Masukรติพัทร พงศ์พันธ์ ผู้ชายที่เก็บความเคียดแค้นเอาไว้เพื่อรอวันจัดการกับคนที่ทำลายครอบครัวของเขา ในชีวิตของเขามีผู้หญิงอีกคนที่เขารักมากที่สุดนอกจากมารดาคือเธอ พิรวดี เด็กสาวที่เขารักสุดหัวใจ แม้เธอจะเป็นลูกสาวของศัตรู แต่เขาเลือกที่จะจัดการเฉพาะคนที่ทำร้ายเขาและมารดา และเก็บรักษาความรักที่ดีงามเอาไว้ให้เธอตลอดไป
Lihat lebih banyakBook 1
“Fuck me hard,” Cal’s voice could be heard from inside room 901, the sound muffled by the thick wood but sharp enough to pierce the quiet of the luxury hallway. “Yeah,” he moaned as Julian stroked him deep, his voice dropped low with a pleasure he had never once shared with the girl waiting for him at home. This was the dream Cal had built his entire life around. Julian Voss had been his crush for decades, an obsession that went far beyond mere admiration. From stalking him through society pages to learning his favorite high-end bar, Cal had calculated every move. He had taken a job at this hotel with one goal in mind: making Julian drink to a stupor and finally having him. For Cal, tonight was the ultimate victory, the moment he finally possessed the man he had worshipped from afar while using his ordinary life as a shield. Outside, Emma looked up at the five-star hotel, her heart already sinking at the sheer opulence of the building. Cal had been ignoring her calls and acting distant since the day he got a job here, drifting away from her like a boat lost at sea. Emma never wanted to lose her relationship; she was just eighteen and naive, clinging to the boy she thought was her forever. But the excuses had become too much to bear. Cal had refused to show up for her eighteenth birthday and then left her standing alone in her dress for the high school prom, claiming work was too busy. She was here to confront him, to demand why he was throwing away three years of love for a paycheck. As she walked into the bar, the atmosphere hit her like a physical wave. Everywhere was filled with elite men, high-end strippers, and people who moved with the kind of confidence only money could buy. She felt out of place in her simple clothes, her eyes searching the crowded room for a familiar face. She spotted one of Cal’s colleagues, a guy she had met once or twice when Cal first started. When she asked for him, the man pointed toward the elevators with a knowing look. He told her he had just seen Cal going up to deliver a drink to a guest in room 901, and something about the way he said it made Emma’s stomach churn. She didn't wait for a second thought; she headed straight for the elevator, the numbers climbing until the doors opened onto the ninth floor. She walked down the quiet corridor, her sneakers silent on the plush carpet. As she reached the door of room 901, she heard it—the heavy, rhythmic sounds of stroking and the unmistakable moans of a man in the throes of passion. The door wasn't fully latched, leaving a sliver of the room visible. Emma leaned in, her breath hitching as she saw the scene inside. It wasn't just a betrayal; it was a revelation that destroyed everything she believed. She saw Cal, her Cal, wrapped around Julian Voss. In that moment, the magazines she had always seen in Cal’s room flashed through her mind. She had thought Julian was just his role model or a business icon he admired. Now she realized the magazines were a roadmap for his obsession. Cal was using her, using her girlhood and her innocence to protect his sexuality while he hunted the man he truly desired. Emma’s heart felt dead, the warmth in her chest replaced by a cold, sharp ice. She backed away from the door, her vision blurring as she looked for a place to hide. She found a small service alcove just as the door to room 901 opened. She watched from the shadows, her hand clamped over her mouth to keep from screaming as Cal stepped out. He looked flushed and triumphant, a smug smile on his face as he adjusted his shirt and walked toward the elevators without a hint of guilt. He didn't look like a man who had just cheated; he looked like a man who had finally arrived. Emma waited until the elevator dinged and he was gone, her grief transforming into a dark, focused rage. If Cal wanted Julian Voss so badly that he was willing to treat her like a disposable cover, she would give him a reason to truly hurt. She decided right there that she wouldn't just leave. She would take the one thing he valued most. She wanted Cal to feel the agony of being replaced by the very girl he thought was too naive to notice his lies. Emma stepped into the room, the smell of expensive bourbon and sex hanging in the air. Julian was sprawled on the bed, his eyes closed in a drunken sleep, looking like a king who had been brought low. Emma walked to the side of the bed and sat down, her shadow falling over the man her boyfriend wanted. She reached out and placed her hand on Julian’s chest, waiting for the billionaire to wake up.แต่ละประโยคที่เขาบอกเรียกเลือดในกายสาวให้ร้อนฉ่าเสียจริงรติภัทรขยับโยกถี่กระชั้นเมื่อเห็นร่างสาวกระสับกระส่ายอยากปลดปล่อย เพียงไม่ถึงนาที เสียงหวีดร้องก็ตามติดมาพร้อมกับการกระตุกรัดรึงแก่นกายเขาสุดแรงกำลัง พิรวดีหอบพร่า ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงยั่วเย้า คนที่ควบขี่อยู่บนร่างอดใจไม่ไหวต้องกอบกุมเอาไว้แล้วก้มลงมาเชยชมหลังจากปลดขาเพรียวทั้งสองให้ตั้งชันบนพื้นเตียง“อื้อ...”เสียงครางเหมือนเป็นการตอบรับดีเยี่ยม ริมฝีปากร้อนสาละวนกับอกอวบอยู่เพียงครู่ก่อนจะพลิกร่างภรรยาให้นอนตะแคงโดยที่เรือนกายชายยังฝากฝังไม่ถอยห่างร่างสูงที่คุกเข่าท่าเดิมบดเบียดแก่นกายเข้าทางเบื้องหลังในท่วงท่าใหม่ ร่างบางโยกไหวไปตามแรงกระแทกที่เริ่มขยับบรรเลงลีลาสวาทขึ้นอีกครั้งอุ้งมือใหญ่ยังไม่หนีห่างจากทรวงอกอวบอิ่ม สัมผัสที่ฟอนเฟ้นนวดเฟ้นทำให้ดอกบัวทั้งสองยิ่งขยายขึ้นตามแรงมือที่ชี้นำ นิ้วแกร่งที่ว่างเว้นอีกข้างลากไปตามกระดูกสันหลังแล้วกรีดไปมาจนภรรยาสาวขนลุกซ่านด้วยความสยิว หลับตาพริ้มครางด้วยความสุขสมที่ได้รับจากความเป็นชายรติภัทรพลิกร่างที่นอนครวญสะอื้นด้วยความเสียดเสียวให้คนที่คุกเข่าอัดกระแทกเข้าหาซอกใจสาว หน
แล้วความสากร้อนของชิวหาหนุ่มก็เข้าสอดแทรกที่ก้านเกสรคับแคบที่อ้าโอบรัดรึงเขาไว้ทุกค่ำคืน“อ๊า...”พิรวดีครางรับเสียงสั่นหวิว กายสาวสะท้านเยือกด้วยความรัญจวน สะโพกสวยส่ายวนบิดมวนด้วยความซ่านกระสัน กล้ามเนื้ออ่อนละมุนเกร็งรัดลิ้นหนุ่มที่บุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ ไฟร้อนคุกรุ่นรุมเร้าให้สองหนุ่มสาวดำดิ่งสู่ห้วงดำกฤษณามือสวยบีบเคล้นทรวงอกสาวไปมาด้วยความเพลิดเพลิน แล้วมือใหญ่ก็เข้าช่วยเหลือบีบขยำรุกเร้ารัญจวนจิต เส้นขนบนเรือนร่างสาวลุกชันเป็นเม็ดเล็กๆ ด้วยความซ่านสยิว สะโพกสาวลอยจากพื้นเตียงด้วยมือหนาอีกครั้งที่ยกขึ้นมาให้แนบชิดกับใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาเส้นไหมสีอ่อนแนบชิดไปกับเนินสาว ลิ้นหนาที่ลากไล้ขึ้นลงป่ายปัดกับปลายคางสากที่ตอหนวดทำให้ความเสียวซ่านแล่นไปสู่เส้นประสาทจับจิตจับใจ น้ำหวานฉ่ำชื้นไหลซึมออกมาให้ลิ้นหนาได้ดูดดื่มอย่างสุขสมอารมณ์หมาย ทั้งอุดมไปด้วยความหอมกรุ่นกลิ่นที่กระตุ้นเร้าให้อารมณ์เพศรสของทั้งคู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“อ๊ะ... อ๊า”เสียงครวญเปล่งประสานพร้อมกับจังหวะลิ้น กระตุ้นน้ำหวานไหลบ่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสุขสมเกร็งกระตุกจิกมือเท้าไปบนที่นอนหนานุ่มเรือนร่างแกร่งที่อุดมไปด้
ภาพที่เด็กหญิงพิรวดีขี่หลังเด็กชายวัยสิบขวบตอนล้มลงหัวเข่าเป็นแผล ภาพที่ทั้งสองป้อนขนมให้กัน ภาพพวกนี้ สุวดีมารดาของรติภัทรเป็นคนถ่ายเอาไว้แทบทั้งสิ้น และเป็นภาพที่รติภัทรเก็บเอาไว้ดูเสมอตั้งแต่จากสุรสิทธิ์ไปพิรวดีลูบมือบนภาพหลายภาพที่ขยายขนาดนั้นอย่างเปี่ยมสุข เธอเผลอปล่อยน้ำตาเม็ดใสออกมาด้วยความตื้นตัน แขกผู้มีเกียรติในงานอดชื่นชมความน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ นักข่าวและสื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศหวานชื่นและอบอุ่นของทั้งคู่ทุกช็อตไม่พลาด เพราะรติภัทรเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่ได้รับความสนใจมากคนหนึ่งหลังจากงานหมั้นหมายเสร็จสิ้น รติภัทรพาภรรยาเดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานที่ไร่กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสได้มาเหยียบไร่กาแฟภูดาวที่กว้างใหญ่ ที่นี่มีโรงแรมและรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยว รวมถึงโรงงานผลิตกาแฟภูดาวที่ขายในไทยและส่งออกไปขายยังต่างประเทศรีสอร์ตหรูมีโต๊ะสีขาวไว้จัดเลี้ยงแขกเหรื่อ รติภัทรกุมมือเธอตลอดเวลาพาไปทักทายแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน มือหนาคอยซับเหงื่อให้ พาไปนั่งพัก ป้อนอาหารในบางครั้ง หาน้ำให้ดื่ม พิรวดีมีความสุขจนลืมเวลา เธอภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างเขาแบบนี้พิธีทุกอย่า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ โห นางฟ้าน้อยๆ ของคุณติ”ลิลลี่ตาโตทำสีหน้าว่าตะลึงเข้ามาประคับประคองร่างบาง ความจริง ชุดที่สวมใส่ไม่ได้หรูหราอะไรเลย แต่เป็นชุดสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขาสั้นธรรมดา เธอเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิมรติภัทรยังนั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ เขาหันมองไปยังห้องแต่งตัวที่กั้นเอาไว้พอเป็นพิธี ก่อนจะสะดุดกึกเมื่อคนที่รอคอยเดินออกมาพอดีกับที่สายตาเขาหันไปมองอีกครั้ง ถ้วยกาแฟในมือแทบหลุดร่วง พิรวดีเองรู้สึกขัดเขินเมื่อถูกมองด้วยสายตาชื่นชม แอบพึงพอใจเล็กๆ ที่เธอทำให้เขามองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ชายหนุ่มยื่นมือไปให้ภรรยาสาว พิรวดีค่อยๆ วางมือลงบนมือหนา เงยหน้ายิ้มขณะสบตา“พี่ติยังไม่บอกวดีเลยว่า เอ่อ... เรากำลังจะทำอะไร”“โฆษณาตัวใหม่ของเราไง”“เอ๊ะ!” พิรวดีเลิกคิ้วมีท่าทีสงสัย“วดีกับพี่ทดลองถ่ายให้นายแบบนางแบบดูกันก่อน”“แต่วดีไม่เคยถ่ายโฆษณานะคะ”“เราทำตัวปกติเหมือนกับเรากำลังทำอาหาร ไม่มีใครสนใจเราหรอก”รติภัทรจูงมือหญิงสาวมายังริมหาด ด้านหลังมองเห็นทะเลและท้องฟ้าสีคราม มีฉากกั้นเอาไว้เป็นห้องครัวเล็กๆ ทันสมัย“อุ๊ย!” หญิงสาวเดินไปหยุดยืนสำรวจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งหมดล้วนแล้วเป็นผ
“พี่ติคะ” พิรวดีเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม“มีอะไรวดี” ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาที่มีท่าทีกระวนกระวายใจ“วดีจะออกไปซื้อของให้คุณแม่น่ะค่ะ เลยจะขออนุญาตพี่ติหน่อย”พิรวดีพูดอย่างเกรงใจ เพราะสามีบอกว่าให้เธอรอกลับพร้อมเขา เห็นเขายุ่งกับงานบนโต๊ะ เธอเลยไม่อยากกวน“จะซื้ออะไรล่ะ” รติภัทรถามเสียงเรีย
หญิงสาวทำเสียงขัดใจเล็กๆ เมื่ออยากรับสัมผัสให้มากกว่านี้ เธอเป็นฝ่ายปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาเสียเอง เลอราชไม่ได้ห้ามปรามแต่ยินยอมอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือทุกขั้นตอน เพียงไม่นาน สองร่างก็อยู่ในชุดแรกเกิดเมื่อหลายปีมาแล้วนิ้วแกร่งสอดแทรกเข้าสู่ช่อกุหลาบคับแน่น น่าแปลกที่เธอดูแลรักษาตัวเองได้ดีขนาดนี
พิรวดีนั่งเหม่อลอยคิดไปถึงถ้อยคำของเพื่อนสาวในแผนก แล้วบังเกิดความรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก“คุณติเขาจะแต่งงานกับวดีหรือเปล่า เห็นไม่จัดงานแต่งเสียที ได้ข่าวว่าแม่ของวดีจะฆ่าคุณติเหรอ ข่าวดังมากเลยนะวดี ใช่ๆ ๆ แบบนี้เขาจะหย่าขาดจากวดีหรือเปล่า”เสียงเซ็งแซ่ในแผนกดูจะลือไปหนาหูครอบคลุมไปทั่วโรงงาน แต่เธอ
“จ้ะพี่ศักดิ์ ฉันจะดูแลพวกเขาอย่างดี ฮือๆ ๆๆ” อนงค์ร่ำไห้เมื่อภูมิศักดิ์สำลักเลือดที่ออกจากปากเป็นลิ่มๆทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นนิ่งฟังอย่างสนใจ อนงค์มีลูกกับมือปืนคนนี้ด้วยหรือไง แล้วลูกของพวกเขาไปไหนเสียล่ะ นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน“เธอมีลูกกับมันด้วยเหรอ”สุรเดชกระชากเสียงถามอย่างร้อนใจ





