Masukเธอ... คือคนที่เขาเคยตั้งใจว่าจะไม่รัก แต่สุดท้ายกลับรักหมดใจโดยไม่รู้ตัว
Lihat lebih banyak"สวัสดีค่ะ รับชานม หรือนมสดดีคะวันนี้"
"เอานมสดดีกว่าค่ะ คืนนี้จะได้หลับสบายๆ หน่อย"
"ได้เลยค่ะ คุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ" สิ้นเสียง อันดาก็เดินไปสั่งเครื่องดื่มกับพี่ลูกพรุน ลูกสาวเจ้าของร้าน ที่จะทำการชงเครื่องดื่มของร้านตามออเดอร์ที่ได้รับ
"ร้อนหรือเย็น" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เอ่ยถาม พร้อมกับสีหน้าที่บึ้งตึง ไม่รู้ว่าเมื่อเช้าเจ้าหล่อนทะเลาะกับสามีมาหรือไร ถึงได้อารมณ์บูดบึ้งแบบนี้ อ้อ… แต่ลืมไป พี่แกยังไม่มีสามี จะทะเลาะกับสามีได้อย่างไรกันล่ะ
"ลูกค้าเจ้าประจำ นมสดเย็นจ๊ะ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มหวาน ไม่สนใจหรอก ว่าใครจะทำอะไรไม่ดีใส่ เธอรู้แค่เพียงว่าเธอมาทำงาน มาหาเงิน เธอต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ครู่เดียวพี่ลูกพรุนก็ชงนมสดเย็นเสร็จ แล้วจึงส่งมาให้ด้วยหน้าตาที่บึ้งตึงดังเดิม
"นมสดเย็นมาแล้วค่ะ" อันดาบอก ก่อนจะวางแก้วนมสดเย็นตรงหน้าของลูกค้าขาประจำคนนี้
"ขอบใจจ้ะ" ลูกค้ากล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะใช้หลอดดูดมันเข้าปาก
"ทำไมมันจืดขนาดนี้ นี่น้ำล้างขวดนมเด็กหรือเปล่าเนี่ย?" ลูกค้าท่านนั้นตะโกนออกมาอย่างอารมณ์เสีย พร้อมด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว
"เครื่องดื่มมีปัญหาเหรอคะ" อันดาที่เมื่อครู่ยังเดินไปได้ไม่ห่างจากลูกค้านัก ได้ยินเข้าก็รีบวิ่งกลับมาถามด้วยความเป็นห่วง
“ใช่ จืดอย่างกับน้ำเปล่า เปลี่ยนแก้วใหม่ให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ตอนแรกก็อารมณ์ดีๆ แต่เจอนมน้ำเปล่าเข้าไปก็อารมณ์เสียสุดเหวี่ยง
คนได้รับคำสั่งพยักหน้าระรัว ก่อนจะรีบหยิบแก้วเครื่องดื่มที่ลูกค้ายื่นให้มาถือไว้ แล้วจึงรีบวิ่งไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อขอเปลี่ยนแก้วใหม่
“พี่ลูกพรุนคะ ลูกค้าบอกว่านมมันจืดเกินไปค่ะ เลยจะขอเปลี่ยนแก้วใหม่ ได้ไหมคะ?”
“ฉันก็ทำตามสูตรของร้าน ระหว่างที่ไปเสิร์ฟ เธอแอบกิน แล้วเอาน้ำเปล่าเทให้ลูกค้าแทนหรือเปล่า แล้วมาทำโมเมว่าเป็นเพราะคนชง!” ลูกพรุนตวาดลั่นร้าน จนลูกค้าที่นั่งทานอาหารอยู่หันมามองเป็นตาเดียวกัน
“ดาจะไปทำแบบนั้นได้ยังไงคะ พี่ลูกพรุนส่งให้ ดาก็รีบเอาไปให้ลูกค้าเลย” ใครมันจะบ้าทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ ไม่รู้พี่ลูกพรุนใช้อะไรคิด
“เธอมันนิสัยไม่ดี จะกลั่นแกล้งร้านของฉันใช่ไหม ฉันบอกแม่แล้วว่าอย่ารับคนอย่างเธอเข้ามาทำงาน เธอมันลูกโจร! สันดานก็เลยโจร!”
