เติมรักให้เต็มใจ

เติมรักให้เต็มใจ

last updateLast Updated : 2026-05-13
By:  ปิ่นปภัสCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
17Chapters
158views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เขาคือผู้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจ เธอคือหญิงสาวชนบทที่มีเพียงไร่ผืนเล็กและชีวิตที่เรียบง่าย แต่รายล้อมไปด้วยความสุขที่เขาไม่เคยได้สัมผัส ความโดดเดี่ยวในหัวใจเย็นชาสิ้นสุดลง เมื่อดอกไม้ในหัวใจเริ่มเบ่งบาน

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น

ถนนในชนบทในเวลากลางคืน ที่ถูกล้อมรอบด้วยความมืดและเงียบสงัด แม้จะยังไม่ดึกมากนักแต่ก็ถูกปกคลุมด้วยความเปลี่ยวจนน่ากลัว มีเพียงรถเก๋งคันหรูเพียงคันเดียวที่วิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ อาศัยแสงไฟจากหน้ารถที่สาดส่องให้ความสว่างเพียงเท่านั้น

เสียงพูดคุยไม่ขาดสายเพื่อทำลายความเงียบภายในห้องโดยสารมีอยู่เป็นระยะ ของคนขับกับเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“ฉันว่าเราออกจากตัวเมืองมาไกลแล้วนะหาที่พักก่อนดีกว่านายเข้ม พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที” พิพัฒน์เอ่ยปากกับพลขับหนุ่ม

“ครับคุณพัฒน์”

พิพัฒน์ ทรัพย์เทวากุล” นักธุรกิจหนุ่มทายาทโรงแรมหรูในภาคใต้และบริษัทในเครืออีกมากมายในกรุงเทพฯ กำลังออกเดินทางมุ่งสู่ขอนแก่น เพื่อตามหาญาติผู้ใหญ่ตามที่อยู่ในเอกสารประวัติพนักงาน ที่เขาเคยเจอในรูปถ่ายคู่กับมารดาของเขาในครั้งที่เธอยังมีชีวิตอยู่

รถวิ่งตามทางเปลี่ยวไปเรื่อย ๆ โทรศัพท์มือถือที่เปิดตัวนำทางก็ยังคงส่งเสียงทำงานอยู่เป็นระยะ แสงไฟจากหน้ารถคันหลังที่ขับตามมาสาดกระทบที่กระจกมองข้างเป็นครั้งคราว ยังดีที่มีเพื่อนร่วมทางในถนนมืดและเปลี่ยวแบบนี้ชายหนุ่มคิดในใจ เขาเอนหลังพิงเบาะหลับตาผ่อนคลาย หลังจากเร่งเคลียร์งานให้จบในวันนี้ก็ค่อนบ่ายทำให้ออกเดินทางช้า ยังไม่ถึงจุดหมายก็มืดเสียแล้ว

ถนนเส้นนี้ตัดผ่านภูเขาเล็กสองลูกเพื่อใช้เป็นทางลัด รถวิ่งมาถึงบริเวณเนินเขา แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องโขดหินสองข้างทางที่ตัดเป็นถนนตรงกลาง เขาลืมตา สอดสายตาส่องผ่านกระจกมองหลังบนหน้ารถ รถคันหลังเร่งความเร็วตามมาไม่ให้เว้นห่าง เมื่อถึงทางโค้งขึ้นเนินเขากลับชะลอความเร็วลงทิ้งระยะห่างไกลออกไป

ทันทีที่รถเลี้ยวโค้งตามไหล่เขา รถกระบะคันเดิมก็ขับตามมาทัน พร้อมกับเร่งความเร็วขึ้น พุ่งเข้าชนกับรถเก๋งคันหน้าแบบไม่ให้ตั้งตัว

โครม!

เอี๊ยด...

“เฮ้ย” เข้มเปล่งเสียงออกมาทันทีด้วยความตกใจ มือจับพวงมาลัยแน่นบังคับรถไว้ให้ทรงตัว พิพัฒน์หันกลับไปมองรถเจ้าปัญหาที่ก่อเหตุด้านหลังด้วยความตกใจเช่นกัน

เมื่อด้านหน้าเป็นทางโค้งอันตราย เข้มเรียกสติตัวเองให้กลับมา มือยังกำพวงมาลัยไว้แน่นเพื่อไม่ให้รถเสียหลัก ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ รถก็โดนกระแทกชนซ้ำอีกครั้ง และชนกระแทกซ้ำอีกเป็นครั้งที่สาม คราวนี้รถหมุนเคว้งและไถลพลิกตลบคว่ำลง ตะแคงถูครูดไปกับถนนบวกกับเสียงเบรกดังสนั่นในความเงียบ พร้อมกับเสียงนกบนต้นไม้ที่กระพือปีกบินหนีด้วยความตกใจ

จากแรงกระแทกทำให้รถชนเข้ากับโขดหินที่กองรวมจากการสร้างถนน ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าเป็นตัวรับแรงกระแทกและชะลอรถไว้ไม่ให้ตกเขา แสงไฟจากหน้ารถที่กำลังทิ่มหัวลงด้านล่างส่องลงไปในความมืด และอีกไม่นานรถคงล่วงไปอยู่ด้านล่างเป็นแน่ พิพัฒน์ไม่มีเวลาคิดอะไรมาก เขาปลดสายเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวอย่างรีบเร่ง

“เข้ม...เข้ม” ตะโกนเรียกคนขับแต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ  

นายเข้มที่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนสายเข็มขัดนิรภัยยังคาดอยู่ที่หน้าอก พิพัฒน์หันกลับไปมองด้านหลัง แสงไฟจ้าจากหน้ารถคู่กรณีสาดกระทบมาจนแสบตามองไม่เห็นภาพใด ๆ  รถกระบะคันนั้นจอดนิ่งอยู่สักพัก

อุบัติเหตุ หรือการปล้นชิงทรัพย์? คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้

หากออกจากตัวรถไปตอนนี้คงไม่ปลอดภัยเป็นแน่ แล้วเข้มอีกล่ะ

ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิดและตัดสินใจอยู่นั้น รถกระบะคันเดิมก็พุ่งเข้ากระแทกกับรถเก๋งอีกครั้ง หน้ารถทิ่มลงหน้าผา ครูดกับโขดหินและกิ่งไม้ใหญ่ถลาตกลงไปด้านล่าง

บรรยากาศตอนเช้าตรู่ในชนบทที่สดใส ฝูงนกที่ออกหากินบินถลาอยู่บนท้องฟ้าส่งเสียงกังวานเซ็งแซ่สลับกันไปมาในยามเช้า แสงแดดยังไม่มีให้เห็น มีเพียงกลุ่มหมอกบาง ๆ ปกคลุมทั่วบริเวณไกลสุดลูกหูลูกตา ด้านหน้ามองเห็นสันเขาและทิวทัศน์สลัว ๆ

กิ่งกานดา ขับรถกระบะเก่า ๆ คู่ใจวิ่งไปตามถนนลูกรัง ด้านข้างคือชายชราผู้เป็นพ่อนั่งคู่มาด้วย ด้านหลังรถเป็นอุปกรณ์สำหรับตัดหญ้า และชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสนอนเอกเขนกร้องเพลงแข่งกับนกอย่างอารมณ์ดี เธอขับไปเรื่อย ๆ บนทางลูกรังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถโยกโครงเครงอยู่เป็นระยะ แต่คนขับและผู้โดยสารกลับพูดคุยหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี เส้นทางนี้เป็นทางลัดสามารถตัดผ่านถนนใหญ่ทะลุออกสวนสัตว์ที่ภูเขาลูกใหญ่ด้านหน้า

เสียงนกน้อยใหญ่ที่เกาะตามกิ่งไม้ร้องเจื้อยแจ้วก้องกังวานสลับกันไปมา ปลุกชายหนุ่มให้ลืมตาขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องลอดตามช่องของกิ่งไม้ลงมากระทบใบหน้า เขาลืมตาขึ้นมองกวาดสายตาไปรอบบริเวณ อาการปวดตุบ ๆ ตรงขมับทั้งสองข้างจนต้องขมวดคิ้ว ระบมไปทั้งตัว พิพัฒน์ใช้ข้อศอกดันพื้นเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ต้องชะงักเมื่ออาการปวดที่ขาร้าวมาถึงสะโพก

ชายหนุ่มใช้กำลังแขนยันพื้นยกสะโพกขึ้นนั่งมองดูขาข้างซ้ายที่ตอนนี้ขยับไม่ได้ และรอยขีดข่วนฟกช้ำตามแขน พิพัฒน์ยกมือขึ้นกุมขมับและนวดคลึงเบา ๆ เสยผมซึ่งแข็งและเหนียวเกรอะกรังจากคราบเลือดที่แห้งแล้ว

ภาพจากเหตุการณ์เมื่อคืนวิ่งเข้ามาในหัว เขาลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางหาคำตอบให้กับตัวเอง ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอนและไม่ใช่การปล้นชิงทรัพย์ หากเป็นโจรก็ต้องเข้ามารื้อค้นหาของมีค่า หรือถ้าเป็นอุบัติเหตุจะต้องรีบขับรถหลบหนีทันที พวกมันเป็นใคร ? คือคำถามที่ค้างอยู่ในหัวของเขา

พิพัฒน์ ทรัพย์เทวากุล หรือชื่อนี้ของเขาที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เมื่อคืน หากเขาโดนลอบทำร้ายจริงพวกมันคงทำให้คล้ายว่าเป็นอุบัติเหตุ ชายหนุ่มคิดในใจ และนึกห่วงความปลอดภัยของนายเข้ม ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

เสียงรถเครื่องเกษตรและมอเตอร์ไซค์ วิ่งผ่านเป็นระยะให้ได้ยินเสียงเพียงแว่วๆ แสดงว่าถนนคงอยู่ไม่ห่างจากจุดนี้มากนัก เขามองหาไม้มาผูกดามท่อนขาที่หักและฉีกแขนเสื้อแจ็กเกตออกและมัดไว้

ชายหนุ่มเดินกะโผลกกะเผลกออกมาแบบไม่รู้จุดหมาย แต่ไปตามเสียงรถที่คิดว่าน่าจะเป็นถนน แต่เดินไปได้เพียงไม่นานก็ต้องหยุดเพราะแรงปวดจากขา เขานั่งพิงต้นไม้ใหญ่เป่าปากผ่อนลมหายใจทิ้ง เนื่องจากไม่ได้พักติดต่อกันมาหลายคืนยังต้องมานอนตากน้ำค้างยันสว่าง ด้วยความอ่อนล้าทำให้เขาผล็อยหลับไป

กิ่งกานดาจอดรถที่ตีนเขา ด้านหน้าเป็นลานหญ้าคาบริเวณกว้างจุดมุ่งหมายของวันนี้ คือการเกี่ยวหญ้าคาเพื่อใช้มุงหลังคากระท่อมท้ายสวน

“สังกะสีมีเยอะแยะ จะเกี่ยวหญ้าให้มันเหนื่อยยุ่งยากทำไมก็ไม่รู้” โหน่ง หรือ นาวิน หลานชายตัวแสบของบ้านบ่นพึมพำ

“สังกะสีมันร้อน ไม่ได้ฟิวเข้าใจไหม?” พี่สาวตอบยิ้ม ๆ

แดดเริ่มแรงขึ้นในตอนสายก็ได้จำนวนหญ้าตามที่ต้องการ

“ไอ้โหน่งไปไหนแล้วพ่อ?” เอ่ยถามนายแจ่มขณะนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้

“เดี๋ยวก็คงมาไปฉี่ละมั้ง”

กิ่งกานดา บุตรสาวเพียงคนเดียวของ ตาแจ่ม อดีตผู้ใหญ่บ้านเขาหญ้าคา ที่รับเลี้ยงนาวินลูกของน้องชายมาตั้งแต่เด็ก หลังจากพ่อของเขาตรอมใจและดื่มหนักจนป่วย แม่ของเขาทิ้งไปตั้งแต่คลอดเขาได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นานพ่อของเขาก็เสียชีวิตลง

ไม่นานผู้ที่ถูกถามหาก็วิ่งออกมาจากป่าหน้าตาตื่น

“พี่กิ่ง…ลุงแจ่ม...ช่วยหน่อย”

“อะไรของเอ็งวะไอ้โหน่ง?”

ทั้งสามหยุดยืนมองชายหนุ่มแปลกหน้า ที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เขาพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมองอย่างยากลำบาก แต่มันหนักอึ้งเหมือนถูกดึงไว้จนต้องหลับลงอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงคุยกันสะท้อนเข้ามาในหัว

“ขาหักด้วยนี่ อุบัติเหตุหรือเปล่า”

“ไข้ขึ้นสูงด้วย”

“ท่าทางไม่ใช่คนแถวนี้”

“พาไปโรงพยาบาลก่อน”

กิ่งกานดานั่งรอด้านหน้าห้องฉุกเฉิน มองดูผู้เป็นพ่อที่เดินกลับจากให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่พยาบาล นายแจ่มนึกถึงคำพูดของชายหนุ่มที่ขอร้องหลังจากได้สติระหว่างทาง เขากลัวคนร้ายกลับมาหาข้อมูลของเขาที่โรงพยาบาล อดีตผู้นำหมู่บ้านอย่างลุงแจ่มจะทิ้งคนที่ตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร และได้ให้ใช้ชื่อของ นาวิน แทน

“เขาเป็นยังไงบ้างพ่อ?”

“ขาหักต้องเข้าเฝือก ไข้ขึ้นสูงต้องนอนโรงพยาบาล เดี๋ยววันนี้พ่อจะอยู่เฝ้าเขา แกกับไอ้โหน่งกลับกันไปก่อนเลย”

“เขาไม่มีญาติเหรอ เราติดต่อญาติเขาสิพ่อ” ชายชรามองหน้าบุตรสาวก่อนเล่าเรื่องราวให้เธอฟัง ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของชายแปลกหน้า นายแจ่มจึงอยู่เป็นเพื่อนเฝ้าเขาอยู่ที่โรงพยาบาลในระหว่างรักษาตัว 

หลังจากฟื้นจากพิษไข้พิพัฒน์ได้ทบทวนอยู่หลายรอบ และกังวลในความปลอดภัยของตัวเอง เพราะยังไม่มีคำตอบให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเป็นศัตรูที่อยู่ในมุมมืด และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันเป็นใคร จึงขอออกมาพักรักษาตัวข้างนอกให้หายดีเสียก่อน เพราะสิ่งที่ผู้เป็นพ่อฝากฝังไว้ให้เขาทำยังไม่บรรลุเป้าหมาย

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
17 Chapters
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
ถนนในชนบทในเวลากลางคืน ที่ถูกล้อมรอบด้วยความมืดและเงียบสงัด แม้จะยังไม่ดึกมากนักแต่ก็ถูกปกคลุมด้วยความเปลี่ยวจนน่ากลัว มีเพียงรถเก๋งคันหรูเพียงคันเดียวที่วิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ อาศัยแสงไฟจากหน้ารถที่สาดส่องให้ความสว่างเพียงเท่านั้นเสียงพูดคุยไม่ขาดสายเพื่อทำลายความเงียบภายในห้องโดยสารมีอยู่เป็นระยะ ของคนขับกับเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลัง“ฉันว่าเราออกจากตัวเมืองมาไกลแล้วนะหาที่พักก่อนดีกว่านายเข้ม พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที” พิพัฒน์เอ่ยปากกับพลขับหนุ่ม“ครับคุณพัฒน์”“พิพัฒน์ ทรัพย์เทวากุล” นักธุรกิจหนุ่มทายาทโรงแรมหรูในภาคใต้และบริษัทในเครืออีกมากมายในกรุงเทพฯ กำลังออกเดินทางมุ่งสู่ขอนแก่น เพื่อตามหาญาติผู้ใหญ่ตามที่อยู่ในเอกสารประวัติพนักงาน ที่เขาเคยเจอในรูปถ่ายคู่กับมารดาของเขาในครั้งที่เธอยังมีชีวิตอยู่รถวิ่งตามทางเปลี่ยวไปเรื่อย ๆ โทรศัพท์มือถือที่เปิดตัวนำทางก็ยังคงส่งเสียงทำงานอยู่เป็นระยะ แสงไฟจากหน้ารถคันหลังที่ขับตามมาสาดกระทบที่กระจกมองข้างเป็นครั้งคราว ยังดีที่มีเพื่อนร่วมทางในถนนมืดและเปลี่ยวแบบนี้ชายหนุ่มคิดในใจ เขาเอนหลังพิงเบาะหลับตาผ่อนคลาย หลังจากเร่งเคลียร์งานให้จบ
Read more
ตอนที่ 2 คนแปลกหน้า
บ่ายของวันถัดมากิ่งกานดาขับรถมาที่โรงพยาบาลเพื่อรับพ่อและคนป่วยแปลกหน้า พลางนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ“ให้เขาพักที่บ้านเราก่อน เขามาตามหาญาติที่โนนพะยอม เอาไว้ให้หายดีและเดินได้สะดวกค่อยว่ากันอีกที”พ่อของเธอทำอะไรมีเหตุผลเสมอ หลังจากที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลทั้งคืนพ่อคงสอบถามเรื่องราวจากเขาแล้ว ยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือคนอื่นด้วย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับการให้คนแปลกหน้ามาพักที่บ้าน แถมพ่อยังให้พักห้องที่เธอสร้างไว้และบอกว่าคือวิมานส่วนตัว ตกแต่งยังไม่ทันจะเสร็จดีด้วยซ้ำคนอื่นก็ต้องเข้ามาอยู่ก่อนอีกต่างหาก ชักไม่ค่อยพอใจชายแปลกหน้าคนนี้เสียแล้ว ความขุ่นเคืองเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจรถวิ่งมาจอดหน้าบ้าน สวนกิ่งกานดา คือป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้า พิพัฒน์กวาดสายตามองรอบบริเวณ บ้านชั้นเดียวหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูอบอุ่น ห่างออกมาจากตัวหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านมาไม่ไกลมากนักหน้าบ้านเป็นลานโล่งห่างจากถนนเล็กหน้าบ้านพอสมควร รั้วบ้านแบบโปร่งไม่สูงมากนัก มองเห็นตัวบ้านด้านใน ด้านข้างบ้านต่อยื่นเป็นทางเดินมุงหลังคาออกไปยังอีกห้อง ติดกันเป็นศาลาริมน้ำที่ขุดเป็นคลองเล็กๆ ไว้ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่
Read more
ตอนที่ 3 ค่าจ้าง
“ผมอยากได้โทรศัพท์สักเครื่อง และก็ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย”พิพัฒน์เอ่ยขึ้น เมื่อขอให้สองพี่น้องพาออกมาทำธุระข้างนอก หลังจากที่ก้องเกียรติโอนเงินเข้าบัญชีให้เรียบร้อยแล้ว โดยผ่านบัญชีของนาวิน เมื่อชายหนุ่มไม่ไว้ใจคนที่อยู่ในมุมมืด และจะไม่ใช้บัตรและช่องทางการเงินของตัวเอง เขาปิดสัญญาณมือถือเครื่องเก่าที่พกติดตัวในวันเกิดเหตุไว้ จนกว่าจะหาความจริงได้“เจ๊ พาพี่พัฒน์ไปละกันนะ ฉันแวะไปหาเพื่อนแป๊บนึง” หลังจากทำธุระเรื่องการเงินที่ธนาคารเรียบร้อยแล้วนาวินก็หาเรื่องชิ่งหนี หยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาและยื่นกุญแจรถให้ผู้เป็นพี่“ไม่ได้” กิ่งกานดาเสียงแข็ง“หน้าที่แกยังไม่จบจะหนีไปไหน?”“แต่เจ๊ก็ได้ค่าจ้างเหมือนกันนี่นา” นาวินหันมาตัดพ้อพี่สาว ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนคำทัดทานของผู้เป็นพี่เลยสักนิด“ไปนะพี่พัฒน์ ถ้าเสร็จเร็วกลับก่อนได้เลย...บาย” หันมาส่งยิ้มและยกมือขึ้นโบกลา ยักคิ้วให้พี่สาวด้วยท่าทีกวนประสาท“ไอ้โหน่ง” กิ่งกานดาตะโกนตามหลังอย่างหัวเสีย นี่เธอต้องมารับภาระให้อยู่ดูแลชายแปลกหน้าคนนี้หรือยังไง เป็นอะไรกันหรือก็เปล่า ก่อนจะถอนหายใจอย่างจำยอม แต่อย่างน้อยก็ได้ค่าจ้างล่ะน่า
Read more
ตอนที่ 4 ชีวิตชนบท
พิพัฒน์ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมานั่งรอกิ่งกานดาและนาวินอยู่หน้าบ้าน หลังจากที่เขาสังเกตในทุกเช้า สองพี่น้องจะออกไปเก็บไข่ไก่และหน่อไม้หวานในฟาร์ม กลับมาในช่วงสาย เพื่อปล่อยวัวออกลานหญ้าในทุ่งและทำความสะอาดคอกวัว จากนั้นก็กลับมากินข้าวที่บ้านโดยนายแจ่มจะเตรียมอาหารไว้รอช่วงบ่ายเธอและนาวินจะคัดเบอร์ไข่ไก่ใส่แผงแยกขนาด และแพ็คหน่อไม้ลงถุงรอแม่ค้ามารับที่บ้าน หรือบางวันก็ออกไปส่งเองที่ตลาด แดดเริ่มอ่อนในตอนเย็นเธอจะพาเจ้าขนุนไปเดินเล่นในทุ่งหญ้า สลับกับการออกไปให้อาหารไก่ในฟาร์มเป็นบางวัน หากนาวินยังไม่กลับมาจากตลาดบางวันหญิงสาวจะขลุกอยู่กับการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในสวนข้างบ้าน และทำงานในครัว ส่วนนายแจ่มที่เป็นสมาชิกชุมชนมีกิจกรรมไม่เว้นในแต่ละวัน ในวันว่างก็จะจัดการกับพืชผักสวนครัวในสวน ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายไม่ต้องวุ่นวายกับผู้คน ปราศจากการแก่งแย่งชิงดี เป็นการอยู่แบบพอเพียงและเพียงพออย่างสมบูรณ์ ซึ่งแตกต่างจากเขามากมายนักและสิ่งที่พิพัฒน์สัมผัสได้แม้มาอยู่เพียงไม่นาน คือที่นี่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างแท้จริง และสิ่งที่เขาเห็นในตัวหญิงสาวชนบทต่างถิ่นคนนี้ คือเธอแตกต่างกับ
Read more
ตอนที่ 5 เปิดใจ
ครบกำหนดการถอดเฝือกของพิพัฒน์ในวันนี้ นายแจ่มต้องไปธุระในเมือง ส่วนนาวินต้องเฝ้าสวน จึงเป็นหน้าที่กิ่งกานดาที่ต้องดูแลเขาในวันนี้“ขอซื้อของแป๊บนึงนะคุณรีบหรือเปล่า?” เธอเอ่ยถามชายหนุ่มขณะที่เดินมาด้วยกันหลังจากเสร็จธุระที่โรงพยาบาลแล้ว พิพัฒน์กำลังจะอ้าปากตอบ แต่คนถามก็ชิงตอบก่อนเสียอย่างนั้น“จะรีบทำไมคุณไม่มีอะไรทำสักหน่อย” หันมามองหน้าเขาแค่แว๊บเดียวก่อนจะเดินตรงไปลานจอดรถ ถามเองตอบเอง มีงานทำแค่ตัวเองคนเดียวหรือยังไง ส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มและเดินตามเธอไปชายหนุ่มแบมือและยื่นไปตรงหน้าเธอเพื่อขอกุญแจรถ“ผมขับให้” หลังจากรบกวนเธอก็หลายครั้ง ถึงแม้ทุกครั้งจะใช้เงินแก้ปัญหาก็เถอะ กิ่งกานดายื่นกุญแจรถให้เขา นั่งสบาย ๆ ก็ดีเหมือนกันสองหนุ่มสาวเดินซื้อของใช้ในห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กในตัวอำเภอ จากท่าทีของกิ่งกานดาที่ดูผ่อนคลายหลังจากคุ้นเคยกันมากขึ้น เธอคงเริ่มสะดวกใจที่จะเป็นมิตรกับเขาบ้างแล้ว เพราะกล้าที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของเธอให้เขาฟัง การพูดคุยไม่ใช่แค่ถามคำตอบคำเหมือนที่ผ่านมากลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ลอยคละคลุ้งมากับแอร์เย็นฉ่ำในอากาศภายในห้างสรรพสินค้า บวกกับกลิ่นหอมของขนมหลากหลายใ
Read more
ตอนที่ 6 ฤทธิ์สาโท
“ไอ้ขนุน” เสียงดุของกิ่งกานดาที่ไม่มีผลกับสุนัขตัวโปรดเลยสักนิด ไม่เพียงแค่ไม่ฟังแต่มันกลับวิ่งอย่างคึกคะนองไปรอบบ้าน ทั้งที่ร่างเต็มไปด้วยฟองของครีมอาบน้ำ โดยมีพิพัฒน์ที่ฉีดน้ำไล่เล่นกับมันอย่างสนุก เจ้าขนุนวิ่งกระโจนใส่เขาจนเสื้อผ้าเปียกเลอะเทอะไปทั้งร่าง“มาล้างตัวก่อน” หญิงสาวดุเสียงเข้มเมื่อมันไม่มีท่าทีว่าจะหยุดคึก และคนแกล้งก็ไม่หยุดแกล้งมันเสียที พิพัฒน์ที่เพิ่งรู้ว่าการอาบน้ำให้สุนัขที่เขาไม่เคยทำมาก่อนมันรู้สึกดีได้ขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกดีกันแน่นะ เขาถามตัวเองในใจ พลางหันไปมองหญิงสาวที่วิ่งวุ่นวายไล่จับเชือกคล้องคอของเจ้าขนุนจ้าละหวั่นอยู่เธอสวมเสื้อสีซีดตัวโคร่ง ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำที่เจ้าขนุนสะบัดใส่ ผมยาวที่รวบขึ้นเผยใบหน้าสวยให้โดดเด่นแม้ปราศจากเครื่องสำอางแต่งแต้ม เธอวิ่งตามเจ้าขนุนด้วยเท้าเปล่า แต่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มความสนุกให้กับมันเข้าไปอีก เมื่อเข้าใจว่าเจ้านายมันเล่นด้วย“คุณก็เลิกเล่นกับมันได้แล้ว เมื่อไหร่จะเสร็จ” เธอหันมาโวยวายคนที่คอยกระตุ้นเจ้าขนุนให้คึกอยู่ไม่หยุด เหมือนตั้งใจพิพัฒน์อมยิ้ม ก่อนจะเดินไปจับเชือกคล้องคอเจ้า
Read more
ตอนที่ 7 กลับกรุงเทพฯ
จากเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้กิ่งกานดาตั้งใจหลบหน้าเขา เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปฟาร์มไก่ทันทีโดยไม่รอใคร นาวินบ่นพึมพำคนเดียวเมื่อไม่เข้าใจผู้เป็นพี่ว่าทำไมไม่รอออกไปพร้อมกัน จะให้ขับตามไปทำไมหลายคันให้เปลืองน้ำมัน พิพัฒน์นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อรู้ทันการกระทำของเธอ และวันนี้เขาจะรออยู่ที่บ้านไม่ออกไปกวนใจให้เธอต้องกระอักกระอ่วนเสียงฝีเท้าที่เดินลงน้ำหนักอย่างไม่สม่ำเสมอ เพราะขาที่ใช้งานได้ไม่เต็มที่กับร่างกายที่โรยราไปตามวัย แสงแดดจ้าของบ่ายแก่ ๆ กระทบร่างของลุงแจ่มจนเหงื่อชุ่ม หลังกลับจากประชุมที่ตำบล และเดินจากปากทางเข้ามาในสวนเพราะขออาศัยติดรถไปกับคนในหมู่บ้านด้วยสุขภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก อีกทั้งโรคความดันก็เข้ามาแทรก กิ่งกานดาจึงไม่ให้ผู้เป็นพ่อขับรถไปไหนมาไหนไกลๆ ตามลำพัง จากที่เคยมีอาการวูบและรถชนต้นไม้ข้างทางมาแล้ว แต่ชายชราผู้ดื้อดึงก็ยังอยากใช้ชีวิตตามปกติไม่อยากเป็นภาระให้เด็ก ๆ ต้องคอยรับคอยส่งอาหารมื้อเย็นถูกปรุงไว้รอสมาชิกเรียบร้อยแล้ว จากฝีมือของลุงแจ่มโดยมีพิพัฒน์เป็นผู้ช่วย รอแค่กิ่งกานดากลับจากฟาร์มมาเท่านั้น ไม่นานเสียงมอเตอร์ไซค์ก็วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เจ้าขนุนที
Read more
ตอนที่ 8 คิดถึง
พิพัฒน์ ทนายเกษม และผู้กองก้องเกียรติ รวมตัวกันในสำนักงานของทนายอีกครั้ง เพื่อแจ้งความคืบหน้าและหารือรายละเอียดจากข้อมูลที่สืบค้นมาได้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดี“นี่เป็นเส้นทางการเงินที่คุณวรรณยักยอกไปตั้งแต่สมัยนายยังอยู่ครับ”ทนายเกษมวางเอกสารลงที่โต๊ะ พร้อมกับนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับพิพัฒน์“และเพิ่มจำนวนมากขึ้นตอนนายไม่สบายและเข้าบริษัทไม่ได้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในครั้งนั้นได้เงินก้อนโตไปเพื่อปิดปาก”“ทรัพย์เทวากุล 1 นายเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวและโอนให้คุณพิพัฒน์เรียบร้อยแล้ว”“ทรัพย์เทวากุล 2 ผู้เป็นเจ้าของกิจการมีทั้งหมดสามราย คือ นาย คุณวรรณ และคุณชัยวัฒน์”“คุณวรรณแอบโอนหุ้นในส่วนของตัวเองให้ชัชชาติ และคุณชัยวัฒน์โอนให้ดาวิกาไว้ก่อนตาย เพราะเหตุนี้คุณดาวิกาและชัชชาติถึงแอบคบกัน ผมว่าเขาวางแผนมาก่อนหน้านี้ไว้แล้ว” “ส่วนของนายเป็นของคุณพัฒน์ แต่ถ้าคุณดากับชัชชาติรวมหุ้นเข้าด้วยกันก็จะเป็นหุ้นใหญ่ย่อมมีสิทธิ์ในการบริหารมากกว่าคุณพัฒน์”ทนายเกษมร่ายยาว“และตอนนี้คุณดาและชัชชาติกำลังเดินสายหาแนวร่วม เข้าพบคู่ค้าที่สนับสนุนโรงแรม และกำลังจะเปลี่ยน สปอนด์เซอร์หลักที่ทำธุรกิจร่
Read more
ตอนที่ 9 งานประจำปี
ถนนเส้นเดิมที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาอีกครั้งกับงานประจำปีในตำบล แสงไฟเป็นลำแท่งจากวงดนตรีในงานที่สาดส่องขึ้นบนท้องฟ้ากวัดแกว่งไปมาอยู่เป็นระยะ บวกกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในงานแว่วมาตามลมให้ความรู้สึกคึกคักตื่นเต้น แตกต่างกับกิ่งกานดาที่กำลังรอใครบางคนด้วยหัวใจที่เหี่ยวแห้ง เมื่อไม่มีวี่แววว่าเขาจะโผล่หน้ามาให้เห็นนายแจ่มเป็นคณะกรรมการร่วมกับหลายคนในหมู่บ้าน ถูกดึงตัวให้ไปเตรียมงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว หลังจากเคลียร์งานในฟาร์มกับนาวินเสร็จเรียบร้อยสองพี่น้องก็เข้าไปซื้อของในตลาดจนเย็น กลับมาถึงบ้านก็ปราศจากเงาของใครคนนั้น การรอคอยใครสักคนด้วยใจที่จดจ่อมันรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับสลัดความคิดถึงนั้นออกจากหัวไปให้หมดแสงไฟจากหน้ารถที่สาดส่องมาตามทางก่อนจะจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวชะเง้อมองอย่างมีความหวัง รถเชอรี่จอดอยู่หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงเรียกนาวินให้เปิดประตูรั้ว กิ่งกานดาเดินกลับมานั่งแล้วถอนหายใจ เขาคงเคลียร์งานไม่เสร็จกระมัง จะกดโทรหาก็กลัวจะไปกวนใจเขา คงมีเรื่องวุ่นวายให้ต้องจัดการตามที่เขาบอกกับเธอในวันนั้น“พี่กิ่ง” กิ่งกานดาเงยหน้าขึ้นมองต
Read more
ตอนที่ 10 ความรู้สึก
ตัวแทนเกษตรการเลี้ยงไข่ไก่ในตำบลที่ลุงแจ่มเป็นสมาชิกอยู่ ได้กำหนดวาระการประชุมไว้ในวันนี้ และกิ่งกานดาต้องเข้าไปประชุมแทนผู้เป็นพ่อ ด้วยเพราะอาการป่วยของลุงแจ่มนั้นยังไม่ค่อยสู้ดีนักส่วนพิพัฒน์ใช้ช่วงเวลาว่างในตอนกลางวันตรวจรายละเอียดของรูปคดี หารือกับผู้กองและทนายเกษมเมื่อต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ยังมีข้อความที่ส่งหากัน เป็นการรายงานตัวอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว และดูเหมือนจะซึมซับเข้าไปในการใช้ชีวิตแบบไม่รู้ตัว ทั้งที่ชายหนุ่มก็เป็นแค่คนที่มาขอเช่าห้องอยู่แค่ชั่วคราวเพียงเท่านั้นลุงแจ่มผู้เฝ้ารอการกลับบ้านของกิ่งกานดา เดินออกมาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านพร้อมเจ้าขนุนทันทีที่หญิงสาวขับรถมาถึงในตอนเย็น หญิงสาวเดินลงจากรถพร้อมกับใบหน้าซีดเซียวและดูอิดโรย“ทำไมหน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” ผู้เป็นพ่อจ้องหน้าและถามด้วยความเป็นห่วง“กิ่งปวดหัวนิดหน่อยจ้ะพ่อ ไม่เป็นไรหรอก”“สงสัยอากาศร้อน ไปอาบน้ำไป แล้วมากินข้าวจะได้กินยาพักผ่อน” ชายชราบอกหญิงสาวด้วยความห่วงใยกิ่งกานดาหายเข้าไปในห้องน้ำ สักพักก็มีเสียงอาเจียนแว่วออกมาให้ได้ยินถึงด้านนอก ลุงแจ่มเดินมาหยุดอยู่หน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status