ภรรยาแสนดี แม่ทัพผู้นี้ไม่หย่ากับเจ้า!

ภรรยาแสนดี แม่ทัพผู้นี้ไม่หย่ากับเจ้า!

last updateDernière mise à jour : 2026-06-17
Par:  ตฤตีย/ เหล่าซาน 老三Mis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
6
3 Notes. 3 commentaires
170Chapitres
6.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ยอดสตรีแห่งเมืองหลวงไม่คิดจะออกเรือน แต่แม่ทัพคลั่งรักกลับตามมายัดเยียดความเป็นสามีให้นาง!... “เจ้าเตรียมตัวแต่งเป็นภรรยาข้าเถิด” เขาเอ่ยเว้าวอนแนบชิดใบหูนาง “เรื่องที่แล้วมาต้องขออภัยด้วย ต่อไปจะไม่ทำให้เจ้าเสียน้ำตาอีกแล้ว”... ชุยซือจิ้งพยายามตั้งสติ แต่แผงอกร้อนรุ่มที่ทาบติดลำตัวบางและริมฝีปากชั่วร้ายที่แทะเล็มประทับจูบแผ่วเบาตรงนั้นทีตรงนี้ทีทำให้นางตัวสั่นสะท้าน ไม่อาจคิดไตร่ตรองได้ชัดเจน... แม้คุณหนูใหญ่สกุลชุยขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็น แต่คนใกล้ตัวต่างรู้ดีว่านางไม่อาจสุขุมเยือกเย็นได้ตลอดรอดฝั่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับหลิวเยี่ยน

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 ตำราหายาก

กลางยามเหม่า อากาศเย็นเยียบ รอบตัวยังมืดมิด แต่แสงแรกของตะวันใกล้เบิกฟ้า

บ่าวเฝ้าเรือนหลักเข้ามารายงานความผิดปกติ ทำให้ ‘ชุยซือจิ้ง’ คุณหนูใหญ่ตระกูลชุย เริ่มร้อนใจว่าพี่ชายของนางอาจตื่นสายจนกระทบการประชุมขุนนางราชสำนักในวันนี้

แม้ในใจร้อนรน แต่ร่างบางก้าวเดินอย่างไม่ช้าไม่เร็วตรงไปยังห้องหนังสือของ ‘ชุยซืออวิ๋น’ พี่ชายคนโต เพราะบ่าวรับใช้แจ้งว่าเขาไม่ได้กลับไปที่เรือนของตัวเองตั้งแต่เมื่อคืน

เมื่อมาถึงหน้าประตูที่ยังปิดสนิท นางเอ่ยถามขึ้นเบาๆ “พี่ใหญ่ ท่านตื่นแล้วหรือไม่”

ท่ามกลางความเงียบยามค่อนรุ่ง เสียงใสของนางฟังอ่อนนุ่มคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังกังวานชัดเจน

“อืม” ชุยซืออวิ๋นขานรับขณะเปิดประตูออกมาเจอหน้าชุยซือจิ้ง “ข้าได้ตำราหายากมาเล่มหนึ่งจึงคร่ำเคร่งอยู่ทั้งคืน ทำให้เจ้าเป็นห่วงแล้ว”

ได้ยินพี่ชายบอกเหตุผล ชุยซือจิ้งพยักหน้ารับคำไม่พูดอะไร แต่สายตาลอบมองความเรียบร้อยของคนตรงหน้า

ชุดประจำตำแหน่งขุนนางอาลักษณ์ของพี่ชายเรียบร้อยดี ดูเหมือนเขาจะชำระล้างตัวและแต่งกายเองภายในห้องหนังสือ ไม่ได้เรียกบ่าวประจำตัวเข้ามาปรนนิบัติรับใช้

ดวงตารูปใบหลิวของชุยซืออวิ๋นดูลึกโหลกว่าปกติ อาจเพราะนอนไม่เพียงพอ แต่ไม่ได้กระทบความสุขุมคมคายบนดวงหน้านั้นแต่อย่างใด

“รถม้ากับอาเฟิงประจำที่เรียบร้อยแล้ว”

ชุยซือจิ้งเอ่ยเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม แต่ความหมายย้ำเตือนให้พี่ชายเร่งรีบสักหน่อย มิคาดว่าจะได้เห็นชุยซืออวิ๋นมีท่าทีลังเลเล็กน้อย

“ตำราในห้องข้า​​ ฝากเจ้าดูแลด้วย​ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งวุ่นวาย”

เขากำชับทิ้งท้ายกับน้องสาวก่อนเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบ

ชุยซือจิ้งไม่ได้ตามไปส่ง เพียงมองด้านหลังพี่ชายด้วยแววตาครุ่นคิด เมื่อร่างสูงลับไปแล้วนางจึงค่อยก้าวเข้าไปในห้องหนังสือของชุยซืออวิ๋น

“เจ้ารอข้าอยู่ด้านนอก”

คุณหนูใหญ่สกุลชุยหันไปบอกสาวใช้ตัวน้อย ฝ่ายนั้นขานรับอย่างว่าง่ายพลางค้อมตัวปิดประตูตามหลังร่างบางของผู้เป็นนาย

สายตาชุยซือจิ้งเหลือบมองโต๊ะอักษรซึ่งทำจากไม้เนื้อหนาเป็นอันดับแรก แสงนวลของเทียนไขเผยให้เห็นตำราสองสามเล่มวางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ แท่นฝนหมึกและพู่กันจัดวางอย่างถูกต้องไร้ร่องรอยการใช้งาน

สิ่งผิดปกติคือถ้วยชาที่ใช้แล้วกลับมีสองใบ

ชุยซือจิ้งสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะหนังสือ มองผาดเดียวก็รู้ว่าตำราสองสามเล่มไม่ใช่ของหายาก จากนั้นจึงหยิบถ้วยชาใบหนึ่งมาประคองไว้ในมือ

...ถ้วยชานั้นว่างเปล่าและเย็นเฉียบเหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้บนโต๊ะหลายชั่วยาม...

ชั่วขณะที่นางเตรียมขว้างถ้วยชาลงพื้นเพื่อเตือนให้สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกรู้ตัว เงาดำสายหนึ่งก็ปราดเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว

“อย่าทำเช่นนั้นเลย”

เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะชุยซือจิ้ง เพราะร่างของผู้บุกรุกสูงใหญ่กว่านางมาก

มือข้างที่ถือถ้วยชาถูกมือที่ใหญ่กว่ากอบกุมจนมิด ส่วนแขนอีกข้างของนางถูกตรึงติดลำตัวด้วยอ้อมแขนแข็งแรงของผู้เอ่ยถ้อยคำห้ามปราม

ไออุ่นจากกายบุรุษและน้ำเสียงคุ้นหูทำให้นางชะงักไปครู่หนึ่ง

“ท่าน...” ชุยซือจิ้งถอนใจและเอ่ยเสียงแข็งกว่าเดิม “ปล่อยข้า”

...นางรู้แล้วว่าผู้ที่ซ่อนตัวในห้องหนังสือของพี่ชายคือใคร...

“จะส่งเสียงเรียกใครเข้ามาอีกหรือไม่” คำถามนั้นมาพร้อมลมหายใจอุ่นๆ ที่ตกกระทบใบหน้าด้านข้างของชุยซือจิ้ง

แก้มนวลรู้สึกเห่อร้อน แต่นางทำได้เพียงยืนนิ่งและส่ายศีรษะแทนคำตอบ

ท่าทางของผู้บุกรุกและคุณหนูใหญ่ตระกูลชุยดูคลุมเครือ หากใครมีโอกาสมองเข้ามาในห้องคงนึกว่าคู่รักกำลังพร่ำพรอดคำหวานต่อกัน

ร่างสูงใหญ่ที่ยืนซ้อนด้านหลังโอบร่างเล็กแนบชิดอกกว้าง พลางก้มศีรษะลงต่ำเหมือนกำลังโน้มตัวกระซิบข้างหูเพื่อเอ่ยถ้อยคำหยอกเย้า

เมื่อคุณหนูใหญ่สกุลชุยส่ายหน้าปฏิเสธ สองมือใหญ่ของผู้บุกรุกกำรวบเอวบางอ้อนแอ้น จากนั้นร่างของนางก็ถูกยกจนตัวลอยเข้าสู่มุมมืดของห้องซึ่งถูกเงาดำของชั้นหนังสือปกคลุม

“ท่านคือ ตำราหายาก ที่ทำให้พี่ชายข้าเสียเวลาสินะ”

ชุยซือจิ้งเอ่ยด้วยสุ้มเสียงประชดประชันผิดวิสัยคุณหนูผู้เปี่ยมจรรยามารยาท

“ถูกต้อง” คนถูกถากถางด้วยน้ำเสียงรวนๆ ของชุยซือจิ้งก้มศีรษะรับคำโดยดี

ดวงตายาวรีคมปลาบที่จ้องมองคุณหนูใหญ่สกุลชุยไม่ปิดบังประกายความยินดี แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่ชุยซือจิ้งคุ้นเคยแฝงความเหนื่อยล้าอยู่จางๆ และมีรอยเคราผุดขึ้นเป็นตอ

“ใต้เท้าหลิวหลบอยู่ในนี้ด้วยเรื่องอันใดไม่ทราบ”

ชุยซือจิ้งเอ่ยอย่างเย็นชากับ ‘หลิวเยี่ยน’ ผู้ดำรงตำแหน่งขุนพลสยบแดนไกล อานหย่วนเจียงจวิน สหายเก่าแก่ของพี่ชายนาง พลางแหงนหน้ามองสบตาคนตัวสูงอย่างท้าทาย

แม้จะถูกปล่อยพ้นอ้อมกอดแห่งพันธนาการเมื่อสักครู่แล้ว แต่ร่างที่เคยประชิดแผ่นหลังของนางย้ายมาอยู่เบื้องหน้าแทน

ชุยซือจิ้งถูกจับหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับหลิวเยี่ยน ร่างบางจึงถูกกักไว้ตรงกลางระหว่างชั้นหนังสือกับร่างแกร่งอีกทีหนึ่ง มิหนำซ้ำสองแขนของเขายังค้ำยันกับชั้นหนังสือข้างตัวนางทั้งซ้ายขวา เป็นดังกำแพงหนาคร่อมสกัดไม่ให้ขยับตัวไปไหน

“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”

รอยยิ้มของหลิวเยี่ยนหยักลึกกว่าเดิมขณะย้อนถาม

นางรู้จากพี่ชายว่าหลิวเยี่ยนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่เขาช่างดีนัก ไม่เพียงมาถึงเมืองหลวงก่อนเวลา ยังไม่ยอมไปรายงานตัวที่วังหลวงเพื่อแสดงเจตนาว่าไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ กลับแล่นมาซ่อนตัวในเรือนสกุลชุย

ยิ่งได้เห็นท่าทีไร้ซึ่งความร้อนอกร้อนใจก็รู้ว่าคงจะไม่ได้คำตอบแน่ๆ

ชุยซือจิ้งถลึงตาใส่ขุนพลผู้โชกโชนศึกที่คนแทบทั้งเมืองหลวงโจษขานว่าเหี้ยมโหด จากนั้นจึงยกมือสองข้างออกแรงผลักคนตรงหน้า

ร่างสูงใหญ่ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด รอยยิ้มรื่นรมย์ยังคงอยู่ มีเพียงคิ้วรูปดาบของหลิวเยี่ยนที่ขมวดมุ่นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น

ถึงกระนั้นแม่นางน้อยที่ละเอียดถี่ถ้วนอย่างชุยซือจิ้งก็รับรู้ความผิดปกติได้ทันที เพราะสัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือกระตุกเกร็งเหมือนได้รับความเจ็บปวดกะทันหัน

“อย่าบอกนะว่าท่านบาดเจ็บ”

หลิวเยี่ยนหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงคาดคั้นและคำถามที่ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นถ้อยคำดักคอซึ่งบังเอิญตรงกับความเป็นจริงทุกประการ

“ถึงไม่บอกเจ้าก็เดาได้อยู่ดี”

“บาดเจ็บที่ใด ท่านบอกข้ามา”

“ตรงนี้”

มือใหญ่กุมมือเล็กของชุยซือจิ้งพลางชักนำให้ฝ่ามือนุ่มนิ่มของนางเคลื่อนไปหยุดที่เหนืออกด้านซ้ายของตัวเอง ตำแหน่งนั้นเฉียดหัวใจไปเพียงนิดเดียว

แววตาชุยซือจิ้งวูบไหวด้วยความกังวลห่วงใย แต่หลิวเยี่ยนกลับร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ประดังเข้ามาจนเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง

ทั้งใจเต้น โหยกระหาย และตื่นเร้าจนต้องกัดฟันข่มปรามตัวเอง

...นานเหลือเกินแล้วที่ไม่ได้พบหน้ากัน...

ชุยซือจิ้งได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ตอนที่ชะโงกตัวเข้าไปใกล้คนตรงหน้ายิ่งกว่าเดิม นางไม่อาจห้ามตัวเองได้อีก สองมือคว้าสาบเสื้อของเขาเพื่อเปิดดูบาดแผลที่อยู่ข้างใน

“จะดีหรือแม่นางชุย...หญิงชายไม่ควรใกล้ชิด...”

เสียงทุ้มหยอกล้อข้างหู ชุยซือจิ้งกลับเอ่ยอย่างดุร้าย

“ท่านหุบปากไปเลย!”

...คิดรักษาธรรมเนียมตอนนี้สายเกินไปหรือไม่ คนเสแสร้ง!...

หลิวเยี่ยนพยายามกลั้นหัวเราะก่อนยืดตัวยืนนิ่งให้อีกฝ่ายสำรวจบาดแผลแต่โดยดี

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

meme isgnaran
meme isgnaran
...️...️...️...️ ชอบค่ะ น่ารักดี อ่านสนุก
2026-03-27 20:58:41
1
0
meme isgnaran
meme isgnaran
...️...️...️...️...️
2026-03-27 20:58:03
1
0
Okay or Oder
Okay or Oder
ใครที่ติดตาม อยากทราบว่า หนังสือเล่มนี้ จะได้อ่านจนจบไหม หรือว่า โดนนักเขียน เท หนีไม่อัพเดทอีกเรื่อง
2026-05-30 02:47:28
1
0
170
ตอนที่ 1 ตำราหายาก
กลางยามเหม่า อากาศเย็นเยียบ รอบตัวยังมืดมิด แต่แสงแรกของตะวันใกล้เบิกฟ้าบ่าวเฝ้าเรือนหลักเข้ามารายงานความผิดปกติ ทำให้ ‘ชุยซือจิ้ง’ คุณหนูใหญ่ตระกูลชุย เริ่มร้อนใจว่าพี่ชายของนางอาจตื่นสายจนกระทบการประชุมขุนนางราชสำนักในวันนี้แม้ในใจร้อนรน แต่ร่างบางก้าวเดินอย่างไม่ช้าไม่เร็วตรงไปยังห้องหนังสือของ ‘ชุยซืออวิ๋น’ พี่ชายคนโต เพราะบ่าวรับใช้แจ้งว่าเขาไม่ได้กลับไปที่เรือนของตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนเมื่อมาถึงหน้าประตูที่ยังปิดสนิท นางเอ่ยถามขึ้นเบาๆ “พี่ใหญ่ ท่านตื่นแล้วหรือไม่”ท่ามกลางความเงียบยามค่อนรุ่ง เสียงใสของนางฟังอ่อนนุ่มคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังกังวานชัดเจน“อืม” ชุยซืออวิ๋นขานรับขณะเปิดประตูออกมาเจอหน้าชุยซือจิ้ง “ข้าได้ตำราหายากมาเล่มหนึ่งจึงคร่ำเคร่งอยู่ทั้งคืน ทำให้เจ้าเป็นห่วงแล้ว”ได้ยินพี่ชายบอกเหตุผล ชุยซือจิ้งพยักหน้ารับคำไม่พูดอะไร แต่สายตาลอบมองความเรียบร้อยของคนตรงหน้าชุดประจำตำแหน่งขุนนางอาลักษณ์ของพี่ชายเรียบร้อยดี ดูเหมือนเขาจะชำระล้างตัวและแต่งกายเองภายในห้องหนังสือ ไม่ได้เรียกบ่าวประจำตัวเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ดวงตารูปใบหลิวของชุยซืออวิ๋นดูลึกโหลกว่าปกติ อาจเพ
Read More
ตอนที่ 2 ไม่เป็นดังใจหวัง
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ชุยซือจิ้งเผลอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างตกตะลึง ดวงตารูปเมล็ดซิ่งที่เจือแววอ่อนโยนในยามปกติหรี่ลงเพื่อซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดใจบาดแผลของหลิวเยี่ยนไม่อาจประเมินด้วยสายตาได้เพราะร่างกายท่อนบนของเขาล้วนถูกบดบังด้วยผ้าพันแผลที่ควรจะเป็นสีขาวสะอาดตา ทว่าบัดนี้ถูกย้อมด้วยเลือดสีแดงฉานแผ่กระจายเป็นวงใหญ่“แผลน่าจะปริตอนที่ออกแรงเมื่อครู่”หลิวเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุแก่โทษ รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่ก่อตัวของชุยซือจิ้ง“ใครใช้ให้ท่านออกแรงกัน!”“อ้อ” หลิวเยี่ยนยังเย้าแหย่ไม่เลิก “แล้วเจ้าคิดจะขว้างถ้วยชาทำไมเล่า”“ก็ใครจะรู้ว่าเป็นท่าน...”เมื่อรู้ว่าเผลอหลุดความในใจ ริมฝีปากบางของชุยซือจิ้งเม้มเข้าหากันอย่างขุ่นเคืองขุนพลหนุ่มยิ้ม รู้ดีว่าภายใต้เปลือกนอกของสตรีผู้นุ่มนวลว่าง่ายรู้ความที่ตระกูลในเมืองหลวงต่างชื่นชม ตัวตนแท้จริงของชุยซือจิ้งมีทั้งความฉลาดเฉลียว กล้าได้กล้าเสีย และไม่ยอมคนเมื่อแรกที่เข้ามาในห้อง ชุยซือจิ้งสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้ทันที เพียงแต่ยามนั้นนางยังไม่รู้ว่าผู้ที่ซ่อนอยู่ในห้องคือตัวเขา ...ซึ่งจะว่าไปก็นับเป็นคนคุ้นเคย...นางไม่ร้องตะโกนและไม่แสดงท
Read More
ตอนที่ 3 ความหลังที่ยากจะลืม
เมื่อออกจากห้องหนังสือของพี่ชาย ชุยซือจิ้งพบว่าท้องฟ้าภายนอกสว่างแล้วเสี่ยวตานซึ่งเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งยังคงยืนรออยู่ด้านนอกอย่างสงบเสงี่ยม เตรียมพร้อมรับคำสั่งของคุณหนูใหญ่ แต่ชุยซือจิ้งไม่อยากเอ่ยถ้อยคำใดในตอนนี้จึงเดินกลับไปยังเรือนตัวเองอย่างเงียบๆตลอดทางชุยซือจิ้งถอนใจแผ่วเบานับครั้งไม่ถ้วน พยายามอย่างยิ่งที่จะซ่อนความรู้สึกปั่นป่วนภายใต้สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดูท่าว่าจะไม่ได้ผล แม้กระทั่งเสี่ยวตานยังคาดเดาอารมณ์ของนางได้“คุณหนูกังวลเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”เด็กสาวแสนซื่อผู้ถูกเลื่อนเป็นสาวใช้ข้างกายนางได้แค่ปีเดียวเอ่ยถามเมื่อกลับถึงเรือนปีกฝั่งตะวันออกเสี่ยวตานไม่เกรงกลัวชุยซือจิ้งจะลงโทษด้วยข้อหาสอดรู้เรื่องเจ้านาย แม้คุณหนูใหญ่ตระกูลชุยจะเข้มงวดกับคนในความปกครอง แต่ก็ได้รับเสียงชื่นชมว่าเมตตาปรานีและไม่เย่อหยิ่งถือตัวเช่นกัน“ตำราหายากของพี่ชายล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าการดูแลรักษาจะยากเย็นยิ่งกว่า”ชุยซือจิ้งไม่คิดปริปากบอกเรื่องลับในห้องหนังสือให้เสี่ยวตานฟัง แต่ถ้อยคำรำพึงรำพันถูกตีความอย่างที่นางตั้งใจ เพราะเด็กสาวอย่างเสี่ยวตานยิ้มตาหยีพลางเอ่ยปลอบคุณหนูใหญ่ด้วยความหวังดี“คุณหนู
Read More
ตอนที่ 4 ใช่ว่าจะไม่เคย
ขวดยาและผ้าสะอาดคือสิ่งที่ชุยซือจิ้งมีติดเรือนไว้เสมอ นับเป็นความเคยชินตั้งแต่เด็กนางยังเคยทำแผลให้หลิวเยี่ยนและพี่ใหญ่ตั้งหลายครั้งหลายหนเพราะก่อนที่คุณชายชุยซืออวิ๋นจะมุ่งมั่นอ่านตำราสอบเป็นบัณฑิตหลวง เขาเคยมีความใฝ่ฝันจะเข้าร่วมกองทัพพิทักษ์แผ่นดินมาก่อน เด็กหนุ่มเลือดร้อนสองคนที่เติบโตมาด้วยกันจึงมักต่อยตีกันโดยอ้างว่าฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายจนได้เลือดอยู่บ่อยๆเมื่อได้สิ่งของที่จำเป็นแล้วชุยซือจิ้งมุ่งไปยังห้องหนังสือของพี่ชายและสั่งเสี่ยวตานให้กำชับสาวใช้คนอื่นช่วยกันสอดส่องดูแลความเรียบร้อยภายในเรือนหลักในช่วงที่นางวุ่นวายกับการ ‘จัดระเบียบตำรา’ห้องหนังสือยามนี้สว่างไสวต่างจากยามเช้ามืด แต่คนที่เคยซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือกลับไม่อยู่แล้วร่างบางเดินผ่านฉากบังตาเข้าไปยังห้องเล็กด้านข้างก็ยังไม่พบคน มีเพียงตั่งกว้างและเครื่องนอนวางอยู่ บ่งบอกได้ดีว่าคืนที่ผ่านมาพี่ใหญ่ของนางอยู่ที่นี่ตลอดจากนั้นความสนใจของนางมุ่งไปยังภาพเขียนอักษรขรึมขลังที่แขวนประดับบนผนังด้านข้างชุยซือจิ้งเลื่อนภาพนั้นออกและใช้มือลูบไปตามผิวเรียบของผนังด้านหลังจนกระทั่งเจอรอยต่อเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าเก
Read More
ตอนที่ 5 มีเรื่องราวต้องสะสาง
...กล้าดีอย่างไร... ถ้อยคำที่นางหลุดปากทำให้หลิวเยี่ยนยิ้มขื่นไม่ว่าจะเอ่ยอ้างความเป็นสหายเก่าแก่ของพี่ชายนาง หรือเอ่ยอ้างความสัมพันธ์ระหว่างสกุลชุยกับสกุลหลิวซึ่งเปรียบได้กับน้ำชาที่เย็นชืดจืดจางในสายตาคนนอกผู้ไม่เกี่ยวข้อง เขาล้วนไม่มีคุณสมบัติอันใดดีพอจะเอ่ยปากฝากความคิดคำนึงถึงชุยซือจิ้งได้แม้กระทั่งไมตรีที่แม่นางน้อยผู้นี้มอบให้เขาเมื่อหลายปีก่อน เขาไม่เพียงไม่ตอบรับ ยังวางท่าเฉยชาและรักษาระยะห่างจนกระทั่งนางถอดใจตัดขาดการติดต่อแทบทั้งหมดไปแล้ว...แต่สถานการณ์ในตอนนี้ต่างไปจากเดิม...หลิวเยี่ยนรั้งตัวชุยซือจิ้งเข้ามากอดแน่นอย่างไม่อาจอดทนข่มกลั้นได้อีก“อย่าร้องไห้...”เสียงทุ้มเอ่ยปลอบโยนข้างใบหูเล็ก ก่อนที่ริมฝีปากร้อนรุ่มจะไล่ตามไปจูบซับน้ำตาที่หลั่งลงมายังแก้มนวลอีกหลายหยด มือใหญ่เคลื่อนจากเอวบางไปลูบแผ่นหลังเบาๆ อย่างปลอบโยนชุยซือจิ้งรู้สึกคับแค้นที่ไม่อาจหลอมเหล็กในใจให้กลายเป็นเหล็กกล้าแค่เพียงอ้อมกอดอบอุ่นและถ้อยคำที่ฟังดูง้องอน นางก็พร้อมจะละลายกลายเป็นน้ำต่อหน้าหลิวเยี่ยนอาจเพราะลึกๆ ในใจนางคาดหวังว่าท่าทีเย็นชาของเขาจะเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อตบตาผู้อื่นที่จับจ้องม
Read More
ตอนที่ 6 แต่งให้ข้าดีหรือไม่
“เป็นข้าเองที่ไม่มีดวงชะตาเรื่องคู่ครอง” ชุยซือจิ้งถอนใจก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายหลิวเยี่ยนฟังแล้วขัดใจจนอดไม่ได้ที่จะดุเบาๆ “ใช่ความผิดของเจ้าเมื่อไหร่กัน”เห็นๆ อยู่ว่าบุรุษน่าตายแห่งสกุลเจียงเป็นพวกปากคาบคัมภีร์ เอ่ยอ้างหลักจรรยาเข้าข้างตัวเองเพื่อข่มเหงสตรีซึ่งถูกค่านิยมและจารีตประเพณีตีกรอบกดดันจนไม่อาจเป็นตัวเอง“ที่จริงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องอันใดของท่าน...”ถ้อยคำของชุยซือจิ้งฟังดูไร้เยื่อใย แต่กิริยาปรายตามองบอกให้รู้ว่านางมีใจหยอกเย้ากันบ้างแล้ว“อีกไม่นานเรื่องของเจ้าก็เท่ากับเรื่องของข้า”หลิวเยี่ยนเอ่ยอย่างจริงจัง ชุยซือจิ้งรับรู้ความนัยของประโยคนั้นจึงรู้สึกไม่ยินยอม“อาศัยสิ่งใดถึงจะมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตข้า ท่านเพ้อฝันอันใดกัน”“อาจิ้ง...” เสียงทุ้มของเขาถูกกดให้ต่ำลงขณะเอ่ยเตือน “เจ้าอย่าบ่ายเบี่ยง”“ใต้เท้าหลิวเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ ท่านไม่ใช่บิดา ไม่ใช่พี่ชาย ไม่ใช่คนในครอบครัวข้า”สุดท้ายแม่นางน้อยไม่ได้แค่แง่งอน แต่ไม่พอใจแล้วจริงๆ“ข้ารีบกลับมาเจรจาสู่ขอเจ้ากับซืออวิ๋น” ในที่สุดหลิวเยี่ยนก็เผยเหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขารุดกลับเมืองหลวงทันทีที่รู้ข่าวว่านางถูกแม่สื่อท
Read More
ตอนที่ 7 ไม่ใช่ไม่เหลือเยื่อใย
ชุยซือจิ้งหลบสายตาของหลิวเยี่ยน ไม่อยากให้เขามองเห็นความอ่อนแอที่ข่มเอาไว้“หากว่าข้าสำคัญยิ่ง...” นางตัดใจถามคำถามสุดท้าย “เหตุใดท่านเพิ่งมาเจรจากับพี่ชายข้า”คำถามนี้พัวพันถึงเรื่องราวอีกมากมายที่หลิวเยี่ยนยังไม่อาจเปิดเผยให้ชุยซือจิ้งรับรู้ได้ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่เขากับชุยซืออวิ๋นกำลังคิดการใหญ่ที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ยิ่งคนรอบตัวรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น“เพราะชายแดนไม่น่าเป็นห่วงถึงเพียงนั้นแล้ว เจ้ากับพี่ชายก็ออกทุกข์พอดี” หลิวเยี่ยนเลือกบอกเท่าที่บอกได้ และย้ำเสียงหนักแน่นที่ประโยคถัดมา “...ข้าไม่อาจปล่อยมือจากเจ้า...”ชุยซือจิ้งรู้สึกแสบร้อนที่ดวงตาและโพรงจมูก แต่ยิ้มรับความในใจของหลิวเยี่ยน“ขอบคุณที่ทำให้ข้ากระจ่างแจ้ง”“ถ้าอย่างนั้นเจ้ายอมแต่งให้ข้า?”รอยยิ้มบนใบหน้างามผลิบานยิ่งกว่าเดิม ...ทว่าคำตอบที่เอ่ยจากปากคือ...“ไม่แต่ง”“เพราะเหตุใดเล่า”“ข้าไม่ใช่ชุยซือจิ้งคนเดิมที่รอคอยท่านอีกแล้ว”แม้จะเป็นคำตอบที่คาดเดาได้ แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่หลิวเยี่ยนอยากได้ยิน เขาแทบจะรักษากิริยาสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ไม่อยู่ ได้แต่ฝืนยิ้มเอ่ยเกลี้ยกล่อมนางอีกครั้ง“ไม่ว่าอย่างไร
Read More
ตอนที่ 8 หมาป่าห่มหนังแกะ
หลิวเยี่ยนโอบเอวรั้งร่างอรชรของชุยซือจิ้งมากักไว้บนตักและในอ้อมอกสีหน้าแม่นางน้อยดูตกตะลึงในคราแรกเพราะไม่คาดคิด แต่ครู่เดียวก็เริ่มดิ้นรนขัดขืนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดที่รัดตรึงอย่างแน่นหนา ทว่าหลิวเยี่ยนไม่ยินดีและไม่ยินยอมปล่อยมือ“อย่ารุนแรงนักสิ เดี๋ยวแผลปริก็เดือดร้อนเจ้าต้องทายาอีกรอบ”เขาว่าพลางจูบขมับและก้มลงกัดใบหูเล็กของชุยซือจิ้งเบาๆ“หน้าไม่อาย! หลิวเยี่ยน! ท่านกล้าใช้วิธีนี้กับข้าหรือ”“ทำไมจะไม่กล้าเล่า”แม่ทัพขุนพลไม่หน่ายกลศึก ถ้าไม่รู้จักพลิกแพลงจะอยู่รอดปลอดภัยจากสนามรบจนถึงวันนี้หรือเมื่อเจรจาดีๆ แล้วไม่ฟังก็ต้องใช้วิธีอื่นเป็นธรรมดา และดูเหมือนว่าแผนการนี้จะได้ผลดีมากเสียด้วยตั้งแต่ลำคอระหงไปจนถึงแก้มนวลทั้งสองข้างของชุยซือจิ้งขึ้นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว หลิวเยี่ยนก้มมองแล้วรู้สึกน้ำลายสอ แต่ต้องข่มใจพูดจาตกลงกันให้รู้เรื่องเสียก่อน“เจ้าเตรียมตัวแต่งเป็นภรรยาข้าเถิด” เขาเอ่ยเว้าวอนแนบชิดใบหูนาง “เรื่องที่แล้วมาต้องขออภัยด้วย ต่อไปจะไม่ทำให้เจ้าเสียน้ำตาอีกแล้ว”ชุยซือจิ้งพยายามตั้งสติ แต่แผงอกร้อนรุ่มที่ทาบติดลำตัวบางและริมฝีปากชั่วร้ายที่แทะเล็มประทับจูบแผ่วเบาตรงนั
Read More
ตอนที่ 9 มื้อแรกในรอบหลายปี
ชุยซือจิ้งมองเห็นเพลิงรัญจวนที่ยังไม่มอดสนิทในดวงตาของหลิวเยี่ยนไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ก่อความรู้สึกกดดัน ไม่ต่างกับแววตาลุ่มลึกและมืดดำที่จับจ้องมองนิ่งๆ โดยไม่เอ่ยคำแต่สามารถปั่นป่วนกวนใจคนได้อย่างร้ายกาจวินาทีที่สบตากัน ชุยซือจิ้งลืมไปแล้วว่านางกำลังจะทำอะไรหรือควรทำตัวเช่นไร จนกระทั่งเสียงดังกังวานของเด็กสาวหน้าห้องหนังสือลอดผ่านบานประตูเข้ามาอีกครั้ง“คุณหนูเจ้าขา ท่านอย่าได้หักโหมจนท้องกิ่วนะเจ้าคะ วันนี้โรงครัวทำอาหารที่ท่านชอบทั้งนั้นเลย”“อื้ม...” ชุยซือจิ้งขานรับคำหนึ่งพลางเบือนหน้าหลบสายตาของหลิวเยี่ยน“คุณหนูให้ข้าเข้าไปจัดสำรับให้ท่านเลยหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าจัดการเอง”แม้น้ำเสียงจะสงบมั่นคง แต่แววตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาชุยซือจิ้งทันทีที่ได้ยินคำถามของสาวใช้ตัวน้อย ทำให้หลิวเยี่ยนที่ยังจ้องมองนางไม่วางตาลอบยิ้มอย่างเอ็นดูระหว่างที่นางตอบโต้กับสาวใช้ประจำตัว หลิวเยี่ยนสวมเสื้อกลับคืนอย่างไม่รีบไม่ร้อน“ยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ” เสี่ยวตานกล่าวต่ออย่างฉาดฉาน “พี่เสี่ยวอวี่กลับมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่คุณชายใหญ่ส่งคนมาบอกให้นางไปทำธุระที่ร้านหนังสือ นางบอกว่าเ
Read More
ตอนที่ 10 จุดเปลี่ยนในวันวาน
พิธีปักปิ่นชุยซือจิ้งปีนั้นไม่ได้จัดใหญ่โต มีเพียงคนในครอบครัวและผู้ใหญ่ที่เคารพมาร่วมงานฮูหยินแม่ทัพหลิวเป็นหนึ่งในผู้ให้เกียรติมาร่วมพิธีช่วงปักปิ่น ส่วนหลิวเยี่ยนติดตามแม่ทัพหลิวมาร่วมงานเลี้ยงซึ่งจัดขึ้นหลังจากนางรวบผมปักปิ่นแล้วชุยซือจิ้งไม่ได้พบหน้าหลิวเยี่ยนนานนับปี เมื่อได้พบเขาอีกครั้งในงานเลี้ยงจึงนิ่งงันด้วยความคาดไม่ถึงเหตุเพราะ ‘พี่เยี่ยน’ ในความทรงจำของชุยซือจิ้งคือเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาด ดวงตายาวรีคมปลาบมีรอยยิ้มเจืออยู่ในนั้นเสมอทว่า ‘นายกองหลิวเยี่ยน’ ที่เพิ่งกลับจากชายแดนกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงกำยำ ผิวถูกบ่มด้วยไอแดด ทั้งยังแผ่กลิ่นอายเยียบเย็นผลักไสให้คนออกห่าง ยามสบตากันมองเห็นแต่ดวงตาสีดำเข้มที่คาดเดาอารมณ์ไม่ออกหากเขาไม่ส่งยิ้มอ่อนโยนที่คุ้นตาให้กันก่อน ชุยซือจิ้งคงไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปทักทายหลังพิธีปักปิ่นของนาง หลิวเยี่ยนรั้งอยู่ในเมืองหลวงนานนับเดือน ทั้งยังแวะเวียนมาหาชุยซืออวิ๋นอยู่บ่อยๆท่าทีของเขาที่มีต่อเด็กสาววัยปักปิ่นอย่างนางเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาสงวนท่าทีและอยู่ห่างจากนางอย่างน้อยสองสามก้าวเสมอแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดหัวใจของชุยซือจิ้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status