อันดานิ่งอึ้ง อยู่ในอาการตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่คิดว่าจะถูกด่าเสียงดังท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น ตนเองไม่ได้ทำความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย
“ฉันไล่เธอออก!!!!” ลูกพรุนตะโกนเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เธอไม่ชอบอันดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นอกจากจะหน้าตาน่ารัก แม่ของเธอยังชอบเอาเธอไปเปรียบเทียบกับอันดา ว่าหล่อนดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ไม่เหมือนตน วันๆ ขี้เกียจ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้มไล่ลูกค้า หากแม่รู้ว่าเธอมัวแต่เหม่อ เลยลืมใส่ไซรัป อีกทั้งยังใส่น้ำแข็งมากเกินไป จนทำให้ลูกค้าไม่พอใจ เธอต้องถูกต่อว่าอีกแน่ๆ ดังนั้นแผนการชั่วร้ายจึงผุดขึ้นก่อนหน้านี้ นั่นคือการใส่ร้ายอันดา ให้เป็นฝ่ายผิด และเธอจะได้ใช้โอกาสนี้ไล่หล่อนออก เสี้ยนหนามอย่างอันดา ก็จะได้หลุดๆ ออกไปจากตัวของเธอด้วย
“พี่ลูกพรุนคะ แต่อันดาไม่ได้….”
“จะเถียงว่าไม่ได้ทำเหรอ? ถ้าเธอไม่ได้ทำ มันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง หรือเธอจะมาโยนว่าฉันเป็นคนทำล่ะ!”
“อันดาไม่ได้จะหมายความว่าแบบนั้นนะคะ”
“เธอหมายความว่าแบบนั้นแหละ เพราะเธอมันลูกโจร เหมือนแม่ของเธอไง ขโมยแม้กระทั่งเงินผัว! ”
อันดาโกรธจนน้ำตาเริ่มคลอเบ้า แม่เป็นโจร เธอต้องเป็นโจรด้วยหรือไง ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย จะเถียงเธอก็ทำไม่ได้ ต้องกล้ำกลืนข่มอารมณ์โกรธไว้ให้ลึกสุดใจ เพราะพี่ลูกพรุนเป็นลูกของผู้มีพระคุณ ที่ให้โอกาสเธอได้มาทำงานที่นี่ ทำให้มีเงิน มีรายได้เลี้ยงชีพของตน น้องชาย และย่าที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน
“ฉันจะฟ้องแม่ของฉัน ตั้งแต่วินาทีนี้ไป เธอก็ออกจากร้านฉันไปได้แล้ว! แล้วก็ไม่ต้องกลับมาทำงานอีก ฉันไล่เธอออก”
อันดาหายใจเข้าลึก ก่อนจะปาดน้ำตาที่ตอนนี้มันเริ่มเอ่อล้นออกมาจากเบ้าตาแล้ว โกรธสุดใจ แต่ต้องกลั้นใจไม่ให้แสดงอาการใดๆ ออกมา
“ดาขอคุยกับคุณพริมก่อนแล้วกันนะคะ”
“แม่ฉันคงไม่อยากคุยกับโจรอย่างเธอหรอก!”
“พี่ลูกพรุนคะ ถ้าพี่จะไล่ดาออก ดาก็ยอมออก แต่ขอร้องได้ไหมคะ อย่าใส่ร้ายกันแบบนี้เลย”
“ฉันพูดความจริง ออกไปซะ ก่อนที่ลูกค้าจะออกจากร้านหมด เพราะเธอ!”
อันดาพยักหน้า ได้ …เธอจะยอมเดินออกจากร้านไปในฐานะคนผิด แต่ที่เธอยอมเพราะไม่อยากให้ร้านของคุณพริมต้องมามีปัญหา แม้จะรู้ดีว่าความจริง นี่ไม่ใช่ความผิดของตนก็ตาม อีกทั้งยังกลัวตัวเองจะทนไม่ไหวซัดหน้าคนพูดมากด้วย
สายตาคมเข้มจับจ้องไปยังคนที่เพิ่งจะเดินออกจากร้านไปอย่างคนที่ยอมรับผิดทุกอย่าง ก่อนจะกระตุกยิ้มเย้ยหยันออกมา
….คนอะไรโง่ได้ขนาดนี้ ตัวเองไม่ใช่คนผิดแท้ๆ ก็เห็นๆ อยู่ว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่ก็ยังเลือกที่จะยอมให้คนอื่นดูถูก คนแบบนี้ สมควรแล้วล่ะ ที่จะถูกกลั่นแกล้งเช่นนี้ ….
“โง่” ชนกันต์เอ่ยคำที่อยู่ในหัวออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะ
“คุณกันต์… ว่าฉันเหรอคะ” เอมอมรเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้ว่าเธอจะคบกับชนกันต์มาได้เกือบสองปีแล้ว แต่ทุกการกระทำของเธอที่มีต่อเขานั้น ยังต้องคอยทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา
คนถูกถามขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เขาว่าพนักงานที่ถูกใส่ร้ายจนถูกไล่ให้เดินออกจากร้านไป เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเนี่ย
“ถ้าเธออยากจะรับ ก็รับไปเถอะ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เอ่ยบอก ก่อนจะลุกขึ้นยืน วางเงินจำนวนห้าร้อยบาทไว้บนโต๊ะ แล้วเดินจากไป
เห็นเขาลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว เอมอมรจึงได้ลุกขึ้น ก่อนจะรีบวิ่งตามไป
“ขอโทษนะคะ ถ้าเอมทำอะไรให้คุณกันต์ไม่พอใจ” เอมอมรรีบกล่าว ทันทีที่เดินตามมาจนทันได้เดินข้างๆ เขา
“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่ารำคาญคำขอโทษของเธอ” เขาหยุดเดินแล้วพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ
ไม่รู้ว่าตนไปทำอะไรให้เขาโกรธ ชนกันต์ถึงได้โกรธเธอแล้ว โกรธเธออีกแบบนี้...
“ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษอีกแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอนี่น่ารำคาญจริงๆ กลับไปซะ ฉันจะโทรให้นาวินไปส่งเธอ”
“ค่ะ” เอมอมรตอบรับ ก่อนจะก้มหน้าลงช้าๆ อย่างผิดหวัง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมาหาเธอเป็นสัปดาห์แล้ว ครั้งนี้มา เธอก็ทำดันทำอะไรบางอย่างให้เขาไม่พอใจอีก อยากจะตีสมองน้อยๆ ที่โง่ๆ ของตัวเองซะจริง
“คุณเอมอยากแวะไปไหนก่อน หรือเปล่าครับ” นาวินเอ่ยถามขณะขับรถไปส่งคนควงคนปัจจุบันของเจ้านาย
“ไม่ค่ะ เอมอยากกลับบ้านไปอยู่กับลูก"
คนฟังพยักหน้ารับทราบช้าๆ ก่อนจะตรงไปยังบ้านของเอมอมรที่ชนกันต์ซื้อไว้ให้
“คุณนาวินแวะเข้าไปดื่มน้ำ สักแก้วก่อนไหมคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมต้องกลับไปทำงานต่อ”
“ขอโทษด้วยนะคะ รบกวนคุณเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
เอมอมรส่งยิ้มบางๆ ให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป
"เด็กคนโตอายุกี่ขวบพี่" ชนครแทรกถามขึ้น"สองขวบ ถามทำไม" ชนกันหันต์มาขมวดคิ้วตอบ และถามกลับ"ถ้าเด็กหย่านมแล้ว ผมว่าให้เงินแม่เขาไปสักสิบล้าน แลกกับเด็ก ก็ไม่น่ามีปัญหานะ ผู้หญิงที่พี่คบๆ มา มีใครบ้างไม่ซื้อได้ด้วยเงิน ส่วนคนเล็ก พี่จะจริงจังกับแม่ของเขาอยู่แล้ว เรื่องเด็กก็ไม่มีปัญหา""ว่าแต่แม่เด็กเป็นใคร ฉันรู้จักไหม ถ้าเป็นคนในบริษัท ฉันจะลองออกหน้าคุยให้ดู" ชนพัฒน์เอ่ยถาม"เอมอมร..."คำตอบของลูกชาย ทำให้ชัยพัฒน์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจไปครู่ใหญ่ ได้สติก็ตอนภรรยาเอ่ยถามว่า"คุณเป็นอะไรไป""เปล่า" เขาตอบภรรยา ก่อนจะถามลูกชายต่อ"แกกับหนูเอมคบกันแค่สองปีเป๊ะๆ ไม่ใช่เหรอ""ครับ""แสดงว่าลูกของเอม ไม่ใช่ลูกแก" ผู้เป็นพ่อสรุป ต้องใช่แน่ๆ เขาจำได้แม่น เหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว…'หนูเอม....' ชนพัฒน์เอ่ยเรียกชื่อของคนที่ควงคู่มากับลูกชายเสียงอ่อนเอมอมรกล่าวทักทาย และไหว้ชนพัฒน์ พร้อมกับส่งยิ้มให้ เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีตเธอนั้นเคยเป็นเลขาของเขา อีกทั้งความสัมพันธ์ลับๆ ของเขา และเธอนั้นยังเคยหวานชื่นกันมากด้วยแม้จะรู้สึกเสียดายผู้หญิงสาวสวย ที่เด็กกว่ารุ่นลูก ทั้งอ่อนโย
"พี่หมายความว่ายังไง เรื่องที่เขามีลูก มีเมียอยู่แล้วเป็นแค่เรื่องที่พี่เข้าใจผิดคิดไปเองเหรอ?" ดามันขมวดคิ้วถาม หลังจากได้ยินคำบอกเล่าจากพี่สาว ในหัวมีแต่คำว่า ...อะไรวะ?"อือ" พี่สาวบอกเสียงอ่อน อายเหมือนกันที่มโนคิดไปเองแบบนั้น แล้วยังมีหน้าไปบอกน้องชาย จนเขาไปทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาอีก"ช่างเถอะ อย่างน้อยลูกพี่ก็คงมีพ่อ และตอนนี้ พี่ก็คงคืนดีกับเขาแล้ว ผมจะไปขอโทษเขา"คนเป็นพี่พยักหน้าเห็นด้วย ควรไปขอโทษจริงๆ นั่นแหละ ได้ยินจากนาวินมาว่าคนรู้ทั้งบริษัท นักข่าวก็รู้ ลงอินเทอร์เน็ต เป็นข่าวดังเรียบร้อยแล้ว ....สมัยนี้ข่าวไวดีจริงๆ เหตุเกิดแค่หนึ่งนาที ก็ลงสู่โลกออนไลน์จนคนรู้ไปทั่วแล้ว "ขอโทษ" แม้จะเป็นคำขอโทษที่ดามันเอ่ยบอกชนกันต์ แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ฟังดูไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เหมือนพูดส่งๆ ให้มันจบๆ ไปเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าเขายังรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับผู้ชายคนนี้ เพราะมาทำพี่สาวของเขาท้องก่อนแต่งอันดากระตุกเสื้อน้องชายเบาๆ พร้อมกับมองหน้า แล้วเขม่นใส่ เพื่อให้น้องชายกล่าวขอโทษดีๆ"อะไร" เขาก้มมาเอ่ยถามพี่สาวที่ตัวเล็กกว่า แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่เข้าใจความหมาย
"ดาม! เป็นอะไร หรือเปล่า" อันดารีบวิ่งมาหาน้องชาย เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่ทันได้มอง ว่าคนที่มีเรื่องกับน้องชายนั้นคือใคร"พี่ มาได้ยังไง ผมไม่ได้ให้เขาติดต่อพี่นะ""ตำรวจโทรมาเบอร์คุณย่า ดีที่พี่พยาบาลรับสาย เลยมาบอกพี่ คุณย่าไม่รู้ ไม่ต้องเป็นห่วง” อันดาเข้าใจว่าน้องชายคงกลัวว่าย่าจะรู้แล้วไม่สบายใจ จึงบอกออกไปแบบนั้นไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใครคนหนึ่งกระชากให้เดินตาม อันดาหันมาเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจ เธอสะบัดแขนหนี ไม่อยากไปกับเขา ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอดามันรีบมาช่วยพี่สาว เขาเดินเข้ามาแทรกไปกระชากคอเสื้อของชนกันต์ไว้ ก่อนจะต่อยหน้าเขาเข้าหนึ่งมัด"อย่ามายุ่งกับพี่กู!"หมัดต่อไปกำลังจะตามมา แต่ถูกคนของชนกันต์ และตำรวจรั้ง และจับตัวให้แยกออกจากกันซะก่อนคนถูกต่อยยกมือขึ้นมาปาดขอบปากรู้สึกแสบๆ เหมือนมีเลือดออกอันดาเห็นเขาเจ็บก็จะพุ่งเข้าไปดู แต่ทว่าสมองสั่งการให้หยุดการกระทำเสียก่อน เขาโกหก หลอกลวง ไม่บอกความจริงกับเธอนะ อย่าลืม เธอไม่ควรให้อภัยคนเลวๆ อย่างเขา จึงหยุดนิ่งมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ใจแ
"ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันไหนคะ" หมอสาวเอ่ยถาม ขณะถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว"เอ่อ... เหมือนจะขาดไปสองเดือนแล้วค่ะ" อันดาบอกเสียงแผ่ว เริ่มคิด หรือว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ คือ ...ท้อง!"หากเคยมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้สูง ว่าอาการของคุณจะเกิดจากการตั้งครรภ์ค่ะ"อันดานิ่งอึ้งไป เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ...ท้องเหรอ? หากเธอท้องจริงๆ จะทำยังไงดี บอกชนกันต์เหรอ? เขาก็มีครอบครัวที่น่ารักของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาจะทำยังไงกับเธอ ให้เธอเป็นบ้านเล็ก หรือจะแย่งลูกไปจากเธอ ไม่ว่าเขาจะทำยังไง เธอก็ไม่ยินดีที่จะอยู่แบบนั้น …ไม่สู้ให้ลูกไม่มีพ่อไปเลยยังจะดีซะกว่า ...เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเงิน แต่เสาหลักของบ้านอย่างเธอ ถ้าขาดเขา เธอจะหาเงินมาจากไหนได้…หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เกรงใจคุณหมอ มันอัดอั้น มันรู้สึกแย่ที่สุด ทำไมชีวิตเธอถึงเดินมาอยู่จุดนี้ได้....กรรม เกิดจากการกระทำ หากเธอเอะใจ ตรวจสอบสักนิดว่าเขามีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่หรือเปล่า เธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้...แต่จะให้เอาเด็กคนนี้ออกเหรอ?...เธอก็ทำไมได้หรอก อย่างน้อยเขาก็เกิดจากความรักของเธอ แม้จะเป็
“นายมานั่งทำอะไรตรงนี้ งานของแม่นายนี่นา ปกติก็ต้องไปเสนอหน้าอยู่ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ?” ชนกันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนแดกดันชชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชดายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชด“ไม่คิดว่าพี่จะมาด้วยซ้ำ” เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ไม่สนใจน้ำเสียงแขวะจากพี่ชายเลยแม้แต่น้อยชนคร พณาศรพัฒน์ หรือนคร น้องชาย
รถตู้หรูสีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนมาจอดนิ่งบริเวณหน้าทางเข้างาน ซึ่งปูพรมแดงทอดยาวจากขอบถนนไปจนถึงบริเวณหน้าห้องจัดเลี้ยง นักข่าว และช่างภาพหลายคนต่างจับจองมุมถ่ายภาพ แข่งกันเก็บทุกวินาทีของค่ำคืนนี้อย่างตั้งใจชนกันต์ก้าวลงจากรถก่อน แล้วจึงโน้มตัวลงเล็กน้อย ยื่นมือไปหาอันดาที่อยู่ด้านในด้วยท่าทีสุภาพ
นาวินถึงกับอ้าปากค้าง พลางกระซิบกับตัวเอง “สวย... เกินคาดมาก” เมื่อเห็นอันดาปกติอันดาก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เพราะมักไม่แต่งหน้าแต่งตัว เลยดูเรียบง่าย แต่พอได้รับการดูแลจากช่างฝีมือระดับสูงแบบนี้ เธอกลับดูราวกับเป็นคนละคนชนกันต์ยังคงจ้องเธอไม่วางตา เขารู้ดีว่าเธอเป็นคนสวย แต่ไม่เคยคิดเล
“แล้วยังไงครับ โลกนี้เป็นของคนที่มีอำนาจ คนที่ให้ผลประโยชน์ได้มากก็เป็นผู้ชนะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่” พิเชษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเย็น เขาลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเข้าไปฉุดอันดาขึ้นจากเก้าอี้ โดยไม่สนว่าอยู่ต่อหน้าใคร เพราะมั่นใจในอำนาจของตนว่าไม่มีใครกล้าขัด





