تسجيل الدخول[โลกอสูร + แนวตัวละครหลายมุมมอง + ศึกรักชุลมุน + เหล่าหนุ่มอสูรแย่งชิงหัวใจนางเอก] (มีพล็อตพี่น้องไม่แท้) เจียงจือเซี่ยทะลุมิติเข้ามาเป็นคุณหนูตัวปลอมเพศเมียไร้ค่าแห่งโลกอสูรระหว่างดวงดาว เมื่อเห็นจุดจบที่ตัวเองจะถูกทุกคนหันหลังให้และถูกคนใกล้ตัวทอดทิ้ง ถูกเนรเทศ และสุดท้ายอดตาย เธอก็พลิกโต๊ะไม่ยอมเล่นตามบทเดิมอีกต่อไป! คุณหนูตัวจริงยังต้องรออีกสองปีกว่าจะกลับมา? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องฉวยโอกาสตอนนี้! แย่งคน เก็บเงิน หาที่พึ่งจากคนใหญ่คนโต! พระเอกพวกนั้นเธอไม่กล้าแย่ง แต่เหล่าหนุ่มตัวสำรองในรายชื่อคนคุยของนางเอกที่เคยถูกทอดทิ้ง ถูกใช้ประโยชน์ และถูกเหยียบย่ำ เธอขอรับไว้ทั้งหมดเอง! ลู่เจวี๋ย เด็กหนุ่มเผ่าหมาป่าที่ตกอับจนมาอยู่ในตลาดทาส นอนรวยรินอยู่ในกรง เธอตัดสินใจพาตัวเขากลับมาทันที! ซูเฉิน นักบำบัดอัจฉริยะที่ถูกครอบครัวทารุณจนสภาพจิตใจบิดเบี้ยว เสียโฉมและจมอยู่กับความซึมเศร้า? ดูสิว่าฉันจะช่วยเจ้าหนุ่มน่าสงสารคนนี้ออกมาได้อย่างไร! หนิงอี้ หนุ่มเผ่าจิ้งจอกที่ถูกนางเอกมองเป็นตู้กดเงิน และถูกตระกูลใช้เป็นหมากบนกระดาน? เข้ามาอยู่ในกำมือฉันเลย! มู่หัวเย่ ทายาทผู้ถูกสหพันธรัฐทอดทิ้งที่มีแววตาเต็มไปด้วยความแค้น และโม่เฉินยวน หัวหน้ากลุ่มโจรดวงดาวผู้ดิบเถื่อนและรักอิสระ... เดี๋ยวก่อนนะ เธอแค่อยากเก็บเหล่าหนุ่มตัวสำรองจากบ่อปลาของนางเอกมาสักหน่อย แล้วทำไมทุกคนถึงพากันขึ้นเตียงเธอหมดล่ะ? แม้แต่เจียงถิง พี่ชายบุญธรรมคนโตผู้เย็นชาและทรงอำนาจคนนั้น ยังเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิมขึ้นทุกที... ใคร ๆ ก็ว่ากันว่าเธอเป็นเพศเมียระดับ C ไร้ค่า เป็นความอัปยศของราชวงศ์ และเอาแต่วิ่งตามเพศผู้ จนกระทั่งเธอปลุกพลังครั้งที่สอง กลายเป็นเพศเมียระดับ SSS เพียงหนึ่งเดียวของจักรวรรดิ ทำหน้าที่ปลอบประโลมพลังจิตในสนามรบ รวบรวมกลุ่มโจรดวงดาว สร้างสัมพันธ์ทางการทูตกับสหพันธรัฐ และกุมเส้นเลือดใหญ่ของจักรวรรดิไว้ในมือ คุณหนูตัวจริงที่มาพร้อมระบบเมื่อกลับมา อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดเพศผู้ที่ตนหมายตาไว้ถึงสู้เหล่าสามีอสูรข้างกายเพศเมียไร้ค่าคนนั้นไม่ได้เลย? แถมยังแย่งคนจากข้างกายเธอไม่ได้สักคน! เจียงจือเซี่ยถูกเหล่าสามีอสูรที่เธอเก็บกลับมาทีละคนโอบกอดไว้แน่น พลางนวดเอวแล้วถอนหายใจยาว “ช่วยด้วย! ฉันจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว!”
عرض المزيدแถมยังใช้เท้าถีบประตูปิดอีกด้วยเหล่าองครักษ์ “……”สัตว์เลี้ยงขององค์หญิงช่างรู้ความจริง ๆวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยลุกจากเตียงด้วยขอบตาคล้ำเธอจะไปหลับลงได้ยังไง!เมื่อคืนหลังจากไล่หนิงอี้ออกไป เธอก็นอนพลิกไปพลิกมาคิดอยู่ครึ่งค่อนคืน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ แล้วเธอเริ่มสงสัยเสี่ยวไป๋อย่างจริงจังตั้งแต่มันกลับมาครั้งนี้ช่วยไม่ได้ พิรุธมีเยอะเกินไป ถ้าเธอยังมองไม่ออกอีกก็คงดูถูกสติปัญญาตัวเองเกินไปแล้วแต่ทุกครั้งที่คิดจะเปิดโปงมัน เธอก็นึกถึงตอนที่เสี่ยวไป๋คอยปกป้องเธอแม้ต้องเผชิญหน้ากับมู่หัวเย่ระดับ SS เขาก็ยังตามติดเธอไปโดยไม่ลังเลเพราะแบบนี้เธอถึงได้ใจอ่อนครั้งแล้วครั้งเล่าฟ้าสว่างแล้ว เจียงจือเซี่ยนอนต่อไม่ไหวจริง ๆเธอลุกขึ้นมาทั้งขอบตาดำคล้ำ แล้วไปดูในห้องข้าง ๆข้างในว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เบาะยังอยู่ แต่จิ้งจอกหายไปแล้วเธอชะงักไป ก่อนที่เทอร์มินัลจะดังขึ้นพอดีหนิงอี้ [ผมต้องกลับไปที่ถนนมืดเพื่อจัดการธุระบางอย่าง]กลับไปแล้วเหรอ?เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อยวินาทีต่อมา ข้อความอีกฉบับก็เด้งขึ้นมาหนิงอี้ [องค์หญิง ลองพิจารณาผมอย่างจริง
เจียงจือเซี่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนมากเธอจ้องหางสีเงินขาวฟูนุ่มที่อยู่ข้างมือ ไม่กล้าขยับตัวเล่นอะไรของนายเนี่ย!ร่างอสูรของเพศผู้เผ่าอสูรเอามาเล่นตามใจได้ที่ไหนกัน?!ตอนนี้เธอไม่ได้ไม่รู้เรื่องพวกนี้แล้วนะ!แต่หางเส้นนั้นกลับค่อย ๆ เลื้อยมาพันเอง วนรอบข้อมือเธอหนึ่งรอบหนิงอี้โน้มตัวลง ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้เธอเขาเปิดโอกาสให้เจียงจือเซี่ยผลักไสเขาไปหลายครั้ง เธอก็รับรู้ทุกครั้ง แต่ไม่เคยผลักไสเขาเลยรวมถึงครั้งนี้ด้วยทั้งที่เธอมั่นใจแล้วว่าเขาเป็นใคร แต่ตอนที่เขากำลังจะจากไป เธอก็ยังยื่นมือรั้งเขาไว้เพราะงั้นเขาถึงไม่ยอมปล่อยเธอไปเจียงจือเซี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ กดหางที่อยู่ไม่สุขเส้นนั้นไว้ “นายอย่าเพิ่งขยับ อธิบายให้ฉันฟังก่อน?”สัตว์เลี้ยงของเธอไม่เพียงกลายเป็นมนุษย์ได้ แต่ยังกลายเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งอีกด้วยถึงจะเดาได้ตั้งนานแล้ว แต่พอเผชิญกับความจริงตรง ๆ ก็ยังรู้สึกแปลกพิลึกอยู่ดีหนิงอี้ไม่ตอบ แต่กลับเงยหน้าถาม “คุณชอบเสี่ยวไป๋ไหม?”เจียงจือเซี่ยชะงักไป “ชอบสิ”เขายกยิ้มที่มุมปาก “เสี่ยวไป๋ก็ชอบคุณ”เจียงจือเซี่ย “……”หา? เธอไม่ได้อยากได้คำอธิบายแบบนี้สักห
ร่างสูงเพรียวปรากฏขึ้นข้างเตียงของเธออย่างไร้สุ้มเสียงหนิงอี้ยืนอยู่ตรงนั้น ก้มมองเธอที่หลับอย่างไร้การระแวดระวัง ปลายนิ้วงอเข้าหากันเล็กน้อยแสงจันทร์สาดลงบนเส้นผมยาวสีเงินขาวของเขาเขายืนอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเธอบอกว่าเขาหน้าตาดี และยังบอกด้วยว่าเธอชอบคนหน้าตาดีเขามั่นใจว่าจะล่อลวงเธอได้ แต่ความชอบของเพศเมียจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?หากวันหนึ่งเธอเบื่อหน่าย และรังเกียจเขาเหมือนที่หนิงเหิงรังเกียจพ่อของเขา เขายอมอยู่ข้างกายเธอในฐานะ “เสี่ยวไป๋” เสียดีกว่าแต่น่าเสียดายที่เธอเดาออกแล้วตามที่เขาคิดไว้ เขาควรจากเธอไปเสียตั้งแต่ตอนนี้แต่เขาก็ตัดใจจากเธอไม่ได้จริง ๆมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวค่อย ๆ กำแน่น ก่อนจะคลายออกช้า ๆหางฟูฟ่องสีเงินขาวค่อย ๆ โผล่ออกมาจากด้านหลัง ปัดผ่านข้อมือของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึกเขาหมอบลงข้างเตียง ซุกใบหน้าลงในข้อพับแขน ปล่อยให้กลิ่นหอมนั้นโอบล้อมตัวเองไว้แต่คืนนี้ สิ่งที่ทำให้จิตใจเขาไม่สงบไม่ใช่กลิ่นหอมนั้นแต่เป็นไออุ่นจากร่างของเพศเมีย และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงและนุ่มนวลอยู่ในอกของเธอเขาหมอบอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย
เจียงจือเซี่ยไม่ได้คิดจะปิดบังเขา จึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ให้เขาฟัง“ฉันเจอเพศเมียที่หน้าตาเหมือนฉันคนนั้นแล้ว”การเคลื่อนไหวของเจียงถิงชะงักลงเจียงจือเซี่ยพูดต่อ “ตอนนี้เพศเมียคนนั้นยังหมดสติอยู่ พอฉันเข้าใกล้เธอ ร่างจิตของฉันก็เกิดความผิดปกติ เหมือนจะพุ่งออกจากจิตสำนึก เจ็บจนฉันแทบยืนไม่ไหว แถมร่างจิตของฉันยังเป็นปฏิปักษ์กับเธออย่างรุนแรง แต่พลังที่ปล่อยออกไปกลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างขวางไว้ จึงทำร้ายเธอไม่ได้”เจียงถิงขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ“เจ็บมากเหรอ?”เจียงจือเซี่ยพยักหน้าและตอบตามตรง “เจ็บจริง ๆ แต่แค่ห่างจากเธอก็ไม่เป็นไรแล้ว อื้อ…”ยังพูดไม่ทันจบ คางของเธอก็ถูกบีบไว้แล้วเจียงถิงจับใบหน้าเธอหันมาให้สบตากับเขา“ดื้ออีกแล้วนะ”“รู้อยู่ว่าหล่อนมีอะไรแปลก ๆ ยังกล้าไปคนเดียวอีกเหรอ?”อย่างน้อยพาลู่เจวี๋ยไปด้วยก็ยังดี เธอไปคนเดียว ถ้าเกิดเจออันตรายขึ้นมาจะทำยังไง?เจียงจือเซี่ยเห็นความกังวลในแววตาของเขา ก็รู้สึกอบอุ่นใจ รีบอธิบายว่า “พี่ใหญ่ ฉันคิดว่าในเมื่อเธอคอยหลบซ่อน ก็แสดงว่าตอนนี้เธอยังไม่มีความสามารถพอจะคุกคามฉัน”อีกอย่างเธอคิดว่า เมื่อเทียบกั






المراجعاتأكثر