Share

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-11 14:02:54

               มหกรรมการแข่งรถอันดุเดือดที่รวบรวมนักแข่งมีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน ถูกจับตามองจากสำนักสื่อชั้นนำของแต่ละประเทศ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างแย่งกันจับจองตั๋วเพื่อร่วมชมการแข่งขันที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและความตื่นเต้น เสียงตะโกนกู่ก้องดังกระหึ่มไม่แพ้เสียงล้อรถที่บดเบียดพื้นถนน นำพายานพาหนะเร็วแรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอันตรายขับเคลื่อนไปตามเส้นทางคดเคี้ยวของสนามแข่งที่ได้รับการสถาปนาจากผู้ชมทั่วโลกว่าเป็นสนามแข่งรถที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนหน้าประวัติศาสตร์เมืองไทย

               เมื่อการแข่งขันจบลง ชายหนุ่มผู้ที่ได้รับเสียงปรบมือไม่แพ้นักแข่งมีชื่อก็คือ เจ้าของสนามแข่งยอดเยี่ยมที่มาพร้อมเครื่องหน้าหล่อเหลา หุ่นสูงกำยำ รอยยิ้มพิฆาตใจ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีแดงเข้มจัดหยักลึก ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวมองกล้องของนักข่าวจากหลากหลายสำนัก ทั้งในและต่างประเทศยื้อแย่งกันเก็บภาพหนุ่มหล่อสายเลือดไทย-อังกฤษ

               กระทิง มิลเลอร์ ทายาทมาเฟียร้ายแห่งเกาะอังกฤษ อีธาน มิลเลอร์ ประธานบริหารบริษัทฯ MLG Group  ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่แห่งเอเชีย เขาคือว่าที่ผู้สืบทอดอาณาจักรน้ำเมาหมื่นล้านที่ครองยอดขายอันดับหนึ่งเหนือคู่แข่งทั้งหมดมานานกว่าสองทศวรรษ

               แม้ภายนอกดูเหมือนชายหนุ่มและครอบครัวจะทำอาชีพสุจริต แต่แท้จริงแล้วเขาคือมาเฟียร้ายตัวฉกาจไม่แพ้บิดา บนเส้นทางนักธุรกิจที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหล่อหลอมให้เขาเป็นคนเด็ดขาด โหดเหี้ยม เยือกเย็นต่อหน้าศัตรู กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายลูกน้องนับหมื่นชีวิตที่ฝากปากท้องไว้กับบริษัทฯ ของเขา

               เบื้องหน้าคือนักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีที่หญิงสาวทั่วทั้งเมืองต่างหลงใหล แต่เบื้องหลังคือมาเฟียไร้ใจผู้ที่ไม่เคยมอบความรักให้ใคร มีเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ปลดปล่อยบ้างเป็นครั้งคราว ไม่เคยให้สถานะหรือจริงจังกับใครเป็นพิเศษ

               นอกจาก…

               “ท่านครับ คนของเรารายงานมาว่าไฟลต์บินที่คุณหนูโดยสารมา ตอนนี้แลนด์ดิงถึงสนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ”

               เลขาฯ คู่กายรายงานความเคลื่อนไหวของคนที่เขาเฝ้าคิดถึง

               “อืม” พยักหน้ารับรู้ขณะที่สายตาไม่ละห่างจากแฟ้มเอกสารสำคัญ เมื่อทำหน้าที่รายงานเสร็จสิ้น เลขาฯ หนุ่มก็โค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไป

               มือหนาวางแฟ้มเอกสารที่เต็มไปด้วยเรื่องเครียดลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังมองวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างเรือนกระจกที่เห็นความเจริญก้าวหน้าของเมืองหลวงอย่างชัดเจน บริษัทฯ ของเขาตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทองติดริมแม่น้ำสายหลักของประเทศ ย่านนี้เป็นย่านคนรวย ผู้คนที่พักอาศัยอยู่แถบนี้ล้วนแล้วแต่เป็นชนชั้นอีลีตที่จ่ายเงินซื้อความหรูหราและความสะดวกสบายให้ตัวเอง

               กระทิงขยับข้อมือเพื่อดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู อีกหลายชั่วโมงกว่าจะเลิกงาน เรียกได้ว่ายังไม่ทันพักเที่ยงด้วยซ้ำ แต่เขาไม่อยากนั่งอุดอู้อยู่ในห้องตอนที่สมองกำลังเหนื่อยล้า คิดอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องของหญิงสาวหน้าหวาน ที่เพิ่งได้รับการรายงานมาสด ๆ ร้อน ๆ ว่าเธอเดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

               กระทิงไม่มีสมาธิทำงานอีกต่อไปเมื่อรู้ว่าคนที่ถวิลหากลับมาแล้ว หัวใจร่ำร้องอยากไปเจอหน้า อยากได้ยินเสียงหวานเจื้อยแจ้วให้คลายความคิดถึง

              “ท่าน” เลขาฯ หนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นยืนเมื่อประตูห้องทำงานเจ้านายเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์ดังสุดเนี้ยบเดินตรงมาทางเขา

              “ไม่ต้อง” ยกมือห้ามเสียงเข้ม เขาไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างที่ชอบให้ลูกน้องทำความเคารพตลอดเวลา ยกเว้นอยู่ในบริบทสำคัญ

               “วันนี้ผมไม่มีนัดอะไรใช่ไหม” เอ่ยถามหน้านิ่ง

               “ไม่มีครับ วันนี้ท่านไม่มีนัดที่ไหนครับ”

               “ดี” ว่าแล้วก็เดินจากไปทันที เลขาฯ หนุ่มมองตามแผ่นหลังกว้างจนกระทั่งลิฟต์สีทองหรูหรานำพาเรือนร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหายไปจากคลองสายตา

               “ท่าทางรีบร้อนแบบนี้”

               ยิ้มมุมปากด้วยรู้ดีว่าสถานที่ใดที่เจ้านายของเขากำลังจะไป!

               ณ สนามบิน

               ร่างเพรียวระหงเดินลากกระเป๋าใบโตออกมาจากเกตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อเห็นเพื่อนชายคนสนิทกำลังชูป้ายกระดาษเอสี่ที่เป็นภาพวาดแทนตัวเธอแบบตลกฮา ๆ

               “ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะครับเจ้าหญิง” ศรุต ขยิบตาแล้วยิ้มกวน

               “เจ้าญงเจ้าหญิงอะไรกัน รุตนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ กี่ปี ๆ ก็ชอบแซวเราแบบนี้”

               อิงดาว ส่ายหน้าให้กับความขี้เล่นของเพื่อน ศรุตอาสาทำหน้าที่ลากกระเป๋าใบโตแทนเธอ

               “ไปเที่ยวแค่สองเดือนหอบอะไรกลับมาเยอะแยะเนี่ย”

               “แค่สองเดือนเหรอรุต ตั้งสองเดือนต่างหากล่ะ” บินออกนอกประเทศไปตั้งสองเดือนกว่าจะมาใช้คำว่าแค่ได้ยังไงกัน

               “สนุกไหม เกาหลีเกาใจ” ศรุตหันมองร่างบาง เห็นใบหน้ายิ้มไม่หุบของเพื่อนก็พอจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี

               “สนุกมาก เราได้ใส่ชุดฮันบกด้วยแหละ เดี๋ยวจะเปิดให้ดู”

               “เห็นจากไอจีแล้ว”

               อิงดาวเป็นสาวสังคมติดโซเชียล ไปไหนทำอะไรก็มัก จะอัปเดตเสมอ ทำให้การไปเที่ยวต่างประเทศถึงสองเดือนของเธอไม่ได้รู้สึกนานมากนักสำหรับศรุต เพราะเขาสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของหญิงสาวผ่านไอจีได้แบบไม่ต้องคอยโทร. ถามว่าทำอะไรกับใคร

               “ในไอจียังลงไม่หมดจ้า อิงถ่ายมาเยอะมาก รูปสวย ๆ ทั้งนั้นเลย รับรอง ตลอดทั้งปีมีรูปลงไอจีทุกวัน” อิงดาวพูดด้วยความมั่นใจ

               “แค่ได้ใส่ชุดฮันบกเองเหรอ ถึงทำให้อารมณ์ดีแบบนี้”

               สัญชาตญาณมันบอกเขาว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น…

               อิงดาวทำทีมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่า ท่ามกลางฝูงชนที่เดินผ่านสวนกันไปมาจะไม่มีคนของพ่อเธอแอบแฝง หญิงสาวกระดิกนิ้วให้เพื่อนชายโน้มตัวลงมาเพื่อให้ความสูงทัดเทียมกับเธอ ป้องมือกระซิบที่ใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคน

               “อิงไปเที่ยวผับมา” เสียงหวานแหบพร่าราวกับกลัวใครได้ยิน

               “ฮะ เที่ยวผับ!” เรื่องนี้เขาไม่รู้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้อัปรูปลงไอจี

               และคาดไม่ถึงว่าอิงดางจะกล้าไปด้วยซ้ำ…

               “เบา ๆ สิรุต จะเสียงดังทำไมเนี่ย” อิงดาวหน้าแตกตื่น ตีไหล่เพื่อนดังป้าบ

               “โทษที แต่ตรงนี้ไม่มีคนของคุณป๋าอิงหรอกน่า” เขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังระแวงอะไร

               “จะไปรู้เหรอ คุณป๋าเราเหมือนคนอื่นซะที่ไหน” อิงดาวบ่นอุบ

               “ก่อนจะระแวงพ่อ ระแวงพี่ชายตัวเองก่อนดีไหม สองคนนั้นโทร. จิกเรายิบ ๆ เลยตอนอิงไม่อยู่อะ” พูดถึงพี่ชายอิงดาวทีไร ศรุตขนกายลุกชูชันทุกที

               พี่ชายหล่อนทั้งรักทั้งหวงน้องสาว ยิ่งกว่างูจงอางหวงไข่เสียอีก

               “อย่าพูด ๆ อย่าพูดถึงสองคนนี้” อิงดาวทำท่าปิดหูหลับตาปี๋ บอกสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานกว่าสองเดือน

               “รุตรู้ไหมว่ามือถือเราสายแทบไหม้เพราะพี่ชายเราเนี่ย!”

               เล่นโทร. มาทุก ๆ สามนาที ถามทุกอย่างราวกับว่าเธอกำลังจะไปออกรบ ทนรำคาญไม่ไหวจนต้องบล็อกเบอร์เพื่อให้ตัวเองมีเวลาท่องเที่ยว อยากผ่อนคลายสมองที่เหนื่อยล้าจากการเรียนหนักมาเป็นปี ไม่ใช่มาเครียดหนักกว่าเดิมเพราะมีพี่ตามจิกเป็นไก่

               “ฮ่า ๆ ช่วยไม่ได้ ก็อิงอยากเกิดมาเป็นน้องสาวของตระกูลมาเฟียทำไมล่ะ”

               ศรุตพูดเสียงเบาตรงคำว่า มาเฟีย ด้วยรู้ดีว่าอิงดาวไม่ชอบให้พูดคำนี้ในที่สาธารณะ และไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นใคร

               มาจากตระกูลอะไร…

               “จะไปไหนต่อครับ กลับบ้านเลยหรือว่าไปหาอะไรอร่อย ๆ กินก่อนกลับ”

               ทั้งสองคนเดินมาถึงรถของศรุตเป็นที่เรียบร้อย นิ้วชี้เรียวยาวเคาะปลายคางเล็ก เนื่องด้วยคิดไม่ตกว่าจะทำอะไรต่อดี ครั้นจะให้กลับบ้านเลยก็ยังไม่อยากกลับ ห่างหายจากเมืองไทยไปนานถึงสองเดือนรู้สึกว่าท้องไส้มันหวิวพิกล อาหารเกาหลีตอนกินแรก ๆ ก็อร่อยอยู่หรอก แต่พอกินไปหลาย ๆ มื้อเข้าก็เริ่มเลี่ยนเริ่มเบื่อ รสชาติไม่แซ่บซี้ดเท่ากินอาหารบ้านเรา

               “ไปร้านเจ๊หน่อย อยากกินส้มตำรสแซ่บ!”

