로그인บริษัท PNSP
“ไปส่งเอมมาแล้วเหรอ”
“ครับคุณกันต์”
“แล้วเป็นไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?”
“ครับ เธอไม่ได้ออกไปช็อปปิ้ง หรือซื้อของอะไร ให้ผมตรงไปส่งบ้านเลย”
“แล้วตากรเป็นยังไงบ้าง”
“เอ่อ… ขอโทษครับ ผมไม่ได้เข้าไปดู” เลขาหนุ่มบอกอย่างสำนึกผิด ตอนแรกไม่ได้คิดว่าต้องเข้าไปดูคุณกรด้วย
“ช่างเถอะ”
“ดูๆ แล้ว คุณเอมเธอก็เป็นผู้หญิงที่ใช้ได้นะครับ ไม่เที่ยวไม่ดื่ม อาจจะแค่… เอ่อ…”
“แค่อะไร พูดๆ มาเถอะ อยู่กันแค่สองคน ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอก”
“เธอ…. มีข้อเสียแค่ข้อเดียว คือ ไม่รักศักดิ์ศรีตัวเอง ถ้าคุณจะยกเธอเป็นภรรยา ผมว่าก็ไม่น่าจะติดปัญหาอะไรนะครับ อย่างไรซะ คุณก็รับน้องกรเป็นลูกแล้ว”
คนฟังถอนหายใจ
“ยกอรขึ้นเป็นเมีย ความจริงผมก็ไม่ติดหรอก แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอแบบเธอ ผู้หญิงแบบนั้นสู้ยัยแม้เลี้ยงผมไม่ได้”
“แต่อย่างน้อยสองปีที่ผ่านมา การประกาศว่าคบกับคุณเอม แล้วยังมีลูกด้วยกันอีก ก็ทำให้คุณชงโคหัวร้อนไม่น้อยเลยนะครับ แถมยังพาลให้คุณท่านหัวเสียไม่น้อยด้วย” นาวินบอกพลันแอบยิ้มขัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น ที่คุณท่านทั้งสองอาละวาดบ้านแทบแตก แต่ชนกันต์กลับนั่งไขว่ห้างมองภาพทุกอย่างด้วยสายตาที่ไม่แคร์อะไรทั้งนั้น
“ถึงจะรู้สึกสะใจ แต่การให้เอมเอาทั้งชีวิตมาทิ้งไว้กับคนที่รักใครไม่เป็นอย่างฉัน มันก็ไม่สมควรหรอก”
“คุณเป็นห่วงคุณเอมแบบนี้ ผมว่า คุณก็รู้สึกดีๆ บางอย่างกับเธออยู่เหมือนกันนะครับ”
“ใจของผม ผมรู้ดี ว่าผมไม่ได้รักเอม ชาตินี้ทั้งชาติก็คงไม่มีวันรักเอมได้หรอก เพราะถ้าจะรัก คงรักไปนานแล้ว”
“หัวใจของคนเราไม่ได้แกร่งขนาดนั้นหรอกครับ คนที่ใช่ วันหนึ่งได้รักแล้วจะถอนตัวไม่ขึ้น”
“รู้ดีจังนะ คุณเคยมีคนรักกับเขาด้วยเหรอ”
“โถ คุณกันต์ก็... ผมทำแต่งาน จะเอาเวลาไหนไปมีแฟนล่ะครับ แต่เรื่องพวกนี้ ได้ยินเพื่อนๆ คุยกันมาน่ะครับ” นาวินบอก พลันหัวเราะแห้งๆ
คนฟังอมยิ้มบางๆ ก็จริง เขาทำงานเช้ายันก่อนนอนแบบนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปมีใครได้
“นายก็เอาเวลาแบ่งๆ ไปหาแฟนบ้างก็ได้ เดี๋ยวคืนนี้ฉันว่าจะไปเยี่ยมตากรหน่อย”
“ได้ครับ ผมจะโทรบอกคุณเอม เธอคงดีใจ”
ชนกันต์พยักหน้า จะทำอะไรก็ทำเถอะ
เอมอมรยิ้มดีใจหลังจากวางสายจากนาวิน ในที่สุดคืนนี้ก็จะเป็นอีกคืนที่ชนกันต์มานอนค้างที่บ้านของเธอ
