แชร์

บทที่ 322

ผู้เขียน: อิงเซี่ย
“แกมาพูดเพ้อเจ้ออะไร! แค่ยังไม่ได้หย่า เธอก็ยังเป็นเมียของฉัน!” ฟู่อี้ชวนตะโกนกระโชกโฮกฮาก

“หย่าแล้วต่างหาก ศาลตัดสินแล้ว ถึงคุณจะยื่นอุทธรณ์ไปก็เปลี่ยนแปลงผลการตัดสินของศาลชั้นต้นไม่ได้” โจวจิ่งอันว่า

“ขืนคุณยังไม่ปล่อย ผมจะแจ้งตำรวจให้มาจัดการ”

เห็นไอ้แมงดานี่ทำได้แค่ยกเรื่องแจ้งตำรวจมาข่มขู่เขา แบบนี้แล้วซูมั่วก็ยังปกป้องมันถึงที่สุดอยู่ดี ดังนั้นฟู่อี้ชวนเลยปล่อยหมัดออกไปในทันที

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป เหล่าชาวมุงรอบ ๆ ต่างพากันส่งเสียงร้องตกใจ ซูมั่วเองก็หน้าเปลี่ยนสีในฉับพลัน เธอรีบยื่นมือออกไปขวางไว้

อาจเพราะเคยประมือมาก่อนสองสามครั้ง โจวจิ่งอันเลยจับทางของอีกฝ่ายได้ จึงรับหมัดนั้นของเจ้าตัวไว้ได้

“กรุณาใจเย็น ๆ ด้วยค่ะคุณลูกค้า! มีเรื่องอะไรพวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะคะ!” พนักงานก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ต้องรีบเข้ามาประนีประนอม

เพราะมีพนักงานสามคนยืนขวางไว้ระหว่างคนทั้งคู่ ฟู่อี้ชวนเลยออกหมัดที่สองไปไม่ได้ ซูมั่วเองก็ดึงมือกลับมา รีบหมุนตัวหันไปถามด้วยความเป็นห่วง

“รุ่นพี่ มือของรุ่นพี่ไม่เป็นอะไรนะ?”

“ไม่เป็นไร” โจวจิ่งอันปลอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ซูมั่วมองปื้นแดง ๆ ก
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 352

    เธอไม่กล้าให้มือถือของเขามีลายนิ้วมือของเธอติดแม้แต่นิดเดียว เพราะมีคนเป็นโรครักสะอาดขั้นสุด แล้วถ้าเขาเป็นอย่างนั้นล่ะ?อีกอย่างนะ เธอรู้สึกว่านี่คือการกระทำที่มีมารยาท แสดงว่าเธอมีขอบเขต ไม่รู้ว่าทำไมทำแล้วกลับถูกเข้าใจผิดเสียได้...“ในสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดเรื่องเฉพาะ ทำไมผมต้องรังเกียจคุณด้วย” หลีเชินพูดดังนั้นนี่คือข้ออ้างที่ซูมั่วหามาเพราะรังเกียจเขาน่าโมโหชะมัด เขาไม่ได้อาบน้ำตัวเหม็นเหรอ? หรือว่าซอมซ่อมอมแมม ดูน่าขยะแขยง?“...มีบางคนรักสะอาด ไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้องของของเขา” ซูมั่วตอบ“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้ถามผม แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมรักสะอาดหรือเปล่า?” หลีเชินถามกลับเขากลับอยากดูสิว่าเธอยังจะแก้ตัวยังไง วันนี้ถ้าจะพูดให้จบ ๆ งั้นก็คือรังเกียจเขา“...ฉันจะถามปัญหานี้ก่อนก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ มันเสียมารยาทมาก ดังนั้นจึงเลี่ยงผลที่จะเกิดทั้งหมด” ซูมั่วพูดรวมถึงตอนนั้นที่หลีเชินถามว่าทำไมไม่โทรนัดเขา เธอตอบแล้วก็ขอโทษทันที ถึงยังไงก็ทำอย่างครบถ้วน ไม่ให้อีกฝ่ายหาเรื่องตำหนิได้แต่เธอไม่คิดว่าครั้งนี้จะถูกเข้าใจผิดรุนแรงอย่างนี้ เรียกได้ว่าอวดฉลาด...ตรงเก้าอี้หนังแท้หลีเชิ

