เข้าสู่ระบบจุมพิตนั้นยาวนานและลึกซึ้ง จนกระทั่งลมหายใจของเธอแทบจะขาดห้วง เฟลิกซ์จึงผละออกอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบของเขามองใบหน้าเธออย่างหลงใหล ก่อนจะเลื่อนมือลงมาสัมผัสเนินอกของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า
“คุณอย่าปฏิเสธผมอีกเลยนะ...เจนนี่!!” หญิงสาวลืมตาขึ้นมาทันที สติที่ถูกความเร่าร้อนเข้าครอบงำกลับคืนมา เธอรีบยกมือขึ้นจับมือของเขาไว้แน่น ดวงตาฉายแวววอนขอ
“ไม่ค่ะ เฟลิกซ์” เธอปฏิเสธเสียงสั่น พยายามรวบรวมเหตุผลทั้งหมดที่มี
“ฉัน...ฉันรู้ว่าคุณอยากให้มันเป็นมากกว่านี้ แต่คุณลืมไปแล้วเหรอคะ..ว่าคุณบาดเจ็บอยู่!” เฟลิกซ์เงยหน้าขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“แผลมันไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย ผมรับไหว”
“คุณรับไหว...แต่แผลคุณรับไม่ไหวหรอกค่ะ!” เจณิสาใช้เสียงที่จริงจังของแพทย์เพื่ออธิบายกับเขา
“ถ้าคุณทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้ หรือมีการเกร็งตัวมากๆ แผลของคุณจะฉีกขาด มันจะปริออกจนต้องกลับไปเย็บใหม่ และแผลอาจจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ!” เธอใช้มือดันแผงอกของเขาออกอย่างช้าๆ
“คืนนี้...ให้ฉันดูแลคุณในฐานะคนไข้ก็พอนะคะ”
เฟลิกซ์จ้องมองเธอครู่หนึ่ง แม้จะเต็มไปด้วยความผิดหวังและความปรารถนาที่ค้างคา แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและเหตุผลทางแพทย์ที่ชัดเจนของเธอ เขาก็ต้องยอมจำนน
“ให้ตายเถอะ!” เฟลิกซ์สบถเบาๆ ก่อนจะพิงศีรษะลงบนไหล่ของเธอ สูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนกายของเธอ
“ตอนอยู่ที่คลับ คุณยังจูบผมและชวนผมขึ้นเตียงอยู่เลยมิใช่เหรอ” เฟลิกซ์ทวงถามอย่างเปิดเผย
“ก็ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้แผลของคุณมันทำกิจกรรมพวกนั้นไม่ได้แล้ว” เจณิสาหาข้ออ้างด้วยเหตุผลทางการแพทย์สุดฤทธิ์
“จริงเหรอ!!!..คุณไม่ได้หลอกผมเพราะอยากปฏิเสธผมใช่มั้ย” ดวงตาของเฟลิกซ์จริงจังขึ้น
“จริง!!!..ฉันไม่โกหกคุณหรอก” การเคลื่อนไหวหรือกระทบเทือนมันจะทำให้แผลคุณอักเสบ และยาแก้อักเสบที่คุณเพิ่งกินไปก็อาจจะเอาไม่อยู่!!!”
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลย...เจนนี่ เหตุผลทั้งหมดที่คุณพูดมา มันเพื่อปกป้องตัวคุณเองทั้งนั้น” เฟลิกซ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาดูช่างเร่าร้อน จากนั้นก็เร่งเร้าในสิ่งที่เขาต้องการ
“ผมอยากมีเซ็กซ์กับคุณ ในคลับคุณยั่วผมแทบเป็นแทบตาย คุณไม่ได้ปฏิเสธผมแบบนี้เลย เจนนี่!!!” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ จนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่บนแก้มเนียน เจณิสารู้สึกถึงกลิ่นกายและกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ และกลิ่นบาดแผลผสมปนเปกัน
“คุณก็รู้นี่คะ...ว่าฉันทำไปเพราะอะไร” เจณิสากล่าวเสียงแข็ง แม้ว่าในใจจะรู้สึกหวั่นไหวกับความต้องการของเขาจนยากจะปฏิเสธก็ตาม
“เอาไว้คุณหายดีก่อนนะคะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน!” เธอยังคงใช้เหตุผลทางการทางด้านร่างกายของเขามาเป็นเกราะป้องกัน
“จริงนะ...ที่รัก!!” ดวงตาของเฟลิกซ์ดูเจ้าเล่ห์เป็นประกาย จนเจณิสากังวลว่าเขาจะแหกกฎ
“จริงค่ะ!!!!...แต่คืนนี้คุณต้องเป็นเด็กดีก่อน โอเคมั้ย” เธอเชิดหน้าขึ้นก่อนจะหอมแก้มเขาเพื่อให้เขารู้สึกอุ่นใจว่าเธอจะไม่ลืมสัญญานั้น
“การเคลื่อนไหวหรือการกระทบเทือนมันจะทำให้แผลคุณอักเสบมากขึ้น ฉันเป็นห่วงคุณจริง ๆ นะ เฟลิกซ์!!!”
“คุณลองเสิร์ชดูก็ได้ วิธีดูแลตัวเองหลังจากแผลผ่าตัด เกือบทุกที่ระบุว่าห้ามมีเซ็กซ์ทั้งนั้น” เธอยืนยันอย่างหนักแน่นและไม่ได้หลอกลวง
“โอเค! ผมเชื่อคุณก็ได้” เฟลิกซ์ยอมจำนนแต่โดยดี
“แต่... ผมไม่สามารถเปิดมือถือของตัวเองได้หรอก”
“ทำไมคุณถึงเปิดมือถือตัวเองไม่ได้คะ”
“พวกที่ตามล่าผมมันก็จะรู้ว่าผมอยู่กับคุณนะสิ ผมไม่อยากให้คุณเดือนร้อน” เขาตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความนัยให้เธอตระหนักถึงอันตราย
เฟลิกซ์เฝ้ามองใบหน้าของเธอ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอดึงดูดสายตาเขาไปเสียหมด
“รู้มั้ยว่า...คุณไม่เหมือนเป็นคุณหมอเลย” เฟลิกซ์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มนุ่มแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“คุณก็ไม่เหมือนคนไข้ที่ฉันเคยเจอมาเลย...เฟลิกซ์” เจณิสาตอบกลับทันควัน แววตาของเธอยังคงจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจ
ชุดสีชมพูอ่อนหวานของเธอ เขามองว่ามันอันตรายเกินไป ความงดงามที่เปิดเผยเช่นนี้ มันควรเป็นของเขาเพียงคนเดียวที่จะได้ชื่นชมมัน
“คุณรู้มั้ยชุดที่คุณใส่...มันอันตรายเกินไป” เฟลิกซ์มองชุดราตรีสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนที่ประดับลูกไม้สวยงามของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึก ชุดนั้นเผยผิวเนียนสวยและทรวดทรงเย้ายวน จนทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มและหวงแหน ขึ้นมาราวกับเป็นเจ้าของ
“คุณไม่ควรใส่ชุดนี้ออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนอีก...รู้มั้ย” เขาบอกอย่างห่วงใย น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจริงจัง ราวกับกำลังออกคำสั่ง
เจณิสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย เธอรู้สึกดีกับความเป็นห่วงที่เขาแสดงออกมา มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น พร้อม ๆ กับการแสดงความเป็นเจ้าของ เลยทำให้เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ปกติฉันก็ไม่ค่อยได้แต่งแบบนี้สักเท่าไหร่หรอกค่ะ นาน ๆ ที” เจณิสายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอตั้งใจแต่งชุดราตรีสีหวานนี้เพื่อไปเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มที่เขาเพิ่งจะหักหลังเธอ และมันก็ไม่ใช่ครั้งแรก
“ผมอิจฉาแฟนคุณจริง ๆ แต่เขาไม่เห็นคุณค่าของคุณเลย” เฟลิกซ์กล่าวอย่างเห็นใจ ก่อนจะเห็นความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายในแววตาของเธอ เมื่อเห็นเจณิสาเศร้าเขาจึงไม่พูดเรื่องแฟนของเธออีก เขาเลือกที่จะเฝ้ามองเธอเงียบ ๆ แทนการซ้ำเติม และปล่อยให้ความอบอุ่นเข้ามาเยียวยาเธอแทนคำพูด
เจณิสาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างที่เอาออกมาจากกระเป๋าพยาบาล ความเชื่องช้าไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้า แต่เกิดจากการที่เธอมัวแต่คิดถึงความปวดร้าวที่เกิดจากแฟนหนุ่ม
“คุณเป็นหมอที่เก่งครับ... เจนนี่ ตอนแรกผมนึกว่าจะต้องเย็บแผลใหม่ซะแล้ว” เฟลิกซ์ชวนคุยเปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงคุณหมอสาวออกจากอารมณ์เศร้า เขากล่าวติดตลก และพยายามเรียกความสนใจจากเธอ
“ไม่หรอกค่ะ แผลคุณมันแค่ปริเล็กน้อยเท่านั้น แค่ระวังเรื่องการอาการอักเสบอย่างเดียว ไม่กี่วันแผลคุณก็หายแล้ว”
“แผลที่เย็บแล้วฉีกขาดมันไม่จำเป็นต้องเย็บใหม่เสมอไป มันขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและสภาพบาดแผล อีกอย่างตอนนี้เลือดที่ซึมออกมามันก็หยุดแล้ว”
เขาเลิกคิ้วขึ้นและไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอบอก การอธิบายเชิงวิชาการที่ยาว ๆ ทำให้เขาจับใจความไม่ได้ เพราะเฟลิกซ์เพิ่งหัดพูดภาษาไทยมาได้ไม่ถึงสองปี ตั้งแต่ที่เขาย้ายมาคุมธุรกิจส่งออกอาวุธอยู่ที่เมืองไทย
“ยังไงเหรอ ผมไม่เข้าใจ” เฟลิกซ์ถามด้วยความสงสัย
“คือฉันจะบอกว่า... แผลคุณน่ะ... มันฉีกขาดไม่มาก เดี๋ยวมันก็จะหายเองได้ แค่อย่าให้มันติดเชื้อ” เจณิสาอธิบายอย่างละเอียดขึ้น
“แต่เมื่อกี้คุณไม่ได้บอกแบบนี้นะ” เฟลิกซ์แกล้งสงสัย เพื่อหาเรื่องคุยกับเธอ
“โอ๊ยยย!!.. คุณนี่เข้าใจอะไรยากจริง สงสัยคุณอยากจะโดนเย็บสดจริง ๆ ละมั่ง!” เธอหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะขู่ให้เขากลัว
“แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า..ตอนนี้ฉันไม่มียาชาหรอก ยกเว้นพาคุณไปขึ้นเขียงที่โรงพยาบาลนู่น!!”
“ไม่มีทางที่ผมจะไปโรงพยาบาล” เฟลิกซ์ปฏิเสธเสียงแข็ง เขาเลิกหยอกล้อและแกล้งเธอ เพราะรู้ดีว่าการไปโรงพยาบาลจะทำให้เขาต้องเปิดเผยตัวตน และพวกนั้นก็จะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน
ตอนที่ 34 ตอนจบเหล่าบรรดาลูกน้องกักขฬะของ ดิมิทรีที่เหลือกันสี่คนพาสวมวิญญาณดิบเถื่อนกับส้มอย่างไม่ปรานี พวกมันแบ่งส้มและณิชาให้รับมือกับพวกมันในแบบหนึ่งต่อสอง ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้น พวกมันต่างมองเหยื่อสาวทั้งสองด้วยสายตาที่ลุกวาวด้วยความกระหาย เมื่อนายใหญ่ทิ้งรางวัลเอาไว้ให้อย่างงามส้มและณิชา ถูกแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว ลูกน้องสองคนถูกลากส้มไปบ้านทรงไทย ส่วนอีกสองคนถูกลากณิชาเข้าไปบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้นภายห้องนอนของบ้านทรงไทย เสียงหัวเราะและการกระทำอันป่าเถื่อนก็ผสมปนเปกับเสียงร้องครวญครางของส้มและณิชาที่ร้องอย่างน่าเวทนา พวกมันไม่ได้ทำตามข้อตกลงของเจณิสา เมื่อดิมิทรีลากเธอไปขึ้นรถ เชนก็ถูกลากไปซ้อมและมัดเอาไว้อย่างเดิม ส่วนณิชาและส้มก็ถูกลากไปลวนลามกันคนละห้อง“อาห์ ซีดดดส์!!! ไม่คิดไม่ฝันเลย จะได้รุมคนสวย ๆ แบบนี้ ซี๊ดดดส์!! สนุกจริง ๆ เลยโว้ย มันได้อารมณ์วะพวกเรา ฮ่า ๆๆ” พวกมันหัวเราะ
ตอนที่ 33 เกือบตายคาอก NCทันใดนั้น ลูกน้องกลุ่มอื่นก็กลับมาพร้อมกับณิชา เธอถูกลากตัวออกมาจากบ้านทรงไทยหลังหนึ่งอย่างขัดขืน ร่างกายที่ถูกพันธนาการ ทำให้เธอทำได้เพียงดิ้นรน“ปล่อยฉันนะ!” ณิชากรีดร้อง แต่ลูกน้องของดิมิทรีก็ไม่ได้สนใจ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เมื่อเห็นเรือนร่างที่ถูกรัดกุมด้วยชุดทำงานของแพทย์“นังนี่ก็สวยไม่เบา” ลูกน้องคนหนึ่งพูดพลาง น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อถูกลวนลามดิมิทรี ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเย็นชา