INICIAR SESIÓNเสียงสัญญาณเตือนจากข้อความในมือถือดังขึ้นติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งข้อความเหล่านั้นล้วนแต่เป็นเนื้อหาทำนองเดียวกัน “ระวัง! อันตรายจากซอมบี้” “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมฉันจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย แล้วคุณย่าล่ะ” หญิงสาวผู้อยู่ในโบกี้รถไฟที่หยุดวิ่งจากสถานการณ์ภายนอกกำลังนั่งแอบอย่างหวาดกลัว เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือของตนเอาไว้แน่นโดยที่เจ้าตัวพยายามกดตัวเลขที่จำได้ขึ้นใจ ทว่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่มีคนรับสาย เช่นเดียวกับเจ้าของมือถือปุ่มกดรุ่นเก่าที่ตอนนี้หล่อนกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ในหลุมหลบภัยโดยที่มือของเจ้าตัวก็พยายามควานหาโทรศัพท์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งไปแล้วด้วยใจอันร้อนรุ่ม “เซียงเซียงของย่าจะเป็นยังไงบ้าง ขอให้หลานปลอดภัยทีเถอะ” ต่างคนต่างห่วงนี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างย่ากับหลานสาวที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับวันสิ้นโลก
Ver másห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ
“อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร
แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต
นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ
พี่ไห่ตง พี่คิดจะทำยังไงกับภารกิจนี้? น้ำเสียงของหรูอวี้เซียงสื่อสารผ่านทางความคิดมาถึงเขาอย่างเป็นห่วงเนื่องจากเธอรู้ดีถึงความสำคัญกับสิ่งที่ชายหนุ่มได้รับมาแน่นอนว่าพี่ไม่มีทางฆ่าเป้าหมายจริง ๆ โม่ไห่ตงตอบผ่านความคิดเช่นกันขณะเดินไปตามตรอกเปลี่ยวหลีกเลี่ยงสายตาของพวกสอดแนมที่อาจซุ่มดูอยู่แล้วพี่
ทันทีที่โม่ไห่ตงก้าวเข้าไปใกล้ประตูเหล็ก เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นเบา ๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองอยู่จากอีกฝั่งของประตู“หยุดตรงนั้น” เสียงแหบห้าวของชายร่างกำยำที่ยืนเฝ้าประตูดังขึ้น ดวงตาของเขาจับจ้องมาทางโม่ไห่ตงผ่านเงามืดที่มีแสงไฟริบหรี่จากหลอดไฟเก่าโม่ไห่ตงในคราบหรงเฟิงไม่ได้แสดงท่าทีหวาดห
ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร
รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตง






reseñas