ANMELDENใครจะคิดว่าแค่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หลี่เซียวหยู จะข้ามภพมาอยู่ในร่าง ไป๋ลี่หลิน คุณหนูผู้ถูกแม่เลี้ยงวางยาหมายฮุบสินเดิม แถมยังเตรียมจับนางแต่งให้พ่อค้าเฒ่าเพื่อยึดทรัพย์ให้สิ้น ในเมื่อสวรรค์ให้ชีวิตใหม่ นางก็จะไม่ยอมตายซ้ำสอง ทวงสินเดิม เปิดร้านอาหาร หาเงิน และใช้ความรู้ด้านการค้าจากโลกเดิมสร้างชีวิตใหม่ นั่นคือสิ่งที่ลี่หลินตั้งใจไว้ แต่เหตุใดราคาข้าวกับเกลือจึงพุ่งสูงผิดปกติ เหตุใดสินค้าจำนวนมหาศาลจึงถูกกว้านซื้ออย่างลับ ๆ และเหตุใดเส้นทางเงินของพ่อค้าปริศนา จึงค่อย ๆ พานางเข้าใกล้เงาของการก่อกบฏ จากบัญชีสินเดิมเพียงไม่กี่เล่ม กลับกลายเป็นเบาะแสที่สั่นคลอนทั้งแคว้น ยิ่งสืบ นางยิ่งเข้าใกล้อันตราย และยิ่งหนี บุรุษผู้หนึ่งกลับยิ่งก้าวเข้ามายืนข้างนาง ฉินมู่หยวน ฉินอ๋องผู้ไร้พ่าย บุรุษเย็นชาที่ใครต่างเกรงกลัว กลับยอมให้นางตั้งกฎในคืนแต่งงาน ยอมให้นางดูแลกิจการของตนเอง และพร้อมชักดาบปกป้องนางโดยไม่เคยคิดตัดปีกหรือบังคับให้อยู่ใต้เงาของเขา เมื่อนางอ่านเกมศัตรูผ่าน เงิน สินค้า และเสบียง เขาก็ใช้ อำนาจ กฎหมาย และคมดาบ ปิดทางกบฏ หนึ่งคนมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในบัญชี หนึ่งคนพร้อมยืนขวางคมธนูให้นาง
Mehr anzeigenกลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นยาขมฉุนลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้องนอนเล็ก ๆ แสงแดดยามสายลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า ๆ กระทบฝุ่นละอองที่ลอยอยู่กลางอากาศ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนบนเตียง
เปลือกตาของหญิงสาวกระตุกเล็กน้อย ก่อนความเจ็บปวดจะแล่นปราดขึ้นกลางศีรษะ
ภาพความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของนางไหลทะลักเข้ามาราวกับสายน้ำเชี่ยว
หลี่เซียวหยู นักเจรจาธุรกิจมือฉมังจากยุคปัจจุบัน ผู้ผ่านโต๊ะเจรจาหนักหน่วงมานับครั้งไม่ถ้วน จำได้ชัดว่าก่อนหน้านี้นางยังอยู่ในโลกของตนเอง แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับต้องมารับรู้เรื่องราวของหญิงสาวอีกคนราวกับเป็นชีวิตของตน
เจ้าของร่างนี้มีชื่อว่า ไป๋ลี่หลิน
คุณหนูรองแห่งจวนตระกูลไป๋ ตระกูลขุนนางระดับกลางของแคว้นต้าเซียว
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อย ๆ ปะติดปะต่อกันจนหลี่เซียวหยูเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
มารดาแท้ ๆ ของไป๋ลี่หลินคือภรรยาเอกคนแรกของไป๋เฉิงฮั่น นางถือกำเนิดจากตระกูลพ่อค้ามั่งคั่ง และเมื่อตบแต่งเข้าสู่จวนตระกูลไป๋ก็นำสินเดิมติดตัวมาจำนวนมาก ทั้งเงินทอง ร้านค้า ที่ดิน และกิจการหลายแห่ง
หลังมารดาของลี่หลินเสียชีวิต ทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมควรตกทอดแก่บุตรสาว
ทว่าไม่นานหลังจากนั้น ไป๋เฉิงฮั่น ผู้เป็นบิดาก็แต่ง ซูฮูหยิน บุตรสาวของเสนาบดีซูเข้ามา และยกให้นางเป็นภรรยาเอกคนใหม่ของจวน
นับแต่นั้น ชีวิตของไป๋ลี่หลินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ซูฮูหยินค่อย ๆ เข้ามาควบคุมกิจการและทรัพย์สินที่มารดาของลี่หลินทิ้งเอาไว้ ทว่าทรัพย์สินสำคัญหลายส่วนยังไม่อาจถ่ายโอนได้โดยง่าย เพราะมีบัญชีสินเดิม ตราประทับ และหลักฐานการครอบครองจากฝ่ายมารดากำกับอยู่
ดังนั้น หากต้องการกลืนกินทุกอย่างอย่างหมดจด ก็ต้องจัดการกับเจ้าของสิทธิ์เสียก่อน
ไป๋ลี่หลินจึงเริ่มล้มป่วยอย่างไร้สาเหตุ
จากหญิงสาวที่เคยมีร่างกายแข็งแรง นางกลับอ่อนแรงลงทุกวัน กินอะไรไม่ค่อยได้ หน้ามืด ใจสั่น บางครั้งถึงกับหมดสติ
ทุกคนในจวนต่างพูดเหมือนกันว่าเป็นเพราะร่างกายของคุณหนูรองอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น
ซูฮูหยินสั่งให้คนค่อย ๆ ใส่ยาพิษลงในอาหารและยาบำรุงทีละน้อย จุดประสงค์ไม่ใช่ให้นางตายทันที แต่ต้องการทำให้ลี่หลินอ่อนแอจนไม่มีแรงต่อต้าน จากนั้นจึงบังคับให้นางแต่งงานกับพ่อค้าสูงวัยซึ่งเป็นพวกพ้องของตระกูลซู และใช้การแต่งงานครั้งนั้นบีบให้นางลงนามในหนังสือมอบสิทธิ์ ถ่ายโอนกิจการและสินเดิมทั้งหมดออกจากมือ
เพียงแต่ครั้งล่าสุด ปริมาณยากลับรุนแรงเกินไป เจ้าของร่างเดิมจึงไม่ได้แค่หมดสติ นางสิ้นใจไปแล้วจริง ๆ
และในช่วงเวลานั้นเอง หลี่เซียวหยูกลับเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
หญิงสาวบนเตียงขมวดคิ้ว
คิดจะฮุบสมบัติก็เลยวางยาจนเจ้าของร่างอ่อนแอ แล้วค่อยจับแต่งงานเพื่อเอาหนังสือมอบสิทธิ์อย่างนั้นหรือ
แผนดีอยู่หรอก เสียอย่างเดียว มือหนักไปหน่อย คนที่ต้องใช้ลงนามดันตายเสียก่อน
หลี่เซียวหยูสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ความเจ็บปวดทั่วร่างยังคงอยู่ แต่สติของนางกลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมจากไปแล้ว และนางเป็นผู้เข้ามารับช่วงชีวิตนี้ต่อ เช่นนั้นหนี้แค้นที่ติดอยู่กับร่างนี้ นางจะสะสางให้เอง
เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้น ดวงตาคู่เดิมซึ่งเคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับสงบนิ่งและเฉียบคมผิดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงร้องด้วยความดีใจดังขึ้นข้างเตียง
เถาเถา สาวใช้คนสนิทรีบขยับเข้ามา ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา นางจับมือผู้เป็นนายเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ อีกฝ่ายจะจากไปอีกครั้ง
“คุณหนูทำบ่าวตกใจแทบตาย ท่านหลับไปตั้งหลายวัน บ่าวเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น บ่าวนึกว่า...”
คำสุดท้ายติดอยู่ในลำคอ ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาอีกครั้ง
หลี่ลี่หลินมองสาวใช้ตรงหน้า ความทรงจำของเจ้าของร่างบอกชัดว่า ในจวนแห่งนี้ คนที่จริงใจกับนางที่สุดเห็นจะมีเพียงเถาเถา “เถาเถา ข้ายังไม่ตาย”
น้ำเสียงแหบแห้งเพราะไม่ได้พูดมาหลายวัน แต่กลับนิ่งกว่าที่เถาเถาเคยได้ยิน
สาวใช้ชะงักไปเล็กน้อย
“คุณหนู...”
“ช่วยพยุงข้าขึ้นที”
“เจ้าค่ะ”
เถาเถารีบเข้าประคอง ลี่หลินกัดฟันฝืนความอ่อนแรงแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เพียงขยับตัวไม่กี่ครั้งก็รู้สึกหน้ามืดจนต้องหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง
ร่างกายนี้ถูกพิษสะสมมานาน ไม่ใช่ว่านางเพิ่งฟื้นขึ้นมาแล้วจะกระโดดโลดเต้นได้ทันที แต่ร่างกายอ่อนแอไม่ได้หมายความว่าสมองของนางจะอ่อนแอตามไปด้วย
“น้ำ”
เถาเถารีบรินน้ำอุ่นส่งให้ ลี่หลินเพิ่งจิบไปได้ไม่กี่คำ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง
ปัง!
เสียงนั้นทำให้เถาเถาสะดุ้ง
หญิงวัยกลางคนในชุดบ่าวเดินเชิดหน้าเข้ามา ตามหลังด้วยบ่าวชายร่างใหญ่สองคน นางคือชุ่ยฮวา บ่าวคนสนิทของซูฮูหยิน
อีกฝ่ายกวาดตามองลี่หลินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะแค่นหัวเราะ
“ตายยากตายเย็นจริงนะเจ้าคะคุณหนูรอง นอนซมอยู่ตั้งหลายวัน ข้านึกว่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว”
เถาเถาหน้าเปลี่ยนสีทันที “ชุ่ยฮวา เจ้าพูดกับคุณหนูเช่นนี้ได้อย่างไร”
“เหตุใดจะพูดไม่ได้”
ชุ่ยฮวาหันไปถลึงตาใส่เถาเถา ก่อนเดินตรงเข้ามาโดยไม่เห็นหัวเจ้าของห้อง
“ฮูหยินให้ข้ามาดูอาการ ในเมื่อฟื้นแล้วก็ดี อีกสามวันคุณหนูต้องไปพบเศรษฐีจูเพื่อพูดเรื่องการแต่งงาน จะมานอนสำออยอยู่เช่นนี้ไม่ได้ ฮูหยินอุตส่าห์เมตตาหาคู่ครองที่มั่งคั่งให้ คุณหนูควรสำนึกบุญคุณเสียด้วยซ้ำ”
ลี่หลินวางถ้วยน้ำลงช้า ๆ
“เศรษฐีจูอายุเท่าใด”
ชุ่ยฮวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มเยาะ “เรื่องนั้นสำคัญตรงไหน ต่อให้อายุมากหน่อยก็มีเงินมีทอง คุณหนูรองอย่างท่านควรดีใจที่เขายังยอมรับไปเป็นภรรยา”
“ข้าถามว่าอายุเท่าใด” น้ำเสียงของลี่หลินไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกกดดันอย่างประหลาด
ชุ่ยฮวาเม้มปาก “ห้าสิบกว่าแล้วอย่างไร”
“ลูกชายของเขาอายุเท่าใด”
“สามสิบกว่า”
ลี่หลินหัวเราะเบา ๆ “ดีจริง หากข้าแต่งเข้าไป อีกไม่กี่ปีก็คงได้เลี้ยงหลานแทนเลี้ยงลูก”
เถาเถาหลุดหัวเราะพรืด ก่อนรีบยกมือปิดปาก
สีหน้าของชุ่ยฮวาบิดเบี้ยวทันที “คุณหนูอย่าทำเป็นปากดี ฮูหยินตัดสินใจแล้ว ต่อให้ท่านไม่เต็มใจก็ต้องแต่ง”
“นางตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของข้า แล้วถามข้าหรือยัง”
“ฮูหยินเป็นมารดาของท่าน”
“มารดาข้าตายไปแล้ว”
ประโยคสั้น ๆ ทำเอาชุ่ยฮวาหน้าตึง
ลี่หลินเงยหน้ามองอีกฝ่าย “ส่วนคนที่เจ้าเรียกว่าฮูหยิน เป็นเพียงภรรยาเอกคนใหม่ของบิดาข้า อย่าเอานางมาปะปนกับมารดาของข้า”
“เจ้า...”
“แล้วก็อีกอย่าง”
ลี่หลินเหลือบมองบ่าวชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“เรือนของคุณหนูในจวน บ่าวชายสองคนสามารถเดินเข้าห้องนอนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตั้งแต่เมื่อใด”
ฉินมู่หยวนหันมามองนาง“แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ข้าก็จะเปิดประตูรถม้าให้เจ้าอีกครั้ง” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลง“แม้รู้ว่าจะวุ่นวายขนาดนี้หรือเพคะ”“อืม...”“เกือบถูกลอบฆ่า”“อืม...”“ถูกยิงด้วยธนู”“อืม...”“ต้องตามบัญชีจนแทบไม่ได้นอน”“อืม...”“ต้องแต่งกับสตรีที่ชอบเถียงท่าน”ฉินมู่หยวนยกมุมปาก“ข้อนี้หนักที่สุด” ลี่หลินตีแขนเขาเบา ๆ“ท่านอ๋อง” เขาจับมือนางไว้“แต่ก็เลือกเหมือนเดิม”ลี่หลินมองมือที่ถูกกุม ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าตนเพียงบังเอิญหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตัวเองร่างนี้ไม่ใช่ร่างเดิม ยุคสมัยไม่ใช่ยุคของนาง ผู้คนรอบตัวล้วนเป็นคนแปลกหน้า ตอนนั้นสิ่งเดียวที่นางต้องการคือมีชีวิตอยู่ไม่ถูกบังคับแต่งงานไม่ถูกแย่งทรัพย์ของมารดาและมีเงินพอจะดูแลตัวเองแต่จากความต้องการเรียบง่ายเหล่านั้น นางกลับเดินมาไกลเหลือเกินจากบัญชีสินเดิมของมารดาไปสู่หอชิมรสสำราญจากความผิดปกติของราคาข้าวและเกลือไปสู่ตราสามแฉกคลังเสบียง เส้นทางเงิน อาวุธ กองกำลังลับ และการก่อกบฏสุดท้ายสิ่งที่นางได้กลับมาไม่ใช่เพียงทรัพย์สินหรือความมั่นคง แต่เป็นชีวิตที่นางสามารถเลือกได้ด้วยตนเองลี่หลินเงยหน้ามอ
“ท่านอุ้มมานานแล้ว”“ข้าอุ้มได้”“หม่อมฉันเป็นแม่นะเพคะ”“ข้าก็เป็นพ่อ” ลี่หลินหรี่ตา“ท่านกำลังแย่งลูกกับหม่อมฉันหรือ”“เปล่า”“ชัด ๆ” ฉินมู่หยวนมองเด็กน้อยในอ้อมแขน“เขาหลับอยู่”“แล้ว”“ถ้าเปลี่ยนคนอุ้มอาจตื่น” ลี่หลินเกือบหลุดหัวเราะตั้งแต่ลูกเกิด ฉินมู่หยวนก็เปลี่ยนไปมาก ตอนแรกเขาไม่กล้าแม้แต่จะอุ้ม มือที่จับกระบี่ได้มั่นคงกลับแข็งทื่อเมื่อรับทารกตัวน้อยเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนพระโอรสน้อยแทบกลายเป็นของรักที่เขาไม่ยอมปล่อยจากมือบางคืนลูกตื่นร้อง ฉินมู่หยวนกลับเป็นคนลุกก่อนนางเสียอีกหากวันใดต้องเข้าวังแต่เช้า เขาจะเข้าไปดูลูกก่อนออกจากตำหนัก และเมื่อกลับมา สิ่งแรกที่ถามไม่ใช่อาหารหรือเอกสาร แต่เป็น…“วันนี้ลูกเป็นอย่างไร”จนลี่หลินเคยถามว่า“แล้วภรรยาท่านเล่าเพคะ” คำตอบของเขาคือ“ข้ากำลังยืนมองเจ้าอยู่” นางเถียงไม่ออกไปครึ่งวันหลังตรวจร้านเสร็จ ทั้งสองไม่ได้กลับตำหนักทันทีฉินมู่หยวนพาลี่หลินออกไปยังถนนสายการค้าทางตะวันตกสถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในช่วงก่อกบฏ แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนร้านค้าหลายแห่งได้รับการซ่อมแซม จุดพักเกวียนเปิ
“ขอเพียงแข็งแรง” ลี่หลินยิ้ม“เพคะ”“และเจ้าแข็งแรง”“หม่อมฉันก็จะแข็งแรง”ฉินมู่หยวนมองนาง“สัญญา”“เรื่องนี้สัญญาไม่ได้ทั้งหมดหรอกเพคะ”คิ้วของเขาขมวดทันที ลี่หลินจึงรีบกล่าวต่อ“แต่หม่อมฉันสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”สีหน้าเขาจึงผ่อนลง“อืม...” ลี่หลินเอนศีรษะลงบนไหล่กว้างพระอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับแนวหลังคา นางมองเมืองหลวงที่สงบอยู่ไกลออกไปแคว้นต้าเซียวผ่านการก่อกบฏมาแล้ว ตลาดกลับมาคึกคักหอการค้ากำลังเริ่มต้น ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตของตนเอง ส่วนชีวิตของนางก็กำลังเริ่มต้นบทใหม่เช่นกันครั้งหนึ่งนางข้ามภพมาโดยไม่มีสิ่งใดติดตัว นอกจากความทรงจำและความรู้จากโลกเดิมวันนี้นางมีร้านที่สร้างขึ้นด้วยสองมือมีผู้คนที่เชื่อใจ มีหน้าที่ซึ่งนางเลือกทำด้วยตนเองมีบุรุษคนหนึ่งที่ไม่เคยขอให้นางทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อเป็นภรรยาของเขาและในอีกไม่กี่เดือน พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน ลี่หลินยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“ท่านอ๋อง”“ว่า”“หม่อมฉันคิดว่าตัวเองโชคดีนะเพคะ”“เพราะมีข้าหรือ” นางเงยหน้ามอง“ท่านนี่ไม่ถ่อมตัวเลย”“แล้วไม่ใช่หรือ”ลี่หลินแกล้งคิดอยู่นานก่อนตอบ“ส่วนหนึ่งเพคะ”“ส่วนที่เหลือ”“เพราะหม่อม
ลี่หลินมองสามี“ยังไม่หายตกใจอีกหรือเพคะ”ฉินมู่หยวนหันมาหานาง“ลี่หลิน”“เพคะ”“เรามีลูกแล้ว”นางยิ้ม“เพคะ”เขาพูดเหมือนเพิ่งเข้าใจความหมายของประโยคนั้นจริง ๆ“ลูกของเรา”“ถ้าไม่ใช่ลูกของเรา แล้วจะเป็นลูกใครเล่าเพคะ”ฉินมู่หยวนมองนางทันที ลี่หลินรีบยกมือ“หม่อมฉันล้อเล่น”“เรื่องนี้ห้ามล้อ”“รู้แล้วเพคะ”เขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้องของนาง มือที่เคยจับกระบี่อย่างมั่นคงกลับชะงักอยู่กลางอากาศ“ข้า... แตะได้หรือไม่” คำถามนั้นทำให้หัวใจลี่หลินอ่อนยวบนางจับมือเขามาวางลงบนหน้าท้องของตนเอง“ลูกยังเล็กมาก คงยังไม่รู้สึกอะไรหรอกเพคะ”ฉินมู่หยวนไม่ได้ตอบ มือของเขาวางอยู่ตรงนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะทำสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตแตกสลาย ลี่หลินมองสีหน้าของเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ท่านกลัวหรือ”“ไม่”“โกหก”“ข้าไม่ได้กลัว”“เช่นนั้นเหตุใดเกร็งทั้งตัว”ฉินมู่หยวนเงียบ นางยิ้มกว้างขึ้น“ท่านอ๋องไร้พ่ายผู้ไม่เคยกลัวศัตรู กำลังกลัวลูกที่ยังตัวเท่าเมล็ดถั่วหรือเพคะ”“ข้าไม่ได้กลัวลูก”“แล้วกลัวอะไร” เขาเงยหน้ามองนาง“กลัวเจ้าลำบาก” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลงฉินมู่หยวนจั