เข้าสู่ระบบ...........
[3]
สาวใช้ของนายยักษ์
...........
เรือนไม้หอม
ละอองดาวตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายแก่ๆ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหนักหนาจนเธออยากจะเฉือนมันทิ้ง เท่านั้นยังไม่พอ เธอรู้สึกว่าสมองหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยก้อนศิลาหนาหนัก มิหนำซ้ำอาการไอโขลกๆ ยังทำให้ท้องไส้โยกคลอนจนเจ็บร้าวชายโครง มันทรมานสุดๆ หรือว่าเธอใกล้จะตายแล้วใช่ไหม ทำไมมันถึงทรมานอย่างนี้
“ตื่นแล้วเหรอ ฉันว่าเธอควรกินข้าวเสียหน่อย จะได้กินยา”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มของสามีเอ่ยบอกภรรยาสาว ละอองดาวหันหน้าไปตามเสียงนั้น ทันได้เห็นมือหนาสอดโทรศัพท์มือถือลงไปในกระเป๋ากางเกง ถ้าเขาจะคิดถึงคนรักมากขนาดนั้น ทำไมไม่ไปอยู่ด้วยกันให้จบๆ จะมาทรมานด้วยการขังเธอไว้อย่างนี้ทำไม
“คุณโยคะ ดาว...ขอหย่าได้ไหม” เธอถามอย่างประหม่า หยดน้ำตาเริ่มขังคลอในหน่วยตาแสนเศร้า
“เธอไม่สบาย ฉันจะไม่คุยเรื่องนี้”
เขาบอกสั้นๆ แล้วก้าวขาพาร่างสูงใหญ่ตรงไปที่ประตู
“พอตอนดาวดีๆ คุณก็ไม่เคยโผล่มานี่นา ดาวไม่กล้าไปหาคุณที่บ้านโน้น คุณก็รู้” เธอบอกในสิ่งที่เขาก็รู้ อยากคุยเรื่องหย่าแทบตลอดเวลา แต่เขาไม่เปิดโอกาสเลย
“ดีแล้ว เธอไม่ควรไปที่บ้านของนุต อย่าเข้าใกล้คนรักของฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นอย่างที่สุด
ละอองดาวยันกายลุกขึ้นนั่ง เธอดึงลิ้นชักข้างเตียงออกมาแล้วโยนบางอย่างให้สามี
วาโยหยิบรูปถ่ายสองใบขึ้นมาพิจารณาด้วยมือที่สั่นระริก เสียงคำรามในลำคอยังไม่เท่าสายตาที่ทอดมองภรรยา เพราะมันดุดัน เครียดขมึงด้วยแรงดึงทึ้งของโทสะ โมหะ ละอองดาวให้คนสะกดรอยตามถ่ายรูปเขา แต่สายสืบของหล่อนคงเข้าใจผิด ถึงได้ถ่ายแต่รูปของเขากับน้องสาวของวีนุตตรามาให้ และแน่นอนว่าละอองดาวคงเข้าใจว่า นิลอร เป็นคนรักของเขาอย่างแน่แท้ แต่ที่แน่ที่สุดในตอนนี้ก็คือ หล่อนไม่ควรกระทำ
“เธอกล้าดียังไง ถึงให้คนสะกดรอยตามฉัน!” ชายหนุ่มถลาขึ้นไปบนเตียง เขากระชากหัวไหล่ของภรรยามาเขย่าจนศีรษะหล่อนโยกคลอน
“ดาวทำเพื่อตัวเอง คุณผิดสัญญาก่อน ความจริงมันครบตามสัญญาที่เราทำกันไว้นานแล้ว แต่คุณไม่ยอมหย่าให้ดาวเอง คุณกักขังดาวไว้ด้วยคำว่าบุญคุณและทะเบียนสมรส เมื่อไหร่จะปล่อยดาวไปซะที ดาวเหนื่อยนะคุณโย...”
หญิงสาวน้ำตาซึมเอ่อ อาการเจ็บป่วยทางกายทำให้หัวใจพลันอ่อนแรงตามไปด้วย วันนี้เธอจึงกล้าเฉลยความจริงให้เขารู้ หวังเพียงว่าจะข่มขู่ให้เขาเซ็นใบหย่าให้โดยง่าย
วาโยปล่อยมือจากร่างบาง เมื่อเห็นหยดน้ำตาไหลเป็นทางบนใบหน้าซีดเซียว
“ถ้าถึงวันนั้น ฉันจะพาเธอไปหย่าแน่นอน แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง”
เขาให้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นแม้แต่น้อย ละอองดาวขบเม้มริมฝีปากล่าง ตัดสินใจบอกเขาในเรื่องที่วางแผนไว้
“ดาวให้เวลาคุณหาวันว่างอีกสามเดือน ถ้าสามเดือนคุณไม่ยอมทำตามที่พูด ดาวจะฟ้องหย่า ดาวมีหลักฐานคือรูปพวกนี้ ศาลจะต้องเห็นใจเมียหลวงอย่างดาว และถ้าคุณไม่อยากเสียเงินทองของคุณละก็ กรุณานัดวันมาเถอะค่ะ อย่ารีรออะไรอีกเลย”
“แล้วเธอคิดว่าฉันรออะไรฮะ!”
“ไม่รู้สิคะ ไม่รู้และไม่เข้าใจว่าทำไมพวกคุณต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก รักกันชอบกันก็แต่งงานอยู่กินกันเสียก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาสองบ้านให้มันเหนื่อย ที่สำคัญกว่านั้น...ไม่รู้จะดึงดาวมาทรมานทำไม!” ถามเขาอย่างไม่เข้าใจ หยดน้ำตาเริ่มเหือดหาย เฉกเช่นหัวใจที่แห้งจนแตกระแหงไปแล้ว
“ฉันมีเหตุผลของฉัน สักวันเธอจะรู้เอง” เขาตอบภรรยาอย่างที่เคยบอกทุกครั้ง มันเผยพิรุธชัดเจน หากละอองดาวจะลองสังเกต
“ดาวไม่อยากรู้! ดาวอยากหย่าอยากไปให้พ้นๆ จากคุณได้ยินไหม! อุ๊บ!”
ละอองดาวเอามือปิดปาก เพราะลำไส้อันว่างเปล่ากำลังตีวนเอามื้อเช้าออกมาทางเก่า
วาโยรีบเอาถังขยะใบน้อยไปรองอาเจียนให้คนป่วย หล่อนโก่งคออาเจียนจนตัวโก่ง ร่างสั่นสะท้านยามต้องออกแรงขย้อนของเสีย หล่อนอาเจียนจนไม่มีอะไรจะออกมาแล้ว
“ไปโรงพยาบาลเถอะ ฉันว่าเธออาการหนักแล้วนะ”
“ไม่!” คำตอบสั้นๆ แต่กระด้างและหนักแน่นจนวาโยยังสะดุ้ง
สามีที่นานๆ ทีจะได้ปรนนิบัติภรรยา กำลังทำหน้าที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นเพราะสาวใช้ที่แวบไปแวบมาได้พาร่างกายของเจ้าหล่อนหลบซ่อนจากสายตาเขาเสียแล้ว เขาจำต้องพาละอองดาวไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวในห้องน้ำ ก่อนจะเอาถังขยะใบดังกล่าวไปวางไว้ด้านนอกเพื่อที่กลิ่นของมันจะได้ไม่รบกวนพวกเขา
“ถ้าเธอไม่อยากไปโรงพยาบาลก็นอนพักเถอะ ฉันจะให้เด็กเอาข้าวต้มมาให้ กินแล้วก็กินยาด้วยล่ะ ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้เธอหายดีแล้ว...ค่อยคุยกันอีกที ฉันพูดจริงๆ”
เขาย้ำให้หล่อนมั่นใจ ละอองดาวคงหมดความเชื่อมั่นในตัวเขาตั้งแต่วันที่เขาผิดวาจา เงื่อนไขในการแต่งงานระหว่างเขาและหล่อน จะมีระยะเวลาเพียงสามปีเท่านั้น แต่เขากลับบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบมาได้จนตอนนี้ก็เลยสามปีมาหลายเดือนแล้ว เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ย้ำกับตัวเองอยู่ทุกคืนวันว่าสตรีที่รักมีเพียงวีนุตตรา แต่ทว่า พอถึงเวลาที่ละอองดาวต้องไปจากกัน เขากลับทำใจไม่ได้ มันเหมือนว่าเขากำลังจะสูญเสียบางอย่างที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ประหนึ่งว่าถ้าหากหล่อนไปจริงๆ เขาจะไร้ซึ่งอากาศที่ใช้หล่อเลี้ยงลมหายใจ
“ขอบคุณ” เธอตอบสั้นๆ ใจชื้นขึ้นเล็กน้อย
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“แต่ดาวก็ไม่เคยแย่งของของใคร และคนดีของคุณก็ไม่ได้แย่งคุณไปเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา”เสียงสั่นพร่าเปล่งวาจาประชดประชัน เมื่อกล่าวถึงวีนุตตราทีไร อารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจก็ทำให้ละอองดาวมีโทสะทุกครั้ง แม่คนดีของสามีไม่เคยแย่งของของใครงั้นหรือ ช่างน่าขันนัก ขนาดวันคล้ายวันเกิดเขาแท้ๆ เขายังไปฉลองกับเจ้าหล่อน
วิภาโบกมือเป็นเชิงห้ามว่าหยุดพูดเสียที นางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปากเช็ดหน้าให้คนที่เอนร่างลงไปนอนอีกครั้ง เจ้าหล่อนร้องไห้สะอึกสะอื้นประหนึ่งเด็กน้อยถูกรังแก ช่างน่าสงสารเหลือเกิน“หล่อนเป็นอะไรกันแน่ยะ ฉันว่าอาการมันไม่ค่อยเหมือนไข้หวัดหรอกนะ” คุณนายลองหยั่งเชิงถามดู ละอองดาวปาดน้ำตาแล้วครุ่นคิดอย
...........[4]ผิดไหมที่ฉันไม่หย่า...........เสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมาจากรั้วของเรือนไม้หอม เรือนที่สร้างเพื่อละอองดาวโดยเฉพาะ นางวิภานิ่วหน้าสงสัย เพราะจำได้ว่าลูกสะใภ้ป่วยไข้ตั้งแต่วันก่อน มดหมอหรือก็หามารักษาแล้ว แต่เหตุใดเล่าสาวเจ้ายังไม่ทุเลา“เสียงดังเชียวค่ะคุณ” นางเจรียงที่ยืนอยู่ด้านห
“อรก็รู้ว่าพี่...รอพี่โย แค่กๆ”วีนุตตราพูดพลางไอโขลกๆ แต่ก็ยิ้มได้เมื่ออาการไอทุเลา นิลอรรีบเข้าประคองพี่สาว จัดท่าทางให้หล่อนใหม่เพื่อจะได้สะดวกกว่าเดิม“พี่โยนี่น่าตีจริงเชียว มาสายให้พี่นุตต้องรอ” หญิงสาวทำหน้าจริงจังจนพี่สาวต้องโบกมือห้ามปราม“จะตีใครฮึ ยัยดำ” เสียงของวาโยดังเข้ามาในห้องก่อนตั







