Se connecterส่วนเขาในฐานะมือขวาคนสำคัญของลูกพี่ เป็นคนแรกและคนเดียวที่รู้ว่าเพศเมียคนนี้คือองค์หญิงสามผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งจักรวรรดิ!ลูกพี่นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ถึงกับสานสัมพันธ์กับราชวงศ์ได้เลย แหะ ๆ ๆ...เจียงจือเซี่ยงงว่าเขาหัวเราะอะไร แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะสนใจ จึงเดินตามเข้าไปในห้องรับรองทันทีที่ผลักประตูเปิด กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นก็พุ่งปะทะหน้าเธอขมวดคิ้วทันทีภายในห้อง หมิงเย่ที่ยังคงสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวนั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะยาว ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินปิดไว้อย่างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากซีดขาวและคางเจียงจือเซี่ยลูบจมูก เดินเข้าไปช้า ๆ พลางอดพึมพำสงสัยในใจไม่ได้ที่ถนนมืดมีเรื่องต่อสู้ฆ่าฟันกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?ทำไมหมิงเย่ถึงบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ นะ ครั้งนี้ยิ่งหนักจนกลิ่นคาวเลือดปิดไม่มิดเลยด้วยซ้ำหมิงเย่หันมามองเธอเช่นกัน ดวงตาคู่นั้นใต้หน้ากากสงบนิ่งและลึกล้ำ “องค์หญิง มาแล้วเหรอครับ ได้ยินว่าช่วงนี้คุณติดต่อหาผมหลายครั้ง มีอะไรหรือเปล่าครับ?”เจียงจือเซี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “นายบาดเจ็บเหรอ? ทำไมไม่ไปทำแผลก่อนล่ะ? เรื่องของฉันก็ไม่ได้รีบขนาดนั้น”แม้เธอจะสงสัย แต่คำพู
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยเก็บของเรียบร้อย เตรียมตัวกลับวังหลวงมู่หัวเย่ยังถูกคุมขังอยู่ในวังหลวง ส่วนเจียงเหลียนก็ยังไร้ร่องรอยและอาจปรากฏตัวอีกได้ทุกเมื่อ เธอจึงจากไปนานเกินไปไม่ได้เธอไม่รู้เลยว่า มู่หัวเย่แอบมาหาเธอแล้ว และยังถูกเจ้าดอกไม้สีขาวดอกใหญ่จอมเผด็จการล็อกเป้าไว้เรียบร้อยหนิงอี้มองเธอเก็บของ หูจิ้งจอกขยับเล็กน้อยตอนนี้เขายังไปวังหลวงไม่ได้ ทางถนนมืดยังมีเรื่องอีกมากรอให้เขาจัดการถ้าเขาไปตอนนี้...เจียงจือเซี่ยอย่าร้อนใจจนร้องไห้ขึ้นมาล่ะเมื่อคิดแบบนั้น เขาก็ลุกขึ้น ขยับเข้าไปคลอเคลียข้างเท้าของเพศเมีย แล้วใช้หางถูไถขาของเธอเจียงจือเซี่ยก้มหน้าลง ก็เห็นเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังมองเธอด้วยดวงตาจิ้งจอกคู่สวยที่มีชีวิตชีวา“โอ๊ย เจ้าตัวน้อย ยังเจ็บอยู่เลย อย่าวิ่งซนสิ”เธออุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยขึ้นมา วางกลับลงบนเบาะนุ่ม แล้วลูบมันสองทีหนิงอี้เงยหน้าอย่างว่าง่าย มองเธอลูบตัวเขาเสร็จแล้วหันไปเก็บของต่อแววตาของเขาดูซับซ้อน อย่าร้องไห้ล่ะ เขาแค่ไปไม่กี่วัน แค่ไม่กี่วันเท่านั้น...เจียงจือเซี่ยเก็บของเสร็จ พอหันกลับมาก็ถึงกับงงไปเลยบนเบาะว่างเปล่า เหลือเพียงคราบเลือ
ในที่สุด ซูเฉินก็ค่อย ๆ ผละออกเล็กน้อย หน้าผากแนบกับหน้าผากเธอ ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน“องค์หญิง ขอบคุณครับ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างมาก แต่แววตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย “ขอบคุณที่ยอมเลือกผม”ใบหน้าของเจียงจือเซี่ยร้อนผ่าว เธอยื่นมือดันเขาเบา ๆ “อย่า...อย่าพูดแบบนี้ตลอดสิ...”เธอไม่เข้าใจเลยว่าคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมถึงชอบพูดให้ตัวเองดูต่ำต้อยนักซูเฉินหัวเราะเบา ๆ จุ๊บมุมปากเธออีกครั้ง ก่อนจะยอมผละออกอย่างอ้อยอิ่งทั้งสองหันไปมองจิ้งจอกน้อยบนเบาะเจ้าตัวเล็กยังคงขดตัวเป็นก้อน ซุกหัวเข้าไปในตัวจนมิด เหลือเพียงหูคู่หนึ่งที่สั่นไหวเล็กน้อยเจียงจือเซี่ยกระแอมเบา ๆ “คืนนี้ให้มันนอนในห้องฉันเถอะ เจ็บขนาดนี้ต้องคอยดูอาการหน่อย”ซูเฉินยกยิ้มเล็กน้อย “ได้ครับ”ขณะที่เขาลุกขึ้น สายลมอ่อน ๆ ก็พัดผ่านจากด้านนอกบนหลังคาวิลล่า มู่หัวเย่กัดฟัน พยายามกลั้นเสียงครางอู้อี้ที่กำลังจะหลุดออกจากลำคอสุดกำลังสีหน้าเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาสัมผัสได้ผ่านเกล็ดว่าเจียงเหลียนเหมือนกำลังกลับมา ยิ่งเธอเข้าใกล้เขา การรับรู้ผ่านเกล็ดก็ยิ่งช
เจียงจือเซี่ยเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงงอ้อ ใช่แล้ว ช่วงไวต่อความรู้สึก!ตั้งแต่ลู่เจวี๋ยกับเจียงถิงทำพันธสัญญากับเธอ ไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่ก็ชอบมาเกาะติดอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองได้รับการปลอบประโลมจนเต็มอิ่ม ช่วงเวลาพิเศษนี้จึงไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยพอเขาเตือนขึ้นมา เธอถึงนึกเรื่องนี้ได้ซูเฉินหลุบตาลงเล็กน้อย ใบหูแดงระเรื่อ“ผมขอ...ให้องค์หญิงช่วยปลอบประโลมผมหน่อยได้ไหม?”เขาไม่ได้โกหก ช่วงไวต่อความรู้สึกของเขามาถึงแล้วจริง ๆ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้เพียงแต่เขารู้ว่าองค์หญิงใจอ่อน จึงอยากใช้ข้ออ้างนี้ให้องค์หญิงเข้ามาใกล้ชิดเขาเท่านั้นสายตาของเจียงจือเซี่ยหลบวูบเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสภาพคอของตัวเองตอนปลอบประโลมซูเฉินครั้งก่อนเธอพยักหน้า “ได้”จะไม่ตกลงได้ยังไง? ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำพันธสัญญากับเขายิ่งตอนนี้พลังจิตของซูเฉินยังเปราะบาง จะปล่อยให้เกิดเรื่องเพราะความกระสับกระส่ายในช่วงเป็นสัดอีกไม่ได้ดวงตาของซูเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันทีทั้งสองนั่งลงบนโซฟา เจียงจือเซี่ยหลับตา ปล่อยพลังจิตออกมาพลังอ่อนโยนแผ่ออกจากตัวเธอ พร้อมกลิ่นหอมคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ค่อย ๆ โอบล้อม
เจียงจือเซี่ยเห็นเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย“ซูเฉิน? งานทางห้องวิจัยเสร็จแล้วเหรอ?”ซูเฉินเดินเข้ามาหาอย่างอ่อนโยน ก่อนจับมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ “ผลลัพธ์ของโครงการวิจัยออกมาค่อนข้างดี ฝ่าบาทเลยอนุญาตให้หยุดพักได้”วันหยุดครั้งนี้เขาตั้งใจเลือกช่วงเวลานี้แล้วยื่นขอลากับฝ่าบาทโดยเฉพาะ!“องค์หญิง ผมอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนคุณได้ไหม?” น้ำเสียงและท่าทางของเขาทั้งนอบน้อมและสนิทสนม วางตัวได้อย่างพอดีเจียงจือเซี่ยรับมือกับท่าทางเหมือนภรรยาตัวน้อยของซูเฉินไม่ค่อยไหวก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าเขามีใจให้ มองยังไงก็มองไม่ออกแต่พอความรู้สึกถูกเปิดเผยและสถานะความสัมพันธ์ก็ตกลงกันแล้ว หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าหลายอย่างซ่อนอยู่ในรายละเอียดอย่างเช่นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเขาในตอนนี้เธอทนสายตานั้นไม่ไหวจนต้องเบือนหน้า “อ่า ได้สิ พอดีก่อนเราจะทำพันธสัญญากัน จะได้ช่วยปรับพลังจิตของนายให้เสถียรดีเสียก่อน”ซูเฉินยิ้มอย่างพอใจตอนนั้นเอง เทอร์มินัลของเจียงจือเซี่ยก็สั่นขึ้นมาเธอก้มลงดู ก็เห็นข้อความจาก 666 เด้งขึ้นมาแค่เห็นรูปแวบเดียว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที……ภายในวิลล่า เจียงจื
จิ้งจอกขาวตัวเล็กร่วงลงกับพื้นทันที ขนสีขาวราวหิมะเปื้อนเลือดและฝุ่นไปทั่ว หายใจถี่และแผ่วเบา ดิ้นรนอยู่หลายครั้งก็ยังลุกไม่ขึ้นดวงตาจิ้งจอกที่ปกติสดใสมีชีวิตชีวาคู่นั้น รูม่านตาพร่าลอย ราวกับอาศัยเพียงสัญชาตญาณ ประคองลมหายใจเฮือกสุดท้ายจนกลับมาถึงที่นี่ได้“หงิง...” มันส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสาร666 ค่อย ๆ เลื่อนเข้ามามันกวาดตามองจิ้งจอกขาวบนพื้นอย่างสงสัย ก่อนตรวจพบแผลหลายแห่งและภาวะพลังจิตแปรปรวนอย่างรุนแรงทันทีคุณเสี่ยวไป๋บาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้ยังไง?ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ของ 666 เบิกกว้าง ก่อนยื่นแขนกลออกมาประคองเสี่ยวไป๋ขึ้นอย่างตั้งอกตั้งใจในฐานะพ่อบ้าน ตอนที่เจ้านายไม่อยู่บ้าน มันจำเป็นต้องดูแลสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวให้ดี!มันวางเสี่ยวไป๋ลงบนเบาะนุ่ม ก่อนทำแผลและห้ามเลือดเบื้องต้นขณะเดียวกันก็ไม่ลืมถ่ายรูปส่งไปให้เจ้านาย[เจ้านาย! คุณเสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว!]……ภายในพระราชวัง เจียงจือเซี่ยกำลังช่วยลู่เจวี๋ยเก็บสัมภาระเพราะวันนี้วันลาหลังแต่งงานของลู่เจวี๋ยสิ้นสุดลงแล้ว เขาต้องกลับไปที่กองทัพสมแล้วที่กองกำลังใต้บังคับบัญชาของพี่ใหญ่เข้มงวด ต่อให้เป็นสามีเอกขององค์