               ห่างออกไปไม่ไกลนัก…

               สายตาคู่หนึ่งจับจ้องทุกอิริยาบถของสองหนุ่มสาวด้วยใบหน้าเหี้ยมดุ บึ้งตึง สันกรามแกร่งขบแน่นจนเรือนฟันขาวสะอาดแทบแตกร้าวในปาก รอยยิ้มน่ารักที่เขาคิดถึงเธอกำลังมอบให้กับชายอื่น แน่นอนว่ามันเป็นภาพบาดตาแสลงใจ ชนิดที่ว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างกระทิงตั้งรับไม่ไหว มือหนากำหมัดแน่นเข้าด้วยกัน ลมหายใจพร่าร้อนเพลิงโทสะ อยากตรงเข้าไปกระชากคนตัวเล็กออกห่างจากไอ้เวรนั่น แล้วกระแทกจูบสั่งสอนเป็นการลงโทษ จะได้รู้ว่าไม่ควรยิ้มให้ใคร ส่วนไอ้หน้าตี๋หุ่นบางเหมือนคนขี้โรคนั่น

               เขาจะกระทืบให้จมคาตีน!

               “ไอ้ห่า แม่งเป็นใครวะ!” กระทิงเดินหน้าตึงกลับมาที่รถ ทุบฝ่ามืออัดกระแทกพวงมาลัยระบายอารมณ์เดือดดาล

               อิงดาวยิ้มให้มัน หัวเราะกับมัน หล่อนดูมีความสุขเวลาอยู่กับคนอื่น ไม่เหมือนกับตอนที่เจอหน้าเขา ไม่ว่าจะเจอกันในสถานการณ์ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มสดใสออกมาจากใบหน้าจิ้มลิ้มเลยสักครั้ง มีแต่ก้มหน้าก้มตาไม่อยากมอง ทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรคที่ไม่น่าเข้าใกล้

               ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด!

               กี่ปีแล้วนะที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้…

               กี่ปีแล้วที่เขาคอยให้บอดีการ์ดตามติดชีวิตของเธอ คอยเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ

               กระทิงรู้ตัวว่าสันดานส่วนลึกไม่ใช่คนใจดี การที่เขาไม่รุกจีบอิงดาวเป็นเพราะเห็นว่าเธอแตกต่างไปจากผู้หญิงทุกคนที่เคยควง

               น้องสวยหวานน่ารัก น่าทะนุถนอม เป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัว เป็นบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล คีตะเดชาพัฒน์ ตระกูลมั่งคั่งของประเทศที่ประกอบธุรกิจโภคภัณฑ์ ร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ แห่งเอเชีย เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งทั้งในด้านทรัพย์สินและสถานะครอบครัว มีพี่น้องร่วมสายเลือดมากสุดถึงสิบคน แต่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นพี่น้องร่วมท้องมารดา

                นั่นก็คือพี่ชายที่หวงแหนน้องสาวจนแทบจะกลายร่างเป็นหมาบ้าเข้าไปทุกวัน!

                ตระกูลคีตะเดชาพัฒน์… ภายนอกอาจดูเป็นตระกูลคนรวยตระกูลหนึ่งที่ทำธุรกิจจนมั่งคั่ง มีชีวิตหรูหราไฮโซ เป็นเซเลบแถวหน้าของเมืองไทย แต่ความจริงแล้วเบื้องลึกเบื้องหลังของคนในตระกูลนี้ช่างแตกต่างไปจากภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปเห็น

                บิดาของอิงดาวเป็นอดีตมาเฟียที่ผันตัวมาทำธุรกิจ จนสามารถสร้างอาณาจักรหมื่นล้านให้ลูก ๆ ได้ร่วมกันบริหารต่อ ดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดีบนเส้นทางขาวสะอาด ทว่าแท้จริงแล้วลูก ๆ แต่ละคนกลับมีเส้นทางสีเทาซุกซ่อนอยู่

