تسجيل الدخولหนึ่ง เธอต้องมีเซ็กซ์กับเขา สอง ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ สาม หากเขาเบื่อ เธอต้องออกไปจากชีวิตของเขาทันที เงื่อนไขสามข้อที่พัตเตอร์ตั้งขึ้นเพื่อแลกกับค่ารักษาอาการป่วยแม่ของนับดาว เดิมทีนับดาวกังวลเงื่อนไขข้อแรกมากๆ แต่เพื่อให้คุณแม่ได้ย้ายมารักษาตัวโรงพยาบาลชื่อดังที่กรุงเทพ นับดาวจึงยอมมอบความบริสุทธิ์ให้เขาแลกกับชีวิตคุณแม่ และได้แต่ภาวนาให้เขาเบื่อเธอเร็วๆ แต่ทว่าตอนนี้ใจมันกลับสวนทางที่ดันกลัวเงื่อนไขข้อสาม เพราะไม่อยากให้เขาเบื่อเลยสักนิด ถึงเขาจะเป็นคนดุ ปากแซ่บไปหน่อย ใจร้ายเป็นบางที และถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาเป็นคนที่ไม่ควรรัก แต่หัวใจก็แปลกพิกลที่ดันหวั่นไหวแอบรักเขาเข้าอย่างจัง
عرض المزيدนิยายเรื่อง : เมียลับคนใจร้าย NC 18+
ผู้เขียน : นามปากกา บีน่าเลดี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม) นิยายเรื่อง เมียลับคนใจร้าย เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา บีน่าเลดี้ แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คัดลอก ลอกเลียน และดัดแปลง เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้โดยเด็ดขาด
--------------
Chapter 1รถสปอร์ตแลมโบกินีสีดำขับเคลื่อนมาจอดที่คลับหรูในเวลาสามทุ่ม สองนาทีต่อมาเจ้าของรถวัยยี่สิบห้าปีก็เปิดประตูลงรถด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง จากนั้นเขาก็ยืนหันหลังพิงรถเอามือล้วงหยิบพอตจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาอัดสูบพ่นควันสีเทาออกจากปาก มือหนึ่งถือพอต อีกมือหนึ่งสไลด์มือถือกดส่งข้อความไลน์ไปหาใครบางคน แต่ทว่าห้านาทีต่อมาใบหน้าหล่อร้ายกลับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เพราะคนคนนั้นไม่เปิดอ่านไลน์ของเขา
ร่างสูงสง่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรเก็บพอตใส่กระเป๋ากางเกง ถอดเสื้อสูทโยนเข้าไปในรถอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินเข้าประตูหลังของคลับไปห้องแคชเชียร์ พอมาถึงที่หมาย ชายหนุ่มยกแขนแกร่งกอดอก เอาหลังพิงที่กรอบประตู สายตาคมกริบจ้องมองพนักงานพาร์ตไทม์ที่มือถือวางอยู่บนโต๊ะทำงานข้างตัว แต่ทว่าเธอกลับไม่สนใจ มัวแต่นั่งหัวเราะต่อกระซิกกับผู้จัดการและพนักงานแคชเชียร์
“ว่างมากเหรอ?” น้ำเสียงเย็นยะเยือกถามคนในห้องแคชเชียร์ ทำให้ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัวรีบหันพรึบยกมือไหว้เขาด้วยใบหน้าเจื่อน
“สวัสดีครับคุณพัตเตอร์ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ...” ม่อนผู้จัดการคลับวัยสามสิบปี พอตั้งสติได้ก็รีบเอ่ยถามอย่างลนลาน เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายดูอารมณ์ไม่ดีนัก
“เอาแบล็กขึ้นไปให้ฉันที่ชั้นสามหนึ่งขวด...” พัตเตอร์ไม่ได้สนใจคำถามของผู้จัดการคลับ แต่ทว่าเขากลับหันไปสั่งพนักงานพาร์ตไทม์ที่ทำตัวเล็กตัวน้อยเจียมตัวเมื่อเห็นเขาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้หัวเราะจนหัวโยก
