로그인รัก...ที่ครั้งหนึ่งจบลงด้วยความเจ็บปวด แต่หลีกหนีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพ้นราวถูกจองจำเอาได้ด้วยโซ่ตรวน และในที่สุด ก็ถูกลากกลับมาให้จมจ่อมอยู่ในอเวจีอันดำมืดนั้นอีกครั้ง ด้วยน้ำมือของเขา ผู้ชายที่ทรยศต่อรักอันมั่นคง...
더 보기“ทำไมจีน...ทำไมถึงยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำไมไม่รู้จักอดทน”ภาพทุกอิริยาบถในวัยเยาว์ผ่านช่วงเวลาต่างๆ ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ความทรงจำที่แน่นแฟ้นระหว่างพี่น้องฉายชัดราวเป็นเรื่องในปัจจุบัน แม้ตัวเองจะหนีไปไกลแสนไกล ถูกความเจ็บช้ำปิดตาบังใจแค่ไหนก็ไม่อาจลบความรู้สึกจริงๆ ที่มีออกไปได้เลยตลอดเวลาที่จากกันเธอทั้งคิดถึงทั้งเคืองแค้น ราวอกจะแตกเป็นเสี่ยง ทางออกหาไม่เจอ ทางจะเดินกลับก็ไม่มี“จีนัส...จีนัส...เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงห้าวทุ้มที่คุ้นเคยเรียกอยู่ด้านนอกโดยไม่ได้เคาะประตูทำให้หญิงสาวที่นอนเหม่อรีบใช้มือปาดเช็ดน้ำตา“มีอะไร...” เธอตอบเสียงห้วนพลางนึกสงสัยทำไมเขามาเช้าขนาดนี้ หรือว่าไม่ได้ไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อคืน และนอนค้างที่นี่กับเด็กนั่นด้วย“คุณแม่บอกไม่สบายเป็นอะไรมากไหม...พี่เอายามาให้”“ไม่กิน...หนักกว่านี้ยังไม่ตาย คุณเลิกยุ่งกับฉันซะทีฉันอยากอยู่คนเดียว...เข้าใจไหม!”เสียงแผดตวาดลั่นดังมาจากด้านในของห้องนอน ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ด้วยความห่วงกังวล เขารีบไปยกโต๊ะตัวเล็กซึ่งใช้วางแจกันเพื่อตกแต่งตรงบันไดมาตั้งหน้าห้องหญิงสาว และนำอาหารกับยาวางไว้ให้หวังว่าเธอคงจะออกมาทานมันเพราะคงไม่มีใคร
“จีนัส...จีนัสตื่นหรือยังลูก” “ค่ะคุณแม่ตื่นแล้วค่ะ...” จริงๆ แล้วไม่ได้นอนเลยต่างหากกันต์ศิตางค์ลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความเหนื่อยล้า การเดินทางหลายชั่วโมงบวกกับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอทำให้เธอรู้สึกเบลอๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ยังถ่อสังขารไปเปิดประตูให้มารดาที่มาเคาะเรียกตั้งแต่เช้าตรู่ “ตายแล้ว...จีนัสทำซีดอย่างนี้ล่ะลูกเมื่อคืนยังดีๆ อยู่เลย” เมื่อประตูเปิดออกจิตนารีถึงกับต้องเอามือทาบอกยามเห็นใบหน้าซูบซีดของลูกสาวที่ก้าวเดินออกมา “ไม่เป็นไรหรอกค่ะจีนัสคงเหนื่อยตอนนั่งเครื่อง เวลาที่นี่กับที่เวนิสก็ไม่ตรงกัน ยังปรับตัวไม่ค่อยได้...อีกหน่อยคงชินไปเองค่ะ” “อืม...งั้นพักเถอะลูกเดี๋ยวจะพานไม่สบายไปอีกคน แม่แค่จะมาตามไปตักบาตรด้วยกันเสียหน่อย แต่สภาพนี้คงไม่ไหว เดี๋ยวแม่จะให้คนเอาข้าวต้มร้อนๆ ขึ้นมาให้ก็แล้วกันนะ” “ค่ะ...” หญิงสาวยิ้มฝืนให้มารดาในชุดดำสนิท ไม่บอกก็รู้ว่า จิตนารีคงกำลังตักบาตรทำบุญให้คนที่จากไปทำไมนะทุกคนถึงต้องพยายามให้เธอมีส่วนร่วมในงานศพครั้งนี้กันเหลือเกิน ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่แก่ใจว่า ตัวเธอเองไม่ปรารถนาจะข้อ
4 ปีต่อมา ท่ามกลางแสงสีนีออนยามค่ำคืน ทุกความสว่างเพียงหลอกตาให้คิดว่ายามนี้ไม่มืดมิด แต่จริงๆ แล้วไม่มีช่องว่างตรงไหนเลยที่แสดงถึงแสงใดๆ จะเล็ดลอดเข้ามาส่องใจอันดำทมิฬดวงน้อยนี้ได้สี่ปี...สี่ปี ที่ชีวิตของเธอจมดิ่งสู่เหวแห่งความทุกข์ หายใจเข้าออกแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวถูกเข็มแหลมคอยตามทิ่มแทง แผ่นดินนี้ที่เธอจากไป และไม่เคยคิดหวนกลับมาจนกระทั่งต้องมายืนเหยียบอีกครั้งเมื่อข่าวสารบางอย่างส่งไปถึงการสูญเสีย...หรือเปล่าไม่แน่ใจ เรียกว่าแค่มีคนในบ้านที่เคยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเสียชีวิต และศพถูกนำมาตั้งบำเพ็ญอยู่ ณ วัดที่เธอกำลังเดินทางไปถึงน่าจะเหมาะกว่า แท็กซี่จอดเทียบริมฟุตปาธบริเวณปากทางเข้าวัด คนขับรีบเปิดประตูและช่วยนำกระเป๋าท้ายรถออกมาวางให้ หญิงสาวหยิบแบงก์ในกระเป๋าสตางค์ออกมาจ่ายตามจำนวนที่มิเตอร์บอกก่อนจะจับกระเป๋าลากเดินเข้าสู่ตัวพุทธสถาน ท่ามกลางความโศกเศร้าบนศาลาสวดพระอภิธรรม ทุกคนหันมามองร่างระหงในชุดดำสนิทเป็นตาเดียวกัน เธอสวย...ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าผากโหนกนูนพอประมาณมาถึงคิ้วโก่งยาวได้รูป จมูกโด่งรับกับตากลมโตที่ถูก
หญิงสาวมองคนทั้งคู่ด้วยใบหน้านองด้วยน้ำตาไม่จริงใช่ไหม...พวกเขาสองคนไม่มีทางทรยศเธอไม่มีวัน...เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ“พี่ธีร์...บอกจีนัสหน่อยว่ามันไม่จริง” สายตาแดงก่ำของกันต์ศิตางค์มองคนรักอย่างเว้าวอน ให้เขาตอบตอบอย่างที่ใจเธอหวัง... “จีนัส...พี่ขอโทษ...พี่ผิดต่อเธอแต่พี่ต้องรับผิดชอบลูกในท้องของจีน...พี่ขอโทษจริงๆ ให้อภัยเราด้วยเถอะ”ชายหนุ่มกลับบอกทั้งที่ไม่ได้มองหน้าด้วยซ้ำ เขามัวแต่เป็นห่วงร่างน้องสาวต่างมารดา ซึ่งกำลังร่ำร้องปานใจจะขาดอยู่เช่นกันทั้งคู่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นของห้องรับแขกในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวเธอ เพื่อ...มาสารภาพผิดในเรื่องที่เรื่องที่น่าบัดสี “พี่จีนัส...พี่ธีร์ไม่ผิด จีนผิดเอง จีนขอโทษพี่จีนัส จีนขอโทษ...” ฉัตรชฎาผู้เป็นน้องสาวร่ำไห้อย่างสำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้นพี่สาวของเธอกำลังจะมีความสุขกับคนรัก เป็นเพราะเธอแท้ๆ ทุกอย่างถึงได้เกิดเรื่องพลิกผันอย่างไม่น่าให้อภัย “พี่ธีร์ทำอย่างนี้กับจีนัสได้ยังไง...เลวที่สุด เธอ จีน...เธอเป็นน้องสาวของฉันนะ ทำไมถึงทำกับฉันอย่างนี้ ทำไม...ทำไม๊!! ฮือๆๆๆ”ราวกับโลกหยุดหมุน ราวกับพายุหอกดา