                 สานต่อสัญชาตญาณมาเฟียจากบิดามาจนถึงทุกวันนี้…

                 อิงดาวเป็นเหมือนดวงใจของทุกคนในบ้าน ตั้งแต่เธอเกิดมาก็ถูกคนในครอบครัวสถาปนาให้เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลมาเฟีย เป็นน้องสาวคนเล็กที่พี่ทุกคนอยากปกป้อง แม้จะเป็นพี่น้องต่างมารดาก็เถอะ หญิงสาวเป็นที่รักของพวกเขา ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีวันให้ใครมาแตะต้อง กระทิงเองแม้จะเป็นลูกชายเพื่อนสนิทพ่อของเธอ จะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ อ้างความรักความชอบมากไปกับพวกมาเฟียด้วยกันไม่ได้หรอก ยิ่งอิงดาวมีพี่ชายที่หวงแหนเข้าเส้นเลือดแบบนี้ เขาต้องยิ่งเดินเกมอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ นำพาตัวเองคืบคลานเข้าไปในชีวิตของเธอ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกน้องให้ได้ หลังจากนั้นจะได้แสดงสิทธิ์อย่างเต็มที่

                 ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   บทส่งท้าย ครอบครัวของเรา

    สามปีต่อมา… “น้องเสือเลิกเล่นได้แล้วลูก ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ” เสียงคนเป็นแม่ตะโกนบอกลูกน้อยวัยสามขวบที่กำลังเล่นเตะบอลอยู่กับคุณพ่อที่สวนหย่อมหน้าบ้าน เสียงหัวเราะสดใสของลูกดังไปทั่วทั้งสนามหญ้า ตามมาด้วยเสียงเชียร์อัปของคุณพ่อมาเฟียที่ยืนส่งกำลังใจให้ลูกน้อยตัวป้อมใช้เท้าเล็ก ๆ ดันลูกบอลลูกเล็กเข้าโกล “เย่! ลูกเสือของพ่อเก่งที่สุดเลย”กระทิงปรบมือลุ้นจนกระทั่งลูกเสือน้อยทำสำเร็จ ชายหนุ่มยิ้มหน้าบาน ภาคภูมิใจในความเก่งของสายเลือดในอก ตั้งแต่ลูกคนนี้ถือกำเนิดมา ชีวิตครอบครัวของเขากับอิงดาวก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ น้องเสือน้อยยิ่งโตยิ่งน่ารัก เป็นดวงใจของพ่อและแม่ อีกทั้งยังเป็นที่รักยิ่งของปู่ย่าตายาย รวมไปถึงพี่ป้าน้าอาอีกด้วย และแน่นอนว่าเป็นหลานรักของอิชย์และอาชย์ด้วยเช่นกัน… “เย่นอีก เฉือจาเย่นอีก” เด็กน้อยวัยสามขวบดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดคนเป็นพ่อ วิ่งไปหยิบลูกบอลกลมเล็กมากอดอุ้ม ส่งสายตาแป๋วมองคุณพ่อตัวสูง กระทิงทำสายตาวิบวับเป็นประกาย กำลังจะยื่นมือไปหยิบเจ้าลูกบอลหย่อนลงพื้นอยู่แล้วเชียว ทว

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   28 งานแต่งในฝัน  

    เสียงดนตรีบรรเลงเพลงอบอุ่นให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก… ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นซุ้มดอกไม้สวยงามละลานตา ทุ่งหญ้างดงามอบอวลไปด้วยธรรมชาติที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางความรักแสนหวานของคู่บ่าวสาว การ์ดเชิญถูกหย่อนลงกล่องทีละใบผ่านเพื่อนสนิทและผู้ใหญ่ที่เคารพ เพียงไม่นานกล่องใบนั้นก็ถูกบรรจุคำยินดีอย่างท่วมท้นให้กับบ่าวสาวที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันอีกภายในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ อิงดาวมองตัวเองที่กำลังสวมใส่ชุดแต่งงานด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม… จากหญิงสาวอ่อนต่อโลกผู้มีชีวิตเปรียบดั่งไข่ในหินของครอบครัว มาวันนี้เธอกำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นภรรยาของคนที่เธอรัก นับจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิตของเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของเขา “ตื่นเต้นไหมลูก ถ้าตื่นเต้นก็จับมือพ่อไว้นะ” เจ้าสัวอัครให้กำลังใจลูกสาวคนเล็ก ก่อนจะจับมือเล็กนุ่มมาหยุดยืนที่หน้าประตูซุ้มดอกไม้ อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเขาก็ต้องส่งลูกสาวที่เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมให้กับชายหนุ่มที่รักและหวงแหนลูกสาวของเขาเช่นกัน ภายในใจของคนเป็นพ่อมีทั้งความสุขและความเศร้าในเวลาเด

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   27 คนเดียวที่รัก  

    เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังขึ้นท่ามกลางถนนที่มุ่งตรงสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด… อิงดาวกุมมือแฟนหนุ่มเอาไว้ตลอดทาง ร่างของกระทิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่วางใจอยู่ดี หญิงสาวนั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัดตลอดทั้งคืน เวลาผ่านไปเกือบห้าชั่วโมง… นายแพทย์ที่รับหน้าที่ดูแลเคสของกระทิงก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด อิงดาวรีบเอ่ยถามถึงอาการของแฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ “คนไข้เป็นยังไงบ้างคะหมอ” “การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ถึงร่างกายจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ” คำรายงานของแพทย์ทำให้อิงดาวรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก “แต่ยังไงก็ต้องให้พักรักษาตัวจนกว่าคนไข้จะหายดีก่อนนะครับ ตอนนี้คนไข้อาจยังไม่ฟื้นทันที” “แต่เขาจะปลอดภัยใช่ไหมคะ?” “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ” กลุ่มเพื่อนของกระทิงที่ได้ยินแบบนั้นต่างมีสีหน้าโล่งใจไปตาม ๆ กัน เพราะก่อนหน้านี้ร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของกระทิงทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ในเมื่อคุณหมอบอกว่าเขาปลอดแล้วก็ถือว่าคลายความกังวลใ

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   26 ปกป้อง  

    นั่งรถไปได้สักพักอิงดาวก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง เส้นทางที่แซมใช้ไม่ใช่ถนนที่เธอคุ้นเคยเลยสักนิด เมื่อหันหน้าไปมองสารถีหนุ่ม หญิงสาวจึงเห็นแววตาของเขาทอประกายดุดันยามมองท้องถนนกว้างใหญ่ อิงดาวรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าแซมกำลังจะพาเธอไปยังสถานที่อื่น เขาขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดเพื่อจะพาเธอไปที่โกดังร้าง แหล่งมั่วสุมของเขากับลูกน้องที่เก็บยาเสพติดเอาไว้มากมาย “คุณแซม คุณจะพาฉันไปไหน!” อิงดาวถามด้วยความตกใจ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายคนข้าง ๆ ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดออกมาจากเจ้าของรถ มีเพียงสายตาเย็นชาที่หันมาสบตาเธอเพียงครู่เดียว ก่อนเบือนกลับไปมองถนนตามเดิม อิงดาวมือไม้สั่นไปหมด เธอสอดมือล้วงเข้าไปที่กระเป๋าสะพายหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแต่ว่าแซมรู้ทัน เขาปล่อยมือจากพวงมาลัยรถออกหนึ่งแล้วแย่งเอากระเป๋าสะพายของเธอเหวี่ยงไปที่หลังรถ เสียงข้าวของที่อยู่ในนั้นหล่นกระจายกับพื้นรถ อิงดาวพยายามจะดันเบาะรถไปหยิบมือถือแต่น้ำเสียงข่มขู่ของแซมทำให้เธอตัวแข็งทื่อ “ถ้าคิดทำอะไรโง่ ๆ ออกมา เธอได้กลายเป็นศพอยู่กลางถนนแน่!!

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   25 กับดัก

    บ้านหลังใหญ่กลางหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ รอบข้างมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากบ้านหลังนั้นที่พอจะส่องสว่างคลายความน่ากลัวลงได้บ้าง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องใต้ดินของบ้านกลับน่ากลัวยิ่งกว่าบรรยากาศด้านนอก เมื่อมีร่างของมือปืนที่กำลังถูกกระทิงซ้อมปางตายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบวมช้ำเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ ร่างกายถูกทรมานอย่างหนัก สติเหม่อลอยไปไกลเพราะเสียเลือดมาก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดิน “ปากแข็งจริง ๆ นะมึง!” กระทิงบ่นพึมพำ มองไปยังคนบนพื้นที่กำลังหายใจรวยริน ถึงต่อให้มือปืนจะถูกทรมานหนักแค่ไหน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเปิดปากสารภาพความจริง มือปืนคนนี้คือคนที่ลอบทำร้ายวรวิชย์ เจ้าของผับ เคเอ็น ไนต์คลับ ซึ่งถือว่าเป็นเพื่อนรักอีกคนหนึ่งของกระทิง ตั้งแต่วันที่เขารับเอาตัวมันมาจากวรวิทย์ กระทิงก็ทำการสอบสวนอย่างหนัก แต่ไม่ว่าจะทำรุนแรงยังไงอีกฝ่ายก็ยังเลือกที่จะเงียบ ทำให้เขาไม่สามารถเค้นเอาคำตอบอะไรได้เลย นานวันเข้ากระทิงก็เริ่มใจอ่อนในบางครั้งเพราะเห็นว่าเจ็บหนัก อยากจะใช้สันติวิธีพูดคุยกัน แต่แผนการณ์น

  • ถ้าจะเป็นผัวหนูคิดดูให้ดีนะ   24 แฟนกระทิงใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ  

    ภายในเซฟเฮาส์สุดหรูมีชายสองคนกำลังนั่งดูภาพของหญิงสาวที่ถูกกล้องภายใต้แว่นตาของบอดีการ์ดบันทึกไว้ผ่านจอโพรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ ทุกภาพทุกความเคลื่อนไหวที่ส่งเข้ามานั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงสด ๆ ร้อน ๆ กระทิงหงุดหงิดแทบบ้า อยากจะพุ่งตัวเข้าไปในจอแล้วกระชากไอ้ตากล้องคนนั้นมาสั่งสอนให้หลาบจำ มันบังอาจนักที่กล้ามาแตะต้องหนูอิงของเขา “ขำห่าอะไร!” เขากระชากเสียงถาม ขณะที่เขากำลังหัวเสีย ไอ้เพื่อนชั่วนี่ก็หัวเราะไม่เลิก “กูรู้นะว่าทำไมไอ้นี่มันถึงกล้ายุ่งกับอิงดาว” ดูวัลล์ทำสีหน้าเป็นต่ออยู่ครู่หนึ่ง เล่นตัวไม่ยอมบอกข้อมูลเพิ่มเติมกับกระทิง “จะพูดอะไรก็พูดมาไอ้เวร กูจะคลั่งตายอยู่แล้วเนี่ย!” กระทิงอยากถวายบาทาหนักหน่วงฟาดปากไอ้เพื่อนห่านี่คนแรกจริง ๆ ทำไมจะไม่รู้ว่ามันจงใจยั่วยุเขาทางอ้อม ดูวัลล์หัวเราะด้วยความสะใจ ส่ายหัวให้กับความใจร้อนของเพื่อนก่อนจะยอมบอกในที่สุด กระทิงตั้งใจรับฟังทุกถ้อยคำจากปากเพื่อน หัวคิ้วเข้มหนาขมวดชนกัน “แล้วมึงรู้ได้ไงว่าไอ้นี่มันเป็นรุ่นน้องของอิชย์” “ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก เพิ่งร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status