Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-01-22 20:51:47

“ลุงสัญญาจะเลี้ยงนายให้ดีที่สุด” บรรณพึมพำและโอบกระชับร่างกลมแนบแน่นกว่าเดิม ก่อนจะหวนคิดถึงน้องสาวสุดรักที่จากไปก่อนเวลาอันควร แล้วความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ก็พลันมลายหายไป กลายเป็นความคั่งแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกไม่ต่างอะไรกับเพลิงพิโรธซึ่งรอวันเอาคืนคนสารเลวพวกนั้นอย่างสาสม!

เช้าวันใหม่ บรรณก็งัวเงียตื่นขึ้นมาและนอนตะแคงโดยใช้มือรองบริเวณศีรษะไว้เมื่อได้ยินเสียงอ้อแอ้ดังระงมอยู่ข้างกาย ราวกับต้องการปลุกคนเป็นลุง เจ้าพอร์ตน้อยส่งยิ้มให้แล้วหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างเด็กอารมณ์ดี

“จุง…จุง”

“ไงไอ้เสือ ปลุกลุงแต่เช้าเลยนะ อยากมีเพื่อนเล่นล่ะสิ” พูดจบก็กดจมูกโด่งๆ ลงบนแก้มนุ่มหนักๆ หนึ่งฟอด เจ้าพอร์ตน้อยยิ้มร่าโชว์เหงือกอ่อนสีชมพู ดวงตาแป๋วมองคนเป็นลุงสุกสกาว

“อู้…แอ้” เจ้าหนูส่งเสียงทักทาย บรรณหัวเราะกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างมันเขี้ยว จนกระทั่งประตูถูกเคาะเบาๆ

“เชิญ…” บรรณบอกขณะยังคงกอดหลานชายแนบอก เมื่อได้รับอนุญาตประตูก็ถูกเปิดเข้ามา เจตต์ก้มศีรษะให้เจ้านายเล็กน้อย

“พี่เลี้ยงมารับคุณหนูไปอาบน้ำครับนาย”

“ฮื่ม…ไปอาบน้ำนะเจ้าเสือ แล้วไปเจอกันที่ชั้นล่าง” บรรณบอกหลานชายและหอมแก้มยุ้ยทั้งสองข้าง มือกลมป้อมจับหน้าจับผมคุณลุงเหมือนไม่อยากจากไป

“ถ้าเป็นสาวๆ ลุงจะปลื้มมากรู้ไหม ฮืม…” บรรณคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะส่งร่างกลมป้อมให้พี่เลี้ยง

“วันนี้คุณหนูต้องไปทำวัคซีนที่โรงพยาบาลค่ะคุณบรรณ” พี่เลี้ยงรายงาน ทำเอาเจ้าพ่อหนุ่มครุ่นคิดชั่วขณะ และสบตากลมใสที่มองมาดั่งจะบอกเป็นนัยว่าไปด้วยกันนะคับคุณลุงสุดหล่อ…

“โอเค…เดี๋ยวฉันพาเจ้าตัวแสบไปเอง”

ราวกับเจ้าพอร์ตน้อยรู้ว่าวันนี้คุณลุงจะพาไปฉีดวัคซีน ทันทีที่คุณลุงบอกเสร็จร่างกลมก็ดิ้นยุกยิก มือปัดป่ายไปมาเสมือนได้ของเล่นถูกใจ เมื่อพี่เลี้ยงพาหลานชายออกไป เจตต์ก็รายงานเรื่องครอบครัวพศินทันที

“รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องครอบครัวนายพศินครับนาย” เจตต์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ บรรณเดินไปนั่งที่โซฟาและวางเอกสารลงบนโต๊ะเล็ก

“เล่ามาเลยดีกว่า ฉันขี้เกียจอ่าน”

