เมียเสน่หาอาญาอสูร

เมียเสน่หาอาญาอสูร

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
93Bab
478Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

รติพัทร พงศ์พันธ์ ผู้ชายที่เก็บความเคียดแค้นเอาไว้เพื่อรอวันจัดการกับคนที่ทำลายครอบครัวของเขา ในชีวิตของเขามีผู้หญิงอีกคนที่เขารักมากที่สุดนอกจากมารดาคือเธอ พิรวดี เด็กสาวที่เขารักสุดหัวใจ แม้เธอจะเป็นลูกสาวของศัตรู แต่เขาเลือกที่จะจัดการเฉพาะคนที่ทำร้ายเขาและมารดา และเก็บรักษาความรักที่ดีงามเอาไว้ให้เธอตลอดไป

Lihat lebih banyak

Bab 1

1

Book 1

“Fuck me hard,” Cal’s voice could be heard from inside room 901, the sound muffled by the thick wood but sharp enough to pierce the quiet of the luxury hallway. “Yeah,” he moaned as Julian stroked him deep, his voice dropped low with a pleasure he had never once shared with the girl waiting for him at home.

This was the dream Cal had built his entire life around. Julian Voss had been his crush for decades, an obsession that went far beyond mere admiration. From stalking him through society pages to learning his favorite high-end bar, Cal had calculated every move.

He had taken a job at this hotel with one goal in mind: making Julian drink to a stupor and finally having him. For Cal, tonight was the ultimate victory, the moment he finally possessed the man he had worshipped from afar while using his ordinary life as a shield.

Outside, Emma looked up at the five-star hotel, her heart already sinking at the sheer opulence of the building. Cal had been ignoring her calls and acting distant since the day he got a job here, drifting away from her like a boat lost at sea.

Emma never wanted to lose her relationship; she was just eighteen and naive, clinging to the boy she thought was her forever. But the excuses had become too much to bear. Cal had refused to show up for her eighteenth birthday and then left her standing alone in her dress for the high school prom, claiming work was too busy. She was here to confront him, to demand why he was throwing away three years of love for a paycheck.

As she walked into the bar, the atmosphere hit her like a physical wave. Everywhere was filled with elite men, high-end strippers, and people who moved with the kind of confidence only money could buy. She felt out of place in her simple clothes, her eyes searching the crowded room for a familiar face.

She spotted one of Cal’s colleagues, a guy she had met once or twice when Cal first started. When she asked for him, the man pointed toward the elevators with a knowing look. He told her he had just seen Cal going up to deliver a drink to a guest in room 901, and something about the way he said it made Emma’s stomach churn. She didn't wait for a second thought; she headed straight for the elevator, the numbers climbing until the doors opened onto the ninth floor.

She walked down the quiet corridor, her sneakers silent on the plush carpet. As she reached the door of room 901, she heard it—the heavy, rhythmic sounds of stroking and the unmistakable moans of a man in the throes of passion. The door wasn't fully latched, leaving a sliver of the room visible.

Emma leaned in, her breath hitching as she saw the scene inside. It wasn't just a betrayal; it was a revelation that destroyed everything she believed. She saw Cal, her Cal, wrapped around Julian Voss. In that moment, the magazines she had always seen in Cal’s room flashed through her mind. She had thought Julian was just his role model or a business icon he admired. Now she realized the magazines were a roadmap for his obsession. Cal was using her, using her girlhood and her innocence to protect his sexuality while he hunted the man he truly desired.

Emma’s heart felt dead, the warmth in her chest replaced by a cold, sharp ice. She backed away from the door, her vision blurring as she looked for a place to hide. She found a small service alcove just as the door to room 901 opened. She watched from the shadows, her hand clamped over her mouth to keep from screaming as Cal stepped out. He looked flushed and triumphant, a smug smile on his face as he adjusted his shirt and walked toward the elevators without a hint of guilt. He didn't look like a man who had just cheated; he looked like a man who had finally arrived. Emma waited until the elevator dinged and he was gone, her grief transforming into a dark, focused rage.

If Cal wanted Julian Voss so badly that he was willing to treat her like a disposable cover, she would give him a reason to truly hurt. She decided right there that she wouldn't just leave. She would take the one thing he valued most. She wanted Cal to feel the agony of being replaced by the very girl he thought was too naive to notice his lies.

Emma stepped into the room, the smell of expensive bourbon and sex hanging in the air. Julian was sprawled on the bed, his eyes closed in a drunken sleep, looking like a king who had been brought low. Emma walked to the side of the bed and sat down, her shadow falling over the man her boyfriend wanted. She reached out and placed her hand on Julian’s chest, waiting for the billionaire to wake up.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
93 Bab
1
“จะไปไหนเหรอคะพี่สุ แต่งตัวซะสวยเลย” อนงค์เอ่ยถามสุวดี ภรรยาหลวงหรือจะพูดให้ถูกคือภรรยาตีทะเบียนของภคิน สายตากวาดมองเสื้อผ้าอาภรณ์หรูราคาแพง และเครื่องประดับงดงามที่ประดับอยู่บนเรือนร่างอีกฝ่ายด้วยความริษยาจับใจ“เธอมีอะไร ฉันจะออกไปข้างนอก ช่วยหลีกไปด้วย”สุวดีข่มความรู้สึกไม่ชอบใจเอาไว้ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบสนิทอนงค์เหยียดยิ้มเดินไปลูบไหล่ของภรรยาหลวงขณะยืนอยู่ด้วยกันที่เชิงบันไดด้วยอาการยั่วยุอารมณ์ สุวดีปลดออกอย่างสุภาพ“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ วันนี้คุณคินไม่อยู่ นงเลยอยากมาทำความสนิทกับพี่สุให้แน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้นไป อ๊ะๆ ๆ อย่ามองนงด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ นงน่ะสงสารคุณคินหรอกนะคะ แล้วก็สงสารพี่สุด้วย” อนงค์ตั้งใจพูดยั่วให้สุวดีโมโห“เธอมีอะไรพูดมาจะดีกว่า อย่ามาโยกโย้ให้มากความ ฉันไม่มีเวลามากหรอกนะ”สุวดีพยายามข่มอารมณ์เจ็บลึกในอกเต็มที่ สามีพาหญิงสาวคนนี้เข้ามาในบ้านแล้วโกหก แนะนำว่าเป็นญาติห่างๆ เธอก็เจ็บมากพอแล้ว กลางค่ำกลางคืน ขณะที่ภคินคิดว่าเธอนอนหลับ กลับย่องไปหาญาติที่เขาแอบอ้างจนเธอจับได้คาหนังคาเขา แต่ที่ต้องทนเพราะรติภัทร ลูกชายคนเดียวที่เธอรักมากที่สุด เธอไม่อยากให้บุตรชา
Baca selengkapnya
2
เธอเคยคิดว่าหากเขาจะมีภรรยาน้อยจริงๆ ก็อยากให้อีกฝ่ายมีความยำเกรงเคารพกันบ้าง หรือถ้าให้ดีไม่ยุ่งเกี่ยวต่อกันเหมือนคราแรกที่อนงค์เข้ามาอยู่ในตอนแรกๆ เธอก็จะทนเพื่อลูก แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนใจดียอมให้สามีตัวเองมีภรรยาอีกคน แล้วละเลยตัวเอง ทำร้ายจิตใจสารพัดแบบนี้“พ่อเขาไล่เราแล้วติ เขาไล่เราแล้ว”รติภัทรมองตามร่างบิดาไปอย่างเสียใจไม่แพ้มารดา“ทำไมคุณพ่อไม่มีความยุติธรรมแบบนี้ ในเมื่อเขาไล่ เราไปจากที่นี่กันเถอะครับ ผมจะดูแลแม่เอง” เด็กชายรติภัทรพูดอย่างเด็ดเดี่ยวร่างสูงใหญ่ของรติภัทร หนุ่มวัยสามสิบปีที่นอนหลับอยู่บนเตียงกว้างผวาตื่นจากฝันร้าย หอบหายใจรุนแรงเหงื่อโซมกาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซีดเผือด มือหนาเสยผมที่ปรกหน้าผากอย่างอ่อนแรง ก่อนจะลูบเบาๆ ด้วยความอ่อนล้าในจิตใจ ดวงตาเย็นชา ใบหน้าเฉยเมยกลับมาอีกครั้งหัวใจของเขาด้านชาเกินกว่าจะรักผู้หญิงคนไหน แต่หากรักจริงเขาจะทุ่มเทไม่ทำให้เธอเสียใจเหมือนอย่างที่บิดาทำเอาไว้กับมารดา ถ้าเขารักผู้หญิงคนไหน เขาจะทำเพื่อเธอ ทำให้เธอมีความสุขที่สุดและอะไรก็ตามที่เป็นของเขา เขาไม่มีวันปล่อยให้ใครแย่งไปเด็ดขาด ไม่มีวัน!!!รอยตราเสน่หาร่างสูงของชายหนุ
Baca selengkapnya
3
หลังมือหนุ่มลากไล้ไปตามแก้มนวลของวัยสาวเปล่งปลั่งอย่างทะนุถนอม ลมหายใจร้อนรุ่มของรติภัทรสะท้อนเข้าออกจนทรวงอกกระเพื่อมไหว ความอดทนที่จะไม่ล่วงเกินมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน เขาเองก็ไม่รู้ตัว ร่างบางยังนอนนิ่ง หลับตาพริ้มเพราะฤทธิ์ยาสลบ ไม่รับรู้ว่าตนเองกำลังจะเผชิญกับสิ่งใด ความมืดภายนอกเข้ามาปกคลุมเรื่อยๆ ชายหนุ่มกลับไม่หิวข้าว แต่กลับกระหายหิวเรือนร่างที่นอนหลับพริ้มตรงหน้าเสียมากกว่า“วดี ตื่นได้แล้ว... จะนอนไปถึงไหน”รติภัทรกระซิบเสียงนุ่มแนบใบหูขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ดวงตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นวาววับด้วยอารมณ์ที่ต้องการในอก หลังมือหนายังลากไล้ไปมาไม่หยุดหย่อนเพื่อปลุกคนขี้เซาให้ตื่นจากนิทรารมย์รติภัทรปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงสาวออกจากกาย เขาชื่นชมความงดงามของเธออย่างอ้อยอิ่งไม่รีบเร่ง นิ้วแกร่งลากสัมผัสไปตามโครงหน้างดงาม เขี่ยขนตางอนงามที่เรียงเป็นระเบียบ หญิงสาวยังหลับสนิท ไม่รับรู้อันใดทั้งสิ้น ริมฝีปากร้อนกดจุมพิตหน้าผากมนด้วยสัมผัสอ่อนโยน น่าแปลกที่เขาไม่อยากทำรุนแรงกับเธอเพื่อให้สาแก่ความแค้นที่แม่เธอได้ทำเอาไว้ สายตาที่กร้าวกลับอ่อนแสงลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือห
Baca selengkapnya
4
เขาดูชะงักไปและหันมาจูบซับน้ำตาให้ด้วยสัมผัสอ่อนโยน อ่อนโยนจนเธอประหลาดใจและหยุดนั่งรอดูปฏิกิริยาของเขามือหนาลูบไปตามแขนกลมกลึงปลอบประโลมเธอให้คลายจากความกลัว สัมผัสแบบนี้เธอเคยรู้สึกที่ไหนมาก่อน แต่กลับนึกต่อไม่ออก หญิงสาวนิ่งงันไปชั่วครู่คล้ายหลงเข้าไปในห้วงอารมณ์บางอย่างที่หาทางออกไม่ได้ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่จูบเธอคล้ายคนอดอยากหิวโซ เธอได้ยินเสียงลมหายใจร้อนแรงที่เป่ารดไปทั่วใบหน้า และกลับมากดย้ำจูบด้วยความเอาแต่ใจกับริมฝีปากอิ่มของเธอซ้ำๆ พิรวดีพยายามเบี่ยงหลบ แต่มือหนาบีบท้ายทอยเอาไว้ บังคับให้เธอต้องรับจุมพิตดุดันที่มีชั้นเชิงเหนือกว่าโดยสิ้นเชิงลิ้นหนาแทรกเข้าดูดดึงลิ้นสีแดงสดในโพรงปากแสนหวาน กวาดลิ้นหยอกเย้ากับไรฟันเล็กอย่างเอ็นดูในความไม่ประสีประสา เขากำลังหลงใหลทุกสัดส่วนของเธอ ไม่ว่าจะแตะต้องสัมผัสไปตรงไหน ก็นุ่มนิ่ม เต็มตึง หอมกรุ่นน่าครอบครองไปเสียทุกสัดส่วนริมฝีปากร้อนเข้าซุกไซ้ซอกคอหอม ขบเม้มผิวเนียนละเอียดตรงจุดอ่อนไหวต่อความรู้สึก มือหนายังกดมือน้อยทั้งสองของเธอเอาไว้ ริมฝีปากเข้าดูดกลืนยอดอกทั้งสองสลับกันไปมา เรือนกายหนาแทรกเข้ากลางเรือนร่างห
Baca selengkapnya
5
เสียงหวานครางสะท้าน สะอื้นไห้ทุกครั้งที่เรือนกายแห่งบุรุษกระทั้นแนบชิดรติภัทรถอนกายจนเกือบสุดแล้วกลับเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงควบคุมกลไกการทำงานดีเยี่ยม เธอต้อนรับโอบอุ้มและตอดรัดทุกครั้งที่เขาฝากฝัง ก่อนที่เยื่อดอกไม้จะสะบั้นลงด้วยแรงกายหนักแน่นที่โหมลงมาอย่างไม่ออมแรงพิรวดีกรีดร้องสะท้านไหวแทบขาดใจ เรียวขาและแขนโอบรัดเขาเอาไว้แนบแน่น ฟันขาวซี่สวยกัดที่บ่าแกร่งเพื่อระบายอารมณ์เจ็บเสียวและกระสันซ่านที่ได้รับจากเรือนกายหนุ่มรติภัทรพ่นลมหายใจออกจากปากพร้อมคำรามแต่ไร้ซึ่งเสียงพูดใดๆ ให้อีกฝ่ายได้ยิน เสียงเนื้อกายกระทบกันประสานกับเสียงครวญครางของหญิงสาวท่ามกลางความมืดของราตรีกาล พิรวดีหัวหมุนติ้วเมื่อความเสียวสยิวกระตุกอยู่กลางกายสาวและเล่นงานเธออย่างหนักเธอได้ยินเสียงหญิงสาวคนหนึ่งหวีดร้องรุนแรง ก่อนจะตกใจว่าเสียงครางและเสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเสียงของเธอเองที่ร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อหลอมรวมเชื่อมประสานเรือนกายกับชายหนุ่มนิรนามที่พรากพรหมจรรย์ที่เก็บรักษามายี่สิบห้าปีเต็มรติภัทรขยับสะโพกตามติดร่างที่กระถดถอยหนีบีบรัดเขารุนแรงด้วยความสุขซ่าน เกร็งร่างส
Baca selengkapnya
6
เธอไม่มีเวลามาชื่นชมกับความงามของที่นี่ พิรวดีพาร่างอ่อนแรงมุ่งตรงไปที่ประตู ไม่รีรอที่จะก้าวหนีออกไป ทั้งที่เจ็บปวดไปทั่วร่างและจุดอ่อนละมุน แต่ไม่มีเวลามาอ่อนแอในตอนนี้“โอ๊ะ!!!” หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บรติภัทรรติภัทรเดินออกจากห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นหญิงสาวก็รีบตามออกมา เขาผวาเข้าไปช่วย พิรวดีรีบสะบัดมือออก เงยหน้ามองอย่างตกใจ“พี่ติ”พิรวดีครางเสียงแผ่ว แม้จะนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แต่เค้าโครงหน้าความหล่อเหลาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพียงแค่เขาดูแข็งแกร่ง สูงใหญ่ด้วยวัยที่มากขึ้น ดวงตายังอ่อนโยนแตกต่างจากใบหน้าที่แสนเย็นชานี้เหลือเกิน“จำเอาไว้ เธอเป็นของพี่คนเดียว พิรวดี!!! เธอไม่มีวันหนีพี่พ้น”การสูญเสียบ้านสุรสิทธิ์... จ.สุราษฏร์ธานี“คุณเดช อย่าสิคะ”อนงค์หญิงสาววัยสี่สิบเศษหัวร่อต่อกระซิกกับญาติสามีที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เมื่ออีกฝ่ายแอบย่องเข้ามากอดรัดเธอในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่“ทำไมล่ะ คิดถึงจะแย่ ไม่ไปหาผมเลยนะ”สุรเดชถามคลอเคลียชิดริมหู หญิงสาวจับเนื้อจับตัวอีกฝ่ายอย่างมีจริต“นงหาเวลาอยู่ค่ะ เดี๋ยวรอให้ไอ้แก่นอนหลับเสียก่อน”อนงค์พูดด้วยสายตาเย้ายวน เธอเป็นคนสับเ
Baca selengkapnya
7
“ถ้าคุณนงรู้เข้า...” ธนามีสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย“อย่าพูดถึงผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นอีก คุณกลับไปได้แล้วละ ผมมีธุระต้องทำอีกหลายเรื่อง ผมไว้ใจคุณมากนะคุณธนา ต่อไปถึงไม่มีผม ผมก็มั่นใจว่าคุณต้องทำทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย”“คุณคินอย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิครับ”“ยังไงก็ขอบคุณคุณอีกครั้ง ทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง ถ้าผมไม่อยู่แล้ว”“ผมทำตามที่คุณคินสั่งทุกอย่างแน่นอนครับ แต่อย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิครับ ผมใจคอไม่ดีเลย”“เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก”ภคินเดินมาส่งทนายวัยเดียวกันกับเขาที่หน้าห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งทอดอารมณ์อย่างเลื่อนลอยอนงค์มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงเดินไปยังบ้านเล็กหลังตึก จุดหมายปลายทางคือบ้านของสุรเดช โดยไม่รู้ว่าหลังจากเธอจากไปไม่นาน ทนายประจำตระกูลก็เดินทางมาถึงอย่างเงียบๆก๊อก ก๊อก ก๊อก…เสียงประตูบ้านทำให้สุรเดชรีบไปเปิด อนงค์งับประตูรวดเร็วเมื่อเข้ามาด้านในแล้ว“อื้อ... อย่าเพิ่งสิคะ” อนงค์หัวเราะอย่างมีจริตผลักไสใบหน้าของอีกฝ่ายออกห่าง“คิดถึงคุณจะแย่ คุณช้าจัง” สุรเดชประคองร่างอนงค์ไปที่โซฟาหน้าทีวีที่เขากำลังนอนพักผ่อนอยู่“ฉันเอาอาหารไปให้คุณคินอย
Baca selengkapnya
8
แต่กลับหายนานนับสัปดาห์ เธอรู้สึกว่าเหมือนเขาหายไปจากชีวิตเธอนานยี่สิบปีดังเช่นอดีตการกลับมาอีกครั้งไร่กาแฟ จ.เชียงใหม่...“ติ” เสียงเรียกอย่างปรานีทำให้หนุ่มหล่อรูปร่างสูงสง่าวัยสามสิบปีหันไปมองผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเขามาจนโตสินธรมองหลานชายด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม สายตาครุ่นคิดของผู้มีพระคุณทำให้รติภัทรรับรู้กลายๆ ว่ามันต้องมีเรื่องอันใดเป็นแน่หลังจากขึ้นเครื่องบินกลับจากสุราษฏร์ธานีเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาคอยเฝ้าติดตามคอยดูแลพิรวดีอยู่ห่างๆ และนั่งเครื่องบินลงไปดูเธอด้วยตัวเองอีกหลายครั้ง ที่ยังไม่เข้าไปแสดงตนเพราะอยากรอเวลาที่เขาจะได้กลับไปที่นั่นอีกครั้งในฐานะบุตรชายคนโตของ ภคิน สุรสิทธิ์ ไม่ใช่อดีตลูกเมียเก่าที่ภคินหย่าร้างเนิ่นนานยี่สิบปี“คุณลุงมีอะไรครับ”น้ำเสียงห้าวเอ่ยถาม ดวงตาคมดุติดจะเย็นชา ใบหน้าเรียบเฉยชาเป็นนิจมักไม่แสดงความรู้สึก แต่ความอ่อนโยนในน้ำเสียงทำให้รู้ว่ารติภัทรรักและเคารพสินธรเป็นอันมาก“ถึงเวลาแล้วติ”น้ำเสียงของผู้เป็นลุงมิได้เคร่งเครียดเท่าที่ควร เขาพอจะเข้าใจคำว่าถึงเวลาของท่านดี แต่เขาไม่เคยต้องการ สินธรมองร่างบึกบึนล่ำสัน ผิวเนื้อสีแทนเข้มเพราะทำงา
Baca selengkapnya
9
ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจจนมารดาของเขากระเด็นออกมาจากบ้านไม่เป็นท่า“ติ” สินธรตบไล่หลานชายคนเดียวหนักๆ“คิดดูให้ดี โอกาสนี้เป็นโอกาสสุดท้าย ถึงไม่ได้เลี้ยงดู เขาก็คือพ่อ ลุงจะออกไปรอติข้างนอก ตัดสินใจยังไง บอกลุงมา ลุงไม่ได้บังคับให้ติ แต่ลุงอยากให้ติคิดเอง ติโตแล้ว โตพอที่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำ ไม่ควรทำ”สินธรพูดจบแล้วเดินจากห้องทำงานของหลานชายออกมา เขารู้คำตอบในใจ แต่อยากให้รติภัทรเป็นคนบอกกล่าวออกมาเอง ไม่อยากบังคับให้อีกฝ่ายต้องทำตามที่เขาขอ เหมือนอย่างเช่นทุกครั้งที่ภคินติดต่อมาหาและขอพบกับลูกชาย เขาจำต้องมาพูดบอกกล่าวความต้องการของภคินให้รติภัทรรับรู้ มีหลายครั้งที่หลานชายปฏิเสธที่จะเจอ และมีหลายครั้งที่ไปเจอโดยง่าย ครั้งสุดท้ายเขาจำได้ดีว่ารติภัทรยอมตอบรับไปเจอกับบิดาโดยไม่มีความลังเลอาจเป็นเพราะเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนั้นสินะ สินธรขยับริมฝีปากเบาๆ คล้ายกับยิ้ม ดวงตาหรี่ลงรู้สึกเอ็นดูในตัวหลานชายไม่น้อย“พิรวดีเป็นของผมครับลุง เธอเป็นของผมตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้ว”ร่างสูงสง่าที่ปรากฏกายขึ้นในงานศพของภคิน สุรสิทธิ์ ทำให้อนงค์ถึงกับตกใจ ยี่สิบปีแล้วสินะที่นางไม่ได้เจอเด็กผู้
Baca selengkapnya
10
“เซ่อซ่าจริงแก มัวแต่มองอะไรอยู่ ดูสิคุณติเปียกหมดแล้ว”คำว่า ‘คุณติเปียกหมดแล้ว’ ทำให้พิรวดีเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่เธอโดนชน เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ สายตาคมเข้มสีกาแฟกำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาสองคู่อย่างตะลึงงัน พิรวดีรู้สึกว่าพวงแก้มเห่อแดงเมื่อสายตาของเขากวาดไล้มองเธออย่างไม่เกรงใจเขากลับมาแล้วเธอมัวแต่เช็ดเสื้อของเขาโดยไม่ได้มองหน้าเขาเลยว่าคนที่เธอชนเป็นใคร“พะ... พี่ติ” เธอถามเสียงเบาหวิวแทบไม่หลุดออกมาจากริมฝีปาก“พาพี่ไปล้างน้ำหวาน”เสียงเย็นชาบอกก่อนจะลากมือพิรวดีก้าวตามไปแทบไม่ทัน อนงค์ได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ออก“คุณแม่ ใครกันคะ หล่อจังเลย เหมือนเจ้าชายในฝันของอ้อเลยค่ะ” อารียาเดินมาสมทบกับมารดา มือกุมเข้าหากันทำสีหน้าชวนฝัน“แกอย่าไปยุ่งกับมันเลย” อนงค์หันมาปรามเสียงดุ“ทำไมล่ะคะ” อารียาทำหน้างุนงง“มันเป็นลูกอีกคนของคุณคินยังไงเล่า”คำเฉลยของมารดาทำให้อารียาตาโต “พี่ติน่ะเหรอคะ”อารียาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดๆ รติภัทรเมื่อวัยเด็กไม่ชอบเธออย่างเปิดเผย เธอย้ายตามมารดาและพี่สาวเข้ามาอยู่ในบ้านเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นเธออายุได้สี่ขวบและพี่สาวอายุได้ห้าขวบ รติภั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status