Se connecterรฐาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนรักมาหาเธอถึงบ้าน บ้านที่อยู่บนชั้นที่สี่สิบของคอนโดหรูกลางกรุง
“ไม่คิดว่าแกจะมาเช้าขนาดนี้” เจ้าของห้องเอ่ยทักและสวมกอดเมื่อเปิดประตูให้เพื่อน
“ส่งลูกแล้วก็มาเลย” ณดาจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าจากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีใกล้คอนโดเพื่อน
เธอกับรฐารู้จักกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นท็อปของรุ่น ระดับหัวกะทิ
“หน้าตาไม่ดีเลยมีอะไรหรือเปล่า” ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเวลานี้รฐาถึงไม่ไปทำงาน เพราะบริษัทของเธอทำงานแบบ work form home ซึ่งทำแบบนี้ตั้งแต่รฐาเข้าทำงาน
“พี่ปัญญ์มีเมียน้อย”
“what???” คำอุทานออกจากปากของเพื่อนที่ทำงานกับต่างชาติ สิ่งสุดท้ายในโลกที่เธอจะคิดคือการที่ปัญญ์มีเมียน้อย ด้วยรู้เห็นความรักของทั้งคู่ตั้งแต่ที่ณดาเรียน
“อืม เป็นเลขาหน้าห้องเขาน่ะ”
“ดูแกไม่ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ รู้มานานแล้วเหรอ” รฐาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนดูไม่ตื่นตกใจกับเรื่องนี้
“รู้มานานแล้ว น่าจะสักหกเจ็ดเดือน”
“เอ้ย! ทำไมแกไม่ทำอะไรวะ” รฐาถามอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ถ้าเธอเป็นณดาบ้านคงบึ้มไปแล้ว
“แล้วแกจะให้ฉันทำอะไรละ เลิกกับเขาเหรอ”
“เออ ก็ใช่นะสิวะ มันมีเมียน้อยนะแก จะทนอยู่ทำไม” รฐาไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องทน
“เพราะลูก เพราะเงินไงแก ถ้าฉันหย่าแกคิดว่าเขาจะส่งเสียลูกตลอดเหรอ ถ้าฉันหย่าฉันต้องออกจากบ้านที่เป็นชื่อเขาอย่างนั้นหรือ ถ้าฉันหย่าเงินที่เป็นเงินเดือนเขาจะจ่ายแน่เหรอ”
“ก็จริงของแก” รฐาตระหนักความจริงข้อนี้ได้ดี หลายต่อหลายคู่ถึงศาลจะให้จ่ายค่าเลี้ยงดูกับลูก ผู้ชายพวกนั้นมันก็ไม่ยอมจ่ายอยู่ดี แล้วระหว่างเลี้ยงลูกณดาเองก็ไม่มีงานทำ จะเอาอะไรเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ใช่ว่าลูกจะกินคนเดียว คนเป็นแม่ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน
“ฉันต้องออกจากงานเลี้ยงลูกและกลายเป็นผู้หญิงไม่มีงานทำก็เพราะเขานะ ทำไมฉันต้องยอมหย่า ยกสิ่งที่ฉันสร้างและสิ่งที่ฉันเสียสละให้ใครก็ไม่รู้ ที่บริษัทอยู่ได้ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะรางวัลที่ฉันเคยประกวดได้หรอกหรือ”
ความเชื่อถือของบริษัทเกิดจากรางวัลที่ณดาประกวดชนะ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่บริษัทเป็นที่รู้จักและหลายครั้งในช่วงแรกที่ลูกค้าได้คำปรึกษาจากเธอจนกลายเป็นลูกค้าประจำและแนะนำกันปากต่อปาก
“ก็จริงของแก” รฐาคล้อยตามในสิ่งที่เพื่อนพูด
“เขาขอหย่า ขอสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก”
“เอ๊ย! แกอย่ายอมนะณดา” คราวนี้เป็นรฐาที่เลือดขึ้นหน้าอย่างโมโห
“ใช่ ฉันไม่มีทางยอมหรอกแก” ณดาบีบมือเพื่อนที่จับมือเธอไว้แน่นอย่างให้กำลังใจ
“ฉันต้องมีงาน ต้องมีเงิน ถึงจะสู้กับเขาได้” เมื่อไหร่กันที่สามีภรรยากลายเป็นศัตรูที่ต้องสู้รบกัน ณดาเองก็สุดจะรู้ รู้แค่ว่าเวลานี้ปัญญ์ไม่ใช่คนที่ยืนข้างเธออีกต่อไปแล้ว
ปลายมีดแหลมนั่นพร้อมทิ่มแทงเธอที่เป็นภรรยา เป็นคนที่เขาเคยรัก เป็นทุกอย่างในโลกใบนี้ของเธอ
มันไม่ใช่แค่การเสียสามีที่รักไป หากแต่เหตุการณ์นี้ทำให้ณดาได้รู้ว่า เธอได้สูญเสียหัวใจ สูญเสียความเชื่อมั่น ความไว้ใจ ความเชื่อใจไปหมดแล้ว
ไม่เหลืออีกแล้วพลังความศรัทธาในรัก
“ฉันอยากได้ทนาย”
หลังจากเสร็จธุระที่บ้านกับรฐาแล้ว ณดาก็ตรงไปยังโรงเรียนลูกทันที ขึ้นรถไฟฟ้ากลับมายังสถานที่ที่จอดรถยนต์ไว้ แต่พอลงจากรถไฟฟ้าก็พบว่าเวลานี้ฝนตกรถติด
“ติดอะไรนักหนา” ณดามองเวลาบนจอมอนิเตอร์ของรถยนต์ เส้นทางการจราจรขึ้นสีแดงเป็นทางยาว ณดารีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคุณครูของลูกสาวทันที
“ครูฝนคะ วันนี้แม่ไปรับญารินช้าหน่อยนะคะ”
“อ๋อ...คุณพ่อมารับน้องไปตั้งแต่หลังเที่ยงแล้วนะคะ”
“อะไรนะคะ!!!” ณดาตัวชาวาบ ปัญญ์มารับลูกโดยที่ไม่บอกเธอ โดยที่ไม่รอคำตอบณดาโทรหาสามีทันที อีกฝ่ายไม่รับสาย
“ไอ้บ้าเอ๊ย!” เป็นครั้งแรกที่เธอด่าปัญญ์ออกมาอย่างเหลืออด เขามารับลูกโดยที่ไม่บอกเธอ ณดามองสัญญาณไฟแดงตรงหน้าเพียงแค่แยกข้างหน้าก็จะถึงทางแยกเข้าหมู่บ้าน
เธอรีบกดดูตำแหน่งของลูก นั่นยิ่งทำให้ณดาโมโหยิ่งกว่าเดิมเมื่อสัญญาณจีพีเอสถูกปิด นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง จีพีเอสเป็นเรื่องความปลอดภัยของลูกนะ
เธอตัดสินใจต่อสายหาปัญญ์อีกครั้งและเขาก็ไม่รับเช่นเคย
ณดา : รับโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ ลูกอยู่ไหน
เธอส่งข้อความหาอีกฝ่าย แต่ปัญญ์ยังปั่นประสาทเธอได้อีกเมื่อเขาไม่อ่านข้อความ รถข้างหน้ายังติดยาวเธอตัดสินใจต่อสายไปที่แม่บ้านคนเก่าแก่ของบริษัท
“สวัสดีค่ะป้าอ้อย”
‘คุณณดาว่ายังไงคะ’
“เอ่อ คุณปัญญ์อยู่ที่บริษัทไหมคะ ณดาติดต่อคุณปัญญ์ไม่ได้เลยค่ะ” ความร้อนแล่นทั่วใบหน้าของเธอด้วยความอาย อับอายที่ต้องเป็นภรรยาที่ตามหาสามีกับคนอื่น นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ยิ่งคิดยิ่งแค้นผู้ชายที่เคยมองว่าดีนักดีหนากลายเป็นไอ้ชั่ว ไอ้เหี้ยไปได้อย่างไรกัน
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ