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 351

    กับ “ประกาศิต” ของประธานหลี ซูมั่วหมุนตัวอย่างเชื่องช้าปานหอยทาก หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าโดยยังคงไม่เงยหน้ามองอีกฝ่ายปลดล็อก เปิดแอปพลิเคชันโซเชียล เปิดสแกนแล้วเล็งให้ตรงบนหน้าจอแสดงหน้าแรกของผู้ติดต่อ ภายใต้สายตาใครบางคนที่จ้องจะกินคนเธอยื่นนิ้วชี้ออกมา หยุดหนึ่งวินาทีก่อนจะกดลงไปบนโต๊ะบนโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายปรากฏข้อความขอเป็นเพื่อน หลีเชินจึงเคลื่อนสายตากวาดไปมอง“เบอร์มือถือด้วย” เขาพูดอีกซูมั่วเงยหน้าเล็กน้อย อีกฝ่ายจึงพูดกับเธอ“ผมจะบอก แล้วคุณเมม”“หนึ่งเก้าแปด...”ซูมั่วได้ยินอีกฝ่ายพูดไม่ให้เวลาเธอได้รับปากก็บอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือแล้ว จึงรีบเปิดหน้าสมุดโทรศัพท์แล้วกดปุ่มบันทึกหลีเชินพูดจบ ซูมั่วพิมพ์หมายเลขแล้ว เดิมนึกว่านี่ก็เรียบร้อย สุดท้ายอีกฝ่ายพูดขึ้นอีกว่า“กดโทรหาผมหน่อย เกิดคุณแค่เมมไปเรื่อยล่ะ”ซูมั่ว “...”เธอสาบานได้ เธอไม่ได้เมมไปเรื่อย...กดปุ่มโทรออก ครู่หนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะ เป็นทำนองเพลงท่อนหนึ่งเมื่อนั้นหลีเชินจึงฝืนพอใจ หลีโย่วที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้วกลั้นขำไม่ไหว“พี่ ความอยากเอาชนะพี่จะมากไปแล้วมั้ง

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 350

    ซูมั่วได้ยินดังนั้นก็หันสายตากลับมาตรง พยายามรักษาความสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็ยิ้มบาง ๆ“สารภาพมาตามตรงเถอะน่า ต่อให้คุณบอกว่าทำนามบัตรตกส้วมไปแล้วผมก็ไม่ว่าอะไรเธอหรอก” หลีเชินพูดซูมั่ว “...”ความสามารถในการคาดเดาของคนคนนี้ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ...เธอต้องพูดจริง ๆ เหรอ? หรือว่าจะโกหกเพื่อเอาตัวรอดดีนะ...“ตกส้วมจริง ๆ เหรอ?” หลีโย่วที่อยู่ข้าง ๆ มองเพื่อนแล้วถาม“ไม่เป็นไรหรอก~ ไม่ใช่ว่าเธอตั้งใจซะหน่อย”ซูมั่วมองเธอ แล้วก็มองไปที่หลีเชิน ท่าทางของชายหนุ่มนั้นดูเหมือนจะบีบบังคับให้เธอต้องพูดอะไรออกมาให้ได้อีกทั้ง ถ้าโกหกไป ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกเขาจับได้“ก็...มัน อยู่ในที่ที่ปลอดภัยมากค่ะ ประธานหลีไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนไม่ดีนำไปใช้ประโยชน์” ซูมั่วยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน“พูดมาตรง ๆ” หลีเชินพูดซูมั่ว “...ในถังขยะค่ะ ไม่มีใครไปค้นดูหรอก และก็จะถูกพนักงานทำความสะอาดเก็บไปในวันนั้นเลย”ยิ่งพูดเสียงของเธอก็ยิ่งเบาลง ยิ่งพูดก็ยิ่งเอียงศีรษะไปด้านข้างมากขึ้นหลีเชินหรี่ตาลง ‘...ถังขยะ?’เหอะ หรือว่าตอนที่ซูมั่วเดินผ่าน ‘บังเอิญ’ ทำตก ‘อย่างแม่นยำ’ ลงไปในนั้นพอดี

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 349

    “ฉันเป็นน้องสาวพี่นะ ส่วนมั่วมั่วเป็นเพื่อนฉัน มันจะเหมือนกันได้ยังไง” หลีโย่วที่อยู่ข้าง ๆ พูดแขวะอย่างจนปัญญาดังคาด พี่ชายของเธอก็แค่แกล้งเธอจนเคยชิน ผลสุดท้ายก็เลยแกล้งเพื่อนของเธอไปด้วยกับตัวเองก็ต่อว่ากันตรง ๆ แต่กับมั่วมั่วกลับหยอกล้อสารพัดซูมั่วฟังเหตุผลที่หลีเชินให้มา ก็เห็นด้วยกับคำโต้แย้งของหลีโย่วเธอไม่ใช่คนตระกูลหลี หลีเชินออกจะ ‘สนิทสนม’ กับตัวเองเกินไปหน่อย ยิ่งไปกว่านั้น ตอนแรกเขายังเข้าใจผิดและจากไปอย่างหยิ่งผยองอีกด้วยเมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิของน้องสาวแท้ ๆ หลีเชินก็มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ“ก็เพราะว่าเป็นเพื่อนของเธอไง ฉันถึงได้ดูแลเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ไม่ได้มองว่าเป็นคนนอก”พอพูดประโยคนี้ออกมา ซูมั่วกับหลีโย่วก็มองหน้ากัน ในชั่วขณะนั้นกลับไม่มีคำพูดใดจะโต้เถียงกลับไปได้ซูมั่ว ‘การไม่มองว่าเป็นคนนอกของคุณมันออกจะเกินไปหน่อยแล้ว อย่ามาทำเป็น “สนิทสนมง่าย” ขนาดนั้นเลยดีกว่า ยังไงฉันกับคุณก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน’หลีโย่ว ‘ไม่ใช่สิ ยังรู้สึกว่ามันแปลก ๆ พี่ชายจะมาหยอกล้อแซวเล่นกับน้องสาวทางวาจาเหรอ?’เธอขมวดคิ้วมองพี่ชายของเธอ กำลังจะพูดข้อสงสัยออ

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 348

    “ฉันไม่ได้จะจับผิดซูมั่วนะ...”“ก็แค่ถามดูเฉย ๆ จริง ๆ” เขารับรองก็แค่ทุกครั้งที่ซูมั่วตอบเขา เธอจะสุภาพและมีมารยาทอย่างยิ่ง กระทั่งเขาไม่ได้หมายความแบบนั้น เธอก็รีบขอโทษก่อนแล้ว“มีอะไรน่าถามนักหนา การที่พี่ถามออกมาก็แสดงว่าพี่ใส่ใจเรื่องนี้” หลีโย่วแค่นเสียงหลีเชิน “...”เขาไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ นี่มันช่างเหมือนกระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างตัวก็ไม่สะอาดเสียแล้ว“ผมไม่ได้กำลังโทษคุณนะ อย่าเข้าใจผิด” หลีเชินพูดกับซูมั่ว“เหมือนครั้งที่แล้วตอนคุยโทรศัพท์กัน ที่ผมพูดนั่นก็ไม่ได้แช่งให้คุณป่วย แค่เป็นคำแนะนำในมุมมองทางการแพทย์” เขาพูดต่อซูมั่วพยักหน้า จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้โกรธ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกตำหนิด้วยเพียงแต่ว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลีเชิน แน่นอนว่าต้องพูดจาให้เหมาะสม การ ‘ยอมรับผิด’ ไปก่อนย่อมไม่ผิดพลาดจะปล่อยให้อีกฝ่ายจับผิดเธอได้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะโดนล้อเลียนเอาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเข้าใจความหมายของเขาแล้ว หลีเชินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลีโย่วแทรกขึ้นมาว่า“พี่ ไม่อย่างนั้นพี่เงียบ ๆ ไปเลยดีกว่า พี่พูดอะไรพวกเราก็รู้สึกว่ามีปัญหาไปหมด”หลีเชิน “...”ภาพลัก

  • นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ   บทที่ 347

    เวลากินอาหารไม่ควรพูดคุย ทั้งสามคนรับประทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ มีเพียงเสียงมีดกับส้อมกระทบกันเบา ๆ เท่านั้นซูมั่วก้มหน้าลิ้มรสอาหารอย่างเงียบ ๆ ร้านอาหารที่จองวันนี้ราคาค่อนข้างแพง แต่อาหารก็คุ้มค่ากับราคา อร่อยมากเธอกำลังตั้งใจรับประทานอาหาร ฝั่งตรงข้าม หลีเชินเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งคราว สายตามองไปที่เธอ จ้องมองสำรวจอย่างเงียบเชียบหญิงสาวรับประทานอาหารอย่างสง่างาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการอบรมสั่งสอนที่ดีของเธอการพูดจาก็ฉลาดหลักแหลม มารยาทก็รอบคอบ ไม่แพ้ลูกหลานที่ถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยเลยเขาเคยได้ยินหลีโย่วพูดว่าซูมั่วเป็นเด็กกำพร้า ดูเหมือนว่ารายละเอียดด้านมารยาทเหล่านี้เธอคงจะเรียนรู้ด้วยตัวเองในภายหลังอีกทั้งเธอยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอได้ ไม่เหมือนหลีโย่วที่เดินสายศิลปะ ดังนั้นซูมั่วฉลาดมากจริง ๆ ไอคิวสูงเป็นพิเศษ ไม่น่าแปลกใจที่เจิ้งเซวียนบ่นกับเขาว่าไม่สามารถหลอกล่อเธอได้เลย กลับถูกเธอตลบหลังเสียอีกสายตามองหญิงสาว ในสมองก็ครุ่นคิด หลีเชินอดไม่ได้ที่จะคิดเตลิดไปไกลกว่าเดิมถึงแม้จะไม่แต่งงานกับฟู่อี้ชวน ซูมั่วก็คงจะมีสามีที่ดีเลิศคนหนึ่งได้อย่างแน่นอน ชีวิตห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status