INICIAR SESIÓN"เอ่อ... คือ..." ธามอึกอัก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเครียดหนักกว่าเดิม ในใจนึกสบถอย่างหัวเสียจนต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอ ตอนนี้ในหัวของเขาไม่มีเรื่องร้านโปรดหรือเรื่องของอลิซเลยสักนิด มีแต่ภาพยัยตัวดีที่แอบหนีไปกองถ่ายเสื้อผ้า จิตใจลอยเตลิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทว่าเขายังไม่ทันจะได้อ้าปากปฏิเสธอย่างที่ใจคิด คุณหญิงปายวาดก็พูดแทรกขึ้นมาทันควันราวกับรู้ทัน "ว่างอยู่แล้วจ้ะหนูอลิซ สำหรับหนูอลิซแล้วเนี่ย ต่อให้งานท่วมหัวยังไง พี่เขาก็ยอมทิ้งมาไปได้หมดนั่นแหละจ้ะ อีกอย่างช่วงนี้พี่เขาก็เอาแต่หมกตัวทำแต่งานทุกวันจนหน้าตาบึ้งตึงเครียดไปหมดแล้ว แม่ก็เลยอยากให้ตะธามได้ออกไปเปิดหูเปิดตาพักผ่อนสมองข้างนอกบ้านบ้าง... ไปเถอะนะลูก น้องเขาอุตส่าห์หอบหิ้วของพะรุงพะรังนั่งรอลูกตั้งนาน ถ้าลูกปฏิเสธไม่ไปเนี่ย น้องเสียน้ำใจแย่เลยนะตะธาม" "แต่อันที่จริงแล้ว... ถ้าพี่ธามติดงานด่วนและไม่ว่างจริงๆ ก็ไม่เป็นไรเลยนะคะอลิซเข้าใจค่ะ เพราะยังไงวันนี้อลิซก็ตั้งใจที่จะเอาของอร่อยๆ พวกนี้มาฝากคุณป้าอยู่แล้วด้วยค่ะ ไม่อยากให้พี่ธามต้องลำบากใจเลย" อลิซแสร้งทำเป็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย อ่อนหวานแบบเกรงใจ ทว่าสายตาก
"ครับๆ นาย! ผมจะรีบไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ครับ!" เปารีบโค้งคำนับแล้วหมุนตัวสับเท้าวิ่งออกจากห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มอย่างรวดเร็ว เพราะขืนชักช้าอยู่ตรงนี้อีกแค่เสี้ยววินาที มีหวังหัวของเขาได้หลุดออกจากบ่าเพราะอารมณ์พายุทอร์นาโดของเจ้านายหนุ่มที่กำลังคลั่งเพราะยัยเด็กในปกครองคนนี้แน่ๆ ฉับๆๆ! ธามก้าวขาเดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทางฟึดฟัดและอารมณ์เสีย ในหัวคิดถึงแต่ใบหน้าหวานของยัยเด็กดื้อ ที่บังอาจขัดคำสั่งแอบหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มสาวเท้าเร็วจนลูกน้องเดินตามแทบไม่ทัน ทว่าจังหวะที่กำลังจะก้าวผ่านห้องโถงใหญ่กลางบ้าน เสียงสนทนาจากห้องรับแขกก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท "เป็นไงบ้างลูก กลับมาใช้ชีวิตที่นี่เริ่มชินบ้างหรือยัง" เสียงนุ่มนวลของปายวาด ผู้เป็นมารดาเอ่ยถามเด็กสาวหน้าตาสะสวยผิวพรรณผู้ดีที่นั่งอยู่บนโซฟาหรูฝั่งตรงข้าม "ก็ดีค่ะคุณป้า เริ่มชินขึ้นมากแล้วค่ะ เมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะเลย แต่อลิซก็ชอบนะคะ" เสียงหวานหยดย้อยของอลิซตอบกลับพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ คำพูดนั้นทำให้ธามที่กำลังก้าวฉับๆ ถึงกับชะงักเท้าลงแล้วหยุดนิ่งทันที ใบหน้าหล่อบึ้งตึงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 'แม่งเอ้
"อืม... นั่นแหละ ต่อไปจะไปไหนมาไหนก็ต้องระวังตัวให้มากๆ ด้วยนะฟาร์ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่ากลับบ้านดึกมากนักเลย พ่อขอร้อง" พ่อถอนหายใจยาวพลางย้ำเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เพราะว่าช่วงนี้พ่อไม่ค่อยไว้ใจคุณธามเขาเลยจริงๆ ดูเขาใจดีกับเราแปลกๆ คนเป็นเจ้าหนี้หน้าเลือดระดับนั้น อยู่ๆ มาบอกไม่ต้องรีบใช้เงิน แถมยังมาขับรถวนเวียนอยู่แถวบ้านเราอีก พ่อกลัวว่าเขาจะมีแผนการอะไรสกปรกๆ มาทำร้ายเราน่ะลูก... ยังไงก็ฟังที่พ่อเตือนไว้บ้างนะ" "ค่ะพ่อ... ฟาร์เข้าใจแล้วค่ะ ฟาร์จะรีบกลับบ้านไม่ให้ดึกนะคะ... งั้นหนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะพ่อ" ฟาร์รีบตัดบทพลางคว้ากระเป๋ามาถือไว้แน่น เธอก้าวขาเดินออกจากบ้านรวดเร็วเหมือนกับต้องการจะหนีไปให้พ้นจากบรรยากาศอันอึดอัดนี้ ยิ่งพ่อนึกเป็นห่วงและมองคุณธามในแง่ร้ายมากเท่าไหร่ ความรู้สึกผิดในใจของเธอก็ยิ่งเกาะกินจนแทบจะทนไม่ไหว เพราะคนที่พ่อคิดว่าใจดีแปลกๆ คนนั้น แท้จริงแล้วเขาเพิ่งจะรังแกและตีตราจองร่างกายของเธอจนระบมไปทั้งตัวที่เบาะหลังรถเมื่อคืนนี้เอง ทางด้านธาม เวลา 10.30 น. "นายครับ" เปาเดินเข้ามารายงานด้วยท่าทางนอบน้อม ทว่าในใจกลับรู้สึกเสียวสันหลังแปลก
"เอ่อ... อ้อ... ค่ะพ่อ" เธอพึมพำออกมาคำสั้นๆ ก่อนจะพยายามหาทางหนีทีไล่ "แล้ว... แล้วเขาเห็นพ่อไหมคะ" "เห็นสิ พ่อเข้ามาตอนที่ฟาร์หลับไปแล้วละ ตอนที่พ่อเดินเข้าบ้านเขาก็ยังจอดรถอยู่ พ่อก็เลยตัดสินใจเคาะกระจกเรียกเขาเพื่อถามความชัดเจน เลยได้มีโอกาสคุยกับเขานิดหน่อย" ฟาร์แทบจะหยุดหายใจ คุยกันด้วยงั้นเหรอ แล้วคุยกันเรื่องอะไร คุณธามพูดอะไรกับพ่อบ้าง "แล้ว... แล้วเขาว่ายังไงบ้างคะพ่อ เขา... เขาได้บอกอะไรพ่อเป็นพิเศษไหมคะ" เธอรีบถามรัวเร็วด้วยความลนลานจนเผลอเงยหน้าขึ้นไปสบตาพ่ออย่างลืมตัว "เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากหรอกลูก" พ่อถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความงุนงง "เขาบอกแค่ว่าไม่ต้องรีบเอาเงินก้อนมาคืนเขาก็ได้ ให้ทยอยจ่ายเท่าไหร่ก็ได้... แต่พ่อว่ามันน่าแปลกนะลูก คนอย่างคุณธาม มาเฟียใจเหี้ยมที่ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ว่าโหดเหี้ยมขนาดไหน จะมาใจดีให้เราทยอยใช้หนี้แบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขายื่นคำขาดให้โอกาสเราแค่แค่อาทิตย์เดียวแท้ๆ แต่วันนี้กลับมาบอกให้ค่อยเป็นค่อยไป แถมยังมาจอดรถซุ่มเงียบอยู่ที่หน้าบ้านเราเหมือนจะมาทวงหนี้ก็ไม่ใช่... พ่อไม่ค่อยไว้ใจเลย
"พ่อคะ หนูไปทำงานนะคะ" ฟาร์เอ่ยปากบอกผู้เป็นพ่อเสียงใสหลังจากที่เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่เธอมีตารางงานนัดถ่ายแบบสำคัญกับพี่เอ๋ที่เคยร่วมงานกันประจำ เด็กสาวสะพายกระเป๋าใบเก่งเตรียมจะก้าวขาเดินออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถ "ฟาร์ มาทานข้าวก่อนสิลูก จะรีบไปไหน" เสียงทุ้มแหบตามวัยของคนเป็นพ่อเอ่ยทักขึ้นจากในครัว พลางเดินถือจานอาหารออกมาวางที่โต๊ะ "แต่ฟาร์ยังไม่หิวเลยค่ะพ่อ ตอนนี้ก็เริ่มจะสายแล้วด้วย เดี๋ยวพี่เอ๋แกจะรอนานน่ะค่ะ" ฟาร์หันไปส่งยิ้มบางๆ ให้ หวังจะขอตัวเดินเลี่ยงออกไปเลยเพราะร่างกายยังคงรู้สึกเพลียและระบมไม่หาย จากบทรักอันเคี่ยวกรำเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา "แป๊บเดียวก็ไม่สายหรอกลูก มานั่งกินรองท้องสักหน่อยเถอะ... พ่อมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับฟาร์ด้วย" คำว่าเรื่องสำคัญทำเอาเท้าเล็กที่กำลังจะก้าวพ้นประตูบ้านถึงกับชะงักกึก ฟาร์รู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายเท้าขึ้นมาถึงใบหน้าทันที "คะ... เรื่องอะไรเหรอคะพ่อ" ฟาร์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นอย่างสุดความสามารถ แ
"แฮ่ก! แฮ่ก! เหนื่อยจัง อื้ออออ" ฟาร์พึมพำเบาๆ อย่างหมดแรง พรึบ!! ชายหนุ่มยื่นมือไปหยิบกระดาษทิชชูที่วางอยู่ข้างตัวออกมาหลายแผ่น ก่อนจะขยับกายเข้าไปหาร่างเล็กที่ยังคงนอนหอบหายใจ อกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะตามแรงอารมณ์ที่ยังตกค้าง หมับ! มือหนาจับขาเรียวของคนตัวแรงให้แยกอออกกว้าง "คะ... คุณธาม จะทำอะไรคะ" ฟาร์ที่คิดว่าเขาจะขยับเข้ามากระแทกเธออีกครั้ง คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งด้วยความระแวง "นอนนิ่งๆ... เดี๋ยวฉันเช็ดให้" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ แล้วเขาก็สอดมือเข้าไปใต้ร่างบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ใช้ทิชชูซับเช็ดคราบหยาดน้ำรักที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงร่องกลางหว่างขาของเธออย่างทะนุถนอม มือหนาบรรจงเช็ดทำความสะอาดไปตามกลีบกุหลาบสีชมพูระเรื่อที่ยังคงบวมช้ำจากการกระแทกของเขาเมื่อครู่ "อ๊ะ..." ฟาร์สะดุ้งตัวเบาๆ ด้วยความเสียวแปลบที่ผิวอ่อนนุ่มตรงนั้น ความนุ่มนวลที่เปลี่ยนไปจากจังหวะเร่าร้อนเมื่อครู่ทำให้เธอรู้สึกเขินอายจนต้องเม้มปากแน่น "หึ..." ธามจ้องมองปฏิกิริยานั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เขาเช็ดวนรอบจุดที่เขาสร้างความสุขให้เธอจนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง
"รถใครตามไม่ยอมห่างเลย..." ตินพึมพำกับตัวเองในลำคอเบาๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบชนกัน สายตาของเขาจับจ้องมองไปที่กระจกมองหลังอยู่เป็นระยะ รถสปอร์ตหรูสีดำทึบคันนั้นขับจี้ท้ายเว้นระยะห่างเท่าเดิมเป๊ะมาตั้งแต่หน้าร้านหมูกระทะ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ ทว่าสองสาวยังคงไม่รู
"พี่ธามมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นคะ" อลิซถามเมื่อเห็นว่าใบหน้าของธามดูดุขึ้นจากเดิมไปมาก "เปล่าครับ..." ธามเอ่ยเสียงต่ำพลางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ชายหนุ่มหันไปหาผู้เป็นมารดาที่เดินคุยอยู่กับคุณหญิงเกศราทันที "แม่ครับ... พอดีผมมีงานด่วนเข้ามาที่คาสิโน ต้องขอตัวไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ"
"ว่าแต่วันนี้พี่ตินไม่ได้มารับแกหรอ" ฟาร์เอ่ยถามในจังหวะที่ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกมาจนเกือบๆ จะถึงหน้ามหาลัย "ไม่อ่ะ วันนี้ฉันบอกพี่ตินไปแล้วว่าฉันจะไปกินหมูกระทะกับแก พี่ตินเลยบอกว่าตามสบายเลย เดี๋ยวขากลับเขาจะแวะมารับพวกเราทั้งสองคนเอง" จูนเอ่ยตอบพลางคล้องแขนเพื่อนรักเดินกระหนุงกระหนิง "
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์จากโทรศัพท์มือถือของฟาร์ดังรัวขึ้นสามครั้งติด ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงรีบตะครุบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูด้วยความลนลาน เพราะกลัวว่าเพื่อนสนิทอย่างจูนจะชะโงกหน้ามาเห็นเข้าก่อน ว่าใครเป็นคนแชทมาหาเธอในเวลานี้ "พี่เบลป่ะแก" จูนรีบยื่นหน้าเข้ามาถาม







