LOGINพฤกษ์ x ขวัญข้าว ชอบมาตั้งนานแต่เป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้ ถูกปิดกั้นเพราะคำว่า ‘เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ’ ทนเห็นมันคั่วสาวไม่ซ้ำหน้ามาเกือบ3ปี แต่พอฉันจะมูฟออนมันดันมาหวงก้าง ขัดขวางโดยการบอกว่า “คนที่มึงคุยมันเจ้าชู้ไม่รู้หรือไง” เหอะ ไม่ชอบอย่ามาทำหวง ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองให้ช้ำใจโว๊ย!!
View More“นะข้าว แกล้งเป็นแฟนกูหน่อยนะ” เสียงคุ้นหูของ ‘ไอ้พฤกษ์’ ปลุกสติของฉันให้กลับมา จากที่กำลังนั่งเครียดกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ ช่วงนี้ในหัวของฉันก็มีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่หนักใจ เพราะมันกำลังนำปัญหามาเพิ่มให้
“โอ๊ย ไม่เอา สร้างปัญหาเองมึงก็แก้เองสิ” ฉันดึงมือหนีแหวมันไปอย่างหัวเสีย บ่อยครั้งที่มันมักนำเรื่องปวดหัวมาให้เพราะความเจ้าชู้ เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานฉันเองต้องเดือดร้อนแน่
“ถ้ามึงไม่ช่วย น้องจอยก็จะตามวุ่นวายกูแบบนี้ไม่เลิก มึงอยากให้กูลำบากใจไปจนเรียนจบเลยหรือไง...นะข้าว”
“แล้วมันใช่ความผิดกูไหม ใครบอกให้มึงไปเต้าะน้องเขาไว้ล่ะ” น้องจอยที่มันว่าก็คือเด็กปี 1 ที่มันไปจีบ
ไม่สิ ไม่เรียกจีบ
เรียกได้ว่ามันน่ะ ไปหว่านเสน่ห์น้องเอาไว้จนเด็กมันถึงขั้นหลงจนหัวปักหัวปำ สุดท้าย...ได้แล้วก็ทิ้งน้อง “มึงมันไม่ใช่สุภาพบุรุษ”
“เฮ้ยมึงจะว่ากูแบบนี้ไม่ได้ น้องมันนอกใจไปเอง”
“ใช่เหรอครับเพื่อน” ไอ้เลโอจีบปากจีบคอว่า ส่วนมือก็ไถโทรศัพท์แบบที่ชอบทำประจำ
“ฮึ คนแบบมึงน่าเชื่อตาย น้องมันทนมึงไม่ไหวมากกว่า” ตั้งแต่รู้จักกับมันมา ไม่มีวันไหนเลยที่มันไม่คั่วสาว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน คนที่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้แบบน้องจอย ผลก็ออกมาอีหรอบนั้น
ตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ ๆ ฉันก็คิดว่ามันดูดี แบบหล่อละลายใจให้กลายเป็นน้ำได้เลย ชอบแอบมองอยู่บ่อย ๆ แถมยังเคยโดนชงว่าเหมาะสมกับมันบ้าง น่าจะคบกันบ้างจนเกือบเผลอใจให้แล้ว
ใช่ คนอย่างขวัญข้าวที่ไม่เคยชายตามองผู้ชายคนไหน เคยแอบชอบเพื่อนตัวเอง
แต่มันน่ะไม่ได้สนใจฉันเลยสักนิด พอโดนแซวเข้ามาก ๆ มันก็เลยโพล่งขึ้นว่าไม่เคยมองฉันมากกว่าเพื่อนสนิท เจ็บจี๊ดในใจหน่อย ๆ นั่นแหละ วลีเด็ดที่ไอ้สองเสือมักจะเอามาล้อเลียนก็คือคำว่า ‘เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ’ที่พฤกษ์มันเคยพูดเอาไว้
แต่ถือว่าโชคดีมาก ๆ เพราะตอนนั้นฉันเล่นตัวบ้าง ไม่แสดงอาการอะไรที่บ่งบอกว่าสนใจในตัวไอ้พฤกษ์ออกมาให้พวกมันเห็นเลย ไม่งั้นหน้าคงแหกแบบหมอไม่รับเย็บชัวร์ ๆ
“ใช่ คนแบบมึงใครจะไปเชื่อ ว่าโดนทิ้ง หน้าหล่อ ๆ ตัวสูง ๆ แถมรวยฉิบหาย ใครทิ้งก็โคตรโง่” เสียงของเลโอดังแทรกขึ้นมาทำให้ฉันถอนหายใจอย่างเอือม ๆ ชมกันเองแบบนี้มีที่ไหน เมื่อกี้ยังอยู่คนละฝั่งกับไอ้โบ้อยู่เลย
แต่ก็ใช่…ใครทิ้งพฤกษ์ฉันว่าโคตรโง่เลย
“เลิกอวยมันค่ะ อันนั้นมันแค่ภายนอก ภายในมันไม่มีดีอะไรทั้งนั้นแหละ จริงจังกับใครสักนิดก็ไม่เคย” อยากรู้เหตุผลที่มันไม่ยอมจริงจังกับใครเหมือนกัน พอถามก็บอกแค่ว่า ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ
“อย่า กูดีทุกอย่าง”
ในขณะที่ไอ้พฤกษ์มันกำลังโอดโอยในสิ่งที่ฉันว่า ตั้งหน้าตั้งตาจะเถียงคอเป็นเอ็น ไอ้คีย์ก็โพล่งขึ้นมาเสริมคำพูดของฉันก่อนหน้านี้
“มึงไม่มีดี มึงมันเจ้าชู้ มึงมันเลว” ไอ้คนหน้านิ่งพูดเสียงเรียบตามสไตล์ของมัน แต่มือยังคงเล่มเกมใบหน้าไม่ยอมพื่อนสักครั้งยขึ้นมาเพื่อละสายตาออกจากจอ คีย์น่ะเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ปกติก็ไม่เคยว่าร้ายใคร
แต่สำหรับพี่พฤกษ์มันก็น่าโดนด่าจริง ๆ นั่นแหละ…ความจริงทั้งนั้น“ไอ้คีย์มึงก็รู้ว่าเรื่องเป็นมายังไง” คีย์น่ะฉันเดาได้เลยว่ารู้เรื่อง
ทุกอย่างของไอ้พฤกษ์เพียงแค่มันไม่เล่า ที่คิดอย่างนั้นก็เพราะว่ามันเป็นเพื่อนสนิทกับพฤกษ์มาตั้งแต่มัธยม“คีย์ มึงต้องเล่าแล้วไหม”
“เล่าอะไร”
“เล่าว่าทำไมมันถึงหน้าหม้อแบบนี้ไง”
“ไอ้คีย์” คนเป็นหัวข้อสนทนาว่าเสียงเข้ม ส่งสายตาดุไปให้เพื่อนรัก
“กูไม่ยุ่ง คุยกันเลย” คีย์วางโทรศัพท์มือถือลงยกมือขึ้นทำท่าทางยอมแพ้
“เนี่ย มึงเลวจริงพฤกษ์ กูฟันธง” ไอ้เลโอแกล้งแหย่
“พวกมึงก็ใจเย็น ๆ ฟังกูก่อนดิ” มันว่าพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง จนทุกคนนิ่งเงียบแกล้ง ๆ ฟังสิ่งที่มันจะพูด “กูยอมรับว่าตอนแรกอยากได้ แต่พอคุยกันไปนาน ๆ กูก็ว่าจะจริงจังกับน้องมันเพราะดู ๆ แล้วน้องมันจริงใจแล้วก็ดูซื่อดีคงไม่ทำกูเสียใจ สรุป เมื่อวันก่อนกูไปเจอว่าน้องมันไปแดกข้าวกับไอ้พี่เดย์”
‘พี่เดย์’ ที่มันหมายถึงคือรุ่นพี่ ปี 4 รายนั้นก็เจ้าชู้ไม่จริงจังกับใครดูร้ายมากกว่าพฤกษ์ประมาณล้านเท่า ไม่เข้าใจว่าน้องจอยนั่นดีแตกอะไรถึงทำแบบที่พฤกษ์ว่า คำพูดของไอ้โบ้เชื่อได้อยู่แล้ว ถึงจะชอบแกล้งว่าไม่เชื่อมัน แต่รู้ดีว่าพฤกษ์น่ะไม่เคยโกหกเพื่อนสักครั้ง
เพราะมันโกหกทีไรไม่เคยจะเนียน
อีกเรื่องที่คาดไม่ถึงคือพี่เดย์จะแอบคุยกับเด็กที่ชื่อน้องจอยนั่นทำไม รายนั้นน่ะห่วงศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร แล้วถ้ารู้ว่าน้องจอยเป็นเด็กไอ้โบ้นี่แล้ว
พี่เขาต้องไม่มายุ่งด้วยแน่ ๆไอ้โบ้ที่ว่าก็คือไอ้พฤกษ์นี่แหละ มันมักจะโดนเพื่อนอย่างไอ้เลโอให้กินอาหารหมาประจำ สาเหตุก็มาจากไอ้เลโอชอบปรึกษาว่าจะจีบน้องพระพายต่อหรือจะพอ
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