Masuk“เรื่องของ...เอลิซ เกรย์” โจนาธานบอกแล้วก้มหน้าน้อยๆ ไม่กล้าสานสบสายตากับแม่ของลูก
“หมายความว่ายังไง! นี่คุณอย่าบอกนะว่าเมียเก่าคุณยังอยู่ที่บ้านหลังนี้!” นิลอรใจเต้นตึกตัก หมู่โลหิตในเรือนกายสูบฉีดเร็วแรงเพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องระเห็จกลับเมืองไทย โอ...คุณพระช่วย! ใครก็ได้ช่วยจับเธอไว้ตอนที่เผชิญหน้ากับยัยตัวแสบนั่นทีเถอะ อย่าให้เธอเผลอบีบคอขาวๆ ที่ห้อยเครื่องเพชรเป็นนางเอกลิเกของเจ้าหล่อนเลย
“ใช่ที่สุดจ้ะที่รัก ฉันรีบพาเธอมาที่นี่จนลืมไปว่ายังไม่ได้บอกให้เอลิซกับลูกๆ ของหล่อนย้ายออกไป ฉันขอโทษนะที่รัก สารภาพเลยว่าฉันไม่กล้าบอกให้หล่อนไป คือว่าเอลิซกับฉันเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน และตอนนี้หล่อนก็กำลังเดือดร้อน แล้วฉัน...ฉันรักเด็กๆ สองคนนั้น เอ่อ...ลูกๆ ของเอลิซน่ะ ฉันรักพวกเขามากและคงคิดถึงพวกเขาถ้าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว...”
สามีตอบเสียงเกรงๆ จนภรรยาชักหมั่นไส้ เขากำลังจะบอกว่าสามสี่ปีที่ผ่านมา เขาเอาความรักที่ควรจะเป็นของสองแฝดไปให้กับลูกๆ ของเอลิซอย่างนั้นหรือ โง่เง่าเสียจริงพ่อคุณ!
“แต่ตอนนี้คุณมีลูกของเราแล้วนี่ไงคะ อีกไม่นานคุณจะลืมพวกแกได้แน่นอน” วอนขอด้วยเสียงอันราบเรียบ สามีเธออยากให้ภรรยาเก่าอยู่ที่นี่เพื่อคอยยุแยงตะแคงรั่วใส่ร้ายป้ายสีเธอหรืออย่างไร เขาไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่ายัยปีศาจหน้าขาววอกนั่น ทำอะไรกับเธอไว้บ้าง หรือว่าจนแล้วจนรอด เขาก็ยังไม่เชื่อว่ายัยเอลิซเป็นคนวางแผนทั้งหมด
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะที่รัก เด็กๆ น่าสงสาร พวกแกเป็นเด็กกำพร้านะแองจี้ ฉันอยากมอบความรักให้พวกแกบ้าง อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้พวกแกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เธอช่วยเห็นใจฉันในข้อนี้ด้วยเถอะนะ ฉันขอร้อง”
นิลอรน้ำตาหยดแหมะไม่รู้ตัว เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะโกรธแค้นชิงชังยัยปีศาจที่ชื่อเอลิซ แต่เธอกำลังน้อยใจสามีที่พยายามทุกวิถีทางให้เธอยอมรับยัยปีศาจและลูกๆ ของหล่อน พูดง่ายๆ ว่าเขาต้องการให้เมียเก่ากับเมียใหม่อยู่ร่วมบ้านกันอย่าสันติ!
ทุเรศ! เอาไฟมาเผาบ้านเถอะ ถ้าคิดว่าวันข้างหน้าบ้านหลังนี้จะยังสงบสุข ยัยปีศาจเอลิซได้ออกอุบายใส่ไฟเธอจนเตียงนอนร้อนเป็นไฟแน่นอน
“โธ่...แองจี้ อย่าร้องไห้สิคนดี ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้นะที่รัก”
หนุ่มใหญ่พยายามอธิบายแต่นิลอรกลับส่ายหน้าไม่ยอมรับฟัง
“ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ งั้นคุณก็ต้องแก้ไขไม่ใช่ยัดเยียดให้ฉันยอมรับสิ่งที่คุณไม่ได้ตั้งใจอย่างนี้ ฉันจะบอกอีกครั้ง ถ้าคุณดันลืม...สี่ปีที่แล้วยัยเอลิซเป็นคนมาบอกฉันเองว่าหล่อนเป็นภรรยาของคุณ หล่อนต้องการให้ฉันไปจากคุณเพื่อที่ฉันจะได้ไม่เป็นมือที่สามทำให้คุณกับหล่อนต้องมาเลิกรากัน ถ้าคุณมั่นใจว่าฉันไม่ได้เป็นคนผิดในเรื่องนี้ ก็แสดงว่ายัยเอลิซผิดเต็มประตู แล้วคุณยังจะให้ยัยบ้านั่นมาอยู่สร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเราอีกงั้นหรือโจนาธาน!”
คุณแม่ลูกสองปาดน้ำตาแรงๆ พยายามอย่างที่สุดเพื่อจะไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาระหว่างประโยคอันยืดยาว เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงฟังสิ่งที่เธอระบายออกมาไม่รู้เรื่อง
“แองจี้! เราพูดเรื่องนี้กันอีกแล้วนะ ฉันบอกแล้วไงว่ามันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตอนนั้นเธออาจจะหึงฉันจนหูฝาดแล้วฟังคำพูดของเอลิซผิดไปก็ได้ เพราะไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ ภรรยาของฉันก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นก็คือเธอนะแองจี้ ฉันรักเธอคนเดียวจริงๆ”
โจนาธานพยายามกอดร่างบางที่ปัดป้องอ้อมแขนเขาสุดชีวิต นิลอรแรงเยอะเหลือเกินเวลาโกรธเช่นนี้
“ฉันเสียใจที่สุด! เสียใจที่คุณเชื่อยัยปีศาจนั่นทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้ฟังคำแก้ต่างของหล่อนด้วยซ้ำ ความรักที่คุณเคยมีให้อดีตภรรยามันยังหลงเหลือในใจของคุณแน่ๆ คุณถึงเลือกเชื่อหล่อนมากกว่าฉัน ฉันที่เป็นเพียงแค่...นางบำเรอ...ฮือออ...”
“แองจี้...โธ่เอ๋ย...ทำไมถึงคิดไปไกลขนาดนั้นนะ ฉันไม่ได้รักเอลิซแล้ว เชื่อฉันเถอะคนดี อย่าร้องไห้เลยได้โปรด... แองจี้...ฉันขอโทษ...”
หนุ่มใหญ่กอดร่างที่สั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นของภรรยา ทั้งลูบหลังปลอบประโลม ทั้งเพียรเช็ดหยดน้ำตาที่รินไหลออกมาไม่หยุด หล่อนคงเสียใจเพราะคิดว่าเขายังมีใจให้เอลิซ แต่เขาจะพิสูจน์ให้หล่อนเห็นเองว่าเขาจะไม่มีวันรักใครนอกจากหล่อนกับลูกเท่านั้น ได้โปรดใช้โอกาสนี้พิสูจน์หัวใจของสามีด้วยเถอะ แม่แองจี้น้อยนิลอร
...........
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







