Masuk[เลขา VS ท่านประธาน คู่รักคู่แค้น สนามไล่ล่าคุณภรรยาสุดดุเดือด]ตอนที่โหลวฉางเยว่รักเหวินเหยียนโจวจนเกือบทิ้งชีวิตของตัวเอง ในสายตาของเหวินเหยียนโจว เธอกลับเป็นเพียงของตายที่ไม่มีวันจากเขาไปเท่านั้นเพราะงั้น เธอจึงไม่รักเขาแล้วเหวินเหยียนโจวไม่ชอบที่โหลวฉางเยว่เป็นคนไม่ค่อยพูดและมีเหตุผลมากเกินไป ไม่รู้จักพึ่งพาคนอื่น ต่อมาความปรารถนาของเขาถูกเติมเต็ม เขาได้เห็นความอ่อนโยนและ “ดวงตาที่เต็มเปี่ยมดวงดารา” ในตัวเธอแต่ไม่ใช่กับเขาวันที่เธอแต่งงาน โหลวฉางเยว่นั่งอยู่บนเตียง ขณะที่กำลังมองเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวมองหารองเท้าแต่งงานที่ซ่อนอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในสถานการณ์อันครึกครื้น เหวินเหยียนโจวปรากฎตัวออกมาจากไหนไม่รู้เขาคุกเข่าลงข้างเท้าของเธอ ก่อนจะจับข้อเท้าของเธอเพื่อสวมรองเท้าด้วยท่าทางต่ำต้อยราวกับสุนัข “ทิ้งเขาได้หรือเปล่า คุณไปกับผมเถอะนะ คุณคบกับผมก่อนเขาแท้ ๆ …”*“ข้าอยากดูดวงจันทร์ แต่กลับมองเห็นเป็นเจ้าได้ —— เฮอรอโดทัส” [ตัวละครพระเอกและนางเอกไม่ใช่ตัวละครที่เพอร์เฟค ไม่ใช่บทนิยายเอาใจที่นางเอกเป็นใหญ่ ตอนแรกเจ้าเหวินหัวสุนัขนิสัยทรามจนอยากฝังเขาลงดิน ต่อท้ายต่ำต้อยจนจมดิน เป็นสนามไล่ล่าคุณภรรยาสุดดุเดือดแบบใส่ไข่ ไม่ใช่นิยายที่เพียงอ่านไม่กี่ตอนก็จะคืนดีกัน แต่เราเน้นสั่งสอนผู้ชายนิสัยเสีย]
Lihat lebih banyak“Menikah dengan ku maka semua urusanmu akan aku selesaikan.”
Kinanti mendongak menatap lelaki yang berdiri menjulang di depan meja kerjanya. Tanpa menjawab Pertanyaan dari lelaki itu dia kembali menenggelamkan kepala di atas meja. “Aku tunggu 1x24 jam. Setelah ini aku tak akan lagi memberi penawaran. Dan aku tak akan pernah mau menolong, walau kamu memohon.” Lagi Kinan mendongak menatap iris hitam di hadapannya. “Ta-p –“ Belum Kinan selesai bicara Angga berbalik badan meninggalkan gadis ini. Ingin rasanya Kinan berteriak menghadapi problematika hidupnya. Ya Tuhan tak adakah pilihan lain, keduanya pilihan yang sulit. “Pak Angga atau penjara? Dan yang lebih sadisnya aku bisa saja di seret dan di jadikan wanita penghibur oleh para penagih hutang itu.” “Ki, laporan ini harus selesai sore ini.” Kinanti menatap tumpukan map di atas meja, “Gue usahain.” Suara Kinan lemah. Nindia menatap Kinan kasihan, “Kalo gue jadi lo, gue terima tawaran Pak Angga.” “Gila banget, terima tawaran itu sama aja gue masuk ke jurang Palung terdalam. Gue tenggelem dan gak bakal bisa balik lagi.” “CK. Dasar ratu drama. Apa susahnya mencintai bos ganteng model Pak Angga.” “Ganteng? Cinta? Udah