เข้าสู่ระบบเฟลิกซ์ออดอ้อนจนเจณิสายอมเอนตัวเข้าหาเขาเล็กน้อย เฟลิกซ์รีบกอดเธอราวกับลูกแมวที่ต้องการความรัก ทั้งที่เขาคือราชสีห์ที่เพิ่งผ่านการสู้รบมาหมาด ๆ
“ชื่อคุณเพราะจัง...ถ้าผมจำไม่ผิดมันเป็นชื่อเดียวกับคลินิกของคุณใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“แต่ผมขอเรียกคุณว่า เจนนี่ ได้มั้ย มันง่ายกว่า” เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เมื่อเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา แววตาคมกริบบ่งบอกว่าเขาต้องการเป็นมากกว่าคนแปลกหน้า
“ก็แล้วแต่คุณเลย” เจณิสาตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ในใจยังคงพยายามต่อสู้กับความรู้สึกหวั่นไหว
“แล้วเพื่อนสนิทล่ะ เรียกชื่อเล่นของคุณว่าอะไร”
“เรียก เจน เฉย ๆ ค่ะ”
“โอเค งั้นผมจะไม่เรียกตามเพื่อนคุณ” เฟลิกซ์กล่าวอย่างกวน ๆ ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้เธอ
“สรุปผมขอเรียกคุณว่า...เจนนี่ก็แล้วกัน...ถึงแม้ว่าใจจริง ผมอยากจะเรียกคุณว่า...ที่รักก็เหอะ” เฟลิกซ์เอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจในตัวเอง จนทำให้เจณิสาแอบเบ้ปาก แต่สิ่งที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงนั้นก็ได้จุดประกายบางอย่างขึ้นมาในใจของเธอแล้ว
มาเฟียหนุ่มจับมือของเธอไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือเขาทำให้ผิวของเธอสะท้านเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะ ยกมือเรียวของเธอขึ้นช้าๆ แล้วประทับจูบลงบนหลังมืออย่างอ่อนโยน จุมพิตนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เร่าร้อนและทรงอำนาจ ทำให้เจณิสารู้สึกเหมือนถูกสะกดไว้ในห้วงเวลาแห่งความใกล้ชิดนั้น
“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ...เจนนี่” เสียงทุ้มของเขากระซิบแผ่วเบา
“และขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตผมไว้”
“ผมเฟลิกซ์นะ... หรือคุณจะเรียกผมว่า ฟลิกซ์ ก็ได้... ชื่อเต็ม ๆ ผมของคือ เฟลิกซ์ มัทเธอุส” เขากล่าวพร้อมจ้องมองเธออย่างไม่วางตา และปรารถนาที่จะดึงดูดให้เธอสานสัมพันธ์ต่อในค่ำคืนนี้
เจณิสาพยายามที่จะไม่เคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดหวาน ๆ และการกระทำของเขา เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะหวั่นไหวไปกับความใกล้ชิดนี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องในทันที
“คุณเป็นคนประเทศอะไรคะ”
“เยมัน... เป็นไงน่าสนมั้ยครับ” เฟลิกซ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวน ๆ รอยยิ้มของเขาเจ้าเล่ห์อย่างไม่น่าไว้ใจ
“ไม่สน!!” เจณิสารีบปฏิเสธอย่างรวดเร็วและหันหน้าหนี แต่เขากลับกระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่น เธอรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะดูจากแววตาที่จ้องจะงาบเธอตั้งแต่อยู่ในคลับ มันยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยสักนิด เธอต้องพยายามหักห้ามใจ เจณิสาคิดในใจว่าเธอไม่น่าไปอ่อยเขาเลย
“แล้วถ้าเป็นเบิร์นเยี่ยมล่ะ คุณสนไหม” เฟลิกซ์จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่าเบิร์น เขายังคงหยอกเย้าเธออย่างไม่ลดละ ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอที่เริ่มแดงระเรื่อ
“ทีมุกพวกนี้ คุณเข้าใจง่ายเชียว” เจณิสากล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ในขณะที่ฉันอธิบายศัพท์ทางการแพทย์แทบตาย คุณก็ไม่เข้าใจ” เฟลิกซ์หัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มกังวานในห้อง
“ก็ผมไถฟีดดูพวกตลกบ่อย ๆ น่ะ แล้วก็อาศัยถามเพื่อนที่เป็นคนไทยเอาบ้าง...ก็เลยเข้าใจ”
“คุณมีเพื่อนเป็นคนไทยด้วยเหรอคะ” เจณิสาถามอย่างสงสัย
“มีสิ! แต่ไม่เชิงเพื่อนหรอก... เค้าทำงานให้ผม”
“ลูกน้องเหรอ”
“ก็ประมาณนั้น” เฟลิกซ์ตอบอย่างเรียบง่าย
“ปล่อยค่ะ ฉันจะเก็บอุปกรณ์”
“ไม่ปล่อย ขอหอมแก้มก่อน”
“หือ!!!..เอาเปรียบจัง”
“อะไรกัน ตอนอยู่ในคลับไม่เห็นคุณปฏิเสธผมเลยนี่” สิ้นเสียงของเขา ความคิดก็วิ่งวนอยู่ในหัวของคุณหมอสาวอย่างรวดเร็ว
“ตอนอยู่ในคลับ... ฉันไม่น่าไม่อ่อยคุณเลย!”
“ไม่รู้สิ แต่คุณบอกแล้ว ว่าคุณจะให้ผมได้ทุกอย่าง”
“ใช่ฉันยอมรับ...แต่นั้น”
“แต่นั่นคือการประชดประชันแฟน ฉันก็บอกคุณไปแล้วไง”
“ผมไม่สนครับ ผมลืมไปหมดแล้ว” เฟลิกซ์ตอบอย่างไม่แคร์ เขาต้องการเธออย่างแท้จริง และท่าทางออดอ้อนเร้าอารมณ์ของเขาในตอนนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจน การรุกหนัก ที่มาพร้อมกับเสน่ห์ดิบเถื่อนทำให้ใจเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ย้อนกลับไปตอนนั้น การประชดบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอกล้าบ้าบิ่น เธอกล้าพอที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของกุลสตรี แต่ตอนนี้เธอมีสติสมบูรณ์แล้ว และตระหนักได้ว่าเธอกำลังเล่นกับคนที่อันตราย แล้วเธอจะบอกเขาอย่างไรดี! ในเมื่อเขารุกหนักและเธอเองก็ไม่อาจปฏิเสธความปรารถนาที่เขากำลังปลุกเร้า
ทันใดนั้น! เธอก็คิดทางออกที่มันพอจะสมเหตุสมผลในการปฏิเสธเขาได้ จึงพยายามพูดจาหว่านล้อม
“คุณมาทำอะไรที่เมืองไทยคะ” เจณิสาถามอย่างตรงไปตรงมา แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมาย แต่ก็ต้องการยืนยันสถานะที่อันตรายของเขา
“ผมส่งออกเกี่ยวกับอาวุธ” คำตอบนั้นบ่งบอกถึงสถานะที่อันตรายของเขาได้อย่างชัดเจน เฟลิกซ์เอนหลังพิงโซฟา แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอเล็กน้อย แววตาของเขาคมกริบราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในความคิดของเธอ
“รู้อย่างนี้แล้ว คุณกลัวผมหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ ตราบใดที่คุณไม่เอาปืนมาจ่อหัวฉันอีก” เจณิสาตัดพ้อ
“ผมเป็น มาเฟีย!!” เขาตัดสินใจเปิดเผยตัวตนทั้งหมดออกไป
เจณิสานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ
“แล้วคุณทะเลาะอะไรกัน ทำไมพวกเขาถึงตามฆ่าคุณ” เฟลิกซ์หลับตาลง เขาตัดสินใจเล่าในสิ่งที่เขาไม่เคยบอกใครมาก่อน
“ผมถูกนายใหญ่ส่งมาอยู่ที่นี่ เพื่อดูแลธุรกิจส่งออกอาวุธเถื่อน พวกอาวุธสงครามน่ะ แต่เพื่อนร่วมงานของผมแอบทำธุรกิจสกปรกโดยการส่งผู้หญิงไปขายพร้อม ๆ กับอาวุธ” น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกระด้างขึ้น
“พวกนั้นหลอกพาตัวหญิงไทยที่ทำงานอยู่ในคลับ...คลับที่คุณไปนั่นแหละข้างบนมันเป็นสถานบริการ”
“พวกมันส่งไปขายทางเรือ ผมสงสารก็เลยปล่อยพวกเธอนั้นออกมาทั้งหมด” เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความขมขื่น
“พวกมันรู้ ก็เลยโกรธผมที่ขัดขวางแหล่งเงินมหาศาลของพวกมัน จึงส่งคนมาลอบฆ่าผม”
เจณิสาทอดมองเขา ความรู้สึกสงสารและความเห็นใจ แม้ว่าเฟลิกซ์จะทำธุรกิจผิดกฎหมายและอันตราย แต่เขาก็ยังคงมีคุณธรรมอยู่บ้าง
เธอไม่ได้รู้สึกกลัวอีกต่อไป แต่กลับมองเห็นความโดดเดี่ยว และความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาของเขา
“คุณ... เป็นคนดีกว่าที่พูดคะ..เฟลิกซ์” เจณิสาเอ่ยเสียงแผ่วเบา มือของเธอเลื่อนไปแตะแขนเขาเบาๆ เป็นการแสดงความเห็นใจอย่างเงียบๆ
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย กำแพงน้ำแข็งที่เคยขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองก็ทลายลง ความเข้าใจและความเห็นใจจึงเกิดขึ้น
เฟลิกซ์ไม่รอช้า รีบดึงร่างของเธอเข้ามาจนแนบชิดติดกับแผงอกที่ร้อนผ่าวของเขา
“เจนนี่!!!...” เฟลิกซ์พึมพำเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่พร่าสั่น ก่อนจะประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
จูบของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ความปรารถนาแต่เต็มไปด้วยความขอบคุณ และความต้องการที่จะยึดเธอไว้เป็นที่พึ่งพิง เจณิสาไม่ได้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เธอยกแขนโอบรอบคอเขา ตอบรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างเต็มใจ ความเจ็บปวดที่เคยมีในใจถูกบดบังด้วยไฟรักที่โหมกระหน่ำ
ตอนที่ 34 ตอนจบเหล่าบรรดาลูกน้องกักขฬะของ ดิมิทรีที่เหลือกันสี่คนพาสวมวิญญาณดิบเถื่อนกับส้มอย่างไม่ปรานี พวกมันแบ่งส้มและณิชาให้รับมือกับพวกมันในแบบหนึ่งต่อสอง ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้น พวกมันต่างมองเหยื่อสาวทั้งสองด้วยสายตาที่ลุกวาวด้วยความกระหาย เมื่อนายใหญ่ทิ้งรางวัลเอาไว้ให้อย่างงามส้มและณิชา ถูกแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว ลูกน้องสองคนถูกลากส้มไปบ้านทรงไทย ส่วนอีกสองคนถูกลากณิชาเข้าไปบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้นภายห้องนอนของบ้านทรงไทย เสียงหัวเราะและการกระทำอันป่าเถื่อนก็ผสมปนเปกับเสียงร้องครวญครางของส้มและณิชาที่ร้องอย่างน่าเวทนา พวกมันไม่ได้ทำตามข้อตกลงของเจณิสา เมื่อดิมิทรีลากเธอไปขึ้นรถ เชนก็ถูกลากไปซ้อมและมัดเอาไว้อย่างเดิม ส่วนณิชาและส้มก็ถูกลากไปลวนลามกันคนละห้อง“อาห์ ซีดดดส์!!! ไม่คิดไม่ฝันเลย จะได้รุมคนสวย ๆ แบบนี้ ซี๊ดดดส์!! สนุกจริง ๆ เลยโว้ย มันได้อารมณ์วะพวกเรา ฮ่า ๆๆ” พวกมันหัวเราะ
ตอนที่ 33 เกือบตายคาอก NCทันใดนั้น ลูกน้องกลุ่มอื่นก็กลับมาพร้อมกับณิชา เธอถูกลากตัวออกมาจากบ้านทรงไทยหลังหนึ่งอย่างขัดขืน ร่างกายที่ถูกพันธนาการ ทำให้เธอทำได้เพียงดิ้นรน“ปล่อยฉันนะ!” ณิชากรีดร้อง แต่ลูกน้องของดิมิทรีก็ไม่ได้สนใจ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เมื่อเห็นเรือนร่างที่ถูกรัดกุมด้วยชุดทำงานของแพทย์“นังนี่ก็สวยไม่เบา” ลูกน้องคนหนึ่งพูดพลาง น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อถูกลวนลามดิมิทรี ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเย็นชา เขาต้องการให้เชนทนทุกข์ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังเจณิสา เป้าหมายหลักของเขาในค่ำคืนนี้ลูกน้องลากเชนที่แทบจะหมดสติมาวางไว้บริเวณหน้าบ้านทรงไทย ดิมิทรีชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของเชน“คุณหมอ! ฉันรู้ว่าเธออยู่แถวนี้! ออกมาซะ ไม่งั้นไอ้หมอนี่จะต้องตายอย่างอนาถ!” ดิมิทรีตะโกนเสียงดังกังวานณิชา ที่ถูกลูกน้องจับตัวไว้ข้าง ๆ เห็นสภาพของเชนก็ร้องไห้ด้วยความสงสารและหวาดกลัว“คุณเจน! อย่าออกมา! หนีไป!” เชนพยายามตะโกนห้ามวินาทีนั้นเอง... เจณิสาก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความสิ้นหวัง ทำให้เธอยอมทิ้งที่ซ่อน ใบหน้าของเธอซีดเผือ
ตอนที่ 32 รางวัลของมาเฟียโครม! เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นบนถนนทางหลวงยามค่ำ รถคันแรกของลูกน้องดิมิทรีเสียหลักหมุนคว้างก่อนจะพุ่งอัดเข้ากับเสาไฟข้างทาง เปลวไฟลุกวาบจากห้องเครื่องทันที แต่เฟลิกซ์ไม่หยุดแค่นั้น เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนด้วยความเร็วราวสายฟ้า ก่อนจะรัวยิงใส่ลูกน้องที่อยู่กระบะหลังอย่างเยือกเย็นจนทุกคนในรถตายคาที่จากนั้นกระสุนทุกนัดก็มุ่งตรงไปยังรถคันที่สองที่ขับตามมา เขายิงกระสุนเจาะเข้าที่ยางรถคันที่สองอย่างแม่นยำ เสียงยางระเบิดดังสนั่น รถคันนั้นเริ่มเสียการควบคุม แต่คนขับยังสามารถประคองรถให้ไปต่อไปได้ ท่ามกลางเสียงโวยวายของลูกน้องดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังเฟลิกซ์เหยียบเบรกพลิกพวงมาลัยหลบที่แล่นสวนมาด้วยความฉิวเฉียด เขากำลังจะจัดการลูกน้องของดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังของรถกระบะคันที่สอง เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตแลมบอร์กินีเอสยูวีสีเหลืองร้องคำรามลั่นบนท้องถนนยามค่ำลูกน้องอีกสามคนบนกระบะท้ายเปิดฉากยิงตอบโต้ทันที เสียงปืนดังระรัวเป็นจังหวะปั่ง...ปั่ง...ปั่ง...กระจกหลังรถสปอร์ตของเฟลิกซ์แตกกระจาย เศษแก้วปลิวเต็มห้องโดยสาร แต่เขายังควบคุมพวงมาลัยแน่น ดวงตาคมเข้มจดจ่อกั
ตอนที่ 31 กับดักของมาเฟียมาเฟียหน้าเข้มโยนโทรศัพท์เครื่องหรูคืนให้ณัฐพลที่นำหลักฐานมาเสนอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ข้อมูลที่ส้มให้ณัฐพลมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งดิมิทรีรู้ดีว่ามันเป็นหลักฐานเท็จที่สร้างขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเขารู้ว่าเฟลิกซ์เดินทางไปพบนายใหญ่ และพาเจณิสาไปหลบซ่อนตัวเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“แกคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยรึ” ดิมิทรีพูดเสียงทุ้มต่ำผ่านล่าม น้ำเสียงของเขาเรียบจนน่ากลัว เชนรีบแปลให้ณัฐพลฟังตามที่ดิมิทรีพูดทุกคำ“แกคงอยากได้เงินจากฉัน แต่มันก็ดีที่ฉันจะได้ไม่ต้องตามไปฆ่าแกถึงที่” ณัฐพลหน้าซีดเผือด“ไม่... ไม่ใช่นะครับ! หลักฐานนี้ผมได้มาจากผู้ช่วยพยาบาลในคลินิก!” เขาตะโกนลั่นอย่างหวาดกลัว“หุบปาก!”“ฉันรู้ดีว่าแฟนหมอของแกไม่ได้อยู่ที่คลินิกนั่นแล้ว และก็ไม่ได้อยู่ที่คอนโดของเธอด้วย ไอ้เฟลิกซ์มันฉลาดกว่าที่แกคิดเยอะ” ดิมิทรีลุกขึ้นเดินวนรอบเก้าอี้ของณัฐพล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกับกลิ่นเหล้าทำให้ณัฐพลแทบจะคลื่นไส้“แกมาหาฉันอีกครั้งเพื่อมาหลอกเอาเงินก้อนสุดท้ายจากฉันต่างหากล่ะ...จริงมั้ย!” ดิมิทรีหยุดข้างหลังเก้าอี้“และแกคงรู้ดีนะ ว่าคนที่หลอกฉันจุดจบของมันจะเป็นอย่างไร...”“แต่ฉั
ตอนที่ 30 ประกาศอิสรภาพกระสุนนับไม่ถ้วนสาดกระหน่ำเข้ามาในห้องราวกับฝนเหล็ก เสียงปืนแผดลั่นผสมกับเสียงกระจกแตกและเศษไม้ปลิวว่อนในอากาศ กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่ว เฟลิกซ์หมอบต่ำหลบหลังโต๊ะทำงานไม้สักที่ตอนนี้พรุนเป็นรังผึ้ง เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มือข้างขวากระตุกมีดพับเล็กจากช่องลับใต้แขนเสื้อ ข้อมืออันทรงพลังเหวี่ยงมีดอย่างแม่นยำราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายฉึก!มีดปลิวแหวกอากาศเข้าเสียบกลางข้อมือของชายที่กำลังรัวกระสุน เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับที่ปืนหลุดจากมือ ศัตรูชะงัก เฟลิกซ์สบโอกาส เขาพุ่งออกจากที่กำบังราวกับเสือที่รอจังหวะจู่โจมร่างสูงใหญ่ในชุดดำขยับเร็วเกินกว่าตาเห็น เขากระโดดข้ามโต๊ะทำงาน เสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้น ก่อนหมัดหนัก ๆ จะพุ่งเข้ากระแทกขากรรไกรของศัตรูคนแรกผลัวะ!!เสียงกระดูกแตก ชายคนนั้นหงายหลังล้มทั้งยืนเฟลิกซ์หมุนตัวต่อทันที ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกยกฝ่าเท้ากระแทกซี่โครงของศัตรูอีกคนที่กำลังจะยกปืนมายิงอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา เสียงหอบหายใจขาดห้วงดังตามมา ก่อนร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว มือขวาควักมีดปลายแหลมที่ปักอยู่ข้
ตอนที่ 29 ชำระแค้น NCจากนั้นเขาก็รีบจับส้มนอนหงาย ถ่างขาออกกว้าง แล้วยัดแก่นกายเข้าไปอย่างรุนแรง“อร๊อยยย พี่ณัฐพี่เบา ๆ สิ กระแทกมาได้ ส้มเจ็บนะ” ไม่มีแม้แต่คำขอโทษจากผู้ชายหื่นกามคนนี้ ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...หลังจากร่วมรักไปได้ไม่นาน ฤทธิ์ของยานอนหลับที่ผสมอยู่ในชา แม้จะดื่มไม่ทันหมดแก้วแต่ยาก็เริ่มออกฤทธิ์ผสานกับความเหนื่อยล้าของณัฐพลเมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ ณัฐพลก็เริ่มซอยช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเผลอหลับคาอกของส้ม ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาหนักอึ้ง ส้มพยายามเช็คด้วยการปลุกเขาอยู่หลายรอบ ก่อนจะผลักร่างเขาลงข้าง ๆ อย่างไม่ใยดี“ถุย!!!!.. ไอ้หน้าตัวเมีย เก่งนักกับผู้หญิง” ส้มถ่มน้ำลายในลำคอใส่หน้าณัฐพลอย่างสมเพชส้มไม่มีเวลามักนัก เธอรีบเอาโทรศัพท์ของณัฐพลมาปลดล็อก ปลายนิ้วที่สั่นเทาแต่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ค่อย ๆ เปิดโทรศัพท์มือถือของณัฐพล ก่อนจะกดรหัสตามที่เจณิสาบอกมา และมันก็สามารถปลดล็อกได้จริง ๆ! ส้มใช้เวลาไม่นานในการค้นหาและลบคลิปวิดีโอที่น่าอับอายของตนเองออกทั้งหมด ทั้งที่อยู่ในเครื่องและบนระบบคลาวด์ เธอปลดปล่อยพันธนาการของเธอเองเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล






![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love] (มี E-book)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
