로그인นางสาวมารียา แมคนัลด์ ชื่อเล่นว่ามะลิ อายุยี่สิบห้าปี ใบหน้าคม ในลุคของสาวลูกครึ่ง สวยสะกดทุกสายตา เมื่อใครต่างมองมาก็ต้องชื่นชมและลุ่มหลง ในความงามของเธอ มารียาเป็นสาวสวยลูกครึ่งไทยอังกฤษ แต่ชีวิตกลับผกผัน เมื่อบิดาและมารดาเสียชีวิตไปพร้อมกันอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอโตมาเพราะยายเป็นคนเลี้ยงดู ซึ่งยายเป็นคนอีสาน และการเดินทางมากรุงเทพฯ ในครั้งนี้ก็เพื่อหางานทำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตานำพาหรืออย่างไร ในขณะที่เธอเดินผ่านห้างสรรพสินค้าชื่อดัง มีแมวมองสนใจและได้ชักนำพาเธอเข้าไปทำงานในวงการบันเทิง ปัจจุบันมารียาเป็นดาราแนวหน้าของเมืองไทย ที่ใครๆ ต่างก็รู้จัก แต่เธอกลับปิดกั้นเรื่องความรัก และนั่นยิ่งทำให้ทุกคนชอบ เมื่อเธอนั้นไม่เคยมีข่าวเสียหายกับชายใดมาก่อน แต่ในเวลานี้เรื่องวุ่นๆ ในชีวิตของเธอกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อชายหนุ่มที่เธอนั้นไม่ได้รู้จักมักคุ้น เขาคอยตามเธอเป็นเงามาเป็นปี ในที่สุดความรู้สึกที่เธอมีนั้นก็ค่อย ๆ รับเขาเข้ามาในหัวใจอย่างไม่รู้ตัว
더 보기ณ บ้านของแบงก์ ซึ่งเป็นจุดรวมพลของแก๊งเสือหนุ่ม ทุกคนต่างจับจ้องมาที่ใบหน้าของกวิน เมื่อเขานั้นกำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากให้กับชีวิตที่กำลังจะผกผันในไม่ช้า
"สรุปมึงจะมานั่งอมทุกข์ ให้พวกกูดูว่างั้น มึงจะเอายังไงก็รีบพูดมา กูคิดถึงพระอาทิตย์กับพระจันทร์จะแย่แล้ว" เก้าพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแฉ่ง เมื่อเขานั้นกำลังพูดถึงลูกรักแฝดชายหญิงวัยเตาะแตะกำลังซน
"กูยอมจริงๆ เลย ชื่อของลูกมึงเนี่ย กูว่านะ มึงรีบผลิตออกมาอีกเยอะๆ แล้วใช้ชื่อให้ครบจักรวาลไปเลย ชื่อลูกโลกก็ได้นะ กูว่ามันครอบคลุมดี" แบงก์พูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่สายตาของเก้ามองมาที่เพื่อนรักอย่างขัดใจ
"ลูกโลกชื่อเพราะดีวะ เอาไว้ตั้งให้ลูกมึงคนต่อไปนะแบงก์ เบลล่ากับลูกโลกคล้องจองกันจะตายเชื่อกู" เก้าพูดออกมาในขณะที่ แบงก์เริ่มมีสีหน้าสงสัย
"คล้องจองกันตรงไหนวะ ไอ้นี่ตกภาษาไทย" แบงก์พูดออกมาในขณะที่เพื่อนๆ นั่งส่ายหัว ให้กับความซื่อหรือโง่ของเขาก็ไม่รู้
"ไอ้พายุบอกกูมาหน่อยซิ มึงจัดการกับแพรยังไงวะ กูอยากเอาไปใช้บ้าง แม่ง! แม่ดารามารียาของกู ตามตื๊อมาเป็นปีแค่ขี้เล็บยังไม่ได้สัมผัสเลย" กวินพูดออกมาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ทั้งที่เสือหนุ่มอย่างเขามีผู้หญิงมากมายที่วิ่งเข้าหา แต่เขากลับเลือกมารียาที่เย็นชาใส่ราวว่าชายหนุ่มไม่มีตัวตน บางทีเขาก็แอบสงสัยว่าเธอไม่มีหัวใจเลยใช่ไหม ขนาดตามตื๊อมาเป็นปียังไม่เคยใจอ่อนให้เขาเลยสักที
"มานี่กูจะบอก แต่ห้ามเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ไม่อย่างนั้นเมียกูเอาตายแน่!" พายุพูดพร้อมกับกระซิบลงไปที่ข้างหูของกวิน ถึงวิธีการที่เขานั้นเคยทำให้แพรไหม ต้องยอมพลีกายให้กับเขา อย่างไม่มีทางขัดขืนในสิ่งที่ประธานหนุ่มต้องการได้
"ไอ้เชี้ย! ไอ้เลว! แต่แผนมึงเจ๋งวะเพื่อน" กวินพูดออกมาเสียงดัง พร้อมกับดวงตาที่ฉายแววร้ายออกมา เมื่อเขานั้นไม่สามารถหาวิธีพิชิตใจมารียาได้ แม้เธอเองก็ไม่มีท่าทีจะชอบเขาเลยสักนิด แต่ถึงยังไงกวินก็จะเดินหน้าต่อ แน่นอนอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ย่อมไร้ค่าไร้ราคาเช่น เพราะนารีคนอื่นๆ ที่ยอมพลีกายให้กับเขาง่ายๆ เพียงเพราะเงินตรา จึงทำให้มารียาดูมีค่ากว่าใครๆ
"แผนอะไร เล่ามาเลยนะไอ้กวิน" แบงก์ถามออกมาเสียงดัง เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนมีแผนการผุดขึ้นมาจากมุมปากของกวิน
"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมีเมียจนตัวสั่น และกำลังคิดหาวิธี ที่จะได้เมียมาเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้นเอง" คำพูดของกวินทำให้แบงก์กับเก้ามองตากันปริบๆ เมื่อเขากำลังคิดว่าแผนการของกวิน จะต้องมีอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน ภายใต้สายตาคมที่ฉายแววออกมามันดูมีเลศนัยแอบแฝงชอบกล
"มีอะไรค่อยคุยกันวันหลัง ได้เวลาไปรับลูกแล้ว ป่านนี้ยัยลูกหมู คงทำหน้างอที่คุณป๋าไปรับช้าขอตัวก่อนนะครับทุกคน" พายุพูดพร้อมกับเดินตรงไปที่รถ เมื่อลุงนนท์ลากลับบ้าน เขาจึงมีหน้าที่รับส่งใยไหมในขณะที่แพรไหมนั้นเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน เพราะสายฟ้ากำลังซน จึงทำให้ผู้ช่วยนักออกแบบ กลายเป็นคุณแม่ลูกอ่อนไปโดยปริยาย
"ท่านประธานไปแล้ว ขอตัวนะครับคุณกวิน ผมคิดถึงเด็กแฝดใจจะขาดแล้ว" เก้าพูดจบก็เดินออกไป ปล่อยให้แบงก์และกวินมองตามอย่างหมั่นไส้ ที่เสืออย่างเก้า โดยภรรยาอย่างขวัญดาวถอดเขี้ยวเล็บ
"สรุปแล้วมีแผนอะไร อย่าบอกนะว่าจะใช้วิธีสกปรกกับแม่ดาราสาวนั่น กูว่ามันเสี่ยงอยู่นะ ถ้าเธอมีใจให้ก็ดีไป แต่ถ้าหากเธอมีใครอยู่ในใจแล้ว มึงกำลังจะทำผิดมหันต์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ชีวิตนี้คุณอาจจะไม่ได้รับการอภัยจากเธอก็ได้ คิดเอาเองนะครับคุณกวิน" คำพูดของแบงก์เริ่มทำให้กวินลำบากใจ เมื่อสิ่งที่กำลังคิดจะทำนั้น ผลของมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้
"ขอบใจที่เตือน ขอตัวนะ ไม่กวนแล้ว" กวินพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้แบงก์มองตามด้วยความแปลกใจ เมื่อเขานั้นแค่พูดออกไปเล่นๆ นึกไม่ถึงว่ากวิน จะคิดทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงได้
เมื่อกวินขับรถตรงมาจอดที่ข้างรั้วบ้านของอารียา แม้เธอจะเป็นดารา แต่หญิงสาวก็ไม่ชอบอยู่คอนโดหรูหราเหมือนกับคนอื่นเขา อารียาตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรรหลังไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เพราะเธอนั้นต้องอยู่คนเดียว ดาราสาวเคยชวนยายมาอยู่ด้วยหลายครั้ง แต่หญิงสูงวัยก็ปฏิเสธเธอทุกครั้ง เมื่อเมืองกรุงศรีวิไลไม่เหมาะกับหญิงแก่ๆ อย่างยายของเธอ เพราะอยู่บ้านนอกมีบรรยากาศสดชื่น ที่แสนจะร่มรื่นน่าอยู่น่าอาศัย ท่ามกลางต้นไม้และท้องทุ่ง
อารียานั่งอยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้าน วันนี้เธอไม่มีงานที่กองถ่าย เพราะเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดที่ดาราสาวจะงดรับงาน เพื่ออยู่บ้านคุยกับผู้เป็นยาย
"เป็นจั่งได๋ยายบ่ออยากมาหยามหลานเลยติ งานมะลิจั่งแม่นหลายคัก คิดฮอดยายเด้อ ให้อ้ายสิงห์พาขึ้นเครื่องบินมาบ่อได้ติยาย" (เป็นไงบ้างยายไม่อยากมาเยี่ยมหลานเลยเหรอ งานมะลิเยอะมาก คิดถึงยายจัง ให้พี่สิงห์พาขึ้นเครื่องมาไม่ได้เหรอคะยาย) ดาราสาวพูดจากออดอ้อนผู้เป็นยายออกไป ผ่านสมาร์ตโฟนเครื่องแพง
"โอ๊ย! บ่อเด้อ! ยายย้าน นั่งรถไฟกะพอแฮงแล้ว ให้ขึ้นเครื่องบินพะนะ บ่อเอาดอก ขาบ่อถึงดินจั่งได๋ จั่งได๋กะบ่ขึ้นเด็ดขาด มื่อได๋อีหล่าว่างกะจั่งมาหยามยายเด้อ" (โอ๊ย! ไม่นะยายกลัว นั่งรถไฟก็จะแย่แล้วให้นั่งเครื่องบินไม่เอาหรอก เท้าไม่ถึงพื้นดินยังไงก็ไม่ขึ้นเด็ดขาด เมื่อไหร่หนูว่างค่อยมาเยี่ยมยายก็ได้) คำพูดของผู้เป็นยายทำให้ดาราสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แน่นอนอารียานับวันตั้งตารอให้ถึงวันอาทิตย์ไวๆ เพราะมันเป็นวันเดียวที่เธอนั้นได้คุยกับผู้เป็นยายแบบเต็มอิ่ม หญิงสูงวัยที่เติมเต็มทุกสิ่งเข้ามาในเสียงสมาร์ตโฟน ส่งผลให้เธอนั้นมีพลังอยากสู้ทำงานต่อไป แม้ว่าเธอนั้นจะปลดหนี้ให้กับผู้เป็นยายไปได้หมดแล้วก็ตามที มารียาตั้งใจว่าจะทำงานเก็บเงินอีกไม่กี่ปีก็จะลาออกจากวงการไปอยู่บ้านกับผู้เป็นยาย
"มะลิวันนี้หนูไปฉลองวันครบรอบกับกวินเถอะ ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่จะช่วยกันดูแลมาวินเอง" มารดาของสามีเอ่ยขึ้น เมื่อมารียาได้นั่งลงที่โซฟาข้างๆ กับนาง ขณะที่ฟังดนตรี ซึ่งชายสูงวัยกำลังบรรเลงอย่างเมามัน โดยมีเด็กชายนั่งตักฟังด้วยความสนใจ "แต่มะลิว่า เราฉลองกับที่บ้านก็ได้ค่ะคุณแม่" มารียายังคงพูดออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ แม้จะเป็นวันครบรอบ แต่เธอก็อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า "ปีละครั้งที่จะได้อยู่กันตามลำพัง ไปอาบน้ำเตรียมตัวรอกวินเถอะ""ขอบคุณนะคะคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นมะลิขอตัวไปอาบน้ำก่อน" พูดจบมารียาก็เดินขึ้นไปบนห้อง เพราะใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มารียาได้แต่งหน้าทำผมเอง วันนี้เธอค่อนข้างจะสวยแปลกตาเป็นพิเศษ เพราะเมื่ออยู่ที่บ้านนานๆ ครั้งถึงจะแต่งหน้าสักที ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ชายร่างสูงใหญ่ พร้อมกับดอกไม้ช่อโตในมือ "สุขสันต์วันครบรอบนะครับ คุณภรรยาที่รักของผม" กวินยื
"อืม....อ๊า บี๋แน่นจัง" เสียงที่แหบพร่าของสามีหนุ่มดังออกมา เมื่อเขาสอดมังกรยักษ์เข้าไปสำรวจในถ้ำของเธอ ความคับแคบยังมีไม่เปลี่ยนยิ่งกระตุ้นให้กวินอยากจะดันเข้าไปให้มิดลำ แต่เขาคงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ เวลานี้คงต้องผ่อนแรงลงก่อน "อ๊า...ที่รักเร็วค่ะ มะลิตัวจะลอยแล้ว" คำพูดของมารียา ทำให้กวินเร่งจังหวะเร็วขึ้น แต่ทว่าไม่หนักหน่วงมากนัก สักพักน้ำรักที่แสนจะสุขสมได้หลั่งออกมาจากปากถ้ำของมารียา ในขณะที่ช่องแคบตอดรัดมังกรยักษ์ตุบๆ ทำให้สามีหนุ่มขย่มเข้าออกอย่างเร้าอารมณ์ "โอ้ววว! อ๊า... บี๋ ทำไมร่องคุณตอดรัดดีจัง" กวินคำรามในลำคอสุดที่จะต้านทานความคับแคบนั้นได้ ก่อนที่มังกรจะพ่นน้ำลาวาขาวขุ่นออกมา จนทำให้ชายหนุ่มเกร็งไปทั้งตัว ไม่ว่ากี่ครั้งกี่คราภรรยาสาวก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง ความสุขที่ได้รับความสาวที่มารียามอบให้ มันยังคงตราตรึงใจเขาไปตราบนานเท่านั้น "พ่อรักหนูนะ จุ๊บ!" เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ชายหนุ่มได้ก้มลงไปที่หน้าท้องของภรรยา ก่อนจะจุมพิตแล้วพูดออกมาแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อเขานั้นได้ทำการเข้าไปเยี่ยมลู
"ขอบคุณมากนะคะยาย เอาไว้วันพักผ่อนของครอบครัว พวกเราจะแวะมาที่นี่นะคะยาย ขอบคุณมากค่ะ สำหรับของฝากกลับแล้วนะคะ" เมื่อพูดจบบิดามารดาของกวินก็ได้กราบลายาย โดยมีลูกชายแบกกระสอบผลไม้ไปส่งที่รถ ทำให้มารียาอดที่จะอมยิ้มให้กับท่าทีของมาดของท่านรองประธาน เวลาแบกกระสอบแบบนี้ไม่ได้ในตอนเย็นของวันแต่งงาน เมื่องานพิธีการเสร็จสิ้นลงไป แม้จะเป็นงานที่เรียบง่าย แต่ก็ทำให้คนทั้งตำบลได้เรื่องลือไกล วันนี้จะเป็นอีกวันที่ทั้งสองจะจดจำไปชั่วชีวิต เพราะคำว่าสามีภรรยาได้ผ่านพิธีการที่ถูกต้องตามประเพณีและตามกฎหมาย โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น "อาบน้ำเสร็จทำไมมายืนตากลม ห่มผ้าเอาไว้เดี๋ยวไม่สบายอากาศยิ่งเย็นๆ อยู่" เมื่อกวินออกมาจากห้องน้ำไม่พบภรรยา เขาจึงกวาดสายตามองหาเธอ จนพบหญิงสาวร่างอรชรยืนอยู่ที่ระเบียง ชายหนุ่มจึงหยิบผ้ามาคลุมไหล่ให้กับเธอ ขณะที่ตัวเองนั้นมีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเอาไว้ จากนั้นชายหนุ่มได้สวมกอดภรรยาจากทางด้านหลังมาแนบกับอกกว้างเอาไว้ ด้วยความรักและหลงใหลในตัวเธอ กวินคิดว่าชาตินี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้ นอกจากมารียาภรรยาของเขาอย่างแน่นอน
"นั่นตั้วล่ะว่าแล้ว ยายจ่อยลงแม่นบ้อ เดี๋ยวมะลิสิอยู่กับยายเป็นเดือนเลย จังสิหลบไป สิขุนยายให้อ้วน มักแนวได๋มะลิกะสิหาสิเฮ็ดมาสู่กิน ดีบ่อยาย" (นั่นไงว่าแล้ว ยายผอมลงใช่ไหมเนี่ย เดี๋ยวมะลิอยู่กับยายเป็นเดือนเลย จึงจะกลับจะขุนยายให้อ้วน ยายชอบอะไรจะหามาทำให้ทาน ดีไหมยาย) มารียาพูดพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา ในขณะที่ยายนั้นมองไปที่สิงห์อย่างเคืองๆ ที่มากล่าวหาคนแก่ว่ากินข้าวน้อย "ฮ่วย! หลานอยู่นำโดนๆ กะดีละน้อ ยายกินข้าวหลายแต่บ่ออ้วน ผู้เฒ่ากินเบิ้ดจานกะหลายแล้วเด้ ไผสิกินเทือละสองสามจานคือบักสิงห์ได่น้อ" (ยายกินข้าวเยอะแต่ไม่อ้วน คนแก่กินหมดจานก็เยอะอยู่นะ ใครจะไปกินทีละสองสามจานเหมือนไอ้สิงห์ได้ล่ะ) พอยายพูดจบทุกคนได้หัวเราะออกมาพร้อมกัน นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าครอบครัวสุขสันต์ แม้เธอนั้นจะขาดบิดามารดาไป แต่ผู้เป็นยายก็ได้เติมเต็ม จนทำให้มารียานั้นไม่รู้สึกขาดหาย ความรักที่ยายมีให้ เพียงพอที่จะชดเชยอกอุ่นๆ ของบิดามารดาได้มากเลยทีเดียว เมื่อรับประทานมื้อเย็นเสร็จ กวินและมารียาทั้งสองสามีภรรยาได้ช่วยกันเก็บกวาด