เข้าสู่ระบบกุมภัณฑ์จับจูงร่างสมันน้อยออกมาจากบาร์เครื่องดื่ม เขาเข้าไปขออนุญาตป้าเจรียงพาหล่อนไปคุยธุระกันในห้องทำงาน สิมันตราอิดออดไม่อยากไป แต่คุณนายวิภากลับเห็นดีเห็นงาม ด้วยว่าเห็นบางอย่างผิดปกติในตัวลูกชาย
หากนางวิภาเดาไม่ผิด สีลิปสติกที่เปื้อนบางๆ บนริมฝีปากกุมภัณฑ์ มันเป็นสีเดียวกับสีลิปสติกบนริมฝีปากของสิมันตราแน่ๆ และถ้าหากเป็นเรื่องจริงนางก็ขอเชียร์แม่กวางนี่แหละให้มาเป็นสะใภ้คนเล็ก มันดีกว่าให้ลูกชายคนรองไปคว้าสาวๆ ที่ควงกันชั่วข้ามคืนมาตบแต่งเป็นไหนๆ
นางครุ่นคิดพลางมองตามหลังคนทั้งสองที่จับจูงกันออกไป ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ออกมาจนนางเจรียงอดไม่ไหวถามไถ่ด้วยใคร่รู้
“ขำอะไรคะคุณ” ผู้ที่สูงวัยกว่าเอ่ยถาม
“ปะ...เปล่านี่ แค่...คิดอะไรเพลินๆ” นางว่าแล้วหันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านด้วยมาดคุณนาย มีรอยยิ้มพิมพ์ใจติดอยู่ที่สองมุมปาก ถึงแม้ว่าข่าวที่อ่านจะเป็นข่าวโจรชั่วบุกขึ้นบ้านท่านนายพลก็ตาม
...........
ในห้องทำงานของกุมภัณฑ์ซึ่งอยู่ข้างๆ ห้องทำงานของพี่ชาย
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” กวางสาวถามอย่างประหม่า ขนาดตอนอยู่หน้าบาร์เครื่องดื่มซึ่งไร้ประตู เขายังกล้ากอดจูบลูบคลำเธออย่างถือสิทธิ์ แล้วนี่ในห้องหับอันมิดชิด เธอจะรอดพ้นเงื้อมมือนายยักษ์ได้อย่างไร
“ไม่ต้องกลัวน่า ฉันแค่มีเรื่องงานจะคุยกับเธอ และไม่พิศวาสแม่กวางร่างเตี้ยอย่างเธอหรอก ไม่รู้ว่าบรรดาเจ้านายหื่นกามของเธอเห็นความสวยเซ็กซี่ตรงไหน ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาปล้ำเธออยู่เรื่อย”
กุมภัณฑ์กวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของกวางสาวหน้าสวย
สิมันตราค้อนขวับเข้าให้ เธอรู้ดีว่าตัวเองสะสวยเพียงไร บางครั้งความงดงามที่ได้มาโดยไม่ได้ร้องขอก็เป็นภัยให้เจ้าของได้ ขนาดป้องกันตัวเองในทุกๆ ทางที่ทำได้ในที่ทำงาน แต่ก็ถูกลวนลามจากเจ้านายหื่นกามอยู่เรื่อยๆ
“แน่ใจนะว่าฉันไม่สวย มีตาหรือเปล่ายะ” สิมันตราประชดน้อยๆ ทำหน้ายู่จมูกย่นแล้วลดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่
กุมภัณฑ์เดินมานั่งหมิ่นๆ ที่ขอบโต๊ะ พิจารณาคำพูดของสิมันตราแล้วก็เห็นว่าจริงทีเดียว หล่อนสวยมาก แต่จะให้เขาชื่นชมนั้นไม่มีทางเสียล่ะ
“สวยตรงไหนฮึ หน้าตาก็บ้านๆ ตารึก็โตเท่าไข่ห่าน แถมปากยังห้อยด้วย” เขาว่าพลางเชยคางมนขึ้นมาพิจารณา เอียงซ้ายเอียงขวาฝั่งละสองสามวินาทีให้เห็นชัดๆ
หญิงสาวหน้างอทันใด เจ้านายกลายๆ คนนี้ไม่เคยมองเห็นความงามของเธอหรอก
“ไม่สวยแล้วจูบทำไมยะ!”
คราวนี้กุมภัณฑ์ปั้นหน้าไม่ถูก เขาไม่น่าเผลอตัวไปกับแรงดึงดูดของแม่กวางน้อยเลย ให้ตายสิ!
“ก็...ขอโทษแล้วไง สงสัยฉันจะเมาขี้ตาละมั้ง”
สิมันตราตาเบิกโตเพราะคาดไม่ถึง เขากำลังประณามร่างกายเธออย่างร้ายกาจด้วยคำแก้ต่างแก้ตัวที่ทุเรศสิ้นดี นายยักษ์ชั่ว! พูดออกมาได้ไง ฮึ่ม!’
“อะไร!? อย่าบอกนะว่าแอบให้พรฉันอยู่ ฉันรู้ทันหรอกน่า”
นายยักษ์พูดจี้ใจดำ ทำเอาสมันน้อยค้อนขวับคอแทบเคล็ด เพราะไม่อาจทำได้แม้แต่ให้พรพ่อยักษ์ในใจ
“เชอะ! อย่าให้ฉันสูงกว่านี้ อึ๋มกว่านี้ แล้วก็รวยกว่านี้ก็แล้วกัน เพราะคนแรกที่ฉันจะเชิดใส่ก็คือนาย!”
สิมันตรายืนขึ้นแล้วยื่นหน้าไปสบตากับชายหนุ่มใกล้ๆ ยังผลให้กุมภัณฑ์แลเห็นดวงตาวับวาวราวแก้วเจียระไนของเจ้าหล่อนชัดเจน ในระยะห่างเพียงปากกาหนึ่งด้ามเท่านั้น
“เธอ...ดูใกล้ๆ แล้วก็...สวยเหมือนกันนะเนี่ย”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว ทำเอาสิมันตราหน้าเหวอรีบดึงกายกลับไปยืนที่เดิม แต่ชายหนุ่มก็ไวพอที่จะตวัดเอาร่างอรชรเข้าสู่วงแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะฉกจุมพิตลงบนเรียวปากหล่อนอีกหน ยอมรับเลยว่าร่างกายทุกส่วนร้อนรุ่มขึ้นมาเมื่อได้ใกล้ชิดกับแม่สมันร่างงาม
“ปล่อย! คุณยักษ์ ปล่อยฉันนะ!”
สิมันตราร้องลั่นเมื่อเขาปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ แต่มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพราะหลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาที เขาก็บดเบียดจุมพิตลงมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มจูบเอา...จูบเอา จูบจนร่างหญิงสาวอ่อนระทวย
“อย่า! พอ...พอแล้ว คุณยักษ์ คุณ...กำลังทำกับฉัน เหมือนเจ้านายหื่นกามพวกนั้น...”
สิมันตราน้ำตาคลอ กุมภัณฑ์ผละริมฝีปากที่ลากไล้ถึงซอกคอออกมาจ้องหน้าหล่อน กรามแกร่งบดเบียดกันดังกรอดๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่หล่อนเอื้อนเอ่ย เขาเคยคิดว่าเจ้านายหื่นกามเหล่านั้นทำได้มากสุดก็แค่จับมือถือแขน แต่นี่หล่อนเพิ่งบอกว่าพวกมันทำอย่างที่เขากำลังทำอยู่นี้ มันน่าโมโหนัก แล้วทำถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ
“พูดมาเดี๋ยวนี้นะกวาง พวกเจ้านายเก่าเธอมันทำกับเธออย่างที่ฉันทำอยู่นี่เหรอ มันทำถึงขั้นไหน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงชายหนุ่มเกรี้ยวกราดอย่างไม่อาจอดกลั้น สองตาเขาเริ่มแดงก่ำด้วยโทสะที่ถาโถม
หญิงสาวอยากปลอบประโลมให้เขาคลายกังวล แต่เธอจะปลอบเขาทำไม ปลอบเขาในฐานะอะไรดี
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“คุณยักษ์ตื่นแล้วเหรอคะ เอากาแฟไหมคะเดี๋ยวป้าไปชงให้”นางเจรียงบอกแล้วตั้งท่าจะลุกจากเก้าอี้ แต่หลานสาวกลับห้ามโดยการยื้อแขนเหี่ยวๆ ไว้ ด้วยไม่ต้องการให้ญาติผู้ใหญ่ของตนต้องลำบาก“เดี๋ยวหนูชงเองค่ะ ป้านั่งเฉยๆ บ้างก็ได้ เดี๋ยวได้กระดูกเคลื่อนพอดีเพราะคอยแต่จะรับใช้เด็กไม่รู้จักโตคนนี้” หญิงสาวแขวะค
“คุณแม่ครับ ผมจะไม่คุยเรื่องนี้กับคุณแม่อีก ถ้ามีคนต้องผิดในเรื่องนี้ก็คงต้องเป็นคุณแม่ เพราะถ้าคุณแม่ไม่บังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก ผมคงไม่ดึงละอองดาวมาเกี่ยวด้วยแน่ๆ”“ตาโย!” นางวิภาขานชื่อลูกชายอย่างสุดจะทน กุมภัณฑ์เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ขณะที่นางเจรียงควานหายาดมมาจ่อจ
นางวิภาจีบปากจีบคอว่าให้“คุณแม่? มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ!” คนป่วยถามด้วยความตกใจ รีบลุกนั่ง แต่อาการมึนศีรษะและหน้ามืดทำให้ต้องหลับตาปี๋“ท่าจะอาการหนักแล้วนะ ฉันว่าหล่อนไปโรง’บาลดีไหมแม่ดาว ฉันไม่อยากให้หล่อนตายที่นี่หรอกนะ ฉันกลัวผี!” เสียงเล็กแหลมบ่งบอกว่ากลัวจริงๆละอองดาวอยากขำแต่ขำไม่ออก แม่สาม
ร่างอรชรเลื่อนกายลงนอนช้าๆ ดึงหมอนออกจากศีรษะหนึ่งใบเพราะมันสูงเกินไป เวลาเดียวกันนั้น วาโยก็ยื่นเม็ดยาสีขาวมาให้ คงเป็นยาลดไข้อะไรสักอย่าง“ดาวไม่ได้เป็นอะไร”“เธอตัวร้อน อย่าเรื่องมาก ถ้าพรุ่งนี้มิสเตอร์คิงส์ติดต่อมาว่าตกลงเซ็นสัญญา ฉันจะกลับเมืองไทยทันที เพราะฉะนั้นกินมันซะ!”คนถูกสั่งรีบหยิบเม็