sana gue mau ngerjain laporan ini. Mood gue nanti makin ambyar kalo ngomongin dia. Istrinya ama anaknya mau di kemanain? Tersemat cap pelakor kalo gue terima tawarannya.” Nindi meninggalkan Kinan yang masih dengan muka di tekuk, “Iya juga sih, sematan pelakor lebih menakutkan dari apapun,” pikir Nindi. Ponsel Kinan beberapa kali bergetar, gadis ini hanya melirik enggan mengangkat, pasti ini dari si tukang tagih itu, “Emang sialan itu Lisa gara-gara dia sekarang gua di teror tukang tagih,” tukas Kinan. “Ki tolongin gue, gue kehabisan uang, pamor gue bisa turun kalo gue makan di kaki lima, beli tas kw, baju nggak ganti-ganti. Mau di taro mana muka gue ke para follower.” “Duh Lis, utang lo udah banyak banget loh. Buat apa sih pencitraan doang, tapi aslinya lo pusing tujuh keliling begini? Mending hidup biasa aja, tinggalin tuh sosmed yang bikin keuangan lo ancur-ancuran begini!” Kiara kesal karna Lisa terus menerornya. “Kan ini ladang usaha gue, Ki. Gue bisa kerja apa coba? Lo masih mending punya skil kerja kantor.” Lisa masih terus membujuk. “Tapi janji ya, Lo bakal cicil, ini gue pinjemin lagi atas nama gue,” “Biasanya juga gue cicil, Ki, Lo nggak percayaan banget.” Lisa bergumam, merebut ponsel Kinanti. Setelah beberapa saat mengotak Atik ponsel milik Kinan, Lisa kembali menyerahkan ponsel.”Nih foto dulu muka Lo.” “Makasih ya,” pokonya bulan depan gue cicil. Setelah meyerahkan ponsel Lisa segera pergi dari kamar Kinan. Kini Kinan yang di buat terbelalak. “Lis, Lo utang banyak banget buat apaan?” Tapi teriakan Kinan tak mendapat jawaban sebab mobil Lisa sudah keluar dari garasi. Yang semakin membuat Kinan ssmakin pusing sudah 3 bulan Lisa menghilang bak di telan bumi. Parahnya lagi rumah satu-satunya milik Kinan sudah di gadaikan juga oleh Lisa. Kinan di beri waktu satu Minggu untuk meninggalkan rumah itu. Rumah peninggalan kedua orang tuanya yang telah wafat sejak Kinan masih SMP. Tuntutan pekerjaan membuat pikiran Kinan teralihkan dari otak ruwetnya, tanpa sadar jam kantor telah usai. Kinan membereskan berkas-berkas, berniat besok lagi melanjutkan pekerjaan yang belum selesai. “Ayo Ki, bareng.” “Bentar tunggu, Bos.” Tak lama pintu kantor utama terbuka. Kinan menatap wajah angkuh di depan pintu, sesaat netra mereka bertemu. Kinan mengalihkan pandangan menatap lantai, kembali mengingat masalah hidupnya “Ya Allah, kenapa harus dia yang bisa menolongku.” Rutuk Kinan dalam hati. Nindia menarik tangan Kinan, melangkah mengikuti Angga menuju lift. Di dalam lift mereka terasa canggung, beruntung ada Nindia yang mencairkan suasana. “Pak, besok jangan lupa, rapat pagi.” Hmm. Hanya gumaman yang keluar dari mulut lelaki angkuh ini. “Oh iya, Pak, rapat besok penentuan di terima atau tidaknya tender, seandainya di terima biasanya perusahaan akan kasih f*e jalan-jalan, kira-kira kita mau kemana, Pak?” tanya Nindia. “Kamu pengen kemana, Ki??” pertanyaan Angga membuat Kinan gelagapan. “Kok tanya aku, Pak?” “Kamu nggak mau ikut? Di catat Nind, lumayan mengurangi pengeluaran.” Lelaki ini gegas keluar dari lift meninggalkan dua wanita ini dalam kebingungan. “Loh!! CK.” Kinanti berdecak, kakinya sedikit di hentak, membuat bibir Angga berkedut, tanpa di ketahui Kinanti. Hal menyenangkan bagi Angga mengerjai Kinan gadis yang pernah menolaknya hingga saat ini. Nindi hanya meringis, dia tau apa yang terjadi antara Kinan dan Angga di masa lalu. Dan sekarang semesta mempertemukan mereka kembali dengan keadaan yang berbeda. Angga langsung masuk ke dalam mobil yang sudah menunggu di depan loby, netranya menangkap dua orang berbadan besar sedang duduk di atas motor Kinan. Lelaki ini mengusap-usap rahang, tersenyum miring.พอแม่โหลวก็ได้ยินเสียงพ่อโหลวกลับมา จากนั้นเธอก็นำอาหารจานสุดท้ายมาเสิร์ฟที่โต๊ะ“งั้นก็มากินข้าวกันเถอะ วันนี้เย่ว่เยว่พาเหยียนโจวกลับมาด้วย เธอไม่ได้บอกเราล่วงหน้า พวกเราเลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ เลยมีแค่อาหารทำเองที่บ้าน ไม่รู้ว่าเหยียนโจวจะทานได้หรือเปล่า? ”เหวินเหยียนโจวลุกขึ้นยืน เหลือบมองใบหน้าซีดเซียวของพ่อโหลว และกระซิบเบา ๆ “เป็นผมที่ไม่ได้บอกเย่ว่เยว่ล่วงหน้าว่าผมจะอยู่ต่อ เธอถึงไม่ได้บอกกับทุกคน ไม่โทษเธอหรอกครับ”แม่ยายมองดูลูกเขย ยิ่งมองก็ยิ่งชอบเขามากขึ้น แม่โหลวไม่ได้มีความสุขขนาดนี้มานานแล้ว มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเธอ เธอแสร้งดุออกไป “เหยียนโจว เธอก็อย่าให้ท้ายเยว่เยว่มากเกินไปสิ”แต่หลังจากที่พูดจบ เขาก็ปกป้องเธอ “แต่เยว่เยว่ของเราเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุด ต่อให้ตามใจก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”มุมปากของโหลวฉางเยว่โค้งงอขึ้นทุกคนมานั่งที่โต๊ะด้วยกัน แม่โหลวตักซุปเสิร์ฟให้เหวินเหยียนโจวก่อน จากนั้นจึงใช้ตะเกียบคีบผักใส่ในชามของเขา“เหยียนโจว ลองซุปปลาหน่อไม้เหลืองฤดูหนาวดูสิ หน่อไม้นั่นปลูกเองเชียวนะ ปลาก็เป็นของเพื่อนบ้านที่ไปจับมาจากทะเล”“แล้วก็ยังมีหมูเปรี้ยวหวานสั
จนถึงตอนนี้โหลวฉางเยว่ก็ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างไป๋โหยวกับเขาอย่างถ่องแท้ เธอเหลือบมองเขา และอดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดผู้ชายน่ะนะ ไม่ได้ “ไร้เดียงสา” ขนาดนั้น โดยเฉพาะผู้ชายอย่างเหวินเหยียนโจว ผู้หญิงสนใจเขาหรือเปล่า เขาก็สามารถมองออกได้ง่าย ๆเหวินเหยียนโจวรู้อยู่แล้วว่าไป๋โหยวชอบเขา แล้วเขาก็ยังตกลงที่จะให้เธอมาอยู่เคียงข้างเขาอีก นั่นก็เป็นเหมือนคำตอบรับโดยปริยายว่าเขายอมรับความรู้สึกของเธอแล้วไม่ใช่หรือไง?พอมาคิดรวมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันส่งท้ายปีเก่าปีที่แล้ว ก็มีความคิดเห็นที่เกี่ยวกับเธอขึ้นมา เขาเย็นชาใส่เธอตลอด ดังนั้นที่เขาเก็บไป๋โหยวไว้ ไม่ใช่แค่เพราะว่าอยากจะทำให้เธอโกรธ แต่วางแผนที่จะทำให้ “เปลี่ยนใจ” ด้วยสินะ?โหลวฉางเยว่พูดด้วยความรำคาญ “แม่ของคุณชอบไป๋โหยวมากเลยเหรอคะ? เธอยังอยากให้คุณแต่งงานกับไป๋โหยวด้วยใช่ไหม? เนี่ยเหลียนอี้เคยบอกฉันว่าท่านประธานใหญ่เหวินยอมรับไป๋โหยวแล้วด้วย แต่เพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาก็ปฏิเสธกะทันหัน เป็นเพราะว่าท่านประธานใหญ่เหวินรู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไป๋โหยวกับแม่ของคุณรึเปล่าคะ? ”แม้ว่าโหลวฉางเยว่จะไม่ค่อยรู้เรื่องคร
ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว แต่พ่อโหลวก็ยังไม่กลับมา พี่เลี้ยงจึงออกไปตามหาเขาเดิมทีโหลวฉางเยว่ต้องการช่วยแม่โหลววางจานและตะเกียบ แต่แม่โหลวก็ให้เธอไปอยู่เป็นเพื่อนเหวินเหยียนโจว เพราะเธอกลัวว่าลูกเขยคนจะอึดอัดถ้าต้องนั่งอยู่คนเดียว......จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง? ต่อให้ฟ้าจะถล่ม ประธานเหวินก็ยังคงมั่นคงไม่ขยับเขยื้อนอยู่ดีแต่ยังไงโหลวฉางเยว่ยังคงเดินไปหาเขาเหวินเหยียนโจวอยู่บนโซฟาสำหรับสองคน เดิมทีเธอต้องการนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่อยู่ข้าง ๆ แต่ประธานเหวินดึงเธอเข้ามานั่งกับเขาเขากระซิบข้างหูเธอ “คุณพูดอะไรกับแม่ของคุณบ้าง? ”หูของโหลวฉางเยว่ไวต่อความรู้สึกมาก เธอก็กระตุกตัวหลบอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ไม่ได้พูดอะไรหนิคะ”“ไม่พูดงั้นเหรอ แล้ววทำไมท่าทีที่เธอมีต่อผมถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้? ” เหวินเหยียนโจวบีบนิ้วของเธอ “คุณคิดว่าผมดูไม่ออกเหรอ? เมื่อกี้เธอไม่ค่อยพอใจผมเท่าไหร่ แล้วผมมีอะไรที่ทำให้แม่ยายไม่พอใจเหรอ? ”ความมั่นใจของประธานเหวินก็มาจากสภาพที่เหนือกว่าของเขา แต่ตราบใดที่พ่อแม่ไม่ขายลูกกิน สิ่งแรกที่พวกเขาจะพิจารณาเมื่อลูกจะแต่งงานก็คืออุปนิสัยของอีกฝ่ายการแสดงออกของโหลวฉางเยว่ยังคง
