บงการรัก_EP.8
ตะวัน
หลังจากผมเคลียร์งานเสร็จก็สาดเหล้าลงคอตั้งแต่เที่ยง ผมหงุดหงิดงุ่นง่านจนต้องหาที่ระบาย ก่อนจะกดโทรศัพท์ออกไปหาเอกเพื่อให้เรียกใครสักคนมา
"เรียก 'วิว' มาหน่อย" วิวคือนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ขยี้ใจที่ดังที่สุดในพ.ศ.นี้
ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งเธอจะทำอะไรไม่สนคน ไม่สนโลก และนี่คือสิ่งที่ผมชอบเธอ เพราะไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่เธอได้หมด งานเธอก็มีตลอด ผมเป็นข่าวกับเธอถึงมันจะเป็นข่าวที่เสียดาย
แต่มันก็ทำให้ผมยังอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นผลดี ผมไม่ต้องการให้คนลืมผมและผมต้องปั่นกระแส เมื่อมีคนสนใจผม...ก็จะมีคนสนใจธุรกิจผม
ผมนั่งดื่มไปสักพักเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมยั่วยวน ผมยกยิ้ม...เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระแทกกับพื้น ก่อนมันจะมาหยุดอยู่ข้างหลังผม
"เรียกวิวมาหาแต่หัววันเลยนะคะ...งานเครียดหรอ" ผมที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เธอหมุนเก้าอี้ให้ผมเผชิญหน้าวิวเป็นผู้หญิงที่ความสูงเราพอ ๆ กัน
"ผมคิดถึง...ไม่ได้รึไง" ผมจับปอยผมเธอไปทัดหู เธอหัวเราะอย่างมีจริตมารยา ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาตรงกลางหว่างขาผมและเอามือคล้องคอ และกดจูบลงมา
เธอกวาดลิ้นร้อนไปทั่วริมฝีปาก ดูดดึงและขบเม้ม มือเธอถอดเข็มขัดออกจากกางเกงสแลกตัวแพง และนั่งลงกับพื้น ผมมองภาพนี้แล้วเสียวท้องน้อย เธอเร่าร้อนไม่มีใครเกิน
"เดี๋ยวก่อนวิว...อืม" กางเกงยังไม่ทันหลุดออกจากขาเธอก็ชักแก่นกลางผมและเงยหน้าส่งยิ้มยั่วให้
"ไปที่โซฟาเถอะ" ผมเอ่ยบอกเธอ ๆ ไปคุกเข่ารออย่างว่าง่าย ผมสะบัดกางเกงออกจากขาอย่างทุลักทุเล และรีบเดินเร็วไปนั่งลงบนโซฟา
เธอแกะกระดุมเสื้อผมออกและเอาฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วหน้าอก ลิ้นร้อนตวัดตุ่มไตจนแข็งชัน มือก็ทำหน้าที่ขยับแกนกลางจนผมรู้สึกเสียวซ่านไปหมด ผมยื่นเกาะป้องกันส่งให้เธอ ๆ ใช้ปากฉีกออกและสวมมันให้ผมโดยใช้ปาก...
"บ๊วบ ๆ ๆ ๆ" เธอไม่ปล่อยให้ผมได้พูดอะไรเลย เธอรู้มือและรู้จุดผมดี
"วิว....ซี้ด" ผมครางกระเส่าไปเป็นภาษาเธอเร่าร้อน ชุดที่เธอใส่เป็นเกาะอก ผมใช้มือดึงออกและบีบเคล้นหน้าอกที่ใหญ่โตแต่เหลว ๆ ของเธอ ผมเคล้นมันอย่างแรงจนเธอร้องคราง
"เจ็บค่ะ..." เธอร้องบอก ผมไม่สนกดหัวเธอเข้าไปในปากให้ลึกสุดลำคอ เธอละเลงลิ้นร้อนลงไปตามเส้นเสียวด้านหลังจุดเสียวของผม
ผมเกร็งหน้าท้องก่อนจะประคองใบหน้าเธอไว้ให้แน่นและกระแทกเอวสอบเข้าไป ก่อนจะกระตุกเกร็งลอยล่อง...
ผมถอดถุงที่เต็มไปด้วยน้ำรักออกและใส่ชิ้นใหม่เข้าไป พร้อมกับมองเธอที่โก้งโค้งทิ้งตัวอยู่กับโซฟา
"เบบี้ อ๊ะ!" เธอตบก้นตัวเองกัดปากและส่งเสียงครางกระเส่าออกมาทั้งที่ผมยังไม่ถึงตัวเธอเลย ผมเดินเข้าไปจับสะโพกและสอดใส่เข้าไปทันที!
"โอ้ว เบบี๋ อ๊าาา" เธอร้องครางไม่เป็นภาษา ผมไม่ค่อยมันส์เท่าไหร่ เพราะมันไม่ตอดเลย เหมือนเธอจะรู้ดีในข้อนี้
เธอลุกขึ้นและผลักผมลงไปนั่งที่โซฟาและขึ้นคร่อมเอวผมแทน เธอบดเบียดสะโพกหมุนควงค้างและกระแทกเอวลงมาที่กึ่งกลางตัว ผมเสียวสะท้าน ก่อนจะจับเอวเธอไว้และกระแทกย้อนขึ้นไปให้รับกับแรงกระแทกที่ส่งมาของเธอ
"อือออ เบบี๋ อ๊ะ! จะเสร็จแล้ว แรงอีกได้ไหมคะ" ผมกระแทกเข้าไปจนเธอหัวสั่นครอน เธอซุกไซ้ซอกคอ ร้องครางชิดริมหู และบีบรัดจนผมจะเสร็จตาม
"แตกแล้ว อือออ" ผมกระแทกเอวสอบเข้าไปอย่างแรงค้างไว้จนสุดลำ เธอทิ้งตัวหอบเหนื่อยลงที่บ่าผม
"วิวรักคุณที่สุดเลยค่ะ" ผมผลักเธอออก ลุกยืนและถอดถุงที่มีน้ำเอ่อล้นก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำด้านหลัง
ทุกทีห้องนี้ไม่ได้มีห้องนอนแต่ผมให้คนมาต่อเติมนิดหน่อย ผมเปิดฝักบัวล้างคราบเหงื่อไคลในรสสวาทเมื่อครู่นี้ เธอเดินเข้ามาผมไม่ได้สนใจ ก่อนเธอจะมาหยุดอยู่ใต้ฝักบัวเดียวกับผม
"วิวอาบน้ำให้นะคะ" เธอกดสบู่และถูตัวให้ผมๆ ปล่อยให้เธอทำจนเสร็จก็แต่งตัวออกมานั่งดื่มเหล้าอยู่ด้านนอก
"วันนี้ไปเดินเล่นกันไหมคะ" ผมส่ายหัว
"คุณไม่ค่อยไปไหนกับวิวเลยนะคะ" ผมเงยหน้ามองหน้าเธอ ๆ เม้มปากและนั่งลงข้างผมอย่างงอน ๆ
มันน่ารำคาญก็ตรงนี้แหละ ผมหยิบการ์ดสีดำส่งให้ เธอมองการ์ดและมองหน้าผม
"คุณก็ไปเดินซื้ออะไรคนเดียวล่ะกันนะ ผมเหนื่อย...และถ้าว่างผมจะเรียกหา" เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะหยิบการ์ดใบนั้นและมองหน้าผมอย่างน้อยใจ
"อย่างี่เง่าน่ะวิว ผมไม่ชอบ! ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องเจอกันอีก" ผมหมุนเก้าอี้ไปอีกด้าน เธอสวมกอดจากทางด้านหลัง
"คุณก็ใจร้อนไปได้...วิวไม่ได้งอนนะคะ ขอโทษค่ะตะวัน" เธอหอมแก้มผม ๆ ผละออกและยกแก้วขึ้นดื่ม
"งั้นวิวไปนะคะ วิวจะรอโทรศัพท์คุณค่ะ"
ลูกจันทร์
หลังจากฉันนั่งร้องไห้อยู่ที่บันไดหนีไฟสักพักก็เดินลงมาจนถึงชั้นล่างเช็ดหน้าเช็ดตาและไปทำงานต่อ ทุกคนไม่มีใครกล้าถามอะไรฉันแม้กระทั่ง ก้อยและพรีมเพราะคงเห็นว่าฉันร้องไห้มา
หลังจากวันนั้นชีวิตฉันก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ฉันโดนหัวหน้าด่าทุกวัน หักเงินบ้างล่ะ ให้ใบเตือนบ้างล่ะ จนฉันแอบร้องไห้บ่อย ๆ
แต่ฉันก็ทนทำเพราะที่นี่ได้เงินเยอะ งานกลางคืนฉันก็ทำ แต่แปลกแม่พุดตานและเซลล์คนอื่นไม่ค่อยเรียกหรือจองฉันเหมือนเดิม
บางวันฉันไปก็เสียเงินฟรีเพราะไม่มีลูกค้า ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะเศรษฐกิจหรือดวงของฉัน จนวันหนึ่ง...
ฉันได้รับโทรศัพท์จากห้อง HR ว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่ได้ทำ OT แล้ว และฉันจะได้ทำงานแค่ 5 ชั่วโมงในฐานะพนักงานพาร์ทไทม์ เงินเดือนจะลดลงเหลือแค่ 9,000 บาท ฉันช็อกไปเลย
ฉันเอ่ยถามพี่วิลัย...เค้าอึกอักไม่ตอบ บอกเพียงว่านโยบายใหม่ แต่ทำไมฉันโดนคนเดียว...นิชาไม่โดนล่ะ ฉันก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงโดนแบบนี้ ฉันเลยถามว่าฉันลาออกได้ไหม? เค้าหยิบสัญญาที่ฉันเซ็นตอนเริ่มงาน...
'พนักงานจะต้องทำงานให้ครบ 6 เดือน หากไม่ทำตามเงื่อนไข จะต้องเสียค่าปรับจำนวน 5 เท่า ให้กับบริษัท คิดจากจำนวนเงินเดือนที่ได้ในแต่ละเดือน'
ฉันเอามือทาบอกร้อนกระบอกตาก่อนจะยกมือไหว้พี่วิลัยและเดินออกมา ฉันทำงานนี่เข้าเดือนที่ 3 เองนะ
นโยบายเริ่มวันนี้เลย...หลังจากฉันเลิกงาน ก็ไปสมัครงานตามร้านอาหาร มีร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารจีน รับเด็กล้างจาน ฉันล้างกะบ่าย เริ่มงาน 13.00-18.00 ให้ 300 บาท ฉันตกลงทำและเริ่มงานเลย ฉันไม่เลือกงานขอแค่ได้เงินเถอะ เพราะอีกไม่กี่วันพ่อจะต้องฟอกไตอีกแล้ว ฉันต้องมีเงินไปรักษาพ่อให้ได้
ร้านจ่ายเงินสดและขอเบอร์ติดต่อฉันไว้ เค้าบอกว่าฉันล้างจานดี กลัวฉันจะไม่มาทำงานอีก ฉันยิ้มรับคำชมและดีใจ ที่อย่างน้อยในเรื่องร้าย ๆ ก็ยังมีเรื่องดี ๆ
ฉันกลับมาที่โรงแรมหน้าห้องฉันมีคนมายืนเต็มไปหมด ฉันจำได้ว่าเป็นหัวหน้าแม่บ้าน
"เอ่อ ลูกจันทร์มาพอดี จะย้ายออกวันไหน?" ฉันเม้มปากแน่น
"คะ?" ฉันเอ่ยถามอย่างตกใจ สติเลื่อนลอย
"ไม่รู้หรอ...พนักงานพาร์ทไทม์ไม่มีสิทธิ์ได้อยู่ห้องพักนี้หรอกนะ เก็บของออกไปได้แล้ว ฉันจะล็อกห้อง" ฉันยืนช็อกค้าง นิชาวิ่งมาจับมือฉัน
"เค้าให้เราสองคนย้ายออกอ่ะแก เราจะไปอยู่ที่ไหนกัน" นิชาร้องไห้ออกมา ฉันลูบหลังมือเพื่อน และบอกให้เพื่อนตั้งสติยังไงวันนี้เก็บของก่อนและไปหาห้องเช่ากัน
เราเดินออกจากโรงแรมกระเป๋าไปเดียวเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มมาคือของอีกเยอะแยะที่เราสองคนทยอยซื้อไว้
"เราจะไปอยู่ที่ไหนตอนนี้แก" ฉันหมุนนาฬิกาดูก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาแม่พุดตานว่าฉันคงไปสายหน่อย ช่วยดึงเวลาลูกค้าที่จองฉันไว้ก่อน ฉันเสร็จธุระจะรีบไป โทรไปสายแรกแม่ไม่รับ ฉันเลยโทรหาแม่น้ำ
"ฮัลโหล...อื้ม อยู่ร้าน จันแกไปขัดแข้งขัดขาลูกค้าคนไหนรึเปล่า?" ฉันขมวดคิ้ว
"คืออะไรคะแม่..." ฉันเอ่ยถามเสียงสั่น
"แกไม่รู้หรอ...พุดตานมาบอกฉันว่าผู้บริหารสั่งมาว่าไม่ต้องให้แกมาทำงานแล้ว" เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉัน
"แกลองนึกสิว่าได้ไปยุ่งกับผัวใครรึเปล่า...เค้าถึงได้ตัดทางหากินแกแบบนี้" ฉันเม้มปากแน่น น้ำตาคลอหน่วย นี่เค้าต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ
"แม่...หนูจะทำยังไงดี ฮึกก" ฉันร้องไห้ออกมานิชาเห็นแบบนั้นรีบวิ่งเข้ามากอดฉัน เราร้องไห้กอดกันเหมือนเช่นวันแรกที่จากบ้านมา
ความคิดถึงแม่กับพ่อจับหัวใจ ทำไมชีวิตมันถึงได้ลำบากลำบนขนาดนี้นะ!
"แกไปนึกสิ๊! ว่าทำให้ใครโกรธ นึกออกแล้วไปขอโทษเค้าไหม...เผื่อเค้าจะหายโกรธ" ฉันกดวางสายและจับมือเพื่อนเดินไปตามทางฉันจำได้ว่าข้างหน้ามีโรงแรมอยู่ ฉันเดินเข้าไปถาม คืนล่ะ 200 บาท
ฉันตกลงและพาเพื่อนเข้าไปพักนิชา ร้องไห้ไม่หยุด เพราะเราไม่ได้ทันตั้งตัว
"พี่ก้อยบอกว่าแบบนี้คือการโดนบีบให้ออก เราโดนไล่ออกเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะแก...น้องฉันต้องเรียนหนังสือจะทำยังไงกันดี" เธอก้มหน้าร้องไห้ฉันลูบหลังปลอบประโลมเธอ
"อย่าคิดมากเลย...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นนะ" เค้าไม่มีทางไล่เราออกหรอก ถ้าไล่คงไล่นานแล้ว
รุ่งเช้าเราตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานเหมือนเดิมแต่ที่แปลกกว่าเดิมคือเราต้องเดินเท้าไป ที่พักเราห่างจากที่ทำงาน 1 กิโล เดิน ๆ ไปก็ถึงเพราะตอนฉันอยู่ดอยเดินไกลกว่านี้อีก
"เดี๋ยวเราไปถามพวกพี่ ๆ ที่ทำงานว่าเค้าพักกันที่ไหนและเราไปพักแถว ๆ เค้ากัน อย่าคิดมากนะนิชา" ฉันจับมือเพื่อนที่หน้าตาเศร้าสร้อยหงอยเหงา ก่อนเธอจะเงยหน้าและส่งยิ้มบาง ๆ ให้ฉัน ตัวเพื่อนรุม ๆ เหมือนจะไม่สบาย
"นิชาไหวไหมอดทนนะ ถึงที่ทำงานเราจะไปขอยาที่ห้องพยาบาลให้" และฉันก็เดินประคองเพื่อนท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ จนมาถึงห้องแต่งตัวพนักงาน แม่น้ำรีบดึงมือฉันไปถาม
"สรุปนึกออกไหมว่าไปทำให้ใครเค้าโกรธ" ฉันทำทีส่ายหัว แต่จริง ๆ น่ะฉันรู้
"นึกให้ออกนะ!" ฉันพยักหน้ารับคำ
"นิชา! เดี๋ยวไปพบหัวหน้าแผนก HR ด้วยนะ เค้าโทรมาเมื่อกี้" ฉันหันไปใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เดินเร็วเค้าไปประคองเพื่อนที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลม
"แก...ฉันโดนไล่ออกแน่ ๆ เลย ทำไมหัวหน้าแผนกต้องเรียกฉันด้วยล่ะ" ฉันเม้มปากแน่นบอกนิชาอย่าร้องไห้และให้รีบไปพบหัวหน้าแผนก HR ซะ
ฉันนั่งรอฟังข่าวเพื่อนอยู่ที่หน้าฟร้อน...รอด้วยใจที่เหมือนจะขาด หากนิชาโดนไล่ออกล่ะจะทำยังไงดี ฉันยังออกไม่ได้และเพื่อนจะเป็นยังไง
โดนไล่ออกกับออกเองสถานะมันต่างกันมากนะ แต่กรมแรงงานต้องคุ้มครองเราสิ เค้าจะมาไล่คนออกมั่วซั่วได้ยังไง!
"นิชามาแล้ว" ฉันหันไปพร้อมกับเปิดประตูไปด้านหลังเพื่อสอบถามเพื่อนฉันว่าสรุปแล้วเป็นยังไง
"ฉันโดนไล่ออก ฮื่อ นิชาไม่ได้ทำนะจัน! ชาไม่ได้ขโมยอะไรเลย ฮื่อ" ฉันมองเพื่อนด้วยใจไหววูบ ขโมยอะไรกัน?
"จันชาเก็บกระเป๋าเงินลูกค้าได้และจันก็หยิบเอามาให้พี่ก้อยแล้ว แต่พี่ก้อยบอกว่าไม่ได้รับอะไรจากจัน ลูกค้ามาเอาเรื่อง ฮื่อ" ฉันหันไปมีตำรวจใส่เครื่องแบบมา ขอสอบปากคำนิชา
××××××××××××××××××××
มันต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยหรอพ่อ!!
แค่ผู้หญิงตัวเล็ก คลนึงงง โว้ยย!!
❤️พูดคุยด่าทอกันได้นะคะ เอ๊ยๆ ไม่ใช่ๆ❤️