INICIAR SESIÓNจากนั้นก็หยิบกุญแจรถของปัญญ์ซึ่งเธอมีกุญแจสำรองอยู่แล้ว เธอมักเอาถุงคุกกี้ใส่ไว้ในรถเขาทุกวันอาทิตย์เช่นนี้เพราะเช้าวันจันทร์ระหว่างที่เขาจะออกจากบ้านเธออาจวุ่นวายกับการจัดการเจ้าตัวเล็กเพื่อไปโรงเรียน
ณดาวางถุงผ้าใส่คุกกี้ตรงเบาะหลังคนขับ เธอไม่ลืมที่จะมองหาถุงใบเก่าเมื่อสัปดาห์ก่อน
“อยู่นั่นเอง” เมื่อเห็นว่าถุงถูกซุกไว้ที่เก็บของบานประตูเบาะข้างคนขับ ณดาจึงเดินอ้อมจากฝั่งขวาของรถยนต์เปลี่ยนเป็นฝั่งซ้าย
เปิดประตูผู้โดยสาร ดึงถุงผ้าออกมาจากซอกนั้น
แกรก...แก๊ก
มีวัตถุบางอย่างหล่นลงพื้นและกลิ้งไปใต้ท้องรถ ณดาปิดประตูรถลงและย่อกายมองหาวัตถุที่ยังไม่ทันเห็นว่ามันคืออะไร
เห็นว่าเจ้าก้อนสีดำนั่นกลิ้งไหลออกไปทางประตูรั้ว เธอเดินตาม จนกระทั่งเจ้าวัตถุสีดำนั้นค้างอยู่ตรงร่องของประตูรั้ว
เธอหยิบมันขึ้นมาดูมองแค่แวบเดียวก็รู้โดยทันทีว่านี่คือลิปสติกผู้หญิง แท่งสีดำโลโก้ตัวซีสองตัวไขว้กันสีทอง เธอเปิดดูสีในนั้นเพื่อความแน่ใจ มันเป็นสีชมพูหวานเป็นรุ่นที่สาว ๆ ต่างนิยมกัน
มันไม่ใช่ของใหม่และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ของที่ปัญญ์จะซื้อให้เธอ มันเป็นของผู้หญิงคนอื่น
ปัญญ์พาผู้หญิงคนอื่นขึ้นรถ คนในความลับของปัญญ์กำลังอยากแสดงตัว แสดงตัวให้เธอรู้ ณดากำลิปสติกในมือแน่น เธอหย่อนลิปสติกแท่งนั้นเข้ากระเป๋ากางเกงเดินเข้าบ้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอต้องการเวลา ต้องการเวลาสำหรับเรื่องนี้ นิ้วมือเรียวจิกบนฝ่ามือไว้แน่น ให้ร่างกายรับรู้ความเจ็บมากกว่าหัวใจที่เวลานี้เจ็บเจียนจะตาย
ณดาเดินตรงไปยังห้องเพลย์รูมเห็นว่าสามีกับลูกกำลังนอนหลับ เธอหย่อนกายนั่งลงข้างลูกสาวที่เวลานี้ เด็กหญิงตัวน้อยนอนเอาเท้าป้อม ๆ พาดบนอกของปัญญ์
ลมหายใจของทั้งสองดังสม่ำเสมอบ่งบอกว่าทั้งคู่กำลังหลับสนิท ลูกสาวเธอเหมือนพ่อเหลือเกิน ไม่มีสักเสี้ยวที่จะเหมือนเธอ
ณดาผ่อนลมหายใจลงอย่างยากลำบาก หากไม่มีลูกด้วยกันมันคงง่ายกว่านี้ เธอคงไม่ลังเลเลยที่จะเลิกรากับคนรัก แต่การเลิกรากับพ่อของลูก ยิ่งคิดหัวใจของณดาก็เจ็บเหลือเกิน
คุณแม่ลูกหนึ่งเดินออกจากห้องไปอย่างเบาฝีเท้าที่สุดเท่าที่จะเบาได้
เธอมีลูกแต่ไม่มีเงิน สิ่งที่ทำได้เวลานี้คือต้องอดทน อดทนเพื่อลูก
ผู้ชายน้อยคนนักจะส่งเสียลูกหากเลิกรากันไปแล้ว ถึงปัญญ์จะรักลูกมากเธอก็ไม่กล้าเอาชีวิตของลูกมาเสี่ยง ผิดเองที่เธอเลือกพ่อของลูกผิด
