登入ยอดสตรีแห่งเมืองหลวงไม่คิดจะออกเรือน แต่แม่ทัพคลั่งรักกลับตามมายัดเยียดความเป็นสามีให้นาง!... “เจ้าเตรียมตัวแต่งเป็นภรรยาข้าเถิด” เขาเอ่ยเว้าวอนแนบชิดใบหูนาง “เรื่องที่แล้วมาต้องขออภัยด้วย ต่อไปจะไม่ทำให้เจ้าเสียน้ำตาอีกแล้ว”... ชุยซือจิ้งพยายามตั้งสติ แต่แผงอกร้อนรุ่มที่ทาบติดลำตัวบางและริมฝีปากชั่วร้ายที่แทะเล็มประทับจูบแผ่วเบาตรงนั้นทีตรงนี้ทีทำให้นางตัวสั่นสะท้าน ไม่อาจคิดไตร่ตรองได้ชัดเจน... แม้คุณหนูใหญ่สกุลชุยขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็น แต่คนใกล้ตัวต่างรู้ดีว่านางไม่อาจสุขุมเยือกเย็นได้ตลอดรอดฝั่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับหลิวเยี่ยน
查看更多วันที่หลี่หลันหลบหนีการอารักขาขององครักษ์ครั้งนั้น ทั้งเซี่ยอู่และข้าหลวงมู่ล้วนถูกลงโทษ ข้อหาไม่ดูแลพระชายาให้ดีๆแม้นางจะอ้อนวอนท่านอ๋องให้สั่งยกเลิกบทลงโทษ แต่เขาไม่ยอมฟัง ทำให้คนก่อเหตุอย่างนางรู้สึกผิดอย่างยิ่งแท้จริงจวิ้นอ๋องต้องการสั่งสอนคนใจอ่อนอย่างหลี่หลันให้หลาบจำ แต่การลงโทษตัวนางเองไม่ทำให้นางรู้สึกผิดเท่ากับลงโทษผู้อื่นอีกอย่าง...เขารักใคร่นางเพียงนี้ จะหักใจทำโทษนางได้อย่างไรหลังจากวันนั้นหลี่หลันไม่ทำตัวเกเรอีกเลย จวิ้นอ๋องก็เก็บไม้เก็บมือ ไม่เคยทำตัวรุ่มร่ามรังแกอันใดกับนางอีก...แต่นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป...เมื่อถึงวันเกิดปีที่ยี่สิบของนาง จวิ้นอ๋องคล้ายพยัคฆ์ที่หิวโหยมานานถูกปล่อยออกจากกรงมาพบกวางสาวเนื้อนุ่มหอมผลคือนางถูกเขาขย้ำกลืนกินจนหมดเรี่ยวหมดแรงไม่มีส่วนไหนบนเรือนร่างที่ไม่ถูกเขาขบเม้มไล้เลีย ดอกไม้กลางกายถูกเขาดูดดุนเย้าแหย่จนร่างกายตอบสนองออกมาเป็นน้ำหวานที่ถั่งท้นออกมาราวกับขุดไปเจอตาน้ำยามเขาสอดแทรกเข้ามาในกาย ความรู้สึกแนบชิดสนิทสนมที่สุดในชีวิตทำให้หลี่หลันเกิดความรู้สึกตื้นตันท่วมท้นอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่อ่อนโยนนัก อาจเพราะข่มกลั้นมานาน
“ท่านสัญญาอะไรกับท่านปู่ท่านย่าของข้าหรือ”หลี่หลันนั่งตรงข้ามจวิ้นอ๋องในห้องหนังสือในเรือนด้านหน้ายามเอ่ยถามถึงเรื่องค้างคาใจ ท่าทางของนางสงบเสงี่ยมอย่างยิ่ง ไม่เหลือร่องรอยพระชายาผู้กล้าหาญที่หลบหนีองครักษ์ให้เห็นอีก“ท่านราชครูหลี่กับฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วงที่เจ้าถูกดึงมาผูกติดกับข้าซึ่งเป็นคนในราชวงศ์ ข้าจึงส่งจดหมายไปถึงพวกท่านที่อิ๋นโจวหลังจากเรามาถึงเฉวียนโจว ข้าให้คำมั่นสัญญากับผู้อาวุโสว่าจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระทันทีที่อายุครบยี่สิบ...หลังจากนั้นเจ้าไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับวังหลวงอีก...”“เรื่องนั้นข้าก็บอกท่านปู่ท่านย่าตั้งแต่แรกแล้วเช่นกัน”“อืม” จวิ้นอ๋องรับคำด้วยรอยยิ้มจางๆ “แต่ข้าเปลี่ยนใจก่อนเจ้า”“หมายความว่า?”“หลังวันเกิดปีที่สิบแปดของเจ้า ข้าส่งจดหมายอีกฉบับถึงผู้อาวุโสทั้งสองแล้วสารภาพตามตรงว่าข้าอยากให้เจ้าชายาที่แท้จริง ไม่ใช่ชายาแต่เพียงในนามอีกต่อไป”“เช่นนั้นหรือ”หลี่หลันเบิกตาโต รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอาย ...ที่แท้เขาคิดเรื่องนี้ก่อนนางเสียอีก...“ท่านราชครูหลี่ตอบกลับมาว่าเรื่องนี้ให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ แต่มีข้อแม้ว่าข้าต้องรอให้เจ้าอายุครบยี่สิ
ชิวหนานคิดเอ่ยปากบอกจวิ้นอ๋องว่าพระชายากำลังอาบน้ำ แต่ท่านอ๋องมีท่าทีเกรี้ยวกราดอย่างยิ่ง คิ้วขมวดมุ่น ดวงตาวาวโรจน์ แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านจนนางพูดอะไรไม่ออกจวิ้นอ๋องกำลังเดือดดาลจริงๆ เขาร้อนใจจนแทบคลั่ง!ตะโกนเสียงดังเพียงนี้แต่ไม่มีใครขานรับ ทั้งยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดเกิดขึ้นในเรือน“หึ!” เขาแค่นหัวเราะ คิดว่าหลี่หลันตั้งใจหลบหน้า ไม่ยอมออกมาพบ จึงผลักประตูเข้าไปทันที...วันนี้จะต้องสั่งสอนนางให้รู้จักเกรงกลัวอันตรายเสียบ้าง...ชิวหนานรู้ว่าพระชายาอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยจึงปิดประตูตามหลัง ป้องกันไม่ให้บ่าวด้านนอกรู้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นในใจนางกำนัลภาวนาให้พระชายาเอาตัวรอดจากโทสะของท่านอ๋องได้อย่างปลอดภัยทว่าสถานการณ์ด้านในไม่เป็นอย่างที่ชิวหนานหวาดกลัวสักนิดจวิ้นอ๋องบุกเข้าไปในห้องอย่างมุ่งมั่นก็จริง แต่พอเหลือบไปเห็นชุดของสตรีพาดอยู่บนฉากกั้นซึ่งอยู่ระหว่างโถงส่วนกลางกับห้องนอน สติที่ถูกโทสะบดบังก็หวนคืนมายังไม่ทันเห็นตัวคน หัวใจของชายหนุ่มก็เต้นระรัวอย่างรุนแรงเขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งถึงได้ยินเสียงเหมือนคนโผล่ขึ้นจากน้ำ จึงเดินเข้าไปหลังฉากกั้นด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวเป็น
หลี่หลันบอกข้าหลวงมู่ว่าจะออกไปข้างนอกแต่ไม่ต้องให้นางกำนัลติดตามไปเพราะนางจะขี่ม้าไปเอง...เรื่องนี้ไม่แปลก... ตั้งแต่จวิ้นอ๋องมอบม้าเหงื่อโลหิตให้ นางก็มักจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยม้าคู่ใจเสมอการออกจากจวนด้วยวิธีนี้มีเพียงองครักษ์ที่จวิ้นอ๋องสั่งให้อารักขาพระชายาติดตามไปเท่านั้นม้าของหลี่หลันไปหยุดลงหน้าร้านเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเฉวียนโจวก่อนเข้าไปในร้านนางหันมาบอกองครักษ์ด้วยสีหน้าร่าเริงอย่างยิ่ง“วันนี้วันเกิดข้า ท่านอ๋องตกรางวัลให้เลือกของที่ถูกใจได้เต็มที่ ข้าอาจใช้เวลานานสักหน่อย พวกเจ้าไปรอที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามเถิด”“เชิญพระชายาตามสบาย พวกข้าจะรอที่นี่ขอรับ”หัวหน้าองครักษ์เป็นคนตอบด้วยท่าทีเป็นการเป็นงาน หลี่หลันเพียงยิ้มแล้วพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรหลี่หลันรู้ว่าเหล่าองครักษ์ไม่มีทางอยู่ห่างจากนางเกินสามจั้ง แต่ที่พูดไปอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้พวกเขารู้ตัวเร็วเกินไปร่างบางของหลี่หลันหายเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวที่มีไว้สำหรับลูกค้ารายใหญ่โดยเฉพาะนางเป็นชายาอ๋องที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพในเฉวียนโจว เกรงว่าจะไม่มีใครเป็นลูกค้ารายใหญ่กว่านางอีกแล้วในยามนี้เจ้า
เสี่ยวอวี่และชุยซือจิ้งจ้องมองกันด้วยสายตาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคนหนึ่งใช้สายตาพินิจพิเคราะห์ราวกับมีความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัว อีกคนสายตาหลุกหลิกผิดปกติ แถมยังใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเสี่ยวอวี่นึกถึงบุรุษเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้คุณหนูใหญ่สกุลชุยมีอาการแบบนี้ได้ ชุยซือจิ้งก็คิด
การเดินทางโดยเรือถึงหลินอานใช้เวลาเพียงสองวันครึ่ง ทั้งยังไม่มีนักฆ่าติดตามมาขัดขวางแล้ว ขบวนของชุยซืออวิ๋นจึงมาถึงท่าเรือโดยปลอดภัยขบวนรถม้าที่แยกกันเดินทางเมื่อออกจากเมืองเซ่าซิงก็มารอรับพวกเขากับลู่เหิงตามที่นัดหมาย ทั้งสองคนจึงไม่รอช้า เข้าวังไปพบฮ่องเต้พร้อมนำหลักฐานที่ได้มาไปถวายทันที ส่วนทห
ระหว่างอยู่บนเรือ ชุยซืออวิ๋นใช้เวลานอกเหนือจากที่อยู่บนเตียงกับเสี่ยวอวี่เรียบเรียงรายชื่อของผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าเกลือและขนย้ายอาวุธเถื่อนในเมืองเฉิงกวนจนเสร็จเรียบร้อยยามเข้าเฝ้าเกาจงฮ่องเต้ในยามนี้จึงสามารถถวายรายงานที่เขาสรุปไว้แล้วไปพร้อมกับหลักฐานตัวจริงที่หาพบในจวนนายอำเ
ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เอื้อมมือไปดึงกางเกงซับในของนางลงมากองที่หน้าขาชุยซือจิ้งให้ความร่วมมือด้วยการชันตัวให้เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ขวางกั้นความแนบชิด ทั้งยังล้วงมือน้อยเข้าไปรวบกำแก่นกายของเขาแล้วดึงมันออกมาจากใต้ร่มผ้าอย่างกล้าหาญสะโพกสอบของหลิวเยี่ยนกระตุกอย่างแรงเมื่อมือนุ่มสัมผัสกับท่อนลำกลาง






評論