LOGINรัก...ที่ครั้งหนึ่งจบลงด้วยความเจ็บปวด แต่หลีกหนีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพ้นราวถูกจองจำเอาได้ด้วยโซ่ตรวน และในที่สุด ก็ถูกลากกลับมาให้จมจ่อมอยู่ในอเวจีอันดำมืดนั้นอีกครั้ง ด้วยน้ำมือของเขา ผู้ชายที่ทรยศต่อรักอันมั่นคง...
View Moreหญิงสาวมองคนทั้งคู่ด้วยใบหน้านองด้วยน้ำตา
ไม่จริงใช่ไหม...พวกเขาสองคนไม่มีทางทรยศเธอ
ไม่มีวัน...เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ
“พี่ธีร์...บอกจีนัสหน่อยว่ามันไม่จริง” สายตาแดงก่ำของกันต์ศิตางค์มองคนรักอย่างเว้าวอน ให้เขาตอบ
ตอบอย่างที่ใจเธอหวัง...
“จีนัส...พี่ขอโทษ...พี่ผิดต่อเธอแต่พี่ต้องรับผิดชอบลูกในท้องของจีน...พี่ขอโทษจริงๆ ให้อภัยเราด้วยเถอะ”
ชายหนุ่มกลับบอกทั้งที่ไม่ได้มองหน้าด้วยซ้ำ เขามัวแต่เป็นห่วงร่างน้องสาวต่างมารดา ซึ่งกำลังร่ำร้องปานใจจะขาดอยู่เช่นกัน
ทั้งคู่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นของห้องรับแขกในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวเธอ เพื่อ...มาสารภาพผิดในเรื่องที่เรื่องที่น่าบัดสี
“พี่จีนัส...พี่ธีร์ไม่ผิด จีนผิดเอง จีนขอโทษพี่จีนัส จีนขอโทษ...” ฉัตรชฎาผู้เป็นน้องสาวร่ำไห้อย่างสำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้น
พี่สาวของเธอกำลังจะมีความสุขกับคนรัก เป็นเพราะเธอแท้ๆ ทุกอย่างถึงได้เกิดเรื่องพลิกผันอย่างไม่น่าให้อภัย
“พี่ธีร์ทำอย่างนี้กับจีนัสได้ยังไง...เลวที่สุด เธอ จีน...เธอเป็นน้องสาวของฉันนะ ทำไมถึงทำกับฉันอย่างนี้ ทำไม...ทำไม๊!! ฮือๆๆๆ”
ราวกับโลกหยุดหมุน ราวกับพายุหอกดาบพัดกระหน่ำทิ่มแทงจนหัวใจขาดวิ่น เหมือน...กับถูกไฟลาวาเผาผลาญให้เป็นจุล ความเจ็บปวดที่ไม่เคยคาดคิดโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวที่ยืนคร่ำครวญทรุดตัวลงกับพื้นท่ามกลางสายตาทุกคู่
เธอร้องไห้ เธอเสียใจ เธอเจ็บปวดที่ถูกคนรักและคนที่ไว้ใจที่สุดร่วมมือกันแทงข้างหลังมาช้านานและทุกอย่างก็มาเปิดเผยเอาในวันก่อนงานวิวาห์เพียงสองสัปดาห์
ศิลาภินคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม นับเวลาร่วมหกปีเต็มๆ เธอไว้ใจเขา เชื่อใจเขา ไม่เคยระแวงไม่เคยระวังตัวว่าคนใกล้ชิดอย่างฉัตรชฎา ซึ่งเป็นน้องสาวต่างแม่ที่อยู่รวมชายคาเดียวกันมาตั้งแต่วัยเยาว์จะเป็นแมวขโมย ลักกินขโมยกินจนถึงขนาดมีท้อง
และเขา...ก็เลือกที่จะรับผิดชอบฉัตรชฎา มากันกราบขอขมาผู้ใหญ่รวมถึงขอยกเลิกการแต่งงานกับเธอซึ่งจะมีขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า
จะมีไหมสิ่งใดที่เจ็บได้เท่านี้ แล้วเธอจะต้องทนอยู่คนทั้งคู่สมรักกันอย่างมีความสุขทั้งๆ ที่ตัวเองร้าวรานจนแทบขาดใจอย่างนั้นหรือ
ไม่มีทาง...กันต์ศิตางค์บอกตัวเองว่าเธอไม่มีทางทำอย่างนั้นได้เด็ดขาด เธอจะต้องไปจากที่นี่ไปให้ไกล หลบไปให้พ้นหน้าคนทั้งคู่ที่ยามนี้เธอทั้งเกลียดทั้งผิดหวังทั้งขยะแขยงอย่างที่สุด
เลว...ชั่วช้า หน้าไม่อาย สารพัดคำประณามที่ในใจตะโกนก้องแต่ไม่สามารถเค้นเปล่งเสียงออกไปได้ ด้วยยามนี้ความเจ็บปวดมันจุกจนแทบหายใจไม่ออกแทบขาดใจอยู่รอนๆ...
อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด
ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร
ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว
รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