลที่เคยได้ยินแต่ชื่อ เขาดูลึกลับและน่าเกรงขามเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ เมื่อคนของไกรสรเดินทางไปถึงบ้านของปาริชาติเพื่อแจ้งความจำนง ป้าแม้นของเธอก็ตกใจจนตัวสั่น ไม่ว่าใครที่ได้ยินชื่อของไกรสรก็ต้องหวั่นเกรงในอิทธิพลของเขา....ขณะนั้นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่เขาถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวเช็ดปรอยผมที่เปียกหมาด ๆ ปาริชาติเธอที่เห็นว่าท่านเศรษฐีไกรสรของเธอเดินออกมาด้วยผ้าผืนเดียวเธอก็กลับรู้สึกชินชาไปซะแล้วเพราะเธอเห็นภาพนี้ทุกเช้า ถ้าเป็นสาว ๆคนอื่นคงรอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่รอบ มีแต่คนอยากได้เศรษฐีไกรสรเป็นผัวจนตัวสั่น ซึ่งปาริชาติเองก็รู้ดีเธอก็ภูมิอกภูมิใจเหลือเกินที่ท่านเศรษฐีไกรสรของเธอหล่อจนสาวๆ พากันแทบละลายทั้งจังหวัดระยองท่านเป็นคนดังและทรงอิทธิพล"แล้วทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" เศรษฐีไกรสรที่เห็นปาริชาติใส่เสื้อสายเดี่ยวผ้าถุงผืนเล็กสั้น ๆ พับขึ้นเหนือเข่าเธอแต่งตัวไม่เหมือนเด็กทั่วไป คงเป็นเพราะความเคยชิน ทุกครั้งที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะแต่งตัวแบบนี้ โดยให้เหตุผลแค่ว่า เธอสะดวกสบายในการทำงานบ้านแม้ว่าเศรษฐีไกรสรจะสั่งห้ามแต่ก็คงขัดใจปาริชาติไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่งเดียวที่ให้ปาริชาติทำคือจัดการเรื่องอาหารการกินและการดูแลเขาเท่านั้น"ให้ปาริชาติช่วยเช็ดผมให้ท่านเศรษฐีไหมจ๊ะ จะได้แห้งไว ๆ " ปาริชาติที่พูดจบก็พุ่งกระโจรปีนขึ้นไปบนที่
ในที่สุดวันที่จะออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง ไกรสรจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาดูแลปาริชาติเป็นอย่างดีเขาแทบจะไม่กระดิกกายห่างจากปาริชาติเลย เกิดเรื่องกับเขาและปาริชาติหลายครั้งหลายคราวแต่กลับกลายเป็นว่าปาริชาติคือคนที่จะต้องรับความซวยแทนเขาตลอดเขาพาเธอกลับบ้านด้วยรถเบนซ์คันหรูของเขาเอง ปาริชาตินั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่สดใสเมื่อมาถึงบ้าน ป้าหน่อย แม่บ้าน และคนอื่น ๆ ต่างมายืนต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ป้าหน่อยโผเข้ากอดปาริชาติด้วยความรัก “คุณหนูปลอดภัยดีนะลูก ป้าเป็นห่วงแทบแย่”“ป้าหน่อย...หนูคิดถึงป้ามากเลยค่ะ” ปาริชาติกอดตอบป้าหน่อยแน่น เธอดีใจที่ได้กลับมาบ้านอีกครั้งไกรสรยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปในบ้านก่อน แล้วหันไปพูดกับป้าหน่อย “ป้าหน่อยครับ วันนี้ป้าช่วยทำแกงจืดไข่น้ำให้ปาริชาติหน่อยนะครับ”“ได้เลยค่ะท่านเศรษฐี” ป้าหน่อยรับคำด้วยความเต็มใจ“เดี๋ยวผมจะไปส่งปาริชาติที่ห้องนะครับ” ไกรสรพูดแล้วเดินนำปาริชาติขึ้นไปบนห้องนอนของเธอเมื่อเข้าไปในห้องนอนของปาริชาติ ไกรสรก็มองไปรอบ ๆ ห้อง “มีอะไรที่เธออยากได้เพิ่มอีกหรือเปล่า”“ไม่ค่ะท่
ไกรสรเดินออกมาจากห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาเย็นชาจนลูกน้องทุกคนไม่กล้าสบตา ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกลียดเสือที่ยังคงยึดติดอยู่กับอดีต และเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้"เตรียมรถ" ไกรสรสั่งเสียงเรียบ "ฉันจะไปโรงพยาบาล"ลูกน้องรีบจัดเตรียมรถให้ทันที ไกรสรเดินขึ้นรถด้วยท่าทางที่สงบ แต่ภายในใจของเขาเดือดปุดๆ เขากำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมาที่โรงพยาบาล ปาริชาตินอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เธอถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นพิเศษ ไกรสรเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อครู่ความโหดเหี้ยมที่เขามีต่อเสือได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในใจของเขาเหลือเพียงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้ามือของไกรสรค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของปาริชาติไว้ เขาบีบมือเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงแผ่วเบา "ปาริชาติ...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"เสียงพึมพำในลำคอแต่ยังคงดังก้องในโสตประสาทของปาริชาติแม้เธอจะหลั
คมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ได้แทงเข้าที่ไกรสร แต่กลับเป็นร่างเล็กของปาริชาติที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาที่รับคมมีดนั้นไว้เต็มตัว"ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสน เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ปาริชาติตัวแข็งทื่อ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอ เสือเองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นเช่นนี้"หนู...หนูปกป้องท่านเศรษฐีได้แล้ว..." ปาริชาติกระซิบเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มให้ไกรสรทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของเขาไกรสรรับร่างของปาริชาติไว้ เขากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมเธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เขาพยายามจะเรียกสติของเธอ แต่ปาริชาติก็ไม่ตอบสนองแล้ว"ปาริชาติ! ได้ยินฉันไหม! ปาริชาติ!" ไกรสรตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขย่าร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเบาๆ แต่เธอก็ยังคงแน่นิ่งเสือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเมริสาจะลงมาขวางเขาในครั้งนั้น และไม่คิดว่าในครั้งนี้จะเป็นปาริชาติจะมาขวางเขาในวันนี้เช่นกัน ทุกอย่างย้อนกลับไปในคืนนั้นอีกครั้ง คืนที่เขาต้อง