LOGINกลางวัน เธอคือนักศึกษาสาว กลางคืน เธอคือทาสบำเรอบนเตียงมาเฟีย เมื่ออุดมการณ์พ่ายแพ้ต่อหนี้สินมหาศาล ที่พ่อของเธอเป็นคนก่อ 'ฟาร์' จึงต้องทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อใช้ร่างกายขัดดอก ภายใต้ความครอบครองของ 'ธาม' มาเฟียหนุ่มผู้แสนเลือดเย็น เขาคือมาเฟียหนุ่มผู้มีอิทธิพล และที่สำคัญเขาคือเจ้าหนี้ที่ตีตราจองเธอเป็นของเล่นส่วนตัว ไม่มีคำว่ารัก มีเพียงตัณหา ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงการกักขัง "ถ้าต้องการให้พ่อของเธอมีชีวิตรอด เธอก็ช่วยบำเรอความอยากของฉันให้ฉันพอใจก่อน" แต่ในวันที่เธอยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อหนีไปเริ่มต้นใหม่ คนที่เคยเย็นชากลับคลั่งแทบบ้า และทำทุกวิถีทางเพื่อล่าเธอกลับมา ไม่ใช่ในถานะของเล่น แต่ในถานะเมีย ที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ "หนี้เงินน่ะใช้หมดแล้ว แต่หนี้สวาทที่ฉันจะยัดเยียดให้ เธอช่วยอยู่ใช้ฉันต่อเลยได้ไหม"
View More"แก ฉันกลับก่อนนะ"
เสียงหวานของฟาร์เอ่ยบอกจูนเพื่อนรัก หลังจากที่จบคลาสสุดท้ายของวัน "อืม... กลับดีๆ ล่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแก" จูนโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังรถยุโรปคันหรูที่มาจอดรอรับอยู่หน้าคณะเป็นประจำ พี่ชายของจูนลดกระจกลงมาทักทายคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู ชีวิตของจูนถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านที่รวยและพร้อมที่จะซัพพลอร์ตเธอทุกอย่าง แตกต่างจากฟาร์ เธอต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะมีงานดีๆ ทำ และมีเงินพอที่จะเลี้ยงดูพ่อให้สุขสบายได้ 'เฮ้อ... อยากมีพี่ชายแบบยัยจูนจัง ถ้ามีใครสักคนให้พึ่งพาได้บ้างก็คงดีสินะ' ฟาร์คิดในใจพลางลอบถอนหายใจยาว สายตามองตามท้ายรถคันนั้นที่เคลื่อนตัวออกไปจนลับตา ก่อนที่เธอจะกระชับสายสะพายกระเป๋าเป้ แล้วก้าวขาเดินไปยังป้ายรถเมล์ที่เดิมที่เธอขึ้นเป็นประจำ ฟาร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวที่เติบโตมาในโลกที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ภาระหน้าที่ที่เกินวัยหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งกว่าเด็กสาวรุ่นเดียวกัน ในขณะที่เพื่อนคนอื่นใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสนุกสนาน แต่ชีวิตของฟาร์กลับวนเวียนอยู่กับการแก้ปัญหาที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ พ่อที่ติดการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น กลายเป็นหนี้ชีวิตที่เธอต้องแบกรับมาตลอด ฟาร์พยายามพาตัวเองออกมาจากจุดที่มืดบอดด้วยการทำงานหนัก เธอใช้รูปร่างหน้าตาที่พระเจ้าประทานมา ทั้งใบหน้าที่สวยหวานสะดุดตา และผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียด รับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ เพื่อส่งเสียตัวเองเรียน เงินทุกบาทที่ได้มาจากการยืนโพสท่าท่ามกลางแสงไฟ ถูกบริหารอย่างมัธยัสถ์เพื่อให้เพียงพอต่อค่าเทอมและค่ากินอยู่ เธอไม่เคยร้องขอเงินจากผู้เป็นพ่อแม้แต่บาทเดียว หนำซ้ำ ยังต้องกลายเป็นฝ่ายหยิบยื่นเงินที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อให้พ่อเอาไปถลุงในวงพนันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะคำว่ากตัญญูที่ค้ำคอ "พ่อคะ พ่อ!" เสียงหวานเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบที่น่าใจหาย ประตูบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ แต่หน้าแปลกที่ภายในบ้านดูเงียบเชียบจนต้องใจหาย "ไปไหนของเขานะ อย่าบอกนะว่าไปดื่มอีกน่ะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาเข้ามาภายในบ้านแต่แล้วดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าข้าวของภายในบ้านที่เคยถูกจัดวางอย่างดี ตอนนี้กลับกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ราวกับเพิ่งผ่านการรื้อค้นอย่างบ้าคลั่ง "พ่อ!" ฟาร์ตะโกนเรียกสุดเสียงด้วยความตระหนก เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องโถงกลางบ้าน และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น "ฟาร์... ฟาร์ลูก!" ผู้เป็นพ่ออยู่ในสภาพสะบักสะบอม ถูกชายชุดดำสองคนกดไหล่ให้คุกเข่าลงกับพื้นกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์อีกหลายคนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบบ้าน บรรยากาศภายในบ้านที่เคยอบอุ่นกลับเย็นเยียบ "พวกแกเป็นใคร! เข้ามาทำลายข้าวของในบ้านฉันได้ยังไง แล้วจับพ่อฉันไว้ทำไม!" แม้ขาจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ แต่สัญชาตญาณการปกป้องครอบครัวทำให้เธอแผดเสียงถามออกไป "ฟาร์ลูก... นั่งลงก่อน เชื่อพ่อ นั่งลงก่อน" คนเป็นพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว "ไม่ค่ะพ่อ! พวกแกปล่อยพ่อฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหมายจะทำตามที่ขู่ แต่มือหนาของใครบางคนกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นเสียก่อน แรงบีบมหาศาลทำให้โทรศัพท์ร่วงลงพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "หึ แจ้งตำรวจงั้นเหรอ" เสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น ก่อนที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทจะค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา แสงไฟสลัวในบ้านกระทบใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยจนดูน่ากลัว ธามมองนักศึกษาสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่ของเธอเลยสักนิด ธาม อายุ 30 ปี นายใหญ่ผู้กุมอาณาจักรในโลกสีเทา ชื่อของเขาเป็นที่เลื่องลือในฐานะมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยากจะต่อกร เขาเติบโตมาในโลกที่ต้องใช้ความรุนแรงตัดสินทุกอย่าง จนหล่อหลอมให้กลายเป็นชายหนุ่มที่เย็นชา ไร้ความปราณี และโดดเด่นเรื่องความอำมหิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ภายใต้ใบหน้าที่หล่อคมราวกับรูปสลัก กลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของนักฆ่า เพียงแค่ปรายตามองก็เพียงพอที่จะทำเอาศัตรูถึงกับชะงักจนตัวแข็งทื่อ ร่างกายเย็นวาบด้วยความหวาดกลัวในรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา สำหรับธาม ความอ่อนโยนคือสิ่งแปลกปลอม ชีวิตของเขามีเพียงการควบคุมและการทำลายล้าง ใครก็ตามที่กล้าลองดีหรือคิดจะโกงคนอย่างเขา จุดจบเดียวที่รออยู่คือความพินาศที่แม้แต่ความตายยังอาจเป็นเรื่องที่ปรานีกว่าเสียด้วยซ้ำ "ขอบคุณครับคนดี... ขอบคุณมากๆ นะครับ พี่รักฟาร์นะครับ" ธามกระซิบพึมพำชิดหลังมือบาง นัยน์ตาคมทอประกายหวานฉ่ำ "ฟาร์ก็รักพี่ธามค่ะ" แชะ! แชะ! แชะ! แสงแฟลชรัวกดถ่ายภาพช่วงเวลาอันงดงามนี้ไว้ทันที เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ หลังจากพิธีสวมแหวนและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์อันแสนอบอุ่นเสร็จสิ้นลง เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสก็ดังขึ้นทั่วทั้งงาน เป็นสัญญาณว่าพิธีการอย่างเป็นทางการได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลาสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนานและการบันทึกความทรงจำของทุกคน "เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!" พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงสดใส "ขอเชิญบรรดาคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า คุณยาย รวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวทุกท่าน ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ครอบครัวและกัลยาณมิตรเป็นความทรงจำอันงดงามร่วมกันครับ!" ธามในชุดสูทสีขาวครีมสุดสง่าประคองฟาร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที วริศเดินนำขึ้นมาเป็นคนแรก ชายแก่ยิ
"ใช่ค่ะ! คุณธามก็หล่อสง่างามสมเป็นประธานใหญ่ ส่วนหนูฟาร์ก็สวยหวานน่ารักหยาดเยิ้มมาก เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคู่นี้อีกแล้ว!" เสียงญาติสนิทอีกคนเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม ปายวาดที่ยืนอยู่ข้างพงษ์เดชยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง "คุณคะ... ดูลูกเราสิคะ หล่อและดูมีความสุขขนาดไหน หนูฟาร์ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน ดิฉันตื้นตันใจจนพูดไม่ออกแล้วค่ะ" "ฮ่าๆๆ! เออ! ผมเห็นแล้วคุณหญิงปายวาด! ไอ้ธามมันทำได้ดีจริงๆ วันนี้มันหล่อสมเป็นลูกชายพงษ์เดช!" พงษ์เดชหัวเราะร่าพลางตบบ่าภรรยาเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนมองอยู่ข้างพิธี จูนยกมือขึ้นกุมอก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ "โอ๊ย... ยายฟาร์ แกโชคดีมากจริงๆ สวยด้วย ซาบซึ้งด้วย ฉันน้ำตาไหลจนเครื่องสำอางจะหลุดหมดแล้วเนี่ย!" อคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาเอ่ยเย้าจูนด้วยรอยยิ้มกวนๆ "แหมคุณ... ร้องไห้ซะเป็นนางเอกเลยนะ ถ้าอยากอินขนาดนี้ วันหลังลองมาแต่งกับผมดูไหมล่ะครับ รับรองซาบซึ้งไม่แพ้คู่นี้แน่" จูนหันกวับมามองอคินทันทีพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เหอะ! ฝันไ
แชตเตอร์! แชตเตอร์! แชตเตอร์! เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวของช่างภาพมืออาชีพดังก้องรัวไม่ขาดสาย แสงแฟลชสว่างวาบวิบวับส่องประกายวูบวาบไปทั่วทั้งงาน ร่างบางถูกห้อมล้อมด้วยความงามอันทรงคุณค่า ขณะที่ธามซึ่งยืนรออยู่ด้านล่าง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจเพียงคนเดียว นัยน์ตาคมคายรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยความเคารพและความรักอันล้นพ้น "สวยมาก..." คำชมนั้นหลุดออกมาจากปากเจ้าบ่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง จนกระทั่งสองพ่อลูกก้าวลงมาถึงบันไดขั้นล่างสุด วริศหยุดนิ่งลง ชายแก่มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรักที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อจะมอบให้ได้ ก่อนจะหันมามองธามที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม วริศสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาแห่งความปิติล้นพ้นไหลซึมออกมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายแก่ค่อยๆ ประคองมือนุ่มของฟาร์ แล้วนำไปวางลงบนฝ่ามือแกร่งของธามอย่างเบามือและมั่นคง "ตาธาม..." วริศเอ่ยด้
ตินเดินเข้ามาหาธาม ชายหนุ่มสบตากับคู่แข่งในวันวานก่อนจะยื่นมือออกไปหา "ยินดีด้วยนะธาม วันนี้นายหล่อมากจริงๆ... ฉันฝากดูแลฟาร์ด้วยนะ" ธามมองมือของตินนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับแน่นแล้วกระชับอย่างหนักแน่น "ขอบใจมากนะติน... ขอบใจที่ยอมมาร่วมงานและมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ฉัน ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะดูแลฟาร์ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง" ตินยิ้มรับเบาๆ "ฉันเชื่อใจนาย" โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! เมื่อได้เวลาฤกษ์ดี ขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ความสุขและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ธามเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มกว้าง ถัดไปด้