INICIAR SESIÓN
เสียงคลิกเมาส์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนใบหน้าคมเข้มของชายคนหนึ่งคิ้วเข้มขมวดเล็ก ๆ ขณะมือขวาขยับเมาส์ มือซ้ายกดแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว
เขาคือ โอม ภูมิทัต มาดนิ่ง ขรึม ดูหยิ่งนิด ๆ
และใครที่ไม่รู้จักเขาดีพอคงคิดว่าเขาเป็นคนเย็นชา แต่สำหรับคนที่รู้จักดีจริง ๆ อย่างฉัน…
เมื่อใดที่เขาต้องอยู่กับแฟน จากเสือร้ายกลับกลายเป็นแมวขี้อ้อน และนอกจาก แฟน ก็มี เกม นี่แหละ ที่เขาติดเป็นชีวิตจิตใจ
“โอม…” ฉันเรียกเขาเสียงอ่อนขณะเดินออกมาจากห้องครัวถือแก้วน้ำ
แต่เขาไม่ขยับ ไม่ตอบ และไม่ปริปากสักคำ
“โอม” ฉันลองเรียกอีกครั้ง พร้อมยืนเท้าเอวมองแผ่นหลังเขาที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟาดฟันศัตรูในเกมอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เหมือนเดิม... เงียบกริบ
ไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้ยิน แต่เพราะ เขารู้…และตั้งใจจะเมิน
แบบนี้ทุกวัน ทุกคืน และทุกครั้งที่เขาเข้าสู่ “โหมดเกมเมอร์”
ส่วนฉันคือ ลลิล ลลิลดา สาวออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่รักการเขียนนิยายและอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ
อาชีพเสริมคือ “คนบ่นผัวติดเกม”
สถานะปัจจุบัน กำลังคบกับผู้ชายที่พร่ำบอกทุกวันว่ารักฉันมาก แต่ก็ไม่เคยวางเมาส์ก่อนตีสอง
ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วง “คบศึกษาดูใจกันไปเรื่อย ๆ ถ้ารับความติสต์ของกันและกันได้ก็ไปต่อถึงขั้น...แต่งงาน”
ซึ่งฟังดูดีใช่ไหม? แต่ในความจริงมันคือ…
ช่วงทดสอบจิตใจว่าเมียอย่างฉันจะทนกับผัวติดเกมอย่างเขาได้นานแค่ไหน
และใช่ค่ะ ความรักมันเป็นสิ่งสวยงาม เมื่อไม่ต้องแชร์มันกับเกมยิงปืนออนไลน์ที่เสียงเพื่อนในดิสคอร์ดดังพอจะปลุกคนได้ทั้งซอย
ฉันนั่งลงบนโซฟาข้างหลังเขา หยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กที่พกติดตัวออกมา ปากกาสีดำจดลงบนหน้ากระดาษสีขาวสะอาด
หัวข้อของบทความที่ฉันกำลังจะเขียนวันนี้คือ
“วิธีอยู่รอดกับแฟนติดเกม โดยไม่ฆ่าเขาก่อน”
ใช่ค่ะ ฉันกำลังเตรียมบทความลงเว็บและลงเพจส่วนตัว
เกี่ยวกับชีวิตคู่กับเกมเมอร์หนุ่มรูปหล่อที่เป็นแฟนฉันในตอนนี้หรือพูดให้ถูกคือ…บทความเพื่อเตือนตัวเองไม่ให้เอาหม้อฟาดหัวผู้ชายตรงหน้า
เสียงในเกมดังขึ้นอีกระลอก
“รีบฟื้นสิวะ สู้โว้ยยย!”
“อย่าให้แม่งหนีไปนะ!”
“โอมมมมม ยิงสิวะ!!”
เสียงเพื่อนในดิสคอร์ดตะโกนแข่งกับเสียงปืนในเกม
ฉันถอนหายใจยาวแล้วเขียนต่อข้อ 1: อย่าบ่นตอนเขาเล่นเกม
ผลลัพธ์: เสียงดิสคอร์ดจะกลบเสียงบ่นของลลิล
คำแนะนำ: บ่นในใจไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยตีกลางดึก
ฉันยกยิ้มบาง ๆ
ความรักมันก็แบบนี้ ไม่ใช่หวานทุกวัน แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้เรายังอยู่ข้างกัน
ฉันไม่ได้ต้องการให้เขาเลิกเล่นเกม แค่หวังให้เขาหันมามองฉันบ้าง…ในบางครั้ง
“โอม…” ฉันลองเรียกอีกรอบ คราวนี้เดินไปยืนข้างเก้าอี้เขา
เขาถอดหูฟังออกนิดหนึ่ง “ว่าไงเมีย”
“หิว” ฉันทำหน้านอยด์
เขาหันมาแวบหนึ่ง “ในครัวมีขนมนี่”
“ฉันอยากกินของร้อน” น้ำเสียงงอแง พลางทำหน้ามุ่ย
“รอก่อนนะ อีกแมตช์เดียว”
คำว่า อีกแมตช์เดียว ของเขาแปลได้ว่าอย่างต่ำหนึ่งชั่วโมง
ฉันเม้มปาก ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูเขาเบา ๆ
“ถ้านายไม่ไปกินกับฉันนะ คืนนี้ฉันไม่ให้กอด…”
เขาชะงัก
มือที่กำลังจะกดเมาส์หยุดชะงักกลางอากาศ เขาเหลือบตามองนาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอ แล้วค่อย ๆ ถอดหูฟังออกเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตาย
“เฮ้ยเพื่อน…กูออกก่อนนะ” เสียงแผ่วเอ่ยบอกเพื่อนในทีมอย่างอดเสียดายไม่ได้ แต่สีหน้าเริ่มซีเรียส
“ไรวะโอม!!!!”
“มึงจะทิ้งทีมแม่งเฉย ๆ งี้เลย??”
“กะล่อนฉิบหาย เพิ่งไต่แรงก์มา-”
“เมียเรียก” เขาพูดสั้น ๆ แล้วกดออกเกมทันทีท่ามกลางเสียงโวยวายในดิสคอร์ดที่กำลังปะทุ
ฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ นี่มันโอมคนที่ฉันรู้จักจริงเหรอ?
เขาหันหน้ามาหาฉันมองสบเข้าอย่างจัง พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉันทั้งรักทั้งหมั่นไส้
“ไปกินข้าวกัน” เขาพูดเสียงนุ่มเหมือนกำลังชวนไปเดตที่ห้องอาหารหรูหราในโรงแรมห้าดาว
“…นี่นายยอมออกเกมเพราะฉันจริง ๆ เหรอ?”
“เพราะเมียงอนเท่ากับหายนะไง” เขายักคิ้ว “แล้วผัวจะอยากนอนตายกลางดึก เพราะเมียไม่ให้กอดไหมล่ะ”
ฉันรู้สึดร้อนวาบที่ใบหน้ากะทันหันแก้มป่อง ๆ ขึ้นสีแดงก่ำชัดเจน ก่อนสะบัดหน้าซ่อนความเขินอายที่มีแล้วเดินไปหน้าประตู เขารีบเดินตามหลังมาติด ๆ
ระหว่างเดินมือเขาก็เอื้อมมาจับมือฉันอย่างไม่คาดคิด
“มือเย็น” เขาพึมพำ “…หนาวเหรอ”
“ไม่ได้หนาว” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว “แค่หงุดหงิดเกมนายเฉย ๆ”
“โอ๋” เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู แล้วยกมือฉันขึ้นริมฝีปากหนาค่อย ๆ สัมผัสลงจุมพิตเบา ๆ บนหลังมืออย่างอ่อนโยน “งั้นผัวปรับให้”
“จะปรับอะไร”
“จากโหมดเกมเมอร์ เป็นโหมดผัวเลี้ยงเมีย”
“ไม่มีเมนูนั้นในชีวิตจริงหรอก”
“มีสิ นี่ไง” เขายิ้มแล้วเปิดประตูให้ฉัน “เวลาของเมีย... เริ่ม”
ฉันยืนมองหน้าเขาอยู่หนึ่งวินาที หัวใจเต้นแบบบ้าคลั่ง
ไม่ใช่เพราะเขาชวนไปกินข้าว แต่เพราะผู้ชายที่เคยเลือกเกมมาก่อน…วันนี้เขาเลือกฉันเสียงดิสคอร์ดยังดังลอดออกมาจากห้องเกม
“โอมมมมมม กลับมาก่อนนนน!”
“พวกกูโดนยิงยับเลย!!!”
“มึงเลือกเมียใช่ไหม!!!?”
เขาหันไปพูดผ่านประตูห้อง
“ใช่ครับ โอมเลือกเมีย”
แล้วปิดประตูลงอย่างภาคภูมิใจ
ฉันหัวเราะทั้งน้ำตาคลอ เพราะคำพูดที่เขาเคยบอกฉันในวันที่เราทะเลาะกันหนัก ตอนนั้นเขาบอกว่า “โอมไม่ได้รักเกมมากกว่าเมีย…แค่เมียไม่เข้าใจเกมโอม”
แล้ววันนี้อะไรล่ะ?
วันนี้เขาไม่ได้ทิ้งเกม แต่เขาเลือกจะ “ไม่ปล่อยมือฉัน” เมื่อฉันเรียกหา และนั่นมันก็มากพอแล้ว
ฉันมองเขาเดินนำไปสองก้าว ชายสวมเสื้อยืดสีดำธรรมดา โอมยุ่ง ๆ ของคนที่เล่นเกมจนดึก แต่หัวใจอุ่นที่สุดในโลก
เขาหันมามองพลางยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ
“ทนหน่อยนะทูนหัว…ผัวติดเกม”
ฉันส่ายหัว ยิ้มจนแก้มจะแตก ปากจะฉีกถึงหู
ทนเหรอ?
อาจไม่ใช่คำที่ถูกสำหรับความรู้สึกตอนนี้ เพราะแท้จริงแล้ว…
ฉันไม่ได้ “ทน”
ฉันกำลัง “รัก”
รักผู้ชายธรรมดา ๆ ที่พยายามเรียนรู้จะรักฉันให้เป็น
เหมือนฉันเรียนรู้ที่จะรักโลกของเขาเช่นกันบางทีความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบหวานฟุ้งเหมือนในหนัง
แต่เป็นแบบที่ทะเลาะกัน บ่นกัน งอนกัน แต่สุดท้าย…ก็เดินไปด้วยกันอยู่ดีเพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เข้าใจทุกอย่าง
แต่เราคือคนสองคนที่เลือก “พยายาม” เพื่อกันและกัน
และนี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเรา…
ผัวติดเกม × เมียขี้งอน กับความรักวุ่น ๆ ปนหวาน
ที่ทั้งหัวร้อน และหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกันเรื่องราวที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่จริงที่สุดในโลกของเรา
Love isn’t perfect.
It’s patient.
It’s effort.
And sometimes… มันคือการแย่งคีย์บอร์ดจากผู้ชายที่ลลิลรักมากที่สุดด้วย
เอาละ.... เกมเริ่มแล้ว
ไม่ใช่ในจอ แต่เป็นในใจ
“เขาเคยบอกว่าไม่มีใครแย่งเขาจากเกมได้ แต่วันนี้…เขายอมวางเมาส์ทุกชั่วโมง เพียงเพื่อจะมองหน้าเมียคนเดียว”เวลาผ่านไปไวเหมือนสายฟ้าจากวันที่เราทะเลาะเพราะเกมจากวันที่ฉันงอนเพราะเขาไม่สนใจจากวันที่เขายอมวางเมาส์ครั้งแรกวันนี้…มันกลายเป็น “ครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน” ของเราแล้วฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจเย็น ข้างกายคือชายคนหนึ่งที่กำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างเพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองซ่อนความลับได้ “ห่วยแตก” แค่ไหน“นายทำหน้าแปลก ๆ นะ” ฉันพูดทั้งที่ยังไม่หันไปมอง“หน้าแปลกอะไร ผัวหน้าปกติ” โอมตอบแบบไม่สบตา“โกหกไม่เนียนเลย” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ตั้งแต่เช้านายก็แอบโทรศัพท์ แอบไลน์ แอบย่องออกไปหน้าบ้านไม่รู้กี่รอบ”“ผัวแค่มีธุระ~” เขายิ้มยียวน“ธุระแบบโอม ๆ นี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้ว”“เมียอย่ารู้มากได้ไหม~” เขายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบา ๆ“โอมมมมมมมม!” ฉันโวยเสียงยาว“รอหน่อยทูนหัว~” เขาพูดประโยคประจำตัวที่เคยทำฉันหัวร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้…ฉันกลับยิ้มหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนไปมากเขายังคงเป็นผัวติดเกมคนเดิมแต่กลายเป็น “ผัวที่รู้จักจัดเวลา” และ “รู้ว่าตอนไหนควร
“เมียไม่เคยเล่นเกม…ผัวเลยต้องเป็นโค้ช ปัญหาคือ ผัวคลั่งเมียเกินจนลืมว่า นี่มันสนามรบ ไม่ใช่เตียง!”“ลลิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”เสียงลากยาวจากผัวติดเกมดังมากจนนกบนหลังคาคงหนีไปคนละทิศ ฉันวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาอย่างระอา“อะไรของนายอีก” ฉันเลิกคิ้วโอมหมุนเก้าอี้หันมาหา แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่“มาเล่นเกมกับโอมเถอะ”“หา?” ฉันขมวดคิ้ว“ก็ผัวอยากให้เมียลองเล่นเกมด้วยกันไง!” เขายิ้มตาหยี “จะได้เข้าใจความสุขของผัว!”“โอม…ฉันไม่ถนัด” ฉันพูดชัดถ้อย “ฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่รอดนะ เคยเดินตกเหวในเกมที่เล่นกับเพื่อนไปสามรอบติด”“ไม่เป็นไร ผัวฝึกให้” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่ามั่นใจเวอร์ “ผัวสายโค้ช”“ไม่เอา…” ฉันส่ายหัว“แต่ผัวอยากเล่นกับเมียอะ” เขาทำเสียงอ้อน ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เหมือนลูกหมาโดนเมิน “ขอเถอะนะ เมียจ๋า~”“อย่ามาเสียงนี้” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม“นะครับ ที่รักของโอม~” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันโอ๊ย…ตานี่มันอ้อนเก่งกว่าแมวอีก!สุดท้าย…ฉันก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวน ๆ ของเขา“เออ! เล่นก็เล่น!”“เย่!” เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดีใจยิ่งกว่าตอนได้แชมป์โลกโอมจ
“เขาเคยบอกว่าเกมคือโลกของเขา…แต่วันที่คิดว่าเมียอาจ ‘ท้อง’ โลกของเขาพลิกทั้งใบ”มันเริ่มจากความผิดปกติง่าย ๆ ในเช้าวันหนึ่งฉันอาเจียนตั้งแต่ยังไม่ทันกินข้าว“อึก…” ฉันพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่แปรงฟันเสร็จเสียงอาเจียนดังชัดจนโอมที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่หน้าทีวีถึงกับโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดเข้ามา“ลลิล! เป็นอะไร!?” เสียงเขาตื่นเต็มที่“ไม่รู้…” ฉันพูดเสียงเบา ขณะล้างปาก “อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้”“เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้ว“ก็ข้าวต้มธรรมดา…” ฉันพึมพำเขาหันมาจ้องหน้าฉันทันที ดวงตาคมเข้มมองอย่างคาดโทษ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เครียด“หรือว่า…” เขาพูดเสียงแผ่ว“ว่า?” ฉันขมวดคิ้ว“ลลิล…จะท้อง?”ฉันชะงัก“บ้า!” ฉันหัวเราะเสียงดัง “อย่าพูดเล่นสิ!”“ใครพูดเล่น โอมพูดจริง” เขาก้มลงมาจ้องตาฉัน “ลลิล อ้วกตอนเช้า หน้าซีด ตัวร้อนนิด ๆ แล้วก็บ่นง่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน”“นายนี่…” ฉันถอนหายใจยาว “อย่าคิดไปไกลสิ”“ไม่ไกลได้ไง! โอมกับเมียโอม” เขาชะงักกะทันหัน แล้วทำหน้ากวนประสาท “อืม…เอาเป็นว่า มีเหตุผลให้สงสัยก็แล้วกัน”“ไอ้บ้า” ฉันหน้าแดงเถือกเขาหัวเราะเสียงดัง แต่ใน
“ถ้าจะพาเมียไปฮันนีมูนทั้งที…ผัวติดเกมคนนี้ก็จะพาไปทั้งในชีวิตจริงและในเกม!”หลังจากงานแต่งผ่านไปสองสัปดาห์…เราก็เพิ่งได้เวลา “ฮันนีมูน” กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนโน้ตบุ๊กไว้ในกระเป๋า” ฉันพูดขณะนั่งอยู่บนเบาะรถระหว่างทางไปสนามบิน“แน่ใจสิ” โอมตอบหน้าตาย“แล้วไอ้ที่พกกล่องใส่เมาส์ติดตัวมาคืออะไร” ฉันเลิกคิ้วทันทีเขาชะงักไปหนึ่งวิแล้วหัวเราะ “โอเค โอมแค่เอามา เผื่อไว้”“นี่มันไม่ใช่ฮันนีมูนแบบปกตินะ!” ฉันหัวเราะพรืดออก มา “นายจะติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ!”“ไม่ใช่ติดเกม” เขายิ้มกวน “ติดเมีย…แต่แค่พกเมาส์ติดตัวไปด้วยเฉย ๆ”ฉันกลอกตา “นายมันบ้า”“บ้ารักเมียไงครับ” เขาตอบทันควันทริปฮันนีมูนของเราไม่ใช่มัลดีฟส์ ไม่ใช่ยุโรป… แต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ในภาคใต้ รีสอร์ตเงียบ ๆ ริมทะเล ที่ไม่มีเสียงเมือง มีแค่เสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นไอเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลยามเช้า“ที่นี่สวยจัง” ฉันพูดพลางหันหน้ารับลม“สวยกว่าลลิลไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหู“อย่ามาเนียน!” ฉันหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ“โอมพูดจริง” เขาก้มลงจูบข้างแก้มฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว “ลลิลน่ารักกว่าวิวอีก”“นายมันคนกวน!” ฉันหน้าแดงพรืดเข
“หลังแต่งงาน…เขายังติดเกมเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ…เมียก็ ‘ติดผัว’ ไม่แพ้กัน”เช้าวันแรกหลังแต่งงาน ไม่ใช่เช้าในโรงแรมหรู หรือฮันนีมูนริมทะเลแต่เป็นเช้าที่เราตื่นบนเตียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราเองบ้านที่มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากห้องครัวบ้านที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมจอใหญ่สองจอ วางข้างเตียงแบบไม่รู้จักคำว่า “โรแมนติก”และบ้านที่มี “โอม” สามีปากหมา ผัวติดเกมของฉันนอนกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ“โอม…” ฉันสะกิดแขนเขาเบา ๆ“อือ…” เสียงครางงัวเงียหลุดออกมา ก่อนเขาจะหันตัวมาพาดแขนมากอดฉันแน่นเหมือนหมาหวงเจ้าของ“นี่นายจะกอดฉันหรือจะนอนเหยียบฉันกันแน่” ฉันหัวเราะขำ“กอดเมีย…” เสียงแหบเบา ๆ ดังข้างหู “เมียของผัว…อย่าหนี”“พูดจาแบบนี้แต่ยังไม่ตื่นเลยนะ”“ผัวไม่ได้หลับ” เขาพึมพำ “ผัวแค่ยังไม่อยากลุก”ฉันส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นตีเบา ๆ ที่แผ่นอกกว้างของเขาผัวติดเกมแต่ดันติดเมียยิ่งกว่าอีก“โอม วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?” ฉันถามหลังจากที่เขายอมลุกจากเตียงมาแปรงฟันและกินกาแฟด้วยกัน“บอกแล้วไงว่าวันนี้โอมปิดหมดหนึ่งวัน” เขายิ้มกวน “วันแรกของชีวิตผัวเมียทั้งที…โอมจะซ้อมได้ไง”“พูดเหมือนโรแมนติก แต่เมื่อกี้เห็นเปิดคอมฯ
“เขาเคยเลือกเกมมาก่อน…แต่วันนี้เขาเลือกฉัน และเลือกจะพาฉันเข้ามาอยู่ ‘ในเกม’ กับเขา ไม่ใช่ข้างนอกอีกต่อไป”ใครจะไปคิด…ว่าคนที่เคยทะเลาะกันเพราะเกม คนที่เคยต้องทนนั่งมองแฟนเล่นเกมยันตีสามทุกวัน วันหนึ่ง…จะได้ “แต่งงาน” กัน ทั้งในเกม และในชีวิตจริงใช่…ฉันกับโอม เรากำลังจะแต่งงานกัน“ลลิล” เขาเรียกฉันตอนค่ำ ก่อนวันงานจริงหนึ่งวันขณะที่ฉันกำลังนั่งเช็กงานการ์ดแต่งงานกับทีมเพื่อนสาว เขาเดินเข้ามาหาในชุดเสื้อยืดกางเกงบอกเซอร์ หน้าตากวน ๆ เหมือนเคย“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามขำ ๆ “อย่าบอกนะว่าจะขอซ้อมเกมก่อนวันแต่ง”“ไม่ใช่” เขายิ้มมุมปาก “โอมอยากชวนลลิลแต่งงาน…ในเกม”ฉันเลิกคิ้วทันที “หา? นี่นายพูดจริง?”“จริงสิ” เขายักคิ้วกวน “โอมจองแผนที่ไว้แล้ว ตั้งใจจัดงานไว้ในเกมด้วย”“นายมันบ้า” ฉันหัวเราะ “นี่มันโรแมนติกแบบเกมเมอร์ชัด ๆ”“ก็ผัวติดเกมนี่นา” เขายิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามากอดเอวฉันจากด้านหลัง “เมียจะปฏิเสธได้เหรอ”“เฮ้อ…” ฉันส่ายหน้า แต่ยิ้มกว้างกว่าเขา “ก็ได้ค่ะ ทูนหัวของเมีย~”โอมเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในคืนนั้น แล้วพาฉันเข้าไปในเกมออนไลน์ที่เขารักที่สุด เกมที่เคยทำให้เราทะเลาะกัน…ร้องไห้กัน…แ







