ดั่งเพลิงพิศวาส

ดั่งเพลิงพิศวาส

last updateLast Updated : 2026-01-23
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
73Chapters
360views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

บุรุษผู้นี้คือ "ซาตานร้าย" ดีๆ นี่เอง เป็นทั้งเจ้าชีวิตและเจ้าหัวใจในคราวเดียวกัน ความแค้นต้องชดใช้ด้วยพรหมจรรย์ ส่วนหัวใจนั้นจะต้องถูกเขาจองจำไปตลอดกาล!!!

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เปรี้ยงงง!!!...

อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้า

ร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา

“อุแว้...อุแว้…”

เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้

‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’

คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ

“เร็วๆ หน่อยสิโว้ย!” เสียงร้องสั่งดังอยู่กระบะท้าย พร้อมๆ กับความเร็วของรถคันนั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแล่นผ่านสองแม่ลูกไปจอดลากล้อดังเอี๊ยดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตารกไปด้วยหนวดเคราเขียวครึ้มจะรีบกระโดดลงมาจากรถแล้วกรูเข้าไปหาเป้าหมายทันที

“จะหนีไปไหนคุณพัด ยอมไปกับเราง่ายๆ ดีกว่า” หนึ่งในชายฉกรรจ์หน้าโหดบอกด้วยรอยยิ้มสุดเหี้ยม แต่เจ้าของชื่อกลับส่ายหน้าระริกไปมา ขณะที่สองมือยังคงกอดร่างจิ๋วแนบอก เท้าเรียวเล็กถอยไปด้านหลังช้าๆ

“อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลยนะคะ ฉันขอล่ะ ฉันสัญญาจะไม่กลับไปหาคุณพศินอีกแล้ว” คนเป็นแม่พยายามร้องขอชีวิตเพื่อให้ลูกที่เพิ่งเกิดมาไม่ทันข้ามคืนยังมีลมหายใจต่อ แต่ดูเหมือนคนที่มีความชั่วในใจจะหาได้ฟังประโยคเหล่านั้นเลยสักนิด

“สายไปแล้วคุณพัด เพราะคุณกับลูกต้องตายเท่านั้น” คนพูดชักปืนสั้นที่เหน็บอยู่ซอกเอวออกมา แล้วเล็งไปยังสองแม่ลูกทันที

‘พัดชา’ หรือ ‘พัด’ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่พวกมันจะลั่นไกสังหาร แสงไฟจากหน้ารถอีกคันก็สาดส่องมาแต่ไกล แถมมีไซเรนสีฟ้าสลับแดงอยู่บนหลังคา ทำให้คนร้ายลังเลเพราะมั่นใจว่าคงเป็นรถสายตรวจอย่างแน่นอน พัดชาได้โอกาสกอดทารกน้อยวิ่งหนี คนร้ายจึงตัดสินใจยิงใส่หนึ่งนัด

เปรี้ยงงง!!..!!??!!??

ลูกตะกั่วที่วิ่งออกจากปลายกระบอกปืน พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศราวกับยมทูตที่พุ่งขึ้นมาจากขุมนรก! เจาะเข้าไปที่กลางหลังของพัดชาจนร่างทรุดฮวบลงกับพื้น!

“โอ้ยยย…”

คนร้ายสาวเท้าเข้าไปหา หมายจะยิงซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายได้ตายเรียบร้อยแล้ว แต่เสียงปืนเมื่อสักครู่ทำให้รถสายตรวจเร่งความเร็วเข้ามาหา จนกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องล่าถอยไปขึ้นรถและขับหลบหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พัดชานอนหายใจรวยริน สองมือกอดลูกน้อยไว้แน่น สายตรวจมาถึงที่เกิดเหตุก็รีบเปิดประตูลงมา

“วิทยุให้สกัดรถคนร้ายไว้จ่า อย่าให้หนีรอดไปได้เด็ดขาด” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งวิ่งไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วปัดปรอยผมที่ปิดใบหน้าออก ทำให้เห็นหน้าคนเจ็บชัดขึ้น

“น้องพัด!”

เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทำให้พัดชาพยายามลืมตาขึ้น และสูดลมหายใจยาวๆ เพื่อขอต่อชีวิตตัวเองสุดความสามารถ

“พี่วัตร...” เสียงเรียกแม้จะเบาหวิวกระท่อนกระแท่นเต็มที แต่สะท้อนเข้าไปในหัวใจของร้อยตำรวจเอกวัตรยิ่งนัก

“น้องพัดเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้...” เอกวัตรถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะคนในอ้อมแขนคือน้องสาวเพื่อนรักซึ่งมีทั้งเงินและอิทธิพลแถบทะเลอันดามันจนไปถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทย พัดชารู้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้วจึงส่งทารกน้อยให้นายตำรวจหนุ่ม

“ฝากลูกของพัดไปให้พี่บรรณด้วยนะคะ พัดคงไม่มีโอกาส…เลี้ยงแกอีกต่อไปแล้ว” ประโยคท้ายเบาหวิวจนเอกวัตรใจไม่ดี หันไปมองลูกน้องที่มานั่งใกล้ๆ

“รถพยาบาลกำลังมาครับผู้กอง” จ่ายิ่งรายงานผู้บังคับบัญชา เอกวัตรบีบมือบางแน่นเพื่อกระตุ้นพัดชา

“ทำใจดีๆ ไว้นะพัด รถพยาบาลใกล้จะมาถึงแล้ว รออยู่พบไอ้บรรณก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ ขณะที่คนเจ็บสาหัสยิ้มทั้งน้ำตาอย่างกั้นไว้ไม่อยู่

“พัดคงอยู่สู้หน้าพี่บรรณไม่ได้แล้ว ฝากขอโทษพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดเองที่ไม่ฟังคำพูดของพี่บรรณ” พัดชาพูดจบก็ไอออกมาเป็นเลือด ลมหายใจเบาหวิวลงเรื่อยๆ

“ใครทำพัด บอกพี่ได้มั้ย…”

“ขอให้ความลับตายไปกับพัดเถอะนะคะพี่วัตร พัดไม่อยากให้พี่บรรณต้องฆ่าหรือทำร้ายใครอีก...” พัดชามองเอกวัตรอย่างวิงวอนแกมขอร้อง

“บรรณไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ หรอกนะพัด” เอกวัตรรู้จักนิสัยของ ‘บรรณ มัณตะธารา’ เพื่อนรักเขาดี ถ้ารู้ว่าใครทำร้ายน้องสาว รับรองได้เลยครอบครัวนั้นจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ

“เป็นเด็กดีนะคะลูกชายของแม่พัด แม่คงไม่มีโอกาสเห็นลูกเติบโตแล้ว…แม่…รัก…ลูก...” มือบางซีดขาวยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กจิ๋วของลูกน้อยและลูบไล้ไปมาเบาๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะพร่าเบลอ สรรพสิ่งรอบกายค่อยๆ มืดสนิท จนในที่สุดลมหายใจสุดท้ายของพัดชาก็บิดปลิวและดับลงช้าๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรวมดังเปรี้ยงปร้างสนั่นหวั่นไหวราวกับรับรู้การจากไปของหญิงสาว...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
73 Chapters
บทที่ 1
เปรี้ยงงง!!!...อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้าร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา“อุแว้...อุแว้…”เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ“เร
Read more
บทที่ 2
หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่“บรรณ…”เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไ
Read more
บทที่ 3
หนึ่งปีต่อมา...บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับ
Read more
บทที่ 4
ณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม“หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ”“ค่ะพี่อี๊ด” แพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล “วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ“จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ด” อลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...“เดี๋ยวนี้คิดมากนะเรา” อลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปา
Read more
บทที่ 5
“โยม…พาเด็กไปเปลี่ยนยางรถเถอะ” หลวงตาบอกอย่างเมตตา ดึงสติของอลินดาให้กลับมา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำเด็กวัดไปที่รถเมื่อเปลี่ยนยางเสร็จเรียบร้อย อลินดาก็กล่าวขอบคุณหลวงตา จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดไปด้วยความหวั่นวิตกกับคำขู่สุดท้ายของบรรณ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาทำเหมือนโกรธเกลียดเธอมาสักสิบปีสิบชาติ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หรือผู้ชายคนนั้นจำคนผิดกันแน่นะ…คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผมตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้าน ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลินดาจึงเอื้อมไปหยิบแล้วยกขึ้นมาแนบข้างใบหูเล็ก“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับน้องดา” เสียงทักทายดังมาตามสายทำให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คล้ายรำคาญ แต่ก็ทำได้เพียงทักทายกลับไป“สวัสดีค่ะ พี่พศินโทร.มามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า พอดีดาขับรถอยู่ค่ะ”“พี่ไม่สบายใจครับก็เลยอยากเจอน้องดา เย็นนี้เราทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ” พศินเอ่ยชวนด้วยสุ้มเสียงหวานๆ แต่อลินดาไม่อยากฝืนตัวเองที่จะไปกับชายหนุ่ม“พอดีดาเข้าเวรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะรถเยอะดาเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ” หญิงสาวตัดบทแล้วกดสายทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคนปลายส
Read more
บทที่ 6
งานวันเกิดของรัฐมนตรีประภาสเต็มไปด้วยแขกเหรื่อระดับวีไอพี นักธุรกิจน้อยใหญ่ทั้งในและต่างประเทศที่มีบริษัทในเมืองไทยเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง เจ้าของงานยืนยิ้มต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้า ในขณะสนธิและยุวเรศ ผู้บริหารเอสซีแอล ดีเวลลอปเมนท์ยืนอยู่ด้านหลัง ยุวเรศมองนาฬิกาบนข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วหันไปพูดกับสนธิ“บอสใกล้ถึงแล้วค่ะคุณสนธิ”สนธิพยักหน้ารับรู้แล้วขยับไปยืนกุมมืออยู่ข้างๆ รัฐมนตรีประภาส “ขออนุญาตครับท่าน ประธานกรรมใหญ่ของเอสซีแอลใกล้จะถึงแล้วครับ”“จริงเหรอ” รัฐมนตรีประภาสและคุณหญิงอัมพรมองประตูทางเข้า “คุณหญิงไปตามยัยดามาทำความรู้จักกับประธานกรรมการใหญ่ของเอสซีแอลด้วยนะ”“ได้ค่ะคุณพี่” คุณหญิงอัมพรยิ้มให้สามีแล้วเดินไปหาอลินดา ไม่นานก็กลับมายืนข้างสามีพร้อมกับคนเป็นลูก แต่ก่อนที่ประธานบริษัทเอสซีแอลจะมาถึง พศิน คุณหญิงอมรรัตน์ และสามีก็มาถึงงาน ทั้งสามลงจากรถเสร็จก็ตรงมาหาเจ้าของงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“อุ้ยตาย…มายืนต้อนรับกันพร้อมหน้าเลยนะคะ” คุณหญิงอมรรัตน์กล่าวทักทายและยกมือไหว้เจ้าของงานตามมารยาท อลินดาทำความเคารพทั้งสามอย่างนอบน้อม คุณหญิงอมรรัตน์จึงรีบรุนหลังบุตรชา
Read more
บทที่ 7
“ดาคุยเป็นเพื่อนคุณบรรณไปก่อนนะลูก พ่อกับแม่จะไปทักทายแขกคนอื่นๆ ก่อน” รัฐมนตรีเอ่ยขึ้นแล้วพาภรรยาไปทักทายแขกตามหน้าที่เจ้าภาพที่ดี“พ่อคะ…เดี๋ยวก่อน...” อลินดาเรียกบิดาและเตรียมจะขยับตัวลุกขึ้น ทว่าก็ถูกบรรณคว้ามือบางเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวพยายามชักมือกลับแต่เขาเกร็งข้อมือและออกแรงบีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“ทำไม กลัวนายพศินเข้าใจผิดหรือยังไง”“ไม่เกี่ยวกับเขา และคุณก็กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” เธอใช้ไม้อ่อนด้วยการพูดอย่างสุภาพเข้าสู้ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ มือหนาแกร่งยังคงกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นเช่นเดิม“คุณบรรณ…”อลินดาเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเสน่ห์หันมาช้าๆ และสบตากลมโตที่มีแววของความตื่นตระหนกเจืออยู่“จำชื่อนี้ให้ขึ้นใจนะอลินดา เพราะต่อไปคุณจะต้องเรียกผมทุกวัน”ประโยคดังกล่าวทำเอาหญิงสาวถึงกับผงะ หัวใจเต้นแรงระทึกคล้ายจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้ ความคลางแคลงสงสัยเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สัญชาตญาณของเธอบอกให้รู้ว่าเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก และเธอก็ควรต้องอยู่ห่างๆ เขาให้มากที่สุด“คุณเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่”“หึหึ…ถ้ารีบบอกไป เ
Read more
บทที่ 8
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงหวานที่ดังอยู่เบื้องหลัง ทำให้ร่างสูงชะงักแต่ไม่ยอมหันกลับมาหา จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดตรงหน้าโดยเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งเมตร“ว่าไงหืม...” บรรณเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็กส์ตัวหรู“คุณต้องการอะไรกันแน่ บอกฉันได้ไหม...” อลินดาเอ่ยถามเสียงนุ่ม หวังจะให้เขาใจอ่อนยอมพูดในสิ่งที่เธออยากรู้ บรรณเอียงคอมองดวงหน้าสวยหวานด้วยประกายตาลุกวาว“หนึ่งชีวิตที่เสียไป ต้องมีคนชดใช้” เจ้าพ่อหนุ่มกดเสียงต่ำอย่างน่ากลัว อลินดาได้ฟังถึงกับสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าใครไปสร้างความโกรธแค้นให้เขานักหนา บรรณถือโอกาสนั้นไล้แก้มนวลด้วยปลายนิ้วเบาๆ ก่อนจะโน้มกายลงไปหาจุ๊บ…สัมผัสวาบหวามนั้นทำให้อลินดานิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด ทุกส่วนของร่างกายเหมือนไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน เจ้าพ่อหนุ่มขยับปลายจมูกละเลื่อนไปตามแก้มขาวอมชมพู แล้ววกลงมาจูบที่ริมฝีปากอิ่มหนึ่งครั้งดังจ๊วฟ จากนั้นก็ผละออกห่างเพียงนิด“หึหึ…” ร่างสูงใหญ่หัวเราะในลำคอ แล้วเดินจากไปช้าๆ ในขณะที่อลินดายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ พศินออกมาสงบสติอารมณ์ข้างนอกเห็นบรรณเดินห่างจากผู้หญิงที่ตนหมายปองก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที“น้องดา…”เ
Read more
บทที่ 9
“ลุงสัญญาจะเลี้ยงนายให้ดีที่สุด” บรรณพึมพำและโอบกระชับร่างกลมแนบแน่นกว่าเดิม ก่อนจะหวนคิดถึงน้องสาวสุดรักที่จากไปก่อนเวลาอันควร แล้วความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ก็พลันมลายหายไป กลายเป็นความคั่งแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกไม่ต่างอะไรกับเพลิงพิโรธซึ่งรอวันเอาคืนคนสารเลวพวกนั้นอย่างสาสม!เช้าวันใหม่ บรรณก็งัวเงียตื่นขึ้นมาและนอนตะแคงโดยใช้มือรองบริเวณศีรษะไว้เมื่อได้ยินเสียงอ้อแอ้ดังระงมอยู่ข้างกาย ราวกับต้องการปลุกคนเป็นลุง เจ้าพอร์ตน้อยส่งยิ้มให้แล้วหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างเด็กอารมณ์ดี“จุง…จุง”“ไงไอ้เสือ ปลุกลุงแต่เช้าเลยนะ อยากมีเพื่อนเล่นล่ะสิ” พูดจบก็กดจมูกโด่งๆ ลงบนแก้มนุ่มหนักๆ หนึ่งฟอด เจ้าพอร์ตน้อยยิ้มร่าโชว์เหงือกอ่อนสีชมพู ดวงตาแป๋วมองคนเป็นลุงสุกสกาว“อู้…แอ้” เจ้าหนูส่งเสียงทักทาย บรรณหัวเราะกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างมันเขี้ยว จนกระทั่งประตูถูกเคาะเบาๆ“เชิญ…” บรรณบอกขณะยังคงกอดหลานชายแนบอก เมื่อได้รับอนุญาตประตูก็ถูกเปิดเข้ามา เจตต์ก้มศีรษะให้เจ้านายเล็กน้อย“พี่เลี้ยงมารับคุณหนูไปอาบน้ำครับนาย”“ฮื่ม…ไปอาบน้ำนะเจ้าเสือ แล้วไปเจอกันที่ชั้นล่าง” บรรณบอกหลานชายและหอมแก้มยุ้ยทั้งสองข
Read more
บทที่ 10
“ไม่เจ็บนะคนเก่ง วัคซีนทำให้แข็งแรงและไม่ป่วยนะคะ” ฝ่ามือบางนุ่มลูบแผ่นหลังของหนูน้อยไปมา แก้มยุ้ยๆ กลมๆ ราวกับซาลาเปาซุกอกอุ่นทันที กลิ่นหอมๆ ทำเอาเจ้าหนูหลับตาเคลิ้มจนไม่อยากออกห่าง กระทั่งเสียงห้วนๆ ของคนเป็นลุงดังขึ้น“เสร็จแล้วใช่ไหมคุณหมอ” ความอ่อนโยนของคุณหมอสาวมีผลให้เจ้าพ่อหนุ่มหน้าเครียด“เสร็จแล้วค่ะ ถ้าแกมีไข้คุณต้องรีบพาแกกลับมาหาหมอนะคะ” อลินดาบอกแล้วขยับห่างออกมา เจ้าหนูเตรียมจะโผเข้าหา แต่บรรณกระชับวงแขนแน่นกว่าเดิม“กลับบ้านกันได้แล้วเจ้าพอร์ต ผู้หญิงเหมือนยาพิษ เห็นหน้าหวานๆ แต่ใจร้ายเป็นที่สุด” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่อลินดามั่นใจว่าเขาพูดกระทบเธออย่างแน่นอน“คนโรคจิต ถ้าว่างก็ไปพบหมอจิตแพทย์บ้างนะคะ บางทีคุณอาจจะมีปัญหาทางจิตก็ได้” หญิงสาวทนไม่ไหวเมื่อถูกเขากระแนะกระแหนทุกครั้งที่เจอหน้า บรรณส่งหลานชายให้ลูกน้องแล้วหันกลับไปหาคนพูด เจตต์รีบรับเจ้าหนูพอร์ตมาอุ้มไว้ในวงแขน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่“คุณก็เป็นหมอนี่ ช่วยตรวจให้ผมหน่อยสิ” ร่างสูงใหญ่ย่างสามขุมเข้ามาหาดุจซาตานร้าย“ฉันไม่ใช่หมอจิตแพทย์ คุณต้องไปแจ้งที่เคาน์เตอร์แล้วล่ะค่ะ” อลินดาบอกขณะเม้ม
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status