“หลังจากเสาหลักของตระกูลได้เสียชีวิตลงไป คุณหญิงอมรรัตร์กับนายพศินก็ช่วยกันบริหารแลนด์พร็อพเพอร์ตี้ แต่ธุรกิจก็ไม่รุ่งเรื่องเหมือนสมัยก่อน ทำให้คุณหญิงอมรรัตน์ต้องใช้เส้นสายเข้ามาช่วยอีกทาง” เจตต์หยุดรายงานเพื่อดูปฏิกิริยาคนฟัง หากพบเพียงรอยยิ้มเหยียดๆ จึงเล่าต่อ “รวมไปถึงการประมูลงานโครงการใหญ่ของรัฐบาลในเดือนหน้า คุณหญิงอมรรัตน์ต้องการเป็นทองแผ่นเดียวกับรัฐมนตรีประภาสเพื่อให้ท่านเอื้อเรื่องงานประมูล”

“หึหึ…พวกมันไม่มีทางสมหวังหรอก” บรรณหัวเราะในลำคอและคิดไปถึงใบหน้าหวานของอลินดา “แล้วรัฐมนตรีประภาสเป็นยังไง”

“ท่านและภริยาเป็นคนตงฉินครับ ไม่เคยรับเงินใต้โต๊ะจากใคร”

“รู้หน้าไม่รู้ใจ ยังไงก็ให้คนตามติดทั้งสองครอบครัวนี้ไว้” เจ้าพ่อหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “บีบให้นายพศินปล่อยหุ้นในตลาดและคว้านซื้อให้ได้มากที่สุด”

“ทีมงานของเราในตลาดหุ้นกำลังปั่นราคาหุ้นล่อนายพศินอยู่ครับนาย ไม่นานคงมีข่าวดี ส่วนอีกเรื่องสำคัญคือ นายพศินกับคุณหมออลินดาจะหมั้นกันเร็วๆ นี้ครับ”

“ให้คนเตรียมบ้านพักหลังเรือนใหญ่ไว้ ไม่นานเราจะมีคนงานใหม่ไปทำงานที่นั่น” บรรณบอกเสียงเรียบๆ หากแววตากลับกระด้างขึ้นอย่างมีแผนการ

“ได้ครับนาย…” เจตต์รับปากด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

สิบโมงเช้า...

บรรณพาหลานชายมาถึงโรงพยาบาล เจ้าตัวน้อยดูจะตื่นเต้นกว่าทุกครั้งเพราะวันนี้คุณลุงสุดหล่อเป็นคนพามาด้วยตัวเอง

“อู้…แอ้…” เสือพอร์ตเห็นพยาบาลหน้าห้องก็ส่งเสียงร้องทักทายพร้อมทั้งดิ้นปัดป่าย จนคุณพยาบาลสาวส่งยิ้มหวานตอบกลับมา

“เฮ้…ไอ้เสือ เจ้าชู้ตั้งแต่เด็กเลยนะเรา” บรรณใช้นิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มยุ้ย เด็กน้อยเบ้ปากเหมือนรำคาญที่ถูกขัดขวางความสุข “หมอนี่เห็นสาวๆ ดีกว่าลุงได้ไงวะ”

เจตต์อมยิ้ม เพราะนิสัยแบบนี้ถ่ายทอดทางดีเอ็นเอมาจากคนอุ้มร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างไม่ต้องสงสัย บรรณหันไปเห็นแววตาล้อเลียนของลูกน้องก็ขึงตาใส่

“เชิญคุณบรรณกับน้องพอร์ตทางนี้เลยค่ะ” พยาบาลสาวผายมือไปยังห้องตรวจด้วยกิริยาสุภาพ ชายหนุ่มจึงอุ้มหลานชายเดินเข้าไปด้านใน และเมื่อเห็นคุณหมอเจ้าของห้อง บรรณถึงกับชะงักกึก คิ้วหนาปื้นขมวดมุ่น ขณะที่อลินดาก็นิ่งงันไปเช่นกัน เนื่องจากไม่คิดว่าจะเป็นเขา

“เชิญนั่งค่ะ ฉันขอตรวจสภาพร่างกายทั่วไปของเด็กสักครู่” เสียงหวานกังวานดุจเสียงระฆังแก้ว ทำเอาดวงตาแป๋วของเจ้าพอร์ตน้อยสุกใสและมองคุณหมอคนสวยอย่างดีใจ มือและเท้าเล็กๆ ยื่นไปด้านหน้าราวกับต้องการให้อีกฝ่ายอุ้ม

“อุ้ม…อุ้ม”

อลินดาเห็นความน่ารักของคนไข้ตัวน้อยก็อดใจไม่ไหว ลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาอุ้มเจ้าหนูพอร์ตไปยังเตียงเด็ก

“น่ารักจังเลย ชื่ออะไรเอ่ย…” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อวางร่างกลมป้อมลงบนเตียงอย่างเบามือ ในขณะที่เจ้าพอร์ตยิ้มร่า จนคนเป็นลุงอดหมั่นไส้หลานชายตัวเองไม่ได้

“ชื่อ ‘ชลลัมพี’ ชื่อเล่นไอ้เสือพอร์ต” เสียงทุ้มตอบห้วนๆ เหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ แต่คุณหมอก็ทำทีไม่สนใจ ใส่หูฟังแล้วตรวจวัดการเต้นของหัวใจพลางชวนเด็กน้อยคุยไปเรื่อยๆ

“ยิ้มหล่อจังเลยนะเราเนี่ย เป็นเด็กอารมณ์ดีเชียว”

ทุกการกระทำของอลินดาตกอยู่ในสายตาของบรรณตลอดเวลา ส่วนเจ้าหลานชายตัวแสบนั้นก็ช่างทำตัวออดอ้อนคุณหมอเสียนี่กระไร มือจิ๋วตีมือบางแปะๆ ริมฝีปากสีชมพูก็ฉีกยิ้มกว้างๆ

“อู้…อู้”

อลินดายิ้มหวานกับความน่ารักสดใสของเด็กน้อย ร่างสมส่วนในชุดกาวน์สีขาวโน้มใบหน้าลงไปจุ๊บแก้มใสเบาๆ เจ้าหนูพอร์ตหัวเราะเอิ้กอ้าก ทำเอาคนเป็นลุงต้องครางเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ

“ตรวจเสร็จหรือยัง ผมจะได้กลับสักที”

“เสร็จแล้วค่ะ ลูกชายของคุณร่างกายปกติดี แต่มีวัคซีนที่จะต้องฉีดเข็มหนึ่ง” อลินดาบอกเสร็จก็หันไปเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เจ้าหนูพอร์ตเห็นเข็มก็ดิ้นน้อยๆ จนคนเป็นลุงต้องอุ้มขึ้นจากเตียง

“เฮ้…ร้องทำไมวะ ลูกผู้ชายร้องไห้ไม่ได้นะโว้ย” บรรณลืมตัวพูดกับหลานชายตามปกติ คุณหมอคนสวยหันขวับไปมองเตรียมจะกล่าวเตือน แต่พอเห็นท่าทีหนูน้อยเวลาอยู่ในอ้อมแขนของเขายิ้มร่าและดูมีความสุขก็กลืนคำพูดต่างๆ ลงในลำคอ

“แอ้…แอ้”

“คุณช่วยอุ้มแกไว้สักแปบนะคะ” อลินดาเดินมายืนข้างร่างสูงแล้วแตะสำลีชุบแอลกอฮอล์บนต้นแขนเล็กเบาๆ เจ้าพอร์ตน้อยสะดุ้งมองคุณหมอคนสวย คิ้วเริ่มย่น ปากเริ่มเบ้ น้ำใสๆ เริ่มเจือในดวงตากลมใส

“โอ๋ๆ ไม่เจ็บนะคะคนเก่ง” หญิงสาวยิ้มให้กำลังใจและค่อยๆ ฉีดวัคซีนอย่างเบามือที่สุด เจ้าพอร์ตส่งเสียงร้องแอ้เดียวก็หยุด

“เสร็จแล้วค่ะคนเก่ง”

“แอ้…” ไอ้เสือน้อยส่งเสียงตอบ ในขณะที่ดวงตายังคงมีน้ำใสๆ คลอเบ้า อลินดาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้ มือป้อมๆ ชูขึ้นอยากให้คุณหมอคนสวยอุ้มอีกครั้ง ความน่ารักกับสายตากลมอ้อนๆ นั้นทำให้อลินดาอดใจไม่ไหว สอดมือใต้แขนแล้วอุ้มร่างกลมมาแนบอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 73 จบบริบูรณ์

    “จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 72

    อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 71

    “ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 70

    “พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 69

    วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 68

    “ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status