INICIAR SESIÓN“แม่จ๋าหม่ำ ๆ” เสียงเรียกของลูกทำให้จำเป็นต้องวางโทรศัพท์มือถือหันไปสนใจเด็กหญิงตรงหน้าแทน
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เธอกับปัญญ์ไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกัน ก็เขางานยุ่งนี่นา เมื่อคิดได้ดังนั้นณดาก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวกับลูกสาว กินข้าวเสร็จสองแม่ลูกก็ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ถอนหญ้าเก็บใบไม้ ส่วนรดน้ำต้นไม้เธอจะทำช่วงเช้าของวัน
ทุ่มกว่าแล้วยังไม่มีข้อความหรือสายโทรเข้าจากผู้เป็นสามี วันนี้เขาก็อาจกลับดึกอีกวัน
ตั้งใจว่าวันนี้จะอยู่รอเขาอีกวัน เรื่องที่จะชวนเขาไปเที่ยวพรุ่งนี้
สองทุ่มณดาพาลูกเข้านอน หลับไปพร้อมกับลูกตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเกือบเที่ยงคืน เธอออกมาจากห้องชั้นล่าง เปิดดูรถในโรงรถก็ยังไม่เห็นรถของปัญญ์
ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงกดต่อสายหาเขาอีกครั้ง รอสายอยู่นานก็ไม่มีใครรับ
ความเป็นห่วงแล่นเข้ามาในหัว ภาพอุบัติเหตุรถชนหรืออะไรที่เลวร้ายวิ่งเข้ามาในหัวผู้เป็นภรรยา เธอจึงกดโทรออกหาเขาอีกหลายครั้ง แต่ก็เป็นเช่นเดิมไม่มีการรับสาย
ณดาเดินไปเดินมาในห้อง ตัดสินใจต่อสายเข้าออฟฟิศเผื่อว่าจะมีใครอยู่ที่ทำงาน รอสายอยู่นานก็ไม่มีใครรับสาย
บริษัทของปัญญ์เช่าสำนักงานอยู่ในตึกใหญ่ซึ่งไม่ห่างจากบ้านหลังนี้นัก ขับรถในเวลานี้ก็คงไม่เกินสามสิบนาที หากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงเห็นจะได้
เธอมีคีย์การ์ดเข้าบริษัท แต่ถ้าไปตามเขาแล้วลูกละ เธอทิ้งลูกไว้ที่บ้านคนเดียวไม่ได้ จะปลุกลูกให้ไปตามสามีกับเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปตามที่ไหน
สุดท้ายเธอจึงเลือกรอ...รอจนกระทั่งเช้า
ณดาไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเป็นห่วงสามี สุดท้ายการรอคอยของเธอก็สิ้นสุดลงเมื่อปัญญ์กลับเข้าบ้านในเวลาสายของวัน
“พี่ปัญญ์ไปไหนมาทั้งคืนคะ” ณดาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสามีเดินเข้าบ้านมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่
“ก็ทำงานน่ะสิ งานยุ่งจะตายชัก” ปัญญ์ชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อภรรยาถามเสียงขุ่น
“ไม่มีเวลาแม้กระทั่งรับสายหรือตอบข้อความเลยเหรอคะ” คนรอทั้งคืนที่ยังไม่ได้นอนก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน แค่เวลาเสี้ยวนาทีเขาไม่คิดบ้างหรือว่าเธอเป็นห่วงและร้อนใจแค่ไหน
“ก็งานมันยุ่ง ลูกค้าสั่งแก้งาน สุมหัวทำงานกันทั้งทีม จะเอาเวลาที่ไหนมารับสาย” ปัญญ์ตอบอย่างอารมณ์เสีย มองอีกฝ่ายอย่างตำหนิ ที่เซ้าซี้ถาม
“แต่หนูเป็นห่วงไง โทรจะร้อยสายได้แล้วมั้ง” ณดาเองก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน ทำไมเขาต้องใส่อารมณ์กับเธอด้วย รู้ไหมว่าใจคนรอมันร้อนรนแค่ไหน
“เธอนี่ก็แปลกเนอะ โทรสองสามสายเขาไม่รับก็แปลว่าไม่ว่างไง โทรทำไมนักหนา” ปัญญ์เท้าสะเอวเสยผมอย่างเสียอารมณ์ยิ่งเห็นว่าเวลานี้ลูกสาวน่าจะเล่นอยู่ในห้องเพลย์รูมเขาจึงไม่คิดจะเบาเสียงเลยสักนิด
“ก็คนมันเป็นห่วงจะให้ทำยังไง” ณดาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทิ้ง ส่วนปัญญ์เองก็หันหน้าไปทางอื่นถอนหายใจใส่เธอด้วยความรำคาญก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไป
หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบ ๆ น้ำตาที่ไม่อาจห้ามได้ก็ไหลอาบทั้งสองแก้ม
เธอแค่เป็นห่วง แค่รับสายสักนิด ตอบข้อความสักข้อความเท่านี้ก็พอ ทำไมนะ มันยากมากเลยเหรอ จะเสียเวลาสักกี่นาทีเชียว
ปัญญ์บอกว่าทำงานทั้งคืน แต่เธอโทรเข้าออฟฟิศไม่มีคนรับสายสักคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาโกหก
เธอควรเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว ควรคิดได้แล้วว่าปัญญ์กำลังมีคนอื่น เขากำลังเปลี่ยนไป หรือจริง ๆ แล้วปัญญ์เปลี่ยนไปนานแล้วเป็นเธอเองที่ไม่รู้ตัว
บ่ายวันอาทิตย์เธอเห็นปัญญ์นั่งเล่นกับลูกในห้องเพลย์รูม ในขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดห้องครัวและเตรียมของว่างให้ลูกกับสามี
ความขุ่นเคืองใจก่อนหน้านี้ถูกปัดหายไปแล้วเมื่อได้นอนเต็มอิ่มในคืนวันเสาร์ แม้ระหว่างเธอกับปัญญ์จะมีตึง ๆ กันบ้าง แต่เมื่อวานทั้งวันเขาก็ไม่ได้ออกไปไหน ถึงเราทั้งสามไม่ได้ออกไปเที่ยวแต่ก็ได้ใช้เวลาอยู่บ้านด้วยกัน
ส่วนวันอาทิตย์เช่นนี้บางครั้งเขาจะไปออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อน แต่วันนี้เขาไม่ได้ออกไปไหน อยู่เล่นกับลูกตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเวลานี้ สองคนพ่อลูกหลับในห้องเพลย์รูมตั้งแต่รับประทานอาหารกลางวันเสร็จ
ภาพพูดคุยกะหนุงกะหนิงระหว่างพ่อกับลูก ทำให้ณดาทิ้งความระแวงออกไปทั้งหมด ปัญญ์ทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา เขารักลูก เท่านั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ ณดา เธอยังต้องการอะไรมากกว่านี้อีก
เมื่อบอกตัวเองได้ดังนั้น เธอก็ทำหน้าที่ของเธอให้เต็มที่ มองคุกกี้ธัญพืชในเตาอบแล้วก็ยิ้มออกมา เธอมักทำมันในวันหยุดเช่นนี้ แพ็กใส่ถุงแยกเป็นชิ้น ๆ เก็บไว้ให้ปัญญ์ไว้กินรองท้องเวลาทำงาน
ยิ้มกับคุกกี้ธัญพืชตรงหน้า เธอหยิบกล่องกระดาษสำหรับใส่คุกกี้ที่แพ็กแยกชิ้นแล้วจำนวนสามกล่อง โดยกล่องหนึ่งมีทั้งหมดสิบชิ้น นำทั้งสามกล่องใส่ในถุงผ้าอีกที
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ







