Mag-log in#นิลอร หญิงสาวที่ถูกตราบาปในอดีตขีดเส้นทางเดินจนต้องรับภารกิจผลิตทายาท แต่ด้วยหัวใจที่เผลอไปรักผู้จ้างวาน นิลอรจึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่นางบำเรอเช่นเธอ จะได้เลื่อนขั้นเป็น ศรีภรรยา...
view more______
ตราบาปนางบำเรอ
บทที่ 1
สุดแค้นแสนรัก
______
พระจันทร์วันเพ็ญที่แผ่รัศมีสีเหลืองนวลในยามราตรี กำลังถูกบดบังอย่างช้าๆ ด้วยแสงสีศิวิไลซ์ที่สาดท้องทั่วเวิ้งฟ้า มวลหมู่เมฆจำนวนไม่น้อย ทิ้งตัวห้อยย้อยต่ำลงตามน้ำหนักของไอละอองความชื้นที่แบกรับไว้ ประหนึ่งจะบอกกล่าวเป็นนัยๆ แก่ผู้ที่จ้องมองมันว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า มันจะปลดปล่อยหยาดธาราพร่างพรมสู่ผืนปฐพี
โจนาธาน คิงส์ บุรุษวัยสี่สิบเศษ ร่างสูงหนานัยน์ตาสีฟ้าคราม เขาดูหนุ่มแน่นกว่าอายุจริง ด้วยว่าใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งและการเอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพอยู่เสมอ ขณะนี้หนุ่มใหญ่กำลังนั่งมองละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายผ่านกระจกใสบานหนา ด้วยดวงตาที่ฉายแววโกรธกรุ่นอย่างปิดไม่มิด หมู่โลหิตในเรือนกายสูบฉีดเร็วแรง สองมือกำหมัดแน่นเข้าหากันอย่างต้องการระงับความเจ็บแค้นที่ผลิพุ่งขึ้นมาจากหัวใจ
เป็นเวลาสี่ปีเข้าไปแล้วตั้งแต่วันที่หล่อนจากไป แต่เหตุใดเขาจึงลืมหล่อนไม่ได้ ใบหน้าของสตรีผิวสีน้ำผึ้งซึ่งครั้งหนึ่งเคยนอนร่วมเตียง ได้มาแวะเวียนมอบความขื่นขมให้หัวใจเขาอยู่มิคลาย ทั้งในโลกความฝันเมื่อยามนิทราและในห้วงคะนึงหาเมื่อยามตื่น หรือแม้แต่ในโลกของความเป็นจริงเช่นในเวลานี้
ณ ร้านอาหารสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร สถานที่ที่คนอย่างหล่อนมีโอกาสน้อยนักที่จะได้มาเยือน แต่หล่อนก็ยังอุตสาห์พาตัวตนอันจริงแท้มาปรากฏให้เขาได้เห็นจนได้ เขาอยากจะถามหล่อนนักว่ากล้าดีอย่างไรถึงได้ทอดทิ้งเขาไป หล่อนทำได้อย่างไร!
ขณะที่หนุ่มใหญ่กำลังสาดซัดความน้อยเนื้อต่ำใจผสมกับความขุ่นแค้นไปยังหยาดละอองฝนที่อยู่นอกหน้าต่าง ณ มุมหนึ่งของห้องอาหารภายใต้แอร์เย็นฉ่ำ ปรากฏร่างอรชรของหญิงสาวที่ตกเป็นเป้าสายตาของโจนาธาน หล่อนนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ล้อมรอบด้วยโต๊ะหลายสิบตัว ทุกโต๊ะถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวมีเชิงเทียนทองเหลืองและแจกันแก้วทรงสูงปักกุกลาบแดงหนึ่งดอกวางไว้ตรงกลาง แน่นอนว่าทุกโต๊ะมีลูกค้าทั้งบุรุษและสตรี นั่งชื่นชมบรรยากาศและรสชาติอาหาร พร้อมทั้งดื่มด่ำความสุนทรียะจากเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงเป็นท่วงทำนอง
นิลอร รวิยานนท์ หญิงสาวผู้มีเครื่องหน้าสวยคมประดุจสาวซึ่งสืบเชื้อสายจากดินแดนภารตะ มีผิวเนื้อเนียนสีน้ำผึ้งคมขำอย่างที่นางอัปสรสวรรค์ได้ยลแล้วยังต้องนึกอับอาย ขณะนี้นิลอรได้ประสานฝ่ามือชื้นเหงื่อของตัวเองอยู่บนหน้าตักที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าปูโต๊ะอีกที รังสีอัมหิตซึ่งสถิตอยู่ ณ ที่นี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามา กำลังกลืนกินความเก่งกล้าของเธอจนเหลือเพียงความหวาดหวั่น และมันกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขน
“คุณอรครับ?” ชายหนุ่มในชุดสูทโก้หรูที่นั่งอยู่ตรงข้าม เอ่ยถามสาวงามด้วยความห่วงใยระคนใคร่รู้ เจ้าหล่อนดูวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าหล่อนยังไม่พร้อมงั้นเหรอ
“เอ่อ...อร อรว่าเรานัดเจอกันใหม่ดีไหมคะ วันนี้อรรู้สึกไม่ค่อยสบาย”
หญิงสาวบอกปัด ภัทรพงษ์ นักธุรกิจหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอยู่ตรงข้าม หากไม่เพราะสายตาคมเข้มของผู้ชายคนนั้นที่เอาแต่มองมายังร่างเธอ เธอคงตอบรับคำขอแต่งงานของภัทรพงษ์ไปแล้ว ‘ตาแก่บ้ากาม’ คนนั้น จะกลับมาวุ่นวายกับเธอทำไม! หรือที่ทำร้ายกันลงไป มันยังไม่พอ!
หญิงสาวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ปากก็ละล่ำละลักเอ่ยขอโทษขอโพยภัทรพงษ์ยกใหญ่ ก่อนจะเดินดุ่มๆ ตรงไปยังประตูทางออกท่ามกลางความงุนงงระคนตกใจของภัทรพงษ์
“เอ้า? คุณอรรอผมด้วยครับ!”
ภัทรพงษ์รีบจ่ายเงินค่าอาหาร เขาเห็นใครบางคนในชุดสูทสีนิลเดินตามนิลอรออกไปติดๆ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!
______
นาทีต่อมา บริเวณลานจอดรถของโรงแรม...
นิลอรรีบไขกุญแจรถด้วยมืออันสั่นเทา ความเจ็บปวดรวดร้าวขยายพองโตบีบรัดอวัยวะในร่างแทบแตกปริ เขาช่างกล้าหาญจ้องมองเธอราวกับติเตียนว่าที่เธอนั่งอยู่กับชายอื่นเป็นเรื่องผิดมหันต์ หน้าด้านเสียจริง! เขากล้าดีอย่างไรปรักปรำเธอด้วยสายตาดูหมิ่นดูแคลนอย่างนั้น เธอจะไม่อยู่เผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งแน่ๆ ถึงได้ยอมเสียมารยาทลุกออกมาจากโต๊ะของภัทรพงษ์อย่างนี้
“กล้าดียังไงฮะ!”
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อตะคอกถามใครบางคนที่อยู่ในห้วงคำนึง หยดน้ำตารินหลั่งทีละน้อย สองมือแทบจะยัดกุญแจเจ้ากรรมเข้าไปในรูแต่มันก็เปล่าประโยชน์ มือของเธอสั่นเกินกว่าจะทำมันได้สำเร็จ
“จะรีบไปไหนฮะ! ผู้หญิงร่าน!”
เสียงกร้าวแผดลั่นก้องลานโล่ง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นนิลอรคงได้อับอายกับคำกล่าวหาอันทุเรศทุรังที่เขาหยิบยื่นให้
นิลอรในตอนนี้หวาดหวั่นจนเผลอทำพวงกุญแจรถยนต์ร่วงหล่นสู่พื้นซีเมนต์
“อย่ามากล่าวหาฉันนะคนสารเลว! คุณต่างหากที่ไม่รักษาสัญญา ทั้งๆ ที่ฉันกำลัง...” ฟันขาวราวไข่มุกขบกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่ออย่างต้องการลงโทษตัวเอง ที่เกือบจะสารภาพความจริงบางอย่าง หยาดน้ำตายังรินไหลไม่ยอมหยุดแต่มันไม่อาจลบล้างความผิดที่เขาก่อไว้ได้ และต่อให้เธอร้องไห้จนน้ำตาท่วมใจ เขาก็คงไม่สำนึกอยู่ดี
“กำลังอะไรฮะ!? เธอต่างหากที่หนีไปดื้อๆ ทั้งที่ฉันให้ทุกอย่าง! ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง รถยนต์ หรือเสื้อผ้าเครื่องประดับ เธอมันจอมวายร้าย โกหกหลอกลวงได้แม้กระทั่งคนที่นอนเตียงเดียวกับเธอ ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเธอทำได้ยังไง!? นิลอร!”
สิ้นคำกล่าวหาครั้งที่สอง นิลอรก็หมดสิ้นความอดทน เธอปรี่เข้าไปฟาดฝ่ามือใส่แก้มเขา
“เธอจะคิดค่าเช่าฉันวันละแสนจริงเหรอ เขี้ยวลากดินเกินไปนะ”“ช่วยไม่ได้ ก็ลูกฉันต้องกินต้องใช้ จะเอาไม่เอา วันละห้าพันพร้อมอาหารเช้า และฉันอนุญาตให้คุณกอดลูกชายได้ตามสบาย...สนปะ?” นิลอรยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์ แค่แสนเดียวมันน้อยไปย่ะพ่อคุณ เดี๋ยวจะรู้สึก อีตาคิงคอง!“โอเค! ก็ได้ เธอน่ะ มันตัวแสบตลอดกาลจริงๆ”นิลอรเบะปาก แต่ถอยให้เขาได้เดินเข้ามาก่อนจะปิดประตูลง และทันทีที่ปิดประตูจนสนิท เสียงหยาดพิรุณที่พร่างพรมจากเบื้องบนก็แรงจนหลังคาสะเทือน ดีที่บ้านหลังน้อยแน่นหนาพอที่จะทำให้คนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาปลอดภัยจากความเปียกปอนได้ กระนั้นกลิ่นน้ำฝนจางๆ ก็ยังลอยเข้ามาให้สูดเข้าปอด มันผสมอย่างลงตัวกลับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่สนามเล็กๆ หน้าบ้านนิลอรหยุดยืนที่หน้าต่างบานหนึ่ง นั่งลงช้าๆ กับพื้นกระเบื้องเย็นๆ เฝ้ามองหยาดพิรุณที่พร่างพรมอยู่ด้านนอก ขณะที่โจนาธานกำลังตกลงอะไรบางอย่างกับเจ้าเจคตัวแสบ เธอหันไปมองพวกเขาแล้วยิ้มอย่างปลงๆ ในที่สุดโชคชะตาก็ชักพาให้สายเลือดเดียวกันได้กลับมาพบเจอ แล้วเธอเล่า จะทำอย่างไรต่อไปดี จะยอมให้เขาเอาลูกไปอย่างนั้นหรือ ไม่หรอก เธอทำไม่ได้...แต่ว่า...ถ้าลูกไปอยู่กับเขาจริงๆ อนา
“ฮะ? ฮ่าๆๆ” นิลอรอึ้งในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนจากอาการอึ้งเป็นหลุดเสียงหัวเราะชนิดที่ว่าหยาดน้ำตาก่อนหน้านี้หมดโอกาสหลั่งริน พ่อลูกชายตัวดีทำพิธีรับน้องแด็ดดีเข้าให้แล้ว“แองจี้!” โจนาธานคำรามดังกรอดๆ เขาขานชื่อนิลอรด้วยเสียงลอดไรฟัน เขายังไม่แก่ขนาดเป็นตาเจ้าหนูเสียหน่อย เต็มที่ก็แค่ลุงเท่านั้นละน่าหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษปลอบตัวเองอยู่ในใจ พร้อมกับลอบมองเจ้าของชื่อที่เขาเรียกขานไปด้วย“โถๆ ทูนหัวของมามี้ มามี้ขอโทษนะครับที่หาแด็ดดีรูปหล่อเหมือนดาราให้เจคไม่ได้ แต่แด็ดดีคนนี้มามี้รับรองว่ากล้ามใหญ่กว่าดาราแน่นอนครับ มามี้ยืนยันเลยเอ้า”นิลอรพยักหน้าหงึกหงักจนเส้นผมสีนิลขยับเคลื่อนไหว โจนาธานอยากเป็นคนจับช่อผมดังกล่าวขึ้นไปทัดหูให้หล่อนเหลือเกินเจค็อบหน้าบึ้งไม่ยอมคลาย เขากอดอกแน่นแล้วเงยหน้ามองบิดาผู้ซึ่งมารดายัดเยียดมาให้ โธ่...มามี้นะมามี้ จะหาแด็ดดีให้ทั้งทีหาที่หล่อๆ เหมือนดาราก็ไม่ได้ เซ็ง!“เฮ้อ! เก๊าะด้าย เห็งแก่มามี้ก็แล้วกัน ฮึ่ม! ขัดใจนะเนี่ย!”นิลอรยิ้มให้ลูกน้อยพร้อมกับยกมือยอมแพ้ เธอไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆ กับเรื่องนี้ เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าเจคน้อยของเธอต้องเป็นผู้ชนะ อายุแค่ส
“โอย...ขอโทษคร้าบคนเก่ง มามี้ขอโทษน้า แบบว่าวันนี้มามี้ไปเจอเพื่อนมาครับเลยมาสายนิดหน่อย” นิลอรแก้ต่างกับบุตรชายทั้งๆ ที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันเชื่อหรอก เจค็อบฉลาดเกินกว่าจะโป้ปดว่าเชื่อในสิ่งที่มารดาแก้ต่างให้ตัวเอง“ม่ายเชื่อ มามี้นัดหนุ่มใช่ปะ เจคงอนจริงๆ ด้วย ฮึ!”หนูน้อยย่นยู่จมูกใส่มารดา ริมฝีปากล่างถูกดันขึ้นมาแทบจะชนปลายจมูกโด่งคมโดดเด่นของเขา นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมีหยาดน้ำใสแวววาวเจืออยู่“มามี้เปล่าน้า เพื่อนก็เพื่อนสิเอ้า” นิลอรพยายามอธิบาย บทจะงอนขึ้นมาละก็พ่อลูกชายง้อเท่าไหร่ก็ไม่หายหรอก“ม่ายเชื่อ เจค...เจค...” หนุ่มน้อยที่จ้อเก่งเกินอายุหยุดพูดกะทันหันเมื่อเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังมารดา อะไรก็ไม่สะดุดตาเท่ากับนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของคนที่ยืนอยู่“เดี๋ยวนี้พาหนุ่มเข้าบ้านนะ เจ้!” หนุ่มน้อยเปลี่ยนจากมามี้เป็น เจ้ ตามที่สาวๆ ในร้านกาแฟเรียกเมื่อเห็นคู่เดตคนล่าสุดของมารดา“โอ๊ย! ลูกฉัน! ชักจะแก่แดดขึ้นทุกวันแล้วนะ เฮ้อ!”นิลอรโบกลมเข้าหาตัวเมื่อได้ฟังพ่อลูกชายพูดจา เธอปล่อยเขาไว้ที่ร้านกาแฟบ่อยเกินไปกระมัง พ่อลูกชายถึงได้ซึมซับเอาคำว่า เจ้ มาจากพนักงานในร้า
เขาวกเข้าเรื่องเดิมๆ พร้อมกับลอบมองคนที่กำลังใช้ผ้าผืนบางซับหยดน้ำตา แก้มบางช่างน่าจับน่าจูบนักแม้จะเปรอะเปื้อนด้วยหยาดน้ำตาก็ตาม “ฉันขอยืนยันว่าไม่ได้หนี ฉันอยู่รอคุณตามที่คุณบอก แต่พอครบกำหนดคุณกลับส่งคนมาบอกให้ฉันเก็บเสื้อผ้าออกจากคอนโดฯ ของคุณซะ! ถ้าคุณเป็นฉันคุณจะทำยังไง! ฉันถามหน่อยเถอะ!” นิลอรพรั่งพรูคำสารภาพออกมาพร้อมน้ำหูน้ำตา นาทีนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะบอกความจริงทั้งหมดเพื่อที่เขาจะได้เลิกกล่าวหาว่าเธอเป็นคนผิดเสียที“เลิกแต่งเรื่องมาหลอกฉันซะที เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่จริง ก่อนไปโรมฉันก็ย้ำกับเธอว่าให้รออยู่ที่นั่น แต่พอฉันกลับมา กลับเจอเพียงจดหมายสั่งลา ฉันอยากจะรู้นักว่าผู้ชายที่เธอหนีไปกับมัน มันเป็นใครกัน! แล้วเธอไปรู้จักกับมันตอนไหน ทำไมฉันถึงไม่เคยระแคะระคายเลย ให้ตายสิ!”โจนาธานทุบพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง เสียงหัวเราะเย้ยหยันจากร่างบางดังมาพร้อมกับเสียงสูดน้ำมูกของหล่อน นิลอรกำลังหัวเราะเยาะเขาทั้งๆ ที่หล่อนกำลังมีหยาดน้ำตา หมายความว่าอย่างไร“งั้นเหรอ ฉันนี่นะมีคนใหม่ แล้วฉันนี่นะจะกล้าหนีมาจากกองเงินกองทองของคุณ? เพราะอะไรล่ะ เพราะผู้ชายคนหนึ่งที่คุณอุปโลกน์ขึ