INICIAR SESIÓNก้อนน้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคอที่แห้งผาก หน้ากากอนามัยถูกดึงออกจากใบหน้า เพื่อให้อาการหายใจไม่ออกดีขึ้น ใช้กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกให้ตัวเองไม่ลืมหายใจ
ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่เธอกับปัญญ์เคยใช้ตั้งแต่คบกันแรก ๆ เมื่อเก้าปีก่อนเห็นจะได้ จากนั้นเธอก็ป้องกันโดยการฉีดยาคุมกำเนิด
เมื่อแต่งงานเธอก็เลิกฉีดเพื่อตั้งใจสร้างครอบครัวกับเขา และตั้งแต่ท้องได้แปดเดือนเธอกับปัญญ์ก็ไม่มีความสัมพันธ์ทางกายกันอีกเลย
วันเดือนปีที่ระบุข้างกล่องระบุวันผลิตไว้ว่าเป็นปีปัจจุบัน เขาใช้มันกับใครนั่นคือคำถาม
ณดาสะบัดหน้าแรง ๆ กับความคิดฟุ้งซ่าน ในเมื่อถุงยางมันอยู่ในบ้านนี้ ในห้องนอนนี้เขาจะซื้อมาใช้กับใครถ้าไม่ใช่เธอ
เขาอาจจะซื้อมาเตรียมไว้ใช้กับเธอนั่นแหละ แต่เพราะเธอยังไม่มีเวลาให้เขา เราสองคนเลยไม่มีเวลาใช้มันสักที คงถึงเวลาแล้วแหละที่ต้องได้ใช้งาน
พรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้วเราสองคนก็น่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกัน ชวนเขาไปกินข้าวนอกบ้านดีกว่า อยากพาลูกไปเที่ยวบ้างก็ดี วันนี้ต้องรีบทำงานบ้านให้เสร็จพรุ่งนี้จะได้มีเวลาไปเที่ยว
ณดาปัดทุกความระแวงทิ้งไปให้หมด ชีวิตคู่จะมีความสุขได้อย่างไรถ้ามีความหวาดระแวงกันและกัน ใช้เวลาทำความสะอาดห้องนอนใหญ่ราว ๆ หนึ่งชั่วโมง เครื่องอบผ้าก็ทำงานเสร็จ แม่บ้านมืออาชีพรีบนำเสื้อผ้าออกจากเครื่องมาแขวนไว้เพราะผ้าจะไม่ยับมากเหมือนการคาผ้าไว้ในเครื่องอบ
ดูเวลาแล้วต้องรีบรีดเสื้อผ้าให้เสร็จจากนั้นจะได้ไปรับลูก มื้อเที่ยงคงต้องไปรวบกับมื้อเย็นทีเดียวเพราะไม่มีเวลาแล้ว เธอไม่น่าเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระเลย
เฮ้อ...กินข้าวไม่เป็นเวลาอีกแล้ว
“คุณแม่จ๋า” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงญารินดาดังมาก่อนตัวเสียอีก
“ไม่ต้องวิ่งลูก” ณดาบอกกับลูกสาว เธอย่อกายให้ลูกสาวโผเข้ากอด เจ้าตัวเล็กหอมแก้มซ้ายแก้มขวาของมารดาอย่างแสนคิดถึง
“วันนี้เรียนสนุกไหมคะ” ณดาเอ่ยถามเมื่อตัวเองประจำที่นั่งคนขับส่วนลูกสาวนั่งอยู่ในคาร์ชีตด้านหลัง
“สนุกมากค่ะ ครูให้ปั้นยีราฟ”
“เหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ยีราฟคอยาว” เด็กหญิงทำไม้ทำมือประกอบ ผู้เป็นแม่มองผ่านกระจกหลังในตอนที่ติดไฟแดงยิ้มกับการทำไม้ทำมือของลูกสาว
ณดารู้สึกคัดหน้าอกกว่าทุกวันคงเพราะวันนี้เธอไม่ได้ปั๊มนมตั้งใจว่าจะให้ลูกหย่านมจากเต้า ลูกเธอสามขวบกว่าแล้วเป็นเวลาที่เหมาะกับการหย่านมแล้ว
“แม่จ๋า พ่อจ๋ากลับหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
“หนูคิดถึงพ่อ ไม่ได้เจอพ่อนานแล้ว” นั่นสินะ ปัญญ์กลับบ้านลูกก็หลับแล้ว
“พรุ่งนี้พ่อหยุดเราไปเที่ยวกันดีไหมคะ” ณดาบอกกับลูกสาว
“เย้ ๆ จะได้ไปเที่ยวแล้ว” เสียงร้องดีใจของลูกทำให้ผู้เป็นแม่ยิ้มไม่หุบ ความสุขของลูกก็คือความสุขของเธอ
เมื่อกลับถึงบ้านณดาก็เริ่มทำกับข้าวเย็นโดยที่เจ้าตัวเล็กนั่งดูไอแพดอยู่ในห้องครัวด้วยกัน
“ญารินอย่าไปไหนนะแม่ออกไปเก็บผักก่อน”
“หนูจะไปด้วย” เจ้าตัวเล็กร้องตามทันที
“ข้างนอกมันร้อน หนูอยู่นี่แหละ” พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน อากาศข้างนอกยังร้อนอยู่มากเธอไม่อยากให้ลูกสาวเข้าออกระหว่างห้องแอร์กับอากาศข้างนอกที่แตกต่างกัน
“หนูอยากไป” เจ้าตัวเล็กทำหน้ามุ่ย สุดท้ายมนุษย์แม่อย่างเธอก็ต้องใจอ่อนกับลูกสาว
มุมหนึ่งของหลังบ้านที่ลับตาคนมีกระถางผักวางอยู่หลายกระถาง ถึงเนื้อที่บ้านจะมีขนาดร้อยกว่าตารางวาแต่มีพื้นที่ให้เธอปลูกผักได้แค่ไม่เกินสองตารางเมตร
‘ค่าจัดสวนเสียไปตั้งเยอะ เธอจะปลูกผักพวกนี้นี่นะ’ นั่นคือคำพูดของสามีในวันที่เธอขอปลูกผัก สุดท้ายเธอจึงเลือกปลูกในกระถางและซุกพวกมันไว้มุมหนึ่งของห้องเก็บของที่เขาไม่เคยย่างกรายมาแถวนี้เลยสักครั้ง
ต้นกะเพราสีเขียวสดที่เธอตัดแต่งมันอย่างดี ไม่ให้มันออกดอกเพราะกลัวต้นจะโทรม ผักชีฝรั่งกับสะระแหน่ก็งามจนเธอต้องยิ้มกับความภูมิใจที่ได้ปลูกมันกับมือ
ต้นหอมนั่นอีก เขาเรียกอะไรนะ อ้อ หอมบั่วเลยปลูกไว้กินใบ ส่วนต้นผักชีกับผักขึ้นฉ่ายก็งามมากและเป็นผักที่ลูกสาวเธอชอบมากเวลาที่ใส่ในข้าวต้ม
“แม่จ๋านี่ผักอะไร”
“ผักชีค่ะลูก”
“ผักชี นี่ผักอะไรคะ”
“หอมบั่วเลยค่ะ”
“นี่อะไรคะ”
“ขึ้นฉ่ายค่ะ”
“นี่อะไรคะ”
“สะระแหน่ค่ะ”
“นี่อะไรคะ”
“พริกค่ะ ลูก” ณดาไม่เหนื่อยที่ต้องตอบคำถามของเจ้าหนูจำไม ด้วยรู้ว่าเป็นช่วงเวลาของลูกที่ต้องอยากรู้อยากเห็น
Nada: พี่ปัญญ์จะกลับกี่โมงคะ
อาหารเย็นเสร็จในเวลาใกล้หกโมงเย็น เธอส่งข้อความหาผู้เป็นสามี วันนี้วันศุกร์เขาน่าจะเลิกงานเร็วกว่าทุกวัน เผื่อว่าเธอจะได้รอกินข้าว
รอเกือบห้านาทีเขาก็ยังไม่ได้เปิดอ่านข้อความ ชั่งใจอยู่นานว่าจะโทรหาดีไหม คิดว่าเผื่อเขากำลังขับรถอยู่อาจจะไม่ได้อ่านข้อความ เธอจึงกดต่อสายหาสามีทันที
รอสายอยู่นานจนสายตัดไปก็ไม่มีการตอบรับ
ตัดสินใจกดหาเขาอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการรับสายเหมือนเดิม
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





