FAZER LOGIN“เฟื่องไม่ได้เถียง เพราะเฟื่องรู้ตัวว่าเถียงคนอย่างคุณไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เฟื่องแค่แจกแจงเหตุผลให้คนไร้เหตุผลอย่างคุณฟัง ทุนปริญญาตรีของบริษัทกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ครบถ้วนทุกประการ เกรดเฉลี่ยของเฟื่องผ่านเกณฑ์ สอบสัมภาษณ์ก็ผ่านแถมยังเรียนจบมาได้ด้วยเกรดรวมที่สูงมากๆ การที่จะได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทอีกมันแปลกมากเหรอคะ คนในบริษัทก็ได้ตั้งหลายคนคุณไม่เห็นไปเหน็บแนมไปว่าอะไรเขาเลย ทำไมต้องว่าให้แค่เฟื่องด้วย”
“ก็เพราะว่าด่าเธอมัน ‘สะใจ’ มากกว่าด่าคนอื่นยังไงล่ะ ผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างเธอฉันจะด่ายังไงก็ได้!”
“คุณรสบอกว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาประชุมโครงการ เฟื่องแนะนำให้เอาเวลาด่าเฟื่องไปอ่านหัวข้อการประชุมดีกว่านะคะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับตำแหน่งคุณมากกว่าจะหาเรื่องพนักงานกินเงินเดือนอย่างเฟื่อง!”
“คนอย่างฉันเก่งมากพอแล้วไม่จำเป็นต้องให้คนเก่งน้อยกว่าอย่างเธอมาสั่งสอน! แล้วก็รู้ไว้ซะด้วยว่าฉันไม่ได้ไร้สาระเรียกเธอมาด่าอย่างเดียว” ว่าจบรณภพก็ดึงกระชากแฟ้มเอกสารเล่มหนาขึ้นมาวางบนกลางโต๊ะ “…เอกสารสัมมนา!”
เฟื่องลดายังไม่ไว้วางใจ นัยน์ตาคู่สวยจากกล้าแข็งเปลี่ยนมาเป็นไหวระริกเลื่อนลงมามองแฟ้มดังกล่าว หัวข้อที่พิมพ์ไว้กลางแฟ้มยืนยันให้มั่นใจว่าเป็นเอกสารที่คุณแขไขบอกว่าจะให้คนนำมาส่งให้ เฟื่องลดาไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาไปมากกว่านี้ กลัวจะถูกเสือร้ายกระโจนเข้ามาใส่ร่างกายทำให้บาดเจ็บ
ดวงตาเลื่อนไปมองเห็นเขายังนั่งนิ่งไม่มีอากัปกิริยาต่อต้านใดๆ ดังนั้นเฟื่องลดาจึงสาวเท้าเรียวเข้ามาให้ใกล้มากกว่าเดิมแล้วเอื้อมมือยาวไปหยิบเอกสารฉบับนั้น ทว่าเหมือนรณภพกำลังรอจังหวะนี้มานาน รีบส่งกรงเล็บพิฆาตเข้าไปจับล็อกท่อนแขนบอบบางกระชากแรงจนร่างน้อยถลาเข้ามาชนขอบโต๊ะ
“ถ้าเจ็บก็ให้รู้ไว้ว่าฉัน ‘ตั้งใจ’ จะได้หายกันกับที่เธอปากเก่งด่าฉันว่าไร้สาระ!” รณภพดึงยื้อตัวเฟื่องลดาไว้ ดวงตาคมกล้าจ้องมองดวงตาคู่ขลาดเขลา ทำเป็นปากเก่งเถียงเขาฉอดๆ แต่บทเขาเอาจริงหล่อนกลับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
“แล้วก็จำใส่หัวไว้ว่าฉันไม่ได้เป็นผู้ชายแสนดีสุภาพบุรุษมาจากไหน ฉันยังทำกับเธอได้มากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าถ้าเธอยังกล้าท้าทายฉัน!” มือใหญ่เลื่อนจากท่อนแขนขึ้นมากุมหัวไหล่บางออกแรงบีบให้หนักมากขึ้น แม้ใบหน้าเฟื่องลดาจะบิดเบี้ยวตามความเจ็บรณภพก็ไม่ได้ผ่อนแรงลงเลย
“ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องทุนการศึกษาของเธออีกก็ได้ แต่เรื่องไอ้ฐานัสต่อให้ต้องฆ่าเธอให้ตาย! ฉันก็ไม่ยอมให้เธอหนีไปเสวยสุขกับมันหรอก! นับจากวันนี้เป็นต้นไปห้ามเข้าใกล้ห้ามไปเสนอหน้าหรืออ่อยมันอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเราได้เห็นดีกันแน่! หรือถ้าของขาดกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ผู้ชายมากนักก็ไปหาเอาข้างหน้า จะไปวิ่งจับผู้ชายคนไหนก็ได้ที่ไม่ใช่มัน!”
“เข้าใจแล้วใช่ไหม?” แค่นเสียงถามพอแค่หล่อนได้ยิน สักพักหญิงสาวใต้วงแขนก็พยักหน้ารับทำนองว่าเข้าใจ รณภพจึงเลิกจิกกัดสะบัดมือทิ้งคลายวงแขนออกจากการกอดรัดให้เฟื่องลดาเป็นอิสระ มือใหญ่ยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตนเองแรงเพราะเผลอจูบแก้มหล่อนไปหลายหนตอนที่ส่งเสียงตะคอก “เสียปากชะมัดเลย สงสัยต้องได้เอาแอลกอฮอล์มาเช็ดทำความสะอาด”
“พี่ภพ เฟื่องลดา! นี่มันเรื่องอะไรทำไมต้องกอดกันด้วย”
เสียงกล่องอะไรบางอย่างหล่นลงกระแทกพื้นค่อนข้างดัง เรียกสายตาคู่หนุ่มสาวที่กำลังจะตีกันให้หันมาสนใจและตกใจ
“ไหนพี่ภพเคยบอกลีว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา!”
“มาได้ยังไง” น้ำเสียงของรณภพค่อนไปทางรำคาญ
“เคลียร์ปัญหาเอง อย่าดึงเฟื่องเข้าไปเกี่ยวกับชีวิตคุณให้มากกว่านี้” กล่าวจบเฟื่องลดาผลักอกกำยำให้ถอยห่างออกจากตน เดินกะเผลกๆ ถอยห่างจากโต๊ะทำงานเดินผ่านหน้านาตาลีไปแม้สาวคนนั้นจะหันมาเอาเรื่องก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
เสียงวี๊ดๆ จากสาวผู้มาใหม่ยังร้องดังไม่ยอมหยุดหรือลดระดับเสียงลง รณภพมองตามแผ่นหลังเฟื่องลดาจนกระทั่งเจ้าหล่อนปิดประตูลง เขามองนาฬิกาข้อมือเห็นว่าใกล้ได้เวลาประชุมภาคบ่ายแล้วจึงเร่งมือเก็บเอกสาร บังเอิญเหลือบสายตาไปเห็นแฟ้มสัมมนาของเฟื่องลดาก็หยิบมาถือรวมกับงานของตัวเอง
“พี่ภพจะไม่พูดอะไรกับลีหน่อยเหรอคะ หรือจะรอให้ลีอกแตกตายเพราะนังนั่นซะก่อน มันเป็นแค่พนักงาน จะไปสนใจมันทำไม!”
“พี่ไม่มีอะไรจะพูดและจะไม่พูดอะไรด้วย น้องลีเอาเครื่องเพชรมาคืนคุณแม่พี่ไม่ใช่เหรอ ท่านทำงานอยู่ห้องไหนน้องลีก็รู้ไม่น่าบังเอิญเข้าห้องผิดเลยนะ หรือจงใจ?”
ใบหน้านวลซีดลงหลายระดับ รณภพไม่เคยยอมให้ใครมาปั่นหัวเรื่องแค่นี้เขามองจริตมารยาออก เขาเห็นอีกฝ่ายเงียบจึงพูดต่อ “อย่าหาว่าพี่ใช้เลยนะ แต่ช่วยเก็บกล่องเพชรให้ที มันแพง จะจับโยนทิ้งเหมือนของห้าบาทสิบบาทได้ยังไง”
“ละ… ลีขอโทษค่ะ ถ้าเพชรเสียหายลีจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่… ที่ลีอยากรู้คือเรื่องพี่ภพกับผู้หญิงคนนั้น”
“พี่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องส่วนตัวให้น้องลีหรือใครฟัง ขอตัวก่อนนะครับพี่มีประชุมตอนบ่ายโมงครึ่งและตอนนี้ก็สายมากแล้ว”
“ลีขอโทษหลายครั้งแล้วนะคะ เรื่องที่เคยแกล้งลูกพี่ภพ เมื่อไหร่จะเลิกโกรธลีสักที พี่ภพ!” หญิงสาวเดินบนรองเท้าส้นสูงเข้าไปกอดแขนทว่าเจ้าของห้องกลับปัดมือตนเองทิ้ง เดินสง่าออกไปข้างนอกแบบโนว์สนโนว์แคร์ใครทั้งนั้นโดยเฉพาะผู้หญิงอย่างหล่อน!
นาตาลีโกรธมาก อยากกรี๊ดแต่กรี๊ดไม่ออกไม่อยากดึงภาพลักษณ์นางมารออกมาใช้ให้เสี่ยงมีคนนอกบังเอิญมาเห็น
เลขาสาวยิ้มไม่เต็มปากคล้ายจะร้องไห้มากกว่าเมื่อเจ้านายมาดโหดยืนหน้าดุอยู่ตรงหน้า พ่อแก้วแม่แก้ว วันนี่บอสไปกินรังแตนที่ไหนมา “คือ… คุณภพคะ รสพยายามห้ามแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าคุณภพไม่ว่าง แต่คุณลีเธอไม่ยอมฟังเลย”
“เอกสารของเฟื่องลดา” แฟ้มหนาวาง ปัง! ลงกลางโต๊ะจนเลขาสะดุ้งตกใจทว่าเขาไม่แคร์ เปิดประเด็นด่าต่อ
“คุณเป็นเลขาแต่จัดการเรื่องเจ้านายไม่ได้แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน พิจารณาตัวเอง แล้วทำโทษตัวเองก่อนที่ผมจะโมโหไล่คุณออก!”
“ค่ะๆ รสจะทำโทษตัวเองจะพิจารณาตัวเอง จะทำทุกอย่างเลยค่ะ คุณภพอย่าไล่รสออกเลยนะคะ”
จะร้องไห้แล้ว รสรินยกมือขึ้นไหว้เจ้านาย
เขามีอาการฮึดฮัดขัดใจจะเอาเรื่องต่อแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปยังห้องประชุม
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห







