Masuk“โธ่แองจี้ เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังหึงจนพาลไปทั่ว”
สามีที่อาวุโสกว่าเริ่มชี้แจง แต่มีหรือภรรยาสาวจะยอมรับ
“ใคร? ใครหึงคุณมิทราบ!” สวนขึ้นทันควันด้วยความรวดเร็ว พวงแก้มสีน้ำผึ้งถูกสีชาดพาดผ่านประดุจสาวรุ่นแรกรักหัดเคอะเขิน
“ก็เธอไง” โจนาธานตอบทันควัน ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ภรรยามัวแต่เขิน หอมแก้มนุ่มไปสองทีติดๆ
ฟอด! ฟอด!
“ว้าย! ตาบ้ามาหอมทำไมฮะ คนกำลังงอนนะ!”
หนุ่มใหญ่ยิ้มพร่างพรายเมื่อภรรยาหน้าแดงก่ำ เขาช้อนร่างหล่อนตรงไปที่เตียงทันที
“ฉันดีใจจังเลยแองจี้”
โจนาธานกระซิบเสียงพร่าขณะวางภรรยาลงบนเตียง เขานอนทับหล่อนอยู่เช่นนั้นโดยที่ผู้เป็นภรรยามิได้อนาทรร้อนใจต่อน้ำหนักตัวของสามี ตอนนี้นิลอรรับรู้เพียงว่าเรือนกายหนาหนักของเขา กำบังปลุกเร้าอารมณ์รัญจวนในกายให้ตื่นเพริด
“ดีใจเรื่องอะไรคะ” ถามกลับขณะแกะกระดุมเสื้อของสามี ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากตอบแต่อยากช่วยแกะกระดุมมากกว่า
“เรื่องที่เธอหึงฉันไงที่รัก” ว่าแล้วก็ก้มลงจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มของภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจ้าตัวหายใจแทบไม่ทัน
นิลอรพลิกร่างมาก่ายเกยบนตัวสามีเพื่อจะได้จัดการกระดุมเสื้อที่เหลืออยู่
“ฉันหึงแรงนะ คุณยังจะชอบเหรอ” แม่นางร้ายนิลอรลองเชิง เธอร้ายแค่ไหนเขารู้ดีนี่นา ถ้าบอกว่าชอบละก็ ชาตินี้ห้ามเปลี่ยนใจนะ
“ชอบที่สุดเลย ฉันดีใจที่ได้เป็นคนที่เธอหึง เพราะหมายความว่าเธอรักฉันเกินกว่าจะแบ่งปันฉันให้ใคร ฉันชอบ...ที่...ที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ”
นิลอรจ้องหน้าสามีอย่างค้นคว้า เขาไม่ได้โป้ปดกันใช่ไหม
“คุณกับลูกๆ สำคัญต่อฉันเสมอโจนาธาน เพียงแต่ว่าฉันมารู้ตัวก็เมื่อวันที่ฉันจากคุณไปไกลแล้ว และที่สำคัญกว่านั้น คุณไม่ได้คิดตามหาฉันเลย”
เมื่อหวนคิดถึงอดีตที่เป็นเหมือนหนามตำใจ อารมณ์พิศวาสหวามไหวในเรือนกายก็พลันมลายหายไป นิลอรซบหน้าลงกับแผ่นอกเปล่าเปลือยของสามี
“ฉันยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาที่รัก และดีใจที่เธอยังให้โอกาสฉัน ให้โอกาสคนแก่ๆ คนนี้ได้พิสูจน์ความจริงใจ”
นิลอรรับรู้ถึงฝ่ามือหนาที่ลูบแผ่นหลังให้อย่างอ่อนโยน เขารู้ด้วยหรือว่าเธอกำลังเศร้า ไม่น่าเชื่อว่าแรงบีบอัดจากอดีตอันเจ็บช้ำจะสาดซัดเข้าสู่หัวใจจนเธอหลั่งน้ำตาออกมาไม่รู้ตัว
“คุณยังไม่แก่ซะหน่อย อย่างน้อยก็ครูเอลลี่นั่นไงที่มองเห็นตั้งคนหนึ่งแน่ะ” เธอรีบปาดน้ำตาพร้อมกับปัดความเศร้าหมองทิ้งไป เธอกลบลบมันให้สิ้นด้วยอารมณ์ขันติดประชดประชัน ก่อนจะจ้องคนที่นอนทับอยู่ด้วยแววตาของแม่เสือร้าย ที่พร้อมขย้ำเหยื่อตัวโตๆ อย่างเขาให้ย่อยยับ
“โอ...วกมาเรื่องนี้อีกจนได้ ฉันนึกว่าเธอลืมไปแล้วนะ ฉันไม่มีทางสนใจครูเอลลี่หรอกน่า ครูเอลลี่นั่นน่ะ เพื่อนรุ่นพี่ของฉันฝากมาอีกที ฉันต้องดูแลเจ้าหล่อนชนิดที่ว่าริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยที่รัก” โจนาธานชี้แจง
“เฮอะ...พี่เลี้ยงไฮโซ!” แม่แองจี้ยังเล่นไม่เลิก เรื่องของเรื่องครูเอลลี่นั่นสวยกว่าไงล่ะ มันยอมไม่ได้!
“โกรธครูเอลลี่เรื่องอื่นอยู่หรือเปล่าแองจี้ ฉันว่าเธอแปลกๆ นะที่รัก”
“ใช่!” นิลอรรับคำดื้อๆ ก็บอกแล้วไงว่าเธอจะบอกเขาทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใสไร้สิ่งใดซ่อนเร้น “ฉันไม่ชอบที่ครูเอลลี่สวยกว่าฉัน สาวกว่าฉันแล้วก็ ขาว! กว่าฉันยังไงล่ะ”
“นั่นไง! ว่าแล้วเชียว”
“หมายความว่ายังไง นี่จะบอกว่ารู้ทันงั้นเหรอ ตาแก่!” นิลอรทุบอกสามีดังตุ้บๆ จนโจนาธานไอค่อกแค่กโบกไม้โบกมือยอมแพ้แม่เสือสาว
“ฉันไม่ได้หมาย...ความว่าอย่างนั้น แค่กๆ” สามีคนดีพยายามอธิบาย
“ไม่รู้ละ ฉันไม่ชอบนี่นา บ้านนี้ฉันต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้น รู้เอาไว้ซะด้วย”
“จ้าๆ รู้แล้วจ้า โธ่ๆๆ คนดีของฉันอย่าเพิ่งโมโหน้า เดี๋ยวแก่เร็วนะที่รัก”
“ก็ดีไงคะ จะได้แก่ทันคุณไง ไม่ดีเหรอ”
หนุ่มใหญ่ทำหน้าราวกับกลืนบอระเพ็ดไปทั้งต้น นี่เขาจะไม่ชนะเจ้าหล่อนสักเรื่องเลยใช่ไหม
“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้แล้วลงไปข้างล่างดีกว่า ฉันยังไม่ได้แนะนำเธอกับคนในบ้านเลย อ้อ...แล้วก็เรื่องสำคัญ...”
โจนาธานอึกอักเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องอดีตภรรยาและลูกๆ ของหล่อน แต่เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อทุกคนต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน...อย่างสมานฉันท์
“เรื่องอะไรคะ?” นิลอรรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะลากสามีให้ลุกขึ้นมาด้วยเพื่อจะได้เจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราว
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