เขาต้องการให้เชนทนทุกข์ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังเจณิสา เป้าหมายหลักของเขาในค่ำคืนนี้ลูกน้องลากเชนที่แทบจะหมดสติมาวางไว้บริเวณหน้าบ้านทรงไทย ดิมิทรีชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของเชน“คุณหมอ! ฉันรู้ว่าเธออยู่แถวนี้! ออกมาซะ ไม่งั้นไอ้หมอนี่จะต้องตายอย่างอนาถ!” ดิมิทรีตะโกนเสียงดังกังวานณิชา ที่ถูกลูกน้องจับตัวไว้ข้าง ๆ เห็นสภาพของเชนก็ร้องไห้ด้วยความสงสารและหวาดกลัว“คุณเจน! อย่าออกมา! หนีไป!” เชนพยายามตะโกนห้ามวินาทีนั้นเอง... เจณิสาก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความสิ้นหวัง ทำให้เธอยอมทิ้งที่ซ่อน ใบหน้าของเธอซีดเผือ
ตอนที่ 32 รางวัลของมาเฟียโครม! เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นบนถนนทางหลวงยามค่ำ รถคันแรกของลูกน้องดิมิทรีเสียหลักหมุนคว้างก่อนจะพุ่งอัดเข้ากับเสาไฟข้างทาง เปลวไฟลุกวาบจากห้องเครื่องทันที แต่เฟลิกซ์ไม่หยุดแค่นั้น เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนด้วยความเร็วราวสายฟ้า ก่อนจะรัวยิงใส่ลูกน้องที่อยู่กระบะหลังอย่างเยือกเย็นจนทุกคนในรถตายคาที่จากนั้นกระสุนทุกนัดก็มุ่งตรงไปยังรถคันที่สองที่ขับตามมา เขายิงกระสุนเจาะเข้าที่ยางรถคันที่สองอย่างแม่นยำ เสียงยางระเบิดดังสนั่น รถคันนั้นเริ่มเสียการควบคุม แต่คนขับยังสามารถประคองรถให้ไปต่อไปได้ ท่ามกลางเสียงโวยวายของลูกน้องดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังเฟลิกซ์เหยียบเบรกพลิกพวงมาลัยหลบที่แล่นสวนมาด้วยความฉิวเฉียด เขากำลังจะจัดการลูกน้องของดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังของรถกระบะคันที่สอง เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตแลมบอร์กินีเอสยูวีสีเหลืองร้องคำรามลั่นบนท้องถนนยามค่ำลูกน้องอีกสามคนบนกระบะท้ายเปิดฉากยิงตอบโต้ทันที เสียงปืนดังระรัวเป็นจังหวะปั่ง...ปั่ง...ปั่ง...กระจกหลังรถสปอร์ตของเฟลิกซ์แตกกระจาย เศษแก้วปลิวเต็มห้องโดยสาร แต่เขายังควบคุมพวงมาลัยแน่น ดวงตาคมเข้มจดจ่อกั
ตอนที่ 31 กับดักของมาเฟียมาเฟียหน้าเข้มโยนโทรศัพท์เครื่องหรูคืนให้ณัฐพลที่นำหลักฐานมาเสนอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ข้อมูลที่ส้มให้ณัฐพลมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งดิมิทรีรู้ดีว่ามันเป็นหลักฐานเท็จที่สร้างขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเขารู้ว่าเฟลิกซ์เดินทางไปพบนายใหญ่ และพาเจณิสาไปหลบซ่อนตัวเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“แกคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยรึ” ดิมิทรีพูดเสียงทุ้มต่ำผ่านล่าม น้ำเสียงของเขาเรียบจนน่ากลัว เชนรีบแปลให้ณัฐพลฟังตามที่ดิมิทรีพูดทุกคำ“แกคงอยากได้เงินจากฉัน แต่มันก็ดีที่ฉันจะได้ไม่ต้องตามไปฆ่าแกถึงที่” ณัฐพลหน้าซีดเผือด“ไม่... ไม่ใช่นะครับ! หลักฐานนี้ผมได้มาจากผู้ช่วยพยาบาลในคลินิก!” เขาตะโกนลั่นอย่างหวาดกลัว“หุบปาก!”“ฉันรู้ดีว่าแฟนหมอของแกไม่ได้อยู่ที่คลินิกนั่นแล้ว และก็ไม่ได้อยู่ที่คอนโดของเธอด้วย ไอ้เฟลิกซ์มันฉลาดกว่าที่แกคิดเยอะ” ดิมิทรีลุกขึ้นเดินวนรอบเก้าอี้ของณัฐพล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกับกลิ่นเหล้าทำให้ณัฐพลแทบจะคลื่นไส้“แกมาหาฉันอีกครั้งเพื่อมาหลอกเอาเงินก้อนสุดท้ายจากฉันต่างหากล่ะ...จริงมั้ย!” ดิมิทรีหยุดข้างหลังเก้าอี้“และแกคงรู้ดีนะ ว่าคนที่หลอกฉันจุดจบของมันจะเป็นอย่างไร...”“แต่ฉั
ตอนที่ 30 ประกาศอิสรภาพกระสุนนับไม่ถ้วนสาดกระหน่ำเข้ามาในห้องราวกับฝนเหล็ก เสียงปืนแผดลั่นผสมกับเสียงกระจกแตกและเศษไม้ปลิวว่อนในอากาศ กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่ว เฟลิกซ์หมอบต่ำหลบหลังโต๊ะทำงานไม้สักที่ตอนนี้พรุนเป็นรังผึ้ง เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มือข้างขวากระตุกมีดพับเล็กจากช่องลับใต้แขนเสื้อ ข้อมืออันทรงพลังเหวี่ยงมีดอย่างแม่นยำราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายฉึก!มีดปลิวแหวกอากาศเข้าเสียบกลางข้อมือของชายที่กำลังรัวกระสุน เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับที่ปืนหลุดจากมือ ศัตรูชะงัก เฟลิกซ์สบโอกาส เขาพุ่งออกจากที่กำบังราวกับเสือที่รอจังหวะจู่โจมร่างสูงใหญ่ในชุดดำขยับเร็วเกินกว่าตาเห็น เขากระโดดข้ามโต๊ะทำงาน เสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้น ก่อนหมัดหนัก ๆ จะพุ่งเข้ากระแทกขากรรไกรของศัตรูคนแรกผลัวะ!!เสียงกระดูกแตก ชายคนนั้นหงายหลังล้มทั้งยืนเฟลิกซ์หมุนตัวต่อทันที ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกยกฝ่าเท้ากระแทกซี่โครงของศัตรูอีกคนที่กำลังจะยกปืนมายิงอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา เสียงหอบหายใจขาดห้วงดังตามมา ก่อนร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว มือขวาควักมีดปลายแหลมที่ปักอยู่ข้
ตอนที่ 29 ชำระแค้น NCจากนั้นเขาก็รีบจับส้มนอนหงาย ถ่างขาออกกว้าง แล้วยัดแก่นกายเข้าไปอย่างรุนแรง“อร๊อยยย พี่ณัฐพี่เบา ๆ สิ กระแทกมาได้ ส้มเจ็บนะ” ไม่มีแม้แต่คำขอโทษจากผู้ชายหื่นกามคนนี้ ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...หลังจากร่วมรักไปได้ไม่นาน ฤทธิ์ของยานอนหลับที่ผสมอยู่ในชา แม้จะดื่มไม่ทันหมดแก้วแต่ยาก็เริ่มออกฤทธิ์ผสานกับความเหนื่อยล้าของณัฐพลเมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ ณัฐพลก็เริ่มซอยช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเผลอหลับคาอกของส้ม ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาหนักอึ้ง ส้มพยายามเช็คด้วยการปลุกเขาอยู่หลายรอบ ก่อนจะผลักร่างเขาลงข้าง ๆ อย่างไม่ใยดี“ถุย!!!!.. ไอ้หน้าตัวเมีย เก่งนักกับผู้หญิง” ส้มถ่มน้ำลายในลำคอใส่หน้าณัฐพลอย่างสมเพชส้มไม่มีเวลามักนัก เธอรีบเอาโทรศัพท์ของณัฐพลมาปลดล็อก ปลายนิ้วที่สั่นเทาแต่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ค่อย ๆ เปิดโทรศัพท์มือถือของณัฐพล ก่อนจะกดรหัสตามที่เจณิสาบอกมา และมันก็สามารถปลดล็อกได้จริง ๆ! ส้มใช้เวลาไม่นานในการค้นหาและลบคลิปวิดีโอที่น่าอับอายของตนเองออกทั้งหมด ทั้งที่อยู่ในเครื่องและบนระบบคลาวด์ เธอปลดปล่อยพันธนาการของเธอเองเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล







