Masukความเงียบงันปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง วาโยเลี่ยงไปโทรศัพท์สั่งเด็กให้นำข้าวต้มมาให้หญิงสาว และไม่นานหลังจากนั้น นกเอี้ยงก็เข้ามาพร้อมถาดอาหารและน้ำเปล่า
สามีหนุ่มไม่ขอให้นกเอี้ยงช่วยป้อนข้าวภรรยา เพราะเขาจะทำมันเอง ตอนนี้เขาป้อนข้าวคนป่วยเก่งยิ่งกว่าพยาบาลเสียอีก
“ฉันไม่หิว” ละอองดาวบอกสั้นๆ แล้วหันหน้าหนี ถ้าเป็นเวลาอื่นเธอคงอยากกลืนข้าวที่เขาป้อนลงท้องทุกเม็ด แต่เธอรู้ว่าเขากำลังทำดีกับเธอ เพื่อที่จะหวังผลบางอย่าง
“นี่เป็นเหตุผลแรกที่ฉันต้องลงมือป้อนข้าวเธอด้วยมือของฉัน เพราะขนาดฉันป้อนเธอยังดื้อดึงไม่ยอมกิน แล้วถ้าเป็นคนอื่นละก็ อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมกินดีๆ”
“คุณทำเพราะหวังให้ดาวใจอ่อนเรื่องหย่า ดาวรู้ดี แต่ดาวขอยืนยันว่ายังไงก็จะหย่าให้ได้”
“สิ่งเดียวที่ฉันหวังตอนนี้คือให้เธอกินข้าวกินยาแล้วนอนพักเสีย ด้วยความสัตย์จริง” เขายืนยันอีกครั้งอย่างหนักแน่น หญิงสาวจึงยอมรับเอาข้าวต้มเข้าปากแต่โดยดี
ละอองดาวยินยอมให้สามีป้อนข้าวป้อนน้ำจนเกลี้ยงชาม ทว่าปฏิเสธที่จะรับประทานยา วันสองวันมานี้เธอกินยาแก้ปวดลดไข้ไปหลายรอบแล้ว มันต้องไม่ดีต่อร่างกายแน่ๆ เธอนั่งรอให้ข้าวย่อย เพราะขืนนอนตอนนี้มีหวังได้อาเจียนอีกรอบ
วาโยห่มผ้าให้ภรรยา การกระทำเล็กน้อยกลับจู่โจมหัวใจของละอองดาวอย่างหนักหน่วง
“เมื่อตอนวันเกิดคุณ ดาว...นั่งรอจนสว่าง”
ละอองดาวสารภาพ ก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมาจุกในลำคอ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เธอนั่งรอฉลองวันเกิดร่วมกับเขา ตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนกระทั่งถึง...เจ็ดโมงเช้า
“ฉันขอโทษ ที่ไม่ได้โทรมาบอกว่าไปฉลองกับ...คนอื่น” เขาเลี่ยงถ้อยคำที่คาดว่าจะทำร้ายหัวใจของภรรยา หล่อนรักเขา เขารู้ แต่จะให้พูดว่ารักตอบ มันก็พูดยากเหลือเกิน
“ช่างมันเถอะค่ะ ดาวเข้าใจ บนชั้นในตู้เสื้อผ้า มีกล่องสีชมพูวางอยู่ทางขวามือ ถ้าคุณจะเปิดตู้ออกแล้วหยิบมันไปซะ ดาวจะขอบคุณมาก”
หญิงสาวยิ้มขมขื่นให้กับความขื่นขมที่ระดมเข้ามาราวห่าฝน เธอล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และบังคับเปลือกตาให้ปิดสนิท และก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปจริงๆ ละอองดาวก็เลื่อนมือสองข้างไปวางบนหน้าท้องของตน อย่างต้องการปกป้องและคุ้มภัย
วาโยทำตามที่ละอองดาวบอก เขาหยิบกล่องเล็กๆ นั่นออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปจากห้องเงียบๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้นอนหลับพักผ่อนจะได้หายป่วยไวๆ
...........
วันถัดมา บริษัท จตุรศิลป์
แสงแดดตอนเกือบสายของวันทำงาน ตกกระทบเรือนร่างในชุดสูทแบบสตรีที่ชิ้นบนเป็นสูทพอดีตัวสีครีมอ่อน มีเกาะอกสีนวลซ่อนอยู่ด้านใน ส่วนชิ้นล่างเป็นกระโปรงยาวคลุมเข่า เนื้อผ้าบางพลิ้วคลอเคลียกับน่องเรียวยามเจ้าตัวออกเดิน โดยรวมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สิมันตราดูดีไม่มีที่ติ แต่มันคงดีกว่านี้ หากริมฝีปากงามจะเผยรอยยิ้มละไมให้ชาวบ้านแลเสียบ้าง
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ฉันจ้างนะไม่ได้บังคับมา”
ผู้เป็นเจ้านายเริ่มออกคำสั่ง ขณะเดินนำสาวเจ้าเข้าบริษัทในวันนี้
สิมันตราจำต้องแย้มริมฝีปาก แต่มันคล้ายๆ แยกเขี้ยวให้ดูเสียมากกว่า น่าประทับใจเสียนี่กระไรที่เจ้าของบริษัทออกมารอต้อนรับแม่บ้าน (คนใช้ส่วนตัว) อย่างเธอด้วยตัวเอง
“พวกพนักงานของคุณแอบมองฉัน”
สิมันตราทำหน้ายู่อย่างขัดใจ เธอเดินตามเขาเข้าไปในบริษัทโดยมีสายตานับสิบนับร้อยจ้องมองมาราวกับว่าพวกเขาผูกลูกตาติดกับบั้นท้ายเธอ
“ก็คงประหลาดใจมั้ง” ที่ฉันออกมาต้อนรับพนักงานอย่างเธอด้วยตัวเอง
กุมภัณฑ์เอ่ยอีกประโยคในใจ ยิ้มน้อยๆ แล้วหันมามองคนที่เดินอยู่ข้างหลัง หล่อนน่ารักนี่ ใครๆ ก็อยากมองทั้งนั้นล่ะ
“อย่ามายิ้ม เรื่องนี้ฉันจริงจังนะ ความจริงคุณน่าจะมีชุดฟอร์มแม่บ้านให้ฉันด้วย”
“อืม...เข้าท่าแฮะ แล้วถ้าฉันเมื่อยจนต้องให้เธอนวดให้ เธอก็ต้องมีชุดหมอนวดใช่ไหม หึๆๆ” ชายหนุ่มโคลงศีรษะพลางยิ้มยั่วเย้า
“ไม่ต้องค่ะ! ขอบคุณที่กรุณา” สิมันตราโต้กลับด้วยเสียงลอดไรฟัน
กุมภัณฑ์ยิ้มสมใจให้กับผนังลิฟต์มันวาว เขากดปุ่มเพื่อให้ลิฟต์ไปส่งยังชั้นบนสุด ก่อนจะจ้องหน้าหล่อนผ่านเงาสะท้อนของผนังลิฟต์ ภาพใบหน้าขุ่นมัวไม่ชัดเจน แต่ริมฝีปากสีแดงระเรื่อกลับโดดเด่นจนเขาอยากตะโบมจูบให้หนำใจ
ใจเย็นๆ โว้ยไอ้ยักษ์ เดี๋ยวกวางตื่น เขาได้แต่เตือนตัวเองในใจ ก้าวขาออกจากตัวลิฟต์เมื่อมันเคลื่อนมาถึงชั้นบนสุด
...........
ภายในห้องทำงานของกุมภัณฑ์
สิมันตราเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ผู้ชายเพลย์บอยกินเที่ยวจนดึกดื่น มีผู้หญิงข้างกายไม่ขาด แถมแต่ละคนยังร้อนแรงใช่เล่น ไม่น่าเชื่อว่าห้องทำงานเขาจะตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าอ่อน กระดาษบุฝาผนังยังมีลายช่อดอกไม้เล็กๆ เรียงซ้อนกันเหลื่อมล้ำชวนมอง บนผนังด้านหนึ่งมีชั้นวางขวดหรือแจกันอะไรสักอย่างซึ่งมีรูปทรง สีสัน และตราฉลากแตกต่างกัน พอเธอยื่นหน้าเข้าไปอ่านใกล้ๆ เลยได้รู้ว่ามันคือขวดน้ำแร่ยี่ห้อต่างๆ เธอเอื้อมมือไปช้าๆ หมายจะหยิบมัน ใกล้เข้าไปทีละนิด ทีละนิด...
“อย่าจับ!”
“ว้าย! ตกใจหมดเลย” สิมันตราหน้าซีดเผือด มือน้อยถูกเบรกกลางอากาศ เขาจะเสียงดังอะไรนักหนา เธอแค่จะขอดูขวดน้ำใกล้ๆ เท่านั้นเอง เพราะเคยรู้มาว่าน้ำแร่ดีๆ มีราคาสูงกว่าเพชรเสียอีก
“เธอไม่อยากแตะขวดน้ำแร่พวกนั้นหรอกกวาง ถ้ารู้ว่ามันราคาเท่าไหร่”
เขาเอ่ยเป็นนัยซึ่งหญิงสาวคงรู้
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
วาโยเปล่งเสียงอันดังสั่งภรรยา ทว่าละอองดาวไม่อาจรอช้า ด้วยว่าสิ่งที่อยู่ในท้องกำลังตีวนขึ้นมาหมายจะพุ่งออกทางเก่า เจ้าหล่อนรีบออกไปจากห้องแม้ว่าต้องใช้มือยันผนังไปตลอดทางเพื่อหาห้องน้ำก็ตาม ขณะเดียวกัน วาโยก็ลุกมากำหมัดแน่นอยู่หน้าห้อง เพื่อเฝ้ามองแผ่นหลังของภรรยา เขาเก็บกลืนความโมโหโกรธาไว้ในหมัดท
...........[5]แม่ผัวตัวแสบ...........รถยนต์คันงามมุ่งหน้าสู่สำนักงานเขต ที่ครั้งหนึ่งละอองดาวกับวาโยเคยมาจดทะเบียนสมรส ระหว่างที่รถยังเคลื่อนตัวไปตามถนนที่คับคั่งด้วยยวดยานพาหนะ สองสามีภรรยาไม่ได้เอ่ยวาจาแต่อย่างใด ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบงันผูกขาดการสนทนา ทว่ายี่สิบนาทีถัดมา ละอองดาวก็ทนไม่ไหว
วิภารู้อาการของลูกสะใภ้ดี นางสั่งให้เจรียงไปเอาผลไม้ที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟ“ฉันให้พี่เจรียงหาผลไม้ดองมาติดบ้านไว้ เผื่อว่าหล่อนอยากกิน”นางพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ละอองดาวรับรู้ว่านี่คือความกรุณาอย่างยิ่งของแม่สามี“ขอบคุณนะคะคุณแม่ ดาวไม่รู้จะตอบแทนคุณแม่ยังไงดี”วิภามีรอยยิ้มติดมุมปาก อยากยิ้มกว้างๆ อ
“หย่าก็หย่าสิ...ละอองดาว เธอยังมีอีกคนให้ห่วงให้คิดถึง จะมัวเหนี่ยวดึงคนที่ไม่รักไว้กับตัวทำไม สู้ให้เขาไปซะ ไปอยู่กับคนที่เขารักไม่ดีกว่าเหรอ”เสียงสะอื้นผะแผ่วดังขึ้นหลังจากที่เจ้าของเอ่ยคำปลอบประโลมตนเอง สองมือบางวางบนหน้าท้องที่ยังแบนอยู่ หากไม่บอกคงไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวกำลัง ตั้งครรภ์........