แม่โหลวไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าเหวินเหยียนโจวจะตอบด้วยท่าทีนอบน้อม แต่เธอก็มองออก ด้วยลักษณะท่าทางและนิสัยของเหวินเหยียนโจว คงไม่ใช่แค่มี “เงินเล็กน้อย” ถึงสามารถเลี้ยงเขามาได้แน่ ๆ “งั้นก็ดีมาก ดีแล้วล่ะ พวกลูกคบกันมาสามปี สิ่งที่ควรจะเรียนรู้ก็น่าจะเรียนรู้กันมาหมดแล้ว แม่เองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องถามอีกแล้วล่ะ”เหวินเหยียนโจวไม่ชอบพูดอ้อมค้อม จู่ ๆ เขาก็จับมือโหลวฉางเยว่ “เมื่อกี้ผมเพิ่งขอเยว่เยว่แต่งงานครับ และเธอก็ตอบตกลงแล้วด้วย”โหลวฉางเยว่มองไปที่แม่ของโหลวโดยไม่รู้ตัวใบหน้าของแม่โหลวเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอไม่ได้มีความสุขมากนัก เธอฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ จะเร่งรีบขนาดนี้ได้ยังไง พวกเรายังไม่ได้รู้จักเธอมากขนาดนั้นเลย เราเองก็ไม่เคยพบพ่อแม่ของเธอด้วย อย่างน้อยก็ควรจะหาเวลา ให้พวกเราทั้งสองตระกูลได้พูดคุยกันและปรึกษาหารือกันหน่อย”เหวินเหยียนโจวหยิบถ้วยชาขึ้นมา แต่เขาแค่เอามันมาใกล้จมูกแล้วดมกลิ่น เขาไม่ได้ดื่มมัน จากนั้นก็วางมันกลับไปที่เดิม สีหน้าเขาดูไม่ใส่ใจโหลวฉางเยว่รู้จักเขาดี เขารู้สึกว่าชาราคาถูกเกินไป เกินกว่าที่เขาจะเอาเข้าปากได้ และคำพูดเหล่า
ระยะทางไม่ได้ไกลมากนัก ไม่นานก็มาถึงประตูชุมชน โหลวฉางเยว่ลงจากรถเดินเข้าไปในชุมชนทันทีลู่ไจ่เย่รู้สึกจริง ๆ ว่าเธอกำลังจะไปฆ่าคน เขาจึงติดตามเธอไปโดยไม่ลังเลโหลวฉางเยว่ไม่สนใจเขา และเดินตรงไปที่ประตูบ้านไป๋โหยวอย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่าคนที่รออยู่ที่ประตูคือเหวินเหยียนโจวโหลวฉางเยว่มีลางสังหรณ์ที่แย่ม
โหลวฉางเยว่ทั้งโกรธทั้งโมโห เธอกัดฟันและพูดว่า "ที่มาหาฉัน ก็เพื่อ เพื่อสิ่งนี้เหรอ?"เธอเหมือนโดนอะไรปะทะเข้าที่หัว จู่ ๆ ก็คิดได้ว่า นี่เป็นวิธีใหม่ของเขาใช่ไหม?เขาเคย "เสพติดการนอน" กับเธอมาก่อน ใช้กำลังแย่งชิงเธอมา และบังคับให้เธออยู่กับเขา ตอนนี้เขาเปลี่ยนมาใช้แผนการที่อ่อนโยนเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอถ
แม่ลูกเดินด้วยกันบนถนนหินกรวดในหมู่บ้านโหลวฉางเยว่เดินไปด้วยคุยกับเธอไปด้วย แน่นอนว่า เป็นข่าวดีไม่ใช่ข่าวร้ายพอแม่โหลวมีความสุข ท่าทีของเธอก็ผ่อนคลายกว่าปกติ ยังบอกโหลวฉางเยว่ว่า "พ่อลูกจะไปฝังเข็ม เราจะพาพ่อลูกกลับบ้านทีหลัง" "ได้ค่ะ"เมื่อเดือนที่แล้ว พ่อโหลวได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็มเพื่อรักษาอ
“จะยืมห้องของคุณทํางาน” เหวินเหยียนโจวเดินไปหาเธอ “มือ ยื่นออกมา”ห้องชุดชั้นบนสุดที่เขาอาศัยอยู่ ความเร็วอินเทอร์เน็ตห้องของธอเร็วกว่า เขามีธุระอะไรก็ต้องทําที่ห้องของเธอ... โหลวฉางเยว่ยื่นมือออกมาอย่างลังเลเขาทิ้งเม็ดยาสีขาวสองเม็ดไว้“ยานอนหลับ กินแล้วนอนเลยนะ”โหลวฉางเยว่จับมือแน่น “ฉันจะนอนแล้ว...
Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak