Share

บทที่ 10

บทที่ 7

‘อำเภอเป่ยตู’

.

.

“ท่านพี่ฉิน ท่านจะไปไหน?” ถังซีเยว่รีบมาขวางหน้าของหยวนฉินเอาไว้ แขนข้างที่ไม่ได้หักกางออกเพื่อขวางทางเขา

“หลบไปเสี่ยวเยว่ ข้าต้องรีบไป”

“ข้าไม่ยอมให้ท่านไปเสี่ยงอันตรายหรอก”

“แต่ข้าต้องไปช่วยเหลือเสี่ยวชาง”

หยวนฉินกล่าวด้วยสีหน้าร้อนใจเพราะเขาไม่รู้เลยว่าเย่ซูชางอาสาไปอำเภอเป่ยตูที่กำลังประสบภัยโรคระบาด เมื่อวานเขาควรจะถามนางว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่กลับชวนนางทะเลาะจนไม่พูดกันอีก เมื่อเช้าไปจวนสกุลเย่ถึงได้รู้ว่าเย่ซูชางออกเดินทางไปตั้งแต่เช้ามืดตอนนี้คงไปไกลแล้ว

“แต่อำเภอเป่ยตูมีโรคระบาด คนที่ไปส่วนมากก็ตายน้อยนักจะรอดกลับมา ข้าไม่ยอมให้ท่านไปเสี่ยงหรอก”

“หลบไปเสี่ยวเยว่”

“ทำไมท่านต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนแบบเย่ซูชางด้วย!”

“เย่ซูชางคือคู่หมั้นหมายของข้า อนาคตก็เป็นภรรยาของข้า”

“นี่ท่านรักนางไปแล้วหรือ?”

หยวนฉินที่ได้ฟังคำถามก็นิ่งเงียบลงเพราะเขาก็ไม่แน่ใจนักแต่ตอนนี้เขาเป็นห่วงเย่ซูชางมากไม่สามารถปล่อยนางไปเผชิญทุกข์ภัยผู้เดียว

“ข้าไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ข้าเป็นห่วงนางมาก และปล่อยนางไปเผชิญอันตรายผู้เดียวไม่ได้”

“ข้าขอร้องท่านพี่ฉิน ที่นั่นอันตรายเกินไปท่านอย่าไปเลย” ถังซีเยว่ยังคงขอร้องเช่นเดิมเพราะนางเป็นห่วงเขาและไม่เห็นว่าจะมีคุณค่าตรงไหนที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงช่วยสตรีชั่วแบบเย่ซูชาง

“ข้าคงทำตามคำขอของเจ้าไม่ได้”

ว่าจบหยวนฉินก็เลือกจะกระชับห่อผ้าเข้าแขนแล้วรีบเดินเลี่ยงออกมาทันทีโดยไม่ได้สนใจเสียงขอร้องของถังซีเยว่อีก เขากระโดดขึ้นอาชาสีดำขนเงางามแสนสง่างามของตนทันทีแล้วเริ่มบังคับบังเหียนให้เจ้าม้าคู่ใจควบขี่ออกไปอย่างรีบร้อนเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเย่ซูชาง

……….

.

อำเภอเป่ยตู

“ท่านหญิง ท่านไม่ต้องลงไปหรอกขอรับ” นายอำเภอเป่ยตูพยายามห้ามเย่ซูชางที่กำลังจะลงไปดูคนที่ติดโรคระบาดเพราะกลัวว่านางจะติดไปด้วยแล้วหัวของตนจะไม่อยู่บนบ่า

“ข้ามาที่นี่ก็เพื่อมาช่วยผู้ประสบภัยโรคระบาด ถ้ามัวแต่อยู่ในเรือนรับรองแล้วจะให้ข้าเดินทางมาไกลทำไม”

เย่ซูชางไม่ได้สนใจเสียงห้ามปรามของนายอำเภอเป่ยตูเพราะนางมีวิธีรับมืออยู่แล้ว ในนิยายบอกว่าที่นี่ติดโรคระบาดที่ชื่อว่าไข้จับสั่นถ้าภาษาทางการในปัจจุบันก็คือไข้มาลาเรียที่พาหะเป็นยุงก้นปล่อง พื้นที่แถบนี้อยู่ติดป่าฝนมีฝนตกมากกว่าพื้นที่อื่นทำให้มีแหล่งน้ำแหล่งชื้นแฉะเพาะพันธุ์ยุงได้เยอะ และป่าชื้นก็มักจะก่อเชื้อโรคได้ง่ายกว่าจึงไม่แปลกใจนักที่เมืองนี้จะเกิดโรคระบาดเพราะมันมีปัจจัยครบถ้วน

นางก้าวเท้าลงมายังเขตกักกันผู้ติดเชื้อก็ลมแทบจับเพราะการเป็นอยู่แบบนี้ไม่แปลกเลยที่โรคจะระบาดรุนแรง พื้นเป็นดินชื้นแฉะมีน้ำขัง ให้นอนกับพื้นบนเสื่อขาด ๆ แบบตามเวรตามกรรม ผ้าห่มก็ไม่มีต้องเอากองฟางมาห่มตัวเอาไว้แล้วแบบนี้จะป้องกันอะไรได้

“เจ้าให้คนไปตามหมอมาพบข้าที”

“ขอรับ” นายอำเภอเป่ยตูรีบวิ่งออกไปทันที

“พวกเจ้าไปหาดินแห้งมากลบหลุมน้ำให้หมด”

เย่ซูชางเอ่ยสั่งเหล่าทหารที่กำลังเดินไปเดินมาแต่เจ้าพวกนี้ก็ยืนเฉย มิหนำซ้ำยังทำหน้าฉงนอีกเหมือนกำลังสงสัยว่านางเป็นใคร มาจากไหน และมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง

นางถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบป้ายหยกที่เอวขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนดู ก็ทำตามในซีรีส์อะเห็นเวลาจะเบ่งอำนาจอะไรพวกตัวละครก็มักจะเอาป้ายหยกที่ห้อยเอวไว้มาโชว์ตลอด และเหมือนจะได้ผลเพราะพวกทหารหน้าซีดเชียวที่เห็นป้ายของนางที่ไม่ใช่ป้ายหยกธรรมดาแต่มีขอบทองซะด้วยเรียกว่าระดับ V.V.I.P

“ไสหัวไปเอาดินแห้งมาถมหลุมน้ำพวกนี้ให้หมด ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาหัวพวกเจ้ามาถมแทน!”

“ขอรับ!” เหล่าทหารรีบแยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งคนละทิศคนละทางทันที

‘สั่งดี ๆ ไม่ชอบ ต้องให้ร้ายแบบนางร้ายสินะ ไอ้พวกนี้นี่!’

“หมอมาแล้วขอรับท่านหญิง” นายอำเภอเป่ยตูกลับมาพร้อมท่านหมอสองคน

“มีหมอสองคนเองหรือ?”

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย คนเจ็บป่วยเยอะถึงเพียงนี้แต่หมอสองคน ไม่แปลกเลยทำไมถึงคนตายเยอะก็มันดูแลไม่ทั่วถึง เผลอ ๆ ใครอาการหนักคงปล่อยตายตามเวรตามกรรมแน่

“เมืองหลวงส่งมาสี่คนแต่ป่วยไปแล้วสองคนขอรับ” ท่านหมอหนุ่มผู้หนึ่งกล่าว

“เจ้ายังอายุน้อยอยู่เลย ได้เป็นหมอของราชสำนักแล้วหรือ?”

“เรียนท่านหญิง ผู้นี้เป็นลูกศิษย์ของข้าเองขอรับ ตามมาที่นี่ก็หวังจะตามมาเรียนรู้งานจากข้าขอรับ” หมอวัยกลางคนที่ยืนข้างกันกล่าวขึ้น

“อ๋อ” นางพยักหน้ารับ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย มีเมียหรือยังเนี่ย กลัวจะเอาชีวิตมาทิ้งเปล่า ๆ

“เรามาคุยเรื่องโรคระบาดกันดีกว่า พวกเจ้ามีชื่อเรียกโรคนี้หรือยัง?”

“เราเรียกมันว่าจั้งชี่ขอรับ อาการของคนป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว บางคนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร และหนาวสั่นขอรับ”

“พวกเจ้ารักษาอย่างไร?”

“ต้องรักษาตามอาการไปขอรับ แต่บางรายอาการหนักก็ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตไว้ได้จริง ๆ ขอรับ”

นางที่ได้ฟังก็พอจะเข้าใจเพราะยุคสมัยโบราณการแพทย์ยังไม่พัฒนา ยังไม่มีการเจาะเลือดเพื่อเอาไปตรวจหาเชื้อจึงระบุโรคที่เฉพาะเจาะจงไม่ได้ ตัวยาที่ใช้รักษาก็มีแต่ยาสมุนไพรเท่านั้น คงได้แต่รักษาตามอาการใครปวดหัวก็กินสมุนไพรที่มีฤทธิ์แก้ปวดหัว ใครหนาวสั่นก็กินสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแบบนั้น

“การรักษาโรคระบาดไม่ใช่แค่รักษาที่ตัวของผู้ป่วยแต่ว่าต้องรู้จักป้องกันด้วยเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการที่ทรุดลง และไม่ให้คนที่ยังไม่ป่วยติดโรคระบาด ถ้าเอาแต่รักษาแต่ไม่รู้จักป้องกันรักษากันทั้งชีวิตก็คงไม่หายเสียที”

“ท่านหญิงโปรดชี้แนะด้วยขอรับ” หมอหนุ่มโค้งหัวลงอย่างนอบน้อมจนเย่ซูชางชักชอบใจที่เขารู้จักยอมรับความเห็นผู้อื่น อ่อนน้อมถ่อมตนไม่ยึดความคิดตนเองอย่างเดียว

“อย่างแรกเลย โรคนี้มีพาหะนำเชื้อโรคเป็นยุง”

“ยุงตัวเล็ก ๆ น่ะหรือขอรับ?”

ทุกคนต่างแปลกใจเพราะยุงมันตัวนิดเดียวตบก็ตายแล้ว

“ถึงมันจะตัวเล็กแต่พวกเจ้าก็ไม่ควรดูถูก ยุงหนึ่งตัวที่กัดคนป่วยหนึ่งครั้ง มันสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้นับสิบ ยามที่มันกัดลงบนผิวของพวกเจ้าก็จะนำเชื้อโรคที่กัดจากคนป่วยเข้าไปในตัวพวกเจ้าด้วย มันเป็นหลักการง่าย ๆ ของการแพร่เชื้อเลย กัดต่อ ๆ กันไปก็แพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายคนไม่ป่วยต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่มันยังไม่โดนตีตาย”

เมื่อทุกคนได้ฟังก็คิดตามแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ท่านหมอหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยจึงหันมาถามเย่ซูชางต่อ

“แล้วแบบนี้เราควรจะป้องกันเช่นใดขอรับ”

“ง่ายมาก” เย่ซูชางยกยิ้มหวานก่อนจะชี้นิ้วไปยังหลุมที่มีน้ำขังอยู่ “หลุมที่มีน้ำขังพวกนี้ต้องถูกกลบให้หมดอย่าให้มีน้ำขัง ภาชนะต่าง ๆ หม้อไหกะละมังห้ามมีน้ำขังเด็ดขาด น้ำในโอ่งเททิ้งให้หมดแล้วเอาน้ำสะอาดมาใส่จากนั้นต้องปิดฝาโอ่งให้มิดชิดอย่าเปิดอ้าหรือมีช่องรูแม้แต่นิดเดียว”

‘ถ้าเป็นประเทศไทยจะต้องแจกทรายจีพีโอด้วยนะ’

นางเดินเข้ามาในโรงนอนของผู้ป่วยที่ไม่มีการป้องกันอะไรเลยหน้าต่างเปิดโล่ง คนป่วยนอนกับพื้น

“ให้เอาเสื่อมาปูที่พื้นให้หมดเพื่อปิดช่องที่ไม้กระดานไม่ให้ยุงบินขึ้นมาจากใต้ถุน ประตูหน้าต่างเปิดเอาไว้ได้แต่จะต้องมีผ้าบางปิดกั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ยุงบินเข้ามาได้ แล้วคนป่วยทุกคนก็ต้องนอนในมุ้งด้วย จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่คนป่วยแต่คนไม่ป่วยก็ต้องนอนในมุ้งทุกคน”

“ถ้าทำเช่นนั้นต้องใช้งบประมาณไม่ใช่น้อยเลยขอรับ เรามีงบประมาณจำกัด” นายอำเภอเป่ยตูกล่าวสีหน้าเคร่งเครียด

‘นั่นสินะ จะปรับปรุงทั้งหมดก็ต้องใช้งบประมาณเยอะ’

“ไม่เป็นไร เอาเงินทองข้าไปให้หมด”

“ตะ… แต่ว่า”

“ไม่ต้องแต่ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เงินทองของนอกกายไม่ตายก็ยังหาใหม่ได้ข้าไม่ยึดติด เอาชีวิตคนให้รอดก่อนก็พอจะต้องเสียเงินเท่าไหร่ข้าก็ยินดีจ่าย ขอแค่พวกเจ้าทำในสิ่งที่ข้าสั่งได้ก็พอแล้ว”

ทุกคนที่ได้ฟังก็ซาบซึ้งในน้ำใจของท่านหญิงเย่รีบคุกเข่าขอบคุณกันถ้วนหน้า “ขอบคุณท่านหญิงเย่ขอรับ ท่านช่างประเสริฐยิ่งนัก!”

“ลุกขึ้นเถิด ลุกขึ้น” เย่ซูชางที่ได้รับการชื่นชม แล้วต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังคุกเข่าสรรเสริญนางเช่นนี้ก็รู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่นักเพราะปกติเจอแต่คนสาปแช่งเสียมากกว่า

“พวกเจ้ารีบไปจัดการตามที่ข้าสั่งเถิด นายอำเภอท่านหาผ้าฝ้ายมาเยอะ ๆ ถ้าต้องซื้อจากเมืองอื่นก็ให้ซื้อมาไม่ต้องห่วงเรื่องเงินทอง ข้าจะจัดหามาให้ แล้วก็หาสตรีที่ตัดเย็บเป็นมาช่วยกันทอมุ้งแจกจ่ายชาวบ้านหน่อย”

“ขอรับ”

“ท่านหมอข้าวานท่านช่วยหาชิงเฮามาให้หน่อย หาได้เท่าไหร่เอามาให้หมด เยอะ ๆ ยิ่งดี เราจำเป็นต้องใช้เยอะ”

“ขอรับท่านหญิง”

“ข้าขอไปพักหน่อยแล้วกัน เดินทางมาไกล เหนื่อยยิ่งนัก”

เมื่อสั่งการแจกจ่ายงานให้ทุกคนเสร็จแล้ว นางก็หันตัวเดินออกมาเพื่อหวังจะกลับไปยังเรือนรับรองพักผ่อนเสียหน่อย ต้องบอกว่าเป็นความโชคดีก็ได้แหละมั้งที่ตัวนางทะลุมิติมาจากโลกในยุคสมัยใหม่ที่ความรู้การแพทย์มันกว้างขวางแล้ว คนรู้จักไข้มาลาเรียเป็นอย่างดีว่าเกิดจากอะไรและควรป้องกันยังไง ถึงจะรักษาให้มันหายไปจากโลกใบนี้ไม่ได้แต่ก็สามารถป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้ ถ้ารักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 45

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบเอาปิ่นปักผมสีทองอร่ามออกมาทาบลงบนผมเพื่อดูว่าปิ่นอันไหนเหมาะสมกับตนเอง ของเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องประดับที่หยวนฉินซื้อให้นางซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อเองนักหรอก เวลาเขาเห็นเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็มักจะซื้อมาฝากนางเสมอ ยิ่งต

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 44

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เจ้าแฝดที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะวันทั้งวันเอาแต่วิ่งเล่นตกกลางคืนเลยอ่อนเพลียหลับง่ายเป็นธรรมดา นางหันตัวเดินออกมานอกห้องก่อนจะปิดประตูแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนลูกทั้งสองสายตามองไปยังห้องตำราก็เห็นมีแสงสว่างอยู่ แปลว่าหยวนฉินยังไม่กลับเร

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 43

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..“หมายความเช่นไรเจ้าคะ?”“เจ้าไม่รู้อะไร การมีฝูอ๋องอยู่ในเมืองหลวงคอยช่วยงานฮ่องเต้ นอกจากจะคอยค้านอำนาจฝ่ายองค์รัชทายาทแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนองค์รัชทายาทให้เอางานเอาการสนใจงานบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าไม่สร้างผลงานไม่ทำให้ฮ่องเต้พอใจก็อาจจะถูกแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปก็ได้

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 42

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..เสียงมีดหั่นลงบนเขียงดังก้องภายในโรงครัวที่มีควันลอยฟุ้งจากเตาถ่านที่ถูกจุดเอาไว้ บนเตามีหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อหมูสามชั้นให้นุ่มจนเข้าเนื้อ เย่ซูชางหันไปหยิบปลิงทะเลและหอยเป่าฮื้อมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ“พี่หญิงรองทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาภายในครัวเมื่อได้กลิ่

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 41

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..“เจ้านี่ยังปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย”หยวนฉินโน้มลงไปจูบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยความมันเขี้ยวจนเย่ซูชางตกใจจะดันเขาออกแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนเอาไว้จนไร้ทางขัดขืนได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง“เจ้าทำบ้าอะไร สติเพี้ยนไปแล้วหรือ ถึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”“เรื่องบัดสีอะไรกัน ข้า

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 40

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..ห้าปีต่อมาเมืองหนานตูเสียงเด็ก ๆ วิ่งกันเจื้อยแจ้วไปตามถนนของเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาค้าขายตามประสาของเมืองท่าติดทะเลที่มีเรือขนส่งมากมายมาจอดเทียบท่า ผู้คนล้วนมีความสุขกับการใช้ชีวิตภายใต้เมืองที่เงียบสงบไร้เหตุร้ายเพราะทุกคนล้วนมีงานทำมีเงินใช้จึง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status