Masuk“ไม่ติดค่ะ พิงค์ไปแทนให้ได้ ว่าแต่งานนี้มีธีมหรือสีเสื้อผ้าให้พิงค์ต้องเตรียมไหมคะ” พ
และแล้ววันที่ต้องเผชิญหน้ากับภคภัทรก็มาถึง ข่าวที่ครอบครัวของวิมลวรรณและท่าอากาศยานภูมิทรรศล้มละลายจนต้องปิดตัวลงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับข่าวดีที่ติณณภพผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท่าอากาศยานสุวรรณเขตได้ประกาศขอวิมลวรรณแต่งงาน ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ล่วงเลยไปได้สามวันแล้ว สามวันที่พลอยชมพูไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับภคภัทรเลย เพราะเขาไม่รับโทรศัพท์เธอแม้แต่สายเดียว ขณะที่ปฐมาเองก็คอยส่งข่าวด้วยความเป็นห่วงว่าภคภัทรยังคงไปทำงานตามปกติ แต่ที่น่าแปลกใจคือภคภัทรไม่เรียกปฐมาไปต่อว่าหรือสอบถามเรื่องของพลอยชมพูแม้แต่น้อย เขาทำราวกับต้องการให้เธอไม่มีตัวตนและไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาทั้งสิ้น จนมาในวันนี้ สุดท้ายพลอยชมพูกับภคภัทรก็ต้องมาประจันหน้ากันอีกครั้งที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา และนี่ก็เป็นวันแรกที่เธอกับวิมลวรรณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของติณณภพ “บ้านวรวงศ์คุณากรของเรายิ
“ชมพูขอตัวก่อนนะคะ” พลอยชมพูไม่รอให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านพูดอะไร เธอรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อตามชายหนุ่มไปทันที “คุณภัทรคะ รอชมพูก่อน” พลอยชมพูตะโกนเรียกชายหนุ่มเสียงดัง จนเขายอมหยุดเดินและหันไปมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับว่าระหว่างเธอกับเขาไม่เคยรู้จักกัน “ครับ? คุณชมพูมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า” ภคภัทรมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย “คือว่า…ชมพูอธิบายเรื่องทั้งหมดได้นะคะ” “ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะผมเข้าใจหมดแล้ว” ภคภัทรเหยียดยิ้มด้วยความดูถูกพร้อมกับมองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน ไม่เหมือนกับภคภัทรคนเดิมที่เธอเคยรู้จักมาก่อน&n
วันรุ่งขึ้นภคภัทรตื่นขึ้นด้วยความกังวลใจเมื่อไม่เห็นพลอยชมพูติดต่อกลับมา แต่แล้วเมื่อโทร.ไปหาเธอกลับพบว่าเจ้าตัวปิดโทรศัพท์มือถือไปเสียแล้ว ความรู้สึกของชายหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างจากการ ‘โดนฟันแล้วทิ้ง’ เลยก็ว่าได้ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกเมียเทไม่สนใจ ทั้งที่ปกติเขามักจะเป็นฝ่ายเมินผู้หญิงเสียมากกว่า แม้จะไม่อยากไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมวิมลวรรณ แต่เมื่อผู้เป็นพ่อได้ขอร้องเอาไว้ภคภัทรจึงไม่อยากขัดใจ ระหว่างการเดินทางชายหนุ่มจิตใจว้าวุ่นเรื่องพลอยชมพูไปหมดจนไม่ได้สนใจว่าปลายทางที่คนขับรถพามาคือที่เดียวกับโรงพยาบาลที่เขาขับรถมาส่งพลอยชมพูเมื่อวันก่อน มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อติณณภพเรียกเขา “จะลงจากรถได้หรือยังตาภัทร” ติณณภพเรียกลูกชายที่เอาแต่เหม่อลอยให้ลงจาก
“แม่พูดอะไรคะ ชมพูไม่เข้าใจ” พลอยชมพูมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยสายตาตั้งคำถาม เธอไม่ได้เด็กเสียจนไม่เข้าใจในความหมายที่ผู้เป็นแม่พูด แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรต่างหาก “มันผิดที่แม่เอง หลายปีมานี้แม่บริหารผิดพลาดจนสร้างหนี้ให้กับสนามบินหลายหมื่นล้าน ตอนนี้แม่กำลังโดนฟ้องศาลสั่งยึดสนามบินและฟ้องล้มละลายเรา แม่ขอโทษนะชมพู” วิมลวรรณร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถอดทนได้ ที่ผ่านมาเธอพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยตนเอง โดยไม่บอกสถานะของครอบครัวให้กับพลอยชมพูรู้เพราะไม่อยากให้พลอยชมพูมีเรื่องเครียด และอยากให้ลูกของเธอได้มีความสุขในช่วงชีวิตวัยรุ่นให้มากที่สุด แต่สุดท้ายวิมลวรรณก็ไม่สามารถจัดการปัญหาทั้งหมดได้จริงๆ หนี้สินมากมายเริ่มก่อตัวเข้ามาจนเธอไม่สามารถยื้อไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามดูแลพลอยชมพูให้ดีที่สุด ทุกเดือนพลอยชมพูยังคงได้รับเงินดูแลอย่าง
“คือว่าจริงๆ แล้วชมพู….” ติ๊ดๆ ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดประโยคถัดไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครกันโทร.มาหาเธอในยามเช้าเช่นนี้ และเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทร.เข้ามาเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านของตนเอง ลางสังหรณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นทันที เพราะร้อยวันพันปีแม่ของเธอไม่เคยใช้เบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านติดต่อมาเช่นนี้ “ฮัลโหล” “คุณชมพูคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ รถคุณวิประสบอุบัติเหตุตอนนี้อยู่ที่ห้องไอซียู” เสียงสาวใช้ที่พลอยชมพูคุ้นเคยพูดเสียงดังจนออกม
“อื้อ คุณภัทรขา…” พลอยชมพูจับใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ก่อนจะเป็นฝ่ายบดขยี้ริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากร้อนแรงของภคภัทร หญิงสาวใช้ประสบการณ์ที่ชายหนุ่มเป็นคนสอนเธอสอดแทรกเรียวลิ้นเล็กเข้าไปเกี่ยวตวัดกับเรียวลิ้นสากหนาของชายหนุ่ม พร้อมกับดูดเม้มริมฝีปากของเขาอย่างร้อนแรงและหิวกระหายไม่แพ้กัน “อา…คุณรู้ตัวไหมว่าคุณโคตรน่าเอา” ชายหนุ่มถอนริมฝีปากก่อนจะเป็นฝ่ายรุกรานริมฝีปากระเรื่อของหญิงสาวด้วยตนเอง ในขณะที่สะโพกสอบก็ทำหน้าที่กระแทกแก่นกายเข้าหาหญิงสาวอย่างไม่หยุดหย่อน “คุณภัทร ชมพูไม่ไหวแล้วจริงๆ ช่วยชมพูด้วยนะคะ” เมื่อความเสียวซ่านมาถึงขัดจำกัด พลอยชมพูเอ่ยปากอ้อนวอนชายหนุ่มอีกครั้ง “ไม่ไหวแล้วเหรอครับ ฮึ” ภคภัทรสบตาหญิงสาวด้วยสายต