ทุกวันผ่านไป เธอรู้สึกเหงา เหมือนอยู่บ้านเลี้ยงลูกคนเดียว แม้ชนกันต์จะจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาให้เธอหนึ่งคน แต่เธอก็ยังคงรู้สึกเหงาอยู่ดี การได้เจอหน้าเขาเป็นสิ่งที่เธอปรารถนา ถึงแม้เขาจะทำให้เธอต้องนั่งตัวเกร็งทั้งวัน แต่ในหลายๆ ครั้งที่เธอมองเห็นเขา แล้วเห็นว่าเขายิ้มมีความสุข ไม่ว่าจะจากการที่เขามาเล่นกับลูก หรือเพราะได้ทานอาหารถูกปาก จากฝีมือของเธอ เพียงแค่นี้ก็ทำให้หัวใจของเธอพองฟู และมีความสุข ไม่รู้สึกว่าอยู่โดดเดี่ยวได้ไปอีกหลายวัน
รถตู้คันขาวแบรนด์หรูของชนกันต์ กำลังขับผ่านทางลัดไปบ้านของเอมอมร ทางค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างทางมีขอนไม้ขวางทางอยู่
"เดี๋ยวผมลงไปเอาไม้ออกก่อนนะครับ" คนขับรถหันมาบอก
"ไม่ต้อง ไม่รู้มีคนตั้งใจเอามาวางหรือเปล่า ถ้าลุงลงไปอาจมีคนดักทำร้ายก็ได้ เลี้ยวรถกลับไปทางปกติเถอะ"
"ครับ" คนขับรถรับคำก่อนจะเหยียบคันเร่งขับถอยหลัง แล้วกลับรถ
ระหว่างทาง สายตาของชนกันต์เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกฉุดกระชากลากถูอยู่ข้างทาง
"จอดรถ มีผู้หญิงกำลังตกอยู่ในอันตราย"
คนขับรถรีบเหยียบเบรกทันที ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
"รีบโทรแจ้งตำรวจ ผมจะลงไปช่วยผู้หญิง"
“ครับ”
ชายหนุ่มรีบก้าวเท้าลงมาจากรถ ตั้งใจจะรีบวิ่งไปช่วย ดวงตาก็พยายามหรี่ตามอง ...เห็นผู้หญิงตัวเล็ก ตัวคนเดียวกำลังต่อสู้ ด้วยท่าแม่ไม้มวยไทย ท่วงท่าแข็งแกร่ง ทะมัดทะแมง อย่างกับชายชาตรี เท้าทั้งสองข้างของเขาจึงหยุดชะงัก แล้วมองดูด้วยท่าทีที่อึ้งทึ่ง แต่แล้วก็เหมือนเธอกำลังจะพลาดท่าเสียที ถูกนักเลงคนหนึ่งจับได้ รวบมือเธอไว้จากทางด้านหลัง
.... ต่อสู้อย่างสุดกำลัง พยายามให้ถึงที่สุด แต่เธอก็ไม่สามารถเอาชนะผู้ชายสองคนตรงหน้าได้ อันดามองหน้าชายโฉด ที่กำลังกัดฟันกรามดังกึกๆ ยิ้มเย้ยมอง แล้วเดินมาที่เธอ ตัวเขานั้นก็โยกไปทางซ้ายที ไปทางขวาทีอย่างผู้ชนะ และก็เหมือนคนที่กำลังมึนเมาไปกับอะไรบางอย่างอยู่ในขณะเดียวกัน
"สวย ขาว ขนาดนี้ คืนนี้จัดคนละกี่ดอกดีวะ ลูกพี่" ชายที่จับมือ และแขนของเธอไพล่หลังเอ่ยถามน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจอย่างกับคนที่กำลังจะได้ลิ้มรสอาหารเลิศรส
"ดุเหมือนหมาแบบนี้ ทั้งคืนไปเลยพวก" คนถูกถามตอบ ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"ไอ้ชาติชั่ว!!!" อันดาสบถด่าด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เธอก็รู้สึกกลัว กลัวมากๆ ด้วย จะมีใครสักคนใจดีมาช่วยเธอออกไปจากที่ตรงนี้ได้ไหม หากมีจริงๆ ชั่วชีวิตนี้ เธอจะตอบแทนบุญคุณของเขาคนนั้นไปตลอดชีวิตเลย
"ไอ้ชาติชั่วหรอ ตอบแบบนี้มันต้องเจอ...!!!" ชายชั่วพูด พร้อมกับง้างมือขึ้นมาจะตบ แต่ทว่าจู่ๆ ตัวของเขาก็ปลิวไปติดอยู่ที่มุมผนังที่เป็นขอบสะพานแทน ก่อนจะโอดครวญเสียงดังลั่น
"โอ๊ยยยย!!! ใครวะ ใครทำกู!!!"
“ลูกพี่!!!” ไอ้คนที่จับอันดาไว้ตะโกนอุทานตกใจเสียงดัง ก่อนจะปล่อยอันดาให้เป็นอิสระ แล้วรีบวิ่งไปดูลูกพี่ตัวเอง
ทันทีที่เป็นอิสระ อันดาก็ขบริมฝีปากเบาๆ พยักหน้าหงึกๆ ได้เวลาเอาคืนแล้ว ไอ้พวกเวรตะไลเอ๊ย!!!
สิ้นความคิดอันดาก็วิ่งเร็วไปกระโดดถีบก้นของคนที่ก่อนหน้านี้จับเธอไว้ จนคนถูกถีบหน้าคะมำหัวทิ่มพุงไอ้คนที่มันเรียกว่าลูกพี่
“ไอ้เวรเอ๊ย! ท้องกู!”
“พอได้แล้ว รีบหนีเถอะ” คนมาช่วยบอก พร้อมกับวิ่งเข้ามาจับมือของอันดาไว้ ก่อนจะพาเธอวิ่งหนี
อันดาวิ่งตามเขาไปอย่างงงๆ มีแต้มต่อขนาดนี้ ความจริงเธอ และเขาไม่จำเป็นต้องหนี แค่ช่วยกันรุมกระทืบไอ้สองคนนั้น ให้จมกองเลือดก็น่าจะพอแล้ว ดูๆ แล้วการเตะต่อยเขาก็ไม่น่ากระจอกนะ
คนใจดีที่ช่วย พาเธอมาหยุดอยู่ที่รถตู้คันขาวที่ประตูด้านข้างได้เปิดรออยู่ก่อนแล้ว
“ขึ้นสิ” เขาหันมาบอก พร้อมกับหอบจากการวิ่ง
อันดามองหน้าเขาแล้วเลิกคิ้วสูง ...ต้องขึ้นด้วยเหรอ ก่อนจะพยักหน้า ขึ้นก็ขึ้น เขาเป็นผู้มีพระคุณ คงไม่ทำอะไรเธอหรอก
ทันทีที่คนทั้งคู่ขึ้นมาบนรถ ประตูก็ถูกกดปิดโดยระบบอัตโนมัติ
“ผมใจหายเลย คุณกันต์ไม่เป็นอะไรนะครับ ผมโทรแจ้งตำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจคงมา” คนขับรถหันมาถาม
“อื้ม ไม่เป็น แต่กว่าตำรวจจะมา มันคงหนีไปแล้วล่ะมั้ง” เขาตอบ ก่อนจะหันไปหาคนที่ตนเพิ่งจะช่วยมาจากเงื้อมมือโจรชั่ว
“คุณโอเคนะ ผมจะพาคุณไปแจ้งความ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เธอตอบ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้ เขาเป็นคนที่หน้าตาดีมาก ดูอยู่สูงเหลือเกิน คนธรรมดาอย่างเธอจะตอบแทนอะไรเขาได้กันนะ
"เด็กคนโตอายุกี่ขวบพี่" ชนครแทรกถามขึ้น"สองขวบ ถามทำไม" ชนกันหันต์มาขมวดคิ้วตอบ และถามกลับ"ถ้าเด็กหย่านมแล้ว ผมว่าให้เงินแม่เขาไปสักสิบล้าน แลกกับเด็ก ก็ไม่น่ามีปัญหานะ ผู้หญิงที่พี่คบๆ มา มีใครบ้างไม่ซื้อได้ด้วยเงิน ส่วนคนเล็ก พี่จะจริงจังกับแม่ของเขาอยู่แล้ว เรื่องเด็กก็ไม่มีปัญหา""ว่าแต่แม่เด็กเป็นใคร ฉันรู้จักไหม ถ้าเป็นคนในบริษัท ฉันจะลองออกหน้าคุยให้ดู" ชนพัฒน์เอ่ยถาม"เอมอมร..."คำตอบของลูกชาย ทำให้ชัยพัฒน์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจไปครู่ใหญ่ ได้สติก็ตอนภรรยาเอ่ยถามว่า"คุณเป็นอะไรไป""เปล่า" เขาตอบภรรยา ก่อนจะถามลูกชายต่อ"แกกับหนูเอมคบกันแค่สองปีเป๊ะๆ ไม่ใช่เหรอ""ครับ""แสดงว่าลูกของเอม ไม่ใช่ลูกแก" ผู้เป็นพ่อสรุป ต้องใช่แน่ๆ เขาจำได้แม่น เหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว…'หนูเอม....' ชนพัฒน์เอ่ยเรียกชื่อของคนที่ควงคู่มากับลูกชายเสียงอ่อนเอมอมรกล่าวทักทาย และไหว้ชนพัฒน์ พร้อมกับส่งยิ้มให้ เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีตเธอนั้นเคยเป็นเลขาของเขา อีกทั้งความสัมพันธ์ลับๆ ของเขา และเธอนั้นยังเคยหวานชื่นกันมากด้วยแม้จะรู้สึกเสียดายผู้หญิงสาวสวย ที่เด็กกว่ารุ่นลูก ทั้งอ่อนโย
"พี่หมายความว่ายังไง เรื่องที่เขามีลูก มีเมียอยู่แล้วเป็นแค่เรื่องที่พี่เข้าใจผิดคิดไปเองเหรอ?" ดามันขมวดคิ้วถาม หลังจากได้ยินคำบอกเล่าจากพี่สาว ในหัวมีแต่คำว่า ...อะไรวะ?"อือ" พี่สาวบอกเสียงอ่อน อายเหมือนกันที่มโนคิดไปเองแบบนั้น แล้วยังมีหน้าไปบอกน้องชาย จนเขาไปทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาอีก"ช่างเถอะ อย่างน้อยลูกพี่ก็คงมีพ่อ และตอนนี้ พี่ก็คงคืนดีกับเขาแล้ว ผมจะไปขอโทษเขา"คนเป็นพี่พยักหน้าเห็นด้วย ควรไปขอโทษจริงๆ นั่นแหละ ได้ยินจากนาวินมาว่าคนรู้ทั้งบริษัท นักข่าวก็รู้ ลงอินเทอร์เน็ต เป็นข่าวดังเรียบร้อยแล้ว ....สมัยนี้ข่าวไวดีจริงๆ เหตุเกิดแค่หนึ่งนาที ก็ลงสู่โลกออนไลน์จนคนรู้ไปทั่วแล้ว "ขอโทษ" แม้จะเป็นคำขอโทษที่ดามันเอ่ยบอกชนกันต์ แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ฟังดูไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เหมือนพูดส่งๆ ให้มันจบๆ ไปเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าเขายังรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับผู้ชายคนนี้ เพราะมาทำพี่สาวของเขาท้องก่อนแต่งอันดากระตุกเสื้อน้องชายเบาๆ พร้อมกับมองหน้า แล้วเขม่นใส่ เพื่อให้น้องชายกล่าวขอโทษดีๆ"อะไร" เขาก้มมาเอ่ยถามพี่สาวที่ตัวเล็กกว่า แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่เข้าใจความหมาย
"ดาม! เป็นอะไร หรือเปล่า" อันดารีบวิ่งมาหาน้องชาย เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่ทันได้มอง ว่าคนที่มีเรื่องกับน้องชายนั้นคือใคร"พี่ มาได้ยังไง ผมไม่ได้ให้เขาติดต่อพี่นะ""ตำรวจโทรมาเบอร์คุณย่า ดีที่พี่พยาบาลรับสาย เลยมาบอกพี่ คุณย่าไม่รู้ ไม่ต้องเป็นห่วง” อันดาเข้าใจว่าน้องชายคงกลัวว่าย่าจะรู้แล้วไม่สบายใจ จึงบอกออกไปแบบนั้นไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใครคนหนึ่งกระชากให้เดินตาม อันดาหันมาเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจ เธอสะบัดแขนหนี ไม่อยากไปกับเขา ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอดามันรีบมาช่วยพี่สาว เขาเดินเข้ามาแทรกไปกระชากคอเสื้อของชนกันต์ไว้ ก่อนจะต่อยหน้าเขาเข้าหนึ่งมัด"อย่ามายุ่งกับพี่กู!"หมัดต่อไปกำลังจะตามมา แต่ถูกคนของชนกันต์ และตำรวจรั้ง และจับตัวให้แยกออกจากกันซะก่อนคนถูกต่อยยกมือขึ้นมาปาดขอบปากรู้สึกแสบๆ เหมือนมีเลือดออกอันดาเห็นเขาเจ็บก็จะพุ่งเข้าไปดู แต่ทว่าสมองสั่งการให้หยุดการกระทำเสียก่อน เขาโกหก หลอกลวง ไม่บอกความจริงกับเธอนะ อย่าลืม เธอไม่ควรให้อภัยคนเลวๆ อย่างเขา จึงหยุดนิ่งมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ใจแ
"ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันไหนคะ" หมอสาวเอ่ยถาม ขณะถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว"เอ่อ... เหมือนจะขาดไปสองเดือนแล้วค่ะ" อันดาบอกเสียงแผ่ว เริ่มคิด หรือว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ คือ ...ท้อง!"หากเคยมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้สูง ว่าอาการของคุณจะเกิดจากการตั้งครรภ์ค่ะ"อันดานิ่งอึ้งไป เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ...ท้องเหรอ? หากเธอท้องจริงๆ จะทำยังไงดี บอกชนกันต์เหรอ? เขาก็มีครอบครัวที่น่ารักของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาจะทำยังไงกับเธอ ให้เธอเป็นบ้านเล็ก หรือจะแย่งลูกไปจากเธอ ไม่ว่าเขาจะทำยังไง เธอก็ไม่ยินดีที่จะอยู่แบบนั้น …ไม่สู้ให้ลูกไม่มีพ่อไปเลยยังจะดีซะกว่า ...เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเงิน แต่เสาหลักของบ้านอย่างเธอ ถ้าขาดเขา เธอจะหาเงินมาจากไหนได้…หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เกรงใจคุณหมอ มันอัดอั้น มันรู้สึกแย่ที่สุด ทำไมชีวิตเธอถึงเดินมาอยู่จุดนี้ได้....กรรม เกิดจากการกระทำ หากเธอเอะใจ ตรวจสอบสักนิดว่าเขามีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่หรือเปล่า เธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้...แต่จะให้เอาเด็กคนนี้ออกเหรอ?...เธอก็ทำไมได้หรอก อย่างน้อยเขาก็เกิดจากความรักของเธอ แม้จะเป็
"พี่เป็นอะไรไป" ดามันเห็นพี่สาวแอบนั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เขาก็เอ่ยถามด้วยความตกใจ ระคนเป็นห่วง เมื่อเผลอเสียมารยาทเปิดประตูเข้ามา เพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้อันดารีบปาดน้ำตา แล้วส่ายศีรษะบอกคนเป็นน้องว่า"ไม่เป็นอะไร พี่แค่เจ็บตา""เจ็บตา กับการร้องไห้อย่างหนักหน่วงจนตาบวมมันต่างกันนะ" คนเป็นน้องบอกเสียงเครียด เขาเป็นห่วงพี่สาวเหลือเกิน จะเกี่ยวกับไอ้ผู้ชายคนนั้นไหมนะดามันนึกถึงเมื่อครั้งที่เขานั่งแท็กซี่แอบตามดูพี่สาวเมื่อหลายเดือนก่อน อยากรู้ว่าพี่แอบมีเสี่ยเลี้ยงหรือเปล่า และก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาดูดี อายุก็ไม่ได้ดูมากมายจะเป็นเสี่ยเลี้ยงเมียน้อยได้ แต่ก็ดูร่ำรวยเอาการ ดูจากการมีคนขับรถ การแต่งตัว และบ้านหลังใหญ่มาก อยู่ในดงบ้านของเศรษฐี ซึ่งหมู่บ้านแแถวนั้นแพงหูฉี่ ไม่รวยจริง แม้แต่ตารางวาเดียวก็คงซื้อไม่ได้ดามันเห็นเขามาส่งพี่สาวที่บ้าน ก่อนที่คนเป็นพี่จะกลับออกไปกับเขาด้วยกระเป๋าเสื้อผ้า หลังจากนั้นดามันก็ได้รับข้อความจากพี่สาวว่า เธอจะไปทำงาน เขาให้แท็กซี่แอบขับรถตามพี่สาวไปกระทั่งเห็นผู้ชายคนนั้นโอบเอวพี่สาวเข้าบ้านไป ดามันไม่อยากยุ่ง คิดว่าเขาอาจจะคบกับพี่ในฐานะแฟน
ชนกันต์ และอันดาพากันนั่งเครื่องบินมาเที่ยวภูเก็ต วันถัดมาเช่ารถพากันขับไปเที่ยวหาดนางทอง ดูทะเลดำ จังหวัดพังงา อันดาตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเลที่นี่ คนไม่พลุกพล่านมาก ส่วนมากที่เห็นก็เป็นต่างชาติซะส่วนใหญ่ หากเป็นวันหยุดคนอาจจะมากกว่านี้อันดารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทรายสีดำที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกำทรายขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะโปรยมันลงสู่พื้นดังเดิมด้วยเสียงหัวเราะสดใส ความสดใสของเธอทำให้ รอยยิ้มของชนกันต์ยกขึ้นตลอดทั้งวัน"ที่นี่สวยจัง ถ้าน้องชายดามาด้วย เขาคงจะชอบ" เธอป้องปากตะโกนบอกเขา ซึ่งยืนมองเธออยู่ไม่ไกลนัก ก่อนหน้านี้เขาหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเธอเอาไว้หลายรูป"คราวหลังเราพาน้องคุณมาด้วยกัน" เขาตะโกนตอบกลับ"เอาย่ามาด้วยได้ไหม""ได้ทุกคนที่คุณต้องการ"อันดาหัวเราะชอบใจ ทำไมเขาถึงได้ตามใจเธอทุกอย่างแบบนี้นะ ชีวิตตอนนี้เป็นเหมือนความฝัน ไม่รู้ว่าต้องลืมตาตื่นวันไหน ไม่รู้ว่าผู้ชายที่หาที่ติไม่ได้อย่างเขาจะรักเธอกี่วัน กี่เดือน กี่ปี แต่หากมันจะเป็นเพียงแค่ฝัน และแม้มันจะอยู่ได้แค่ชั่วโมงเดียว เธอก็ยินดีจะอยู่ในความฝันให้นานที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้หลังจากเดินเที่ยวจนเหนื่อยแล
“นายมานั่งทำอะไรตรงนี้ งานของแม่นายนี่นา ปกติก็ต้องไปเสนอหน้าอยู่ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ?” ชนกันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนแดกดันชชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชดายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชด“ไม่คิดว่าพี่จะมาด้วยซ้ำ” เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ไม่สนใจน้ำเสียงแขวะจากพี่ชายเลยแม้แต่น้อยชนคร พณาศรพัฒน์ หรือนคร น้องชาย
รถตู้หรูสีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนมาจอดนิ่งบริเวณหน้าทางเข้างาน ซึ่งปูพรมแดงทอดยาวจากขอบถนนไปจนถึงบริเวณหน้าห้องจัดเลี้ยง นักข่าว และช่างภาพหลายคนต่างจับจองมุมถ่ายภาพ แข่งกันเก็บทุกวินาทีของค่ำคืนนี้อย่างตั้งใจชนกันต์ก้าวลงจากรถก่อน แล้วจึงโน้มตัวลงเล็กน้อย ยื่นมือไปหาอันดาที่อยู่ด้านในด้วยท่าทีสุภาพ
นาวินถึงกับอ้าปากค้าง พลางกระซิบกับตัวเอง “สวย... เกินคาดมาก” เมื่อเห็นอันดาปกติอันดาก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เพราะมักไม่แต่งหน้าแต่งตัว เลยดูเรียบง่าย แต่พอได้รับการดูแลจากช่างฝีมือระดับสูงแบบนี้ เธอกลับดูราวกับเป็นคนละคนชนกันต์ยังคงจ้องเธอไม่วางตา เขารู้ดีว่าเธอเป็นคนสวย แต่ไม่เคยคิดเล
“แล้วยังไงครับ โลกนี้เป็นของคนที่มีอำนาจ คนที่ให้ผลประโยชน์ได้มากก็เป็นผู้ชนะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่” พิเชษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเย็น เขาลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเข้าไปฉุดอันดาขึ้นจากเก้าอี้ โดยไม่สนว่าอยู่ต่อหน้าใคร เพราะมั่นใจในอำนาจของตนว่าไม่มีใครกล้าขัด