สิ่งที่ผู้หญิงของปัญญ์ต้องการคงไม่พ้นให้เธอระแวง ให้เธออาละวาด ให้เธอกับปัญญ์เลิกกัน แต่เธอไม่มีทางเดินตามเกมพวกนี้
ให้มันรู้ไปสิว่าใครจะอดทนเก่งกว่ากัน คนที่นอนกอดทะเบียนสมรสหรือคนที่นอนกอดผัวคนอื่น
เวลานี้เธอรู้แล้วว่าชีวิตของตัวเองไม่ปลอดภัย เธอต้องมีเงินเป็นของตัวเอง เงินที่ไม่ต้องพึ่งเขา
ณดาค้นดูแบบบ้านหรือแบบคอนโดที่เธอเคยออกแบบไว้ตั้งแต่เรียนจนกระทั่งคลอดลูก
เธอเคยเห็นในแอปส้มมีคนขายแบบบ้านสำเร็จพวกนี้ในราคาหลักพัน ซึ่งแน่นอนว่ามันถูกแต่ถ้าเธอขายได้เดือนละหลังสองหลังรายได้ก็ไม่น้อยนะ
อาจจะมีใครที่ซื้อแบบสำเร็จไปแล้วกลับมาจ้างเธอออกแบบก็ได้
คิดได้แบบนั้นหนทางที่พอจะสร้างงานสร้างอาชีพให้ณดาก็พอมีหวังขึ้นมาบ้าง
หลังจากวันนั้น เธอมักจะเห็นร่องรอยหลายอย่างที่ผู้หญิงของปัญญ์ทิ้งไว้เสมอ รอยลิปสติกที่ชัดขึ้น การกลับบ้านที่เริ่มมีไม่กลับ บางสัปดาห์หนึ่งวันบ้าง สองวันบ้าง
ณดาไม่รอเขาอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะรอเขา เขาอยากกลับเวลาไหนก็แล้วแต่เขา คุกกี้ที่เธอทำไว้ให้เขาไปกินที่ออฟฟิศเวลานี้เธอก็เลิกทำแล้ว
ปัญญ์ไม่ได้ถามหามันและเธอเองก็ไม่คิดจะพูดถึงมัน เธอยังคงทำหน้าที่ของเธออย่างเช่นเคย เงินเดือนปัญญ์ยังคงจ่ายเท่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไประหว่างเราคือการพูดคุยระหว่างกัน เธอพูดกับเขาน้อยลงและนั่นก็ทำให้ปัญญ์พูดกับเธอน้อยลงเช่นกัน
เราสองคนคุยกันแค่เรื่องลูกเท่านั้น
เที่ยงของวันศุกร์
“สวยมากณดา ฉันชอบมาก” โชติกาเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเรือนหอที่เธอออกแบบให้ จะให้ไม่สวยได้อย่างไรในเมื่อราคาที่โชติกาจ่ายมากกว่าเงินเดือนที่เธอได้จากปัญญ์หลายเดือน
“ดีใจที่โชชอบ จะสร้างทันก่อนแต่งงานไหม” ฉันถามอย่างกังวล
“ไม่เป็นไร เสร็จเมื่อไหร่ค่อยย้ายไปอยู่ ฝีมือแกยังดีเหมือนเดิมเลยนะ ไม่เสียแรงที่ฉันรอแก” เจ้าของแบบบ้านยังเอ่ยชื่นชมเพื่อนไม่หยุด
“ถ้าแกมีคนแนะนำบอกฉันด้วยนะแก” ณดาบอกกับเพื่อน เพราะคำพูดนั้นโชติกาต้องเงยหน้าจากไอแพดเพื่อมองหน้าเพื่อนอย่างจริงจัง
“มีอะไรหรือเปล่าแก” โชติกาที่อยู่กับณดามาทุกช่วงวัยย่อมมองออกว่าเวลานี้เพื่อนของเธอไม่ปกติ มีบางอย่างที่เพื่อนกำลังไม่สบายใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ







