Masukรถแท็กซี่จอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวในย่านชานเมือง ชาริณรีบจ่ายเงินและหิ้วกระเป๋าเดินทางลงจากรถด้วยท่าทางหวาดระแวงเพราะกลัวว่าแทนคุณจะตามมา
ชาริณเดินเข้ามาในบ้านและรีบตรงไปยังห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียง ตากลมโตมองเพดานห้องอย่างเหม่อลอย ความเงียบภายในห้องนอนยิ่งทำให้รู้สึกถึงหัวใจของตนเองมันเต้นแรงขึ้น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนปลายนิ้วหนาที่บดคลึง สัมผัสเร่าร้อน และเสียงครางที่น่าอับอายของตัวเองยังคงตามมาหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวสมอง
“บ้าไปแล้วยัยชา ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไปนะ”
เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ ความอายเล่นงานจนหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู เธอรู้ดีว่าการหนีออกมาแบบนี้มันดูไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่นาทีนั้นความอับอายมันมีอำนาจเหนือเหตุผลทุกอย่าง
เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้าตื่นมาสบตากับแทนคุณในตอนเช้าแล้วจะทำหน้าอย่างไร หรือเขาจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน
ชาริณตัดสินใจคว้าไม้กวาดและถังน้ำถูพื้น เธอเริ่มจัดการทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ ตั้งแต่กวาดหยากไย่ เช็ดหน้าต่าง ไปจนถึงขัดพื้นห้องครัวอย่างบ้าคลั่ง เพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมตามไรผมและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม แต่เธอก็ไม่หยุดเพราะถ้าเธอหยุดภาพความทรงจำก็จะกลับมาฉายซ้ำทันที
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่เธอเพิ่งเปิดเครื่องทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าวสั่นครืดคราด ชาริณชะงักมือที่กำลังถือผ้าถูพื้น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
เธอเม้มปากแน่น จ้องมองหน้าจอที่สว่างวาบอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไป แต่มันก็ดังขึ้นมาใหม่ทันทีครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายเสียงเรียกเข้าเงียบไปและเปลี่ยนเป็นการแจ้งเตือนข้อความแทน
แทนคุณ : “ใบชา อยู่ไหน ทำไมหนีกลับไปแบบนั้น”
ใบชา : อยู่บ้านแล้วค่ะ
แทนคุณ : “รับสายพี่ด้วย ถ้าไม่รับ พี่จะโทรหาไอ้ต้นบอกมันว่าเกิดอะไรที่บ้านของพี่เมื่อคืน”
เธออ่านข้อความนั้นแล้วก็รีบเป็นฝ่ายโทรกลับ เธอไม่รู้ว่ามันเป็นแค่คำขู่หรือเปล่า แต่ถ้าพี่ชายเธอรู้เรื่องเข้า มีหวังบ้านแตกแน่ เรื่องนี้ต้องตายไปกับเธอเท่านั้น
“ทำไมทำตัวแบบนี้ใบชา รู้ไหมว่าพี่ตื่นมาไม่เห็นเรา พี่เป็นห่วงขนาดไหน” แทนคุณดุเสียงเข้มจนเธอสะดุ้ง
“ชาถึงบ้านแล้วค่ะพี่แทน ชาไม่อยากรบกวนพี่ตอนเช้า เห็นพี่นอนหลับอยู่เลยไม่ได้เรียก” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“รบกวนที่ไหนกัน พี่บอกกับเราไว้แล้วว่าจะไปส่ง แล้วนี่กลับยังไง”
“แท็กซี่ค่ะ”
“แล้วทำไมต้องหนี หรือว่าเรื่องเมื่อคืน ไหนว่าเรื่องธรรมชาติ”
“พี่แทน หยุดพูดนะคะ ชารู้ค่ะว่าเมื่อคืนชาเป็นคนเริ่มเอง ชาบอกเองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ใครมันจะไปกล้าอยู่สู้หน้าพี่ล่ะคะ ชาไม่ได้หน้าหนาขนาดนั้นนะ” ชาริณร้องห้ามเสียงหลง
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงถอนหายใจยาว ๆ ของชายหนุ่ม
“พี่ขอโทษ พี่ไม่ควรทำแบบนั้นจริง ๆ พี่รู้ว่าเรายังเด็ก และอาจอยากรู้อยากลอง พี่เองก็น่าจะห้ามแต่กลับไปส่งเสริม” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ช่างมันเถอะค่ะพี่แทน ลืม ๆ มันไปเถอะนะคะ ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ชาขอร้องให้มันเป็นความลับระหว่างเราสองคนพอ เพราะยังไงหลังจากนี้เราก็คงไม่เจอกันอีกแล้ว พี่ทำงานของพี่ ชาไปเรียนมหาลัย เราอยู่คนละโลกกันอยู่แล้วค่ะ”
“คงไม่เจอกันอีกงั้นเหรอ” แทนคุณทวนคำเบา ๆ
“ค่ะ”
“เอาเถอะ ถ้าเราต้องการแบบนั้น พี่ก็จะรับปาก แต่จำไว้นะใบชา ถ้ามีเรื่องอะไรเดือดร้อน พี่คนนี้ยังเป็นพี่ชายเราเสมอ”
“ค่ะ... ขอบคุณค่ะพี่แทน”
ชาริณวางสายไปพร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เธอทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นบ้านที่เพิ่งถูเสร็จใหม่ ๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนพื้นเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอกันอย่างที่พูด
.....
วันต่อมารัฐชากลับมาจากต่างจังหวัดพร้อมของฝากพะรุงพะรัง เขาดูอารมณ์ดีเพราะงานไซต์ไม่มีปัญหาอะไรให้ปวดหัวเหมือนก่อนหน้านี้
“ว่าไงยัยชา คิดว่าผลสอบจะออกมาดีไหม” พี่ชายตัวดีเดินเข้ามาขยี้หัวน้องสาวเหมือนปกติ
“ชาคิดว่าคะแนนน่าจะออกมาดีนะ พี่ต้นล่ะเป็นไงบ้างเหนื่อยไหม” หญิงสาวเข้ามารับถุงจากมือพี่ชายแล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะ
“วีคนี้ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ งานราบรื่น แล้วไปอยู่บ้านพี่แทนเป็นไงบ้าง โดนดุไหมแล้วพี่แทนพาผู้หญิงมานอนไหมล่ะ”
“ชาไม่เห็นนะ หรือเพราะชารีบเข้านอนก็ไม่รู้” เธอปฏิเสธพลางหลบสายตา
“จริงเหรอ แปลกแฮะ สงสัยจะเกรงใจแก” รัฐชาหัวเราะ
“คงงั้นมั้ง”
“เดี๋ยวพี่จะโทรหาพี่แทนสักหน่อย กะว่าจะไปเลี้ยงข้าวขอบคุณสักมื้อที่อุตส่าห์ให้แกไปค้างด้วยแล้วก็จะเอาของฝากไปให้ด้วย แกไปกับพี่ด้วยไหมล่ะ”
“ไม่เอาอ่ะพี่ต้น ชาขอบคุณพี่เขาไปเยอะแล้ว อีกอย่างชาขี้เกียจแต่งตัว พี่ไปกับพี่แทนเถอะ ผู้ชายคุยกันน่าจะสนุกกว่านะ” ชาริณรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“อ้าวเหรอ เออๆ ตามใจ งั้นเดี๋ยวพี่นัดเพื่อนคนอื่นด้วยเลยแล้วกัน กะจะไปดื่มกันยาว ๆ หน่อย ไม่ได้เจอกันนาน”
รัฐชาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาแทนคุณทันที ชาริณแกล้งเดินไปล้างจานในครัวแต่หูยังคอยเงี่ยฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ผมซื้อของมาฝากเยอะเลย ขอบคุณนะพี่ที่ดูแลยัยชาให้เจอกันร้านเดิมนะพี่”
หลังจากวางสาย รัฐชาก็หันมาตะโกนบอกน้องสาว
“ยัยชา คืนนี้พี่ไม่อยู่กินข้าวนะ”
“อือ จะกินเหล้าก็อย่าขับรถไปนะ” เธอบอกพี่ชายด้วยความเป็นห่วง
“อือ เดี๋ยวพี่จะเรียกรถไปเอง กะจะดื่มให้ลืมโลกเลย ไม่ได้ดื่มนานแล้ว”
“อื้อ อย่าดื่มจนเมามากนะพี่ต้น เดี๋ยวลำบากคนอื่นเขาต้องหิ้วกลับ” เธอเตือนอีกครั้ง
“ระดับพี่ต้นไม่มีร่วงเว้ย”
ชาริณมองตามแผ่นหลังของพี่ชายที่เดินขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปท่องราตรี ในใจของเธอทั้งรู้สึกโล่งที่ไม่ต้องไปเจอหน้าแทนคุณ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกประหลาด เธอจินตนาการภาพแทนคุณนั่งอยู่ในวงเหล้า ท่ามกลางเสียงเพลงและผู้หญิงสวย ๆ มากมาย ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเหมือนคนอกหัก
‘เขาจะลืมเรื่องเมื่อคืนได้จริง ๆ หรือเปล่านะ’
คืนนั้นรัฐชาออกจากบ้านไปพร้อมกับเสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ชาริณอยู่กับความเงียบ เธอเอนกายลงบนโซฟา มองดูเพดานพลางถอนหายใจ
“หวังว่าความลับของเราจะจางหายไปตามกาลเวลานะพี่แทน”
ราริณได้แต่หวังว่ามันจะเป็นอย่างที่ตนเองพูดเพราะเธอก็จะลืมเรื่องนี้เหมือนกันแม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม
เช้าวันนี้ก็เหมือนกับทุกเช้าที่รัฐชาโทรมาหาน้องสาวก่อนที่ตัวเองจะไปทำงาน“พี่ต้นเย็นนี้มากินข้าวกับชานะคะ”“พี่ก็ต้องมาอยู่แล้วล่ะ ชวนเพิร์ลมาด้วยนะ”“ได้ค่ะ พี่ต้นรีบไปทำงานเถอะแล้วเย็นนี้เจอกันนะคะ”เมื่อวางสายแล้วหญิงสาวก็เดินกลับมาที่เตียงที่มีแทนคุณนอนอยู่“พี่แทนคะ ทุกอย่างจะโอเคใช่ไหม”“แน่นอนครับ เดี๋ยวเราไปรับแม่ที่สนามบินนะ”“ท่านจะชอบใบชาไหมคะ”“ชอบสิ มีใครบ้างที่ไม่ชอบใบชา”....หลังจากเจอกับมารดาของแทนคุณแล้วชาริณก็สบายใจขึ้น ตลอดทั้งวันเธอพูดคุยกับท่านอยู่หลายเรื่องจนกระทั่งถึงเวลาเย็นหญิงสาวก็มายังห้องอาหารของโรงแรมพร้อมกับเพิร์ล“พี่เพิร์ลคะ ชาตื่นเต้นค่ะ”“พี่ว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ” เธอบอกพร้อมรอยยิ้มแม้ในใจจะแอบหวั่นใจไม่น้อย เพราะเธอเองก็มีส่วนรู้เห็นในการหลอกรัฐชามาตลอดหลายวันที่ผ่านมา“ชาหวังว่าพี่ต้นจะไม่โกรธจนไม่ยอมฟังเหตุผลนะคะ”“พี่ต้นของใบชาไม่ใช่คนไร้เหตุผลหรอกนะ เขาแค่รักใบชามากเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง”เมื่อถึงเวลานัดรัฐชาก็มายังห้องอาหารวีไอพีของโรงแรมที่ถูกจองไว้เป็นส่วนตัว เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางสงสัยแต่เมื่อเห็นเพิร์ลและชาริณนั่งรออยู่ก่อนแล้วเขา
ขณะที่น้องสาวกำลังมีความสุขอยู่กับคนรักลับหลังเขาอยู่นั้นรัฐชาก็นั่งจิบเครื่องดื่มสีอำพันโดยมีเพิร์ลคอยชวนคุย“พี่ต้นดูเครียดจังเลยนะคะ เรื่องน้องสาวเหรอคะ” เพิร์ลถามเสียงหวานพลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้“ใช่ครับ ผมแค่อยากให้น้องเจอคนที่ดี” รัฐชาตอบแววตาของเขาเศร้าลงเมื่อนึกถึงแทนคุณ“แล้วแฟนของใบชาเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”“พี่แทนเป็นคนดีครับ ดีมากด้วย ผมเคยอยากให้ทั้งสองคนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ” รัฐชาถอนหายใจก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่มเพื่อปิดบังความผิดหวัง“แล้วทำไมพี่ต้นถึงห้ามใบชาล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจเพราะเหตุผลมันดูขัดแย้งกันไปหมด“ผมไม่ได้ห้ามนะครับ ผมแค่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหักหลังจากคนที่ผมรักทั้งสองคน ผมไว้ใจพี่แทนมาก ผมฝากน้องสาวให้เขาดูแลแต่กลายเป็นว่าทั้งสองแอบคบกัน มันอธิบายความรู้สึกไม่ถูก มันเหมือนคนโง่ที่โดนปิดหูปิดตาอยู่คนเดียว”“เพิร์ลเข้าใจพี่ต้นนะคะ ถ้าเป็นเพิร์ลก็คงโกรธทั้งสองคนเหมือนกันค่ะ”“งั้นที่พี่ทำก็ถูกต้องแล้วใช่ไหมล่ะที่ห้ามสองคนเจอกันจนกว่าจะมั่นใจว่ารักกันจริงไม่ใช่เพราะความเหงาหรือความใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา”“ค่ะ พี่ต้นทำถูกแล้วในมุมของพี่ต้น” เพิร์ลรู้สึกเห็นใ
แรงคิดถึงส่งผ่านจูบที่หวานล้ำ กว่าทั้งสองจะผละออกก็แทบจะขาดอากาศด้วยกันทั้งคู่“นักเรียนคนเก่งของพี่ชักจะเก่งขึ้นแล้วนะ จูบเมื่อกี้มันหวานมาก”“แล้วแต่ก่อนจูบชาไม่หวานเหรอคะ”“หวานสิ ถ้าไม่หวานพี่จะรักและหลงขนาดนี้เหรอ”พูดจบเขาก็จูบลงมาอีกครั้งแล้วส่งลิ้นปลายเกี่ยวกระหวัดจนหญิงสาวอ่อนระทวย สองแขนเกาะเขาไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มเริ่มจูบอย่างหนักหน่วง เขาชายหนุ่มยกตัวเธอขึ้นแต่เรียวปากยังคงบดจูบ แล้วพาเธอมายังเตียงนอนกว้าง วางลงอย่าทะนุถนอมก่อนจะทับทาบกายแกร่งตามลงไป“ชานึกว่าเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว”“ต้องเจอสิ ไม่ว่านายต้นจะพาใบชาไปซ่อนที่ไหนพี่ก็จะตามจนเจอ เชื่อเถอะว่าพี่จะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกัน”“ค่ะ ชาเชื่อพี่แทน”แทนคุณประสานสายตากับคนรักก่อนจะจูบพรมไปตามซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายหอมที่เขาคิดถึง ปลายลิ้นลากเลียผิวเนียนนุ่ม ชาริณรู้สึกร้อนราวกับเปลวไฟที่ลามเลียไปทั่วผิว เสียงหวานครางกระเส่าอย่างห้ามไม่อยู่เขาถอดชุดนอนและบราลูกไม้สีหวานออกอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือร้อนนวดคลึงเต้าอวบบีบแรงเบาสลับไปตามอารมณ์ที่คุกรุ่น“อื้อ....”ชาริณแอ่นโค้งลำตัวเมื่อปลายถันสีสวยถูกดูดดึงราวกับทารกที่หิว
หลังจากอาหารมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวาดระแวงเพราะกลัวรัฐชาจะมาเจอ แทนคุณและชาริณก็กลับมาที่โรงแรมโดยมีเพิร์ลคอยดูต้นทางให้“ขอบคุณนะครับคุณเพิร์ล” แทนคุณกล่าวขอบคุณหญิงสาวอีกครั้ง“ขอบคุณที่แนะนำร้านอาหารเหรอคะ” หญิงสาวถามกลับอย่างรู้ทัน“เรื่องร้านอาหารก็ใช่ครับ แต่เรื่องที่สำคัญกว่าก็คือคุณไม่โทรบอกนายต้นว่าผมมาหาใบชาที่นี่”“เพิร์ลก็อยากโทรบอกเขานะคะแต่ก็เห็นใจใบชา ที่ผ่านมาใบชาคิดถึงคุณมาก เธออยากติดต่อคุณตลอดแต่พี่ชายก็สั่งห้าม เพิร์ลให้เธอยืมโทรศัพท์แต่เธอก็กลัวว่าเพิร์ลจะเดือดร้อน เพิร์ลเองก็เคยมีแฟนมาก่อนและเข้าใจดีว่าการคิดถึงคนรักมันทรมานแค่ไหน”“พี่เพิร์ลเป็นคนจิตใจดีมากค่ะ ชาอยากได้พี่เพิร์ลเป็นพี่สะใภ้จัง”“อย่าคิดแบบนั้นนะใบชา พี่ชายของใบชาดุอย่างกะเสือแบบนั้นใครได้เป็นแฟนคงเหมือนถูกจับขังกรง” หญิงสาวส่ายหน้าเพราะแค่คิดก็รู้สึกได้ว่าอิสระจะหายไป“มันก็ไม่แน่นนะ เสื้อแบบนั้นถ้าเจอคนที่ใช่ก็อาจจะเชื่องเป็นแมวเลยก็ได้” แทนคุณหัวเราะกับท่าทางของหญิงสาว“เพิร์ลว่าอย่ามัวยืนคุยกันเลยนะคะ เดี๋ยวคุณต้นมาเจอเราทั้งสามคนคงได้ซวยกัน”“จริงด้วยสิ ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย แต่พน
การเดินทางมาประเทศลาวในครั้งนี้ชาริณรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษรัฐชาจัดให้ชาริณพักอยู่ที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากไซต์งานของเขามากนัก ขณะที่เขาพักที่ไซต์งานแต่ก็สั่งพนักงานโรงแรมให้คอยจับตาดูว่าชาริณไปทำอะไรที่ไหนบ้าง หนึ่งในพนักงานที่รับงานพิเศษจากรัฐชาก็คือเพิร์ลพนักงานคนไทยที่เขาไว้ใจกว่าคนอื่น“เพิร์ล พี่ฝากดูน้องสาวพี่ด้วยนะ อย่าให้เขาแอบใช้โทรศัพท์โรงแรมติดต่อใครเด็ดขาด ถ้ามีผู้ชายหน้าไหนมาป้วนเปี้ยน ให้รีบไลน์บอกพี่ทันที พี่มีพิเศษให้” รัฐชากำชับพลางยื่นธนบัตรใบละพันให้หลายใบ“ค่ะพี่ต้น” เพิร์ลมองดูชาริณที่นั่งหน้าเศร้าด้วยความเห็นใจ เธอรับเงินมาตามมารยาทแต่ในใจกลับรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้ช่างเผด็จการเสียเหลือเกิน.....ทางด้านกรุงเทพฯ แทนคุณไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่รัฐชาคิด ทันทีที่เขารู้ว่ารัฐชาพาชาริณออกไปจากบ้านเขาก็เริ่มหาข้อมูลบริษัทของรัฐชาว่าไปทำงานที่ไหน มันไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะเขารู้สักกับเพื่อนของรัฐชาหลายคน“คิดว่าจะซ่อนใบชาจากพี่ได้งั้นเหรอ นายรู้จักพี่ชายคนนี้น้อยไป” แทนคุณพึมพำกับตัวเองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โชว์พิกัดไซต์งานในลาวแทนคุณนั่งเครื่องมาลงยังเมืองหลวงของประเท
บรรยากาศภายในบริษัทของแทนคุณยังคงดำเนินไปอย่างปกติในสายตาของคนนอก แต่สำหรับชาริณเธอกลับรู้สึกว่าอากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นทุกวัน แม้การฝึกงานในแผนกการตลาดจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่สายตาของพนักงานหลายคนเริ่มเปลี่ยนไป ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านมักจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบที่เงียบลงทันที หรือสายตาจิกกัดจากพนักงานหญิงบางกลุ่มที่มองว่าเธอเป็นเด็กเส้นที่สนิทสนมกับแทนคุณจนเกินงาม“ใบชาวันนี้ท่านประธานเรียกพบที่ห้องทำงานตอนบ่ายนะ เห็นว่ามีงานจะให้ช่วย" หัวหน้าแผนกเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตานั้นกลับแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้ชาริณต้องลอบถอนหายใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแทนคุณที่เริ่มเปิดเผยมากขึ้นเมื่อแทนคุณมักจะหาเรื่องเรียกเธอเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวบ่อยครั้ง ซึ่งความถี่เหล่านั้นมันมากพอจะทำให้คนอื่นมองทั้งสองเปลี่ยนไป“พี่แทนคะ ชาว่าเราควรระวังตัวมากกว่านี้ พี่ ๆ ในแผนกเริ่มมองชาแปลก ๆ แล้วนะ” ชาริณเอ่ยเตือนขณะที่ถูกวงแขนแกร่งโอบกอดจากด้านหลังภายในห้องทำงานส่วนตัว“ใครจะมองยังไงพี่ไม่สนใจหรอกใบชา พี่อยากให้ถึงวันที่เราบอกนายต้นได้จริง ๆ สักที พี่อึดอัดที่ต้องทำเหมือนใบชาเป็นแค่เด็กฝึกงาน”
ความรู้สึกปวดเมื่อยแล่นพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาวที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม โดยเฉพาะกึ่งกลางลำตัวที่ผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชน เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะพบว่าท่อนแขนแกร่งของแทนคุณยังคงพาดกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพฉายซ้ำ ทั้งความเร่าร้อน ความลุ่มหลงและคำสัญญาท
ภายในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด หญิงสาวนั่งตัวสั่น เสียงฝนข้างนอกยังคงตกอย่างต่อเนื่อง แทนคุณเดินกลับลงมาจากชั้นบนพร้อมผ้าเช็ดตัวผืนหนาและเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขา เขาพาดผ้าลงบนกลุ่มผมที่เปียกชุ่มของชาริณแล้วขยี้เบา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเธอที่โซฟา“เช็ดตัวหน่อย เดี๋ยวจะไม่สบาย” น้ำเสียงสั่งเร
เสียงเพลงจังหวะหนัก ๆ ภายในผับหรูย่านทองหล่อไม่ได้ทำให้ชาริณสนุกเลยสักนิด ปกติแล้วเวลามาเที่ยวแบบนี้ชาริณจะมาเที่ยวกับเพื่อนสนิท หากแต่ครั้งนี้หญิงสาวมากับกลุ่มเพื่อนสนิทของแฟนหนุ่มชาริณในชุดเดรสพอดีตัวสีครีมที่ดูเรียบหรูแต่น่ามอง นั่งเบียดตัวอยู่ข้างจิรเมธแฟนหนุ่มที่วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะ
แทนคุณไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาตอบด้วยการกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ปลายจมูกและหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากอิ่ม สัมผัสที่นุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความเรียกร้องทำให้อารมณ์ของชาริณพลุ่งพล่านเธอยกมือขึ้นโอบรอบคอหนา ดึงรั้งให้เขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีก สัมผัสจากร่างกายแกร่งที่เปียกชื้นเล็กน้อย