“เดี๋ยวผมจะไปแจ้งพนักงานเสิร์ฟให้รีบเอาแบล็กขึ้นไปให้นะครับ” ม่อนรับคำสั่งทันทีพร้อมทั้งผลุนผลันจะเดินออกจากห้องแคชเชียร์ แต่ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้าหยุดนิ่งกะทันหันแทบจะล้มหัวคะมำไปกับพื้น เมื่อได้ยินผู้เป็นเจ้านายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“เมื่อกี้ผมสั่งว่าอะไร?” ใบหน้าหล่อร้ายเลิกคิ้วขึ้น แล้วเลื่อนมือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ถึงปากจะระบายยิ้มบางแต่ทว่าแววตาคมกริบกลับดุดันมากเมื่อเขาโดนขัดใจ
“เอ่อ...คุณพัตเตอร์สั่งให้น้องนับดาว เอาแบล็กขึ้นไปให้ที่ชั้นสามครับ” ม่อนทวนคำพูดของเจ้านายเมื่อครู่นี้ด้วยสีหน้ายิ้มแห้งพร้อมทั้งก้มหัวเล็กน้อยขอโทษที่หวังดี แต่เจ้านายดันไม่ชอบใจ
“เออ ก็ได้ยินชัดหนิ แล้วพี่ม่อนจะขัดคำสั่งผมเหรอ?” พัตเตอร์เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยสีหน้าเอาเรื่อง เขาไม่ได้ต้องการให้ใครก็ได้ขึ้นไปชั้นสาม แต่เขาต้องการให้นับดาวเท่านั้นที่ขึ้นไป
“เปล่าครับ ผมแค่คิดว่าน้องนับดาวยังไม่เคยทำหน้าที่เสิร์ฟมาก่อน ผมกลัวว่าน้องจะทำเหล้าหกแตกครับ”
“ทำไมจะต้องกลัวไปก่อน ทั้งที่ยังไม่เคยลงมือทำ...”
“เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งครับเจ้านาย...” ม่อนก้มหัวให้พัตเตอร์อีกครั้ง ก่อนจะหันไปสั่งงานนับดาวทันที
“นับดาวรีบไปเอาแบล็กไปเสิร์ฟคุณพัตเตอร์ที่ชั้นสามเร็ว”
“รับทราบค่ะ...” นับดาวดีดตัวลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว หญิงสาวแอบเหล่มองเจ้าของคลับเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งออกจากห้องแคชเชียร์ด้วยความเร่งรีบ
“ถ้าหกล้มหัวเข่าแตก ห้ามเบิกค่ารักษาพยาบาลจากคลับเด็ดขาด” พัตเตอร์พูดไล่หลังนับดาวเสียงดัง ทำให้นับดาวหยุดชะงัก...กึก! โดยอัตโนมัติ...หญิงสาวค่อยๆ ก้าวขาเดินไปที่บาร์เทนเดอร์อย่างช้าๆ หญิงสาวพยายามทำให้เขาถูกใจ แต่เขากลับมองว่านับดาวกำลังกวนประสาทด้วยท่าทางซื่อบื้อของเธอ
“คุณพัตเตอร์สุดหล่อของหนูอารมณ์เสียอะไรมาเนี่ย...” ฟินพนักงานแคชเชียร์หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีถึงจะเอ่ยปากชื่นชมเจ้านายปลาบปลื้มในความหล่อเหลา แต่ทว่ากลับถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างโล่งอกที่พัตเตอร์เดินออกไปแล้ว
“พี่ก็ไม่รู้ว่ะฟินเอ๊ย... คืนนี้ขยันหน่อยก็แล้วกัน เจ้านายเราอารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวจะพากันตกงานไปหมด”
“หนูห่วงก็แต่น้องนับดาวแหละพี่ม่อน มันยิ่งกลัวคุณพัตเตอร์อยู่ด้วยไม่ใช่ว่าป่านนี้มือไม้สั่นไปทำเหล้าหกใส่คุณเขาแล้วนะ แต่จะว่าไปดูเหมือนเจ้านายของเราจะเอ็นดูนับดาวอยู่นะพี่ ไม่งั้นคุณเขาจะเดินมาสั่งงานด้วยตัวเองเหรอ? แถมยังสั่งงานไม่ตรงหน้าที่งานอีก มันแปลกๆ อยู่นะเหมือนจงใจเดินมาหานับดาวเลย หนูทำงานที่นี่มาห้าปียังไม่เคยได้ขึ้นไปชั้นสามเลยอะ นับดาวพึ่งมาทำงานที่นี่แค่สามเดือนแถมยังเป็นพนักงานพาร์ตไทม์อีก แต่เจ้านายดันล็อกมงให้นับดาวขึ้นไป หนูคิดว่าเจ้านายต้องสนใจนับดาวแน่ๆ ถึงนับดาวหน้าตาใสซื่อ บ้องแบ๊ว แต่ผู้หญิงแบบนี้มองไม่เบื่อ แบบยิ่งมองยิ่งสวยอะ โอ๊ยๆ พี่ม่อน หนูเจ็บนะ” ฟินร้องโอดโอยเสียงหลงที่โดนม่อนเอามะเหงกลงหัวเรียกสติที่คิดเพ้อเจ้อเรื่องเจ้านายเป็นตุเป็นตะ
“อย่าพูดมั่วๆ แบบนี้นะฟิน คุณพัตเตอร์เขา...เออ...ช่างเถอะ แต่คุณพัตเตอร์ไม่ได้สนใจน้องนับดาวหรอก...”
“พี่ม่อนรู้อะไรมาบอกหนูบ้างสิ...” ฟินที่เห็นม่อนอ้ำอึ้งเหมือนรู้อะไรมาแต่กลับปิดบังเอาไว้ไม่ยอมพูดให้จบ มันยิ่งทำให้ฟินอยากรู้
“ถ้ายังอยากทำงานที่นี่นานๆ อย่าเสือกเรื่องเจ้านายดีกว่า...”
“โธ่...แล้วพี่ม่อนจะแรงใส่หนูเพื่อ? งั้นหนูทำงานดีกว่า เพราะหนูเป็นผู้หญิงมีค่า...”
“ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าห้องพัก...” ม่อนพูดสวนทันที
“ฮ่าๆ พี่ม่อนก็แกล้งไม่ทันมุกหนูหน่อยสิ ปล่อยให้หนูเล่นมุกให้จบหน่อยก็ไม่ได้ ชิ๊...” ฟินย่นจมูกใส่ม่อนไปตามประสา
“เอาไว้เล่นวันหลังเถอะ ถ้าฟินมัวแต่เล่น อาจจะหลุดจากตำแหน่งแคชเชียร์เงินเดือนดีแบบนี้ก็ได้นะ ฟินไม่เห็นเหรอว่าคืนนี้เจ้านายอารมณ์ไม่ดี..”
“โธ่ๆ หนูรีบทำงานที่รักดีกว่า..” พอม่อนอ้างถึงเจ้านายหน้าหล่อ ฟินก็รีบหมุนตัวไปทำงานด้วยความขยันขันแข็งทันที ซึ่งม่อนเองก็รีบเดินออกจากห้องแคชเชียร์ เพื่อไปดูความเรียบร้อยภายในคลับจะได้ไม่โดนเจ้านายติติง
ตอนพิเศษ 2“เอิงเอยไม่เอา”“เอาไปเถอะ” ลีโอรีบยัดเงินใส่มือให้เอิงเอยทันที “กลับบ้านได้แล้วเจ้าสองแสบ” ยาหยีเอ่ยเรียกลูกฝาแฝดของเธอจากในรถ“ครับ / ค่ะ” ฝาแฝดหันไปตอบรับคุณแม่ของเขา ก่อนที่จะวิ่งขึ้นรถไปทันที และเมื่อลีโอกับซีน่าขึ้นมาบนรถแล้ว ยาหยีก็แซวลูกชายของเธอทันที“มีสาวเอาดอกบัวมาให้เหรอลูก”“ผมไม่ได้เอามาฟรี ๆ หรอกม้า ผมให้เงินเธอไปหนึ่งร้อยบาทครับ เพราะผมสงสารเอิงเอย” ลีโอบอกแม่ของเขา“สงสารเอิงเอยจนต้องซื้อดอกไม้กลับบ้านทุกวันเลยใช่ไหม” “ครับผม” ลีโอพยักหน้าตอบคุณแม่ของเขา “เฮ้อ” จู่ ๆ ซีน่าก็ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ จนวายุที่เห็นลูกสาวนั่งหน้างอถือดอกกุหลาบช่อโตเอาไว้ในอ้อมกอด รีบอุ้มลูกสาวมานั่งตักทันที “ใครให้ดอกกุหลาบลูกสาวคนสวยปะป๊าเนี่ย” “ไม่มีใครให้หรอกค่ะป๊า หนูตั้งใจแกะกระปุกออมสินซื้อดอกกุหลาบให้ป๊าในวันวาเลนไทน์เลยนะคะ” ในระหว่างที่ซีน่าพูดบอกคุณพ่อของเธอ ซีน่าก็มองหน้าลีโอไปด้วยความระแวง เพราะกลัวว่าลีโอจะแฉความจริงออกมาว่าแท้จริงแล้ว เธอแอบขโมยเงินคุณพ่อไปซื้อดอกกุหลาบให้พี่ฉลาม แต่ทว่าพอพี่ฉลามกลับไม่เอา เธอก็เลยเอามาให้คุณพ่อของเธอแทน“ว้าว...หนูซื้อดอกกุหลา
ตอนพิเศษ 14 ปีผ่านไป... 14 กุมภาพันธ์ ลีโอ เด็กชายวัยสามขวบ นั่งกอดอกบนม้านั่งชิงช้า แล้วทำสีหน้าเซ็งที่แม้จะเลิกเรียนแล้ว แต่ต้องมานั่งรอน้องสาวฝาแฝดที่จะเอาดอกกุหลาบไปให้รุ่นพี่ ป.2 “ยืนบิดอะไรนักหนาวะซีน่า รีบเอาดอกกุหลาบไปให้พี่ฉลามดิเดินมานู่นแล้ว” ลีโอรบเร้าน้องสาวฝาแฝดที่ยืนตัวบิดเขินเป็นไส้เดือน ไม่ยอมเอาดอกกุหลาบไปให้ฉลามสักที ทั้งที่ตอนนี้ฉลามเดินตรงดิ่งไปยังรถหรูของทางบ้านที่มารอรับแล้ว “ซีน่าไม่กล้า” ซีน่าหันมาหาพี่ชายฝาแฝดด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก“งั้นก็กลับบ้าน ป๊ากับม้ามารอรับแล้วเนี่ย”“ไม่กลับ ซีน่ายังไม่ได้ให้ดอกกุหลาบกับพี่ฉลามเลย”“มึงก็รีบเอาไปให้พี่ฉลามสิซีน่า มายืนบิดแบบนี้ วันนี้พี่ฉลามจะได้ดอกกุหลาบของมึงไหม” ลีโอกัดฟันพูดด้วยความมันเขี้ยวน้องสาวของเขาสุด ๆ ที่เพิ่งจะอายุเพียงแค่สามขวบ แต่ทำตัวแรดตั้งแต่เด็ก “งั้นซีน่าเอาดอกกุหลาบไปให้พี่ฉลามเลยนะ”“มึงรีบไปเถอะซีน่า ก่อนที่พี่ฉลามจะขึ้นรถกลับบ้านซะก่อน” “พี่ลีโอให้กำลังใจซีน่าหน่อยสิ”“เออ...สู้ ๆ รีบวิ่งไปดิ” ลีโอลุกจากม้านั่ง แล้วเดินมาดันซีน่าให้เดินไปหาฉลามทันทีและเมื่อเด็กหญิงตุ้ยนุ้ยผิวขาวราวกับน
The End“หนูมีอะไรจะบอก แต่ถ้าหนูบอกแล้ว เฮียห้ามโกรธหนูนะคะ” ยาหยีดึงเขามานอนบนเตียง แล้วเอาขาก่ายตัววายุเอาไว้“ไม่มีทางที่เฮียจะโกรธหนูหรอก ตอนนี้เฮียแทบจะกราบขอบคุณหนูเป็นพัน ๆ ครั้งที่ให้โอกาสกับเฮีย ว่าแต่หนูมีอะไรจะบอกเฮียเหรอครับ”“เฮียจำเหตุการณ์คืนนั้นที่หนูไปนอนถอดเสื้อผ้าที่ห้องเฮียได้ไหมคะ”“จำได้ไม่ลืมครับ แต่หนูอย่ารื้อฟื้นเรื่องนี้เลยนะเพราะมันผ่านมาแล้ว อีกอย่างตอนนี้เฮียก็รักหนูที่สุด” วายุน่ะรู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากแผนการของคุณพ่อของเขา และเขาอยากจะขอบคุณคุณพ่อของเขามาก ๆ ที่คิดแผนนี้ขึ้นมา จนเขาได้เมียดี ๆ อย่างยาหยี“ไม่ได้ค่ะ เรื่องนี้หนูต้องพูด”“พูดแล้วก็อย่านอยด์นะ เพราะตอนนี้เฮียรักหนูมาก”“ไม่นอยด์แน่นอนค่ะ หนูขอเล่าต่อนะคะ ย้อนไปตอนที่หนูเข้าไปนอนที่ห้องเฮีย แล้วหนูบอกว่าเจ็บจิ๋ม ทั้งที่ความจริงแล้วเฮียไม่ได้ทำอะไรหนูเลย เพราะหนูโดนเฮียเปิดซิงที่นี่ หนูค้างคาใจมาก ก็เลยแอบไปถามความจริงกับม้า ว่าผู้หญิงเราจะเจ็บจิ๋มทั้งที่ไม่โดนเปิดซิงได้ด้วยเหรอ? ม้าก็หัวเราะขึ้นแล้วบอกกับหนูว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของป๊า และที่หนูเจ็บจิ๋มทั้งที่เฮียไม่ได้ทำอะไรหนู
Chapter 117วันต่อมา...15.00 น.“ยูริครับ มาหาป๊าเร็ว” วายุเอ่ยเรียกยูริด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ทว่ายูริกลับเมินและไม่ยอมเข้าใกล้วายุแม้แต่น้อย“ยูริยังงอนเฮียอยู่เหรอคะ” ยาหยีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัว มองไปที่ยูริด้วยความเอ็นดู เพราะไม่ว่าวายุจะเรียกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทว่ายูริกลับทำเมินราวกับว่าไม่ได้ยินที่วายุเอ่ยเรียก“ถ้ายูริงอนป๊า งั้นป๊าไม่ให้ยูริไปเกาะด้วยนะ” พอยูริโดนวายุขู่ เจ้าแมวแสนรู้ก็เดินเข้ามาวายุทันที “เมี้ยว”“หายงอนป๊าได้แล้ว ป๊าขอโทษนะลูก” วายุอุ้มยูริมานั่งบนตัก แล้วเอามือลูบหัวยูริด้วยความอ่อนโยน เรื่องวันนั้นเขาเองก็รู้สึกผิดกับยูริมาโดยตลอด ที่ยูริถูกยี่หวาทำร้าย แต่เขากลับเข้าข้างยี่หวาอย่างไม่ลืมหูลืมตา“เมี้ยว” ยูริร้องขึ้นแล้วเอาหัวถูไถที่ขาของวายุอย่างออดอ้อน“ถ้ายูริหายงอนป๊า เดี๋ยวป๊าหาเมียให้เอาไหม”“หยุดความคิดเฮียเดี๋ยวนี้เลย หนูจะให้ยูริอยู่เป็นโสดตลอดไป” ยาหยีรีบพูดขัดขึ้นทันที“ถ้ายูริมันโสด เดี๋ยวยูริมันจะมีลูกไม่ทันใช้นะ”“อย่าไปคิดแทนมัน ยูริมันอยากโสดไปตลอดชีวิต”“เนอะยูริ หนูอยากโสดใช่ไหมครับ” ว่าแล้วยาหยีก็อุ้มยูริออกจากตักวายุทันที
Chapter 67“ช่วงซัมเมอร์หนูดันสัญญากับแม่ไว้ว่าจะไปช่วยแม่ทำสวนน่ะสิคะ” เรื่องที่แม่เธอป่วย หญิงสาวก็จำไม่ได้ จำได้ครั้งล่าสุดตอนที่แม่ของเธอยังสุขภาพดีและยังตรวจไม่เจอโรคร้าย“แม่หนูคงเข้าใจแหละ แต่ถ้าหนูแวะกลับบ้าน พาพี่ไปเปิดตัวด้วยนะ อยากไหว้พ่อตาแม่ยาย...”“บ้านหนูจนนะคะ พี่ยังอยากเป็นลูกเขยชา
Chapter 59“...” นับดาวส่ายหน้าไปมา จนผมสลวยเต็มหมอนใบใหญ่ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย“โอ๊ยยยย!” จู่ๆ พัตเตอร์ก็ร้องโอดโอยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้นับดาวรีบเอามือออกจากปาก แล้วเอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง“พี่เป็นอะไรคะ อื้อ...” พัตเตอร์ประกบจูบปากเล็กอย่างรวดเร็ว นานเป็นเดือนที่เขาไม่เคยได้
Chapter 30“วันนี้ฉันมีธุระต้องไปจัดการ งั้นฉันกลับก่อนนะ...” พัตเตอร์โน้มตัวหอมแก้มนุ่มฟอดหนึ่ง และเดินออกจากห้องไป นับดาวนั่งนิ่งที่ปลายเตียง ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนตัวสั่นโยน นอกจากร้องไห้กับอดทน เธอก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง‘ทน ทน ทน’ ได้แต่บอกคำนี้กับตัวเอง จากนั้นนับดาวก็เดินไ
Chapter 33“กูไม่รู้ว่าน้องนับดาวทำอะไรให้มึงไม่พอใจ แต่น้องมันยังเด็ก จะทำอะไรก็สงสารเด็กบ้าง...” ดินแดนพูดอย่างเห็นใจเด็กสาวที่เขาเองก็ไม่ได้รู้จักส่วนตัว แต่เคยเห็นหน้าตาใสซื่อไม่มีพิษไม่มีภัยกับใครก็รู้สึกสงสาร“เด็กแรดน่ะสิ...” พัตเตอร์แสยะยิ้มออกมา แต่แววตาของเขาแข็งกร้าว“ห้ามเพื่อนมึงหน่อยด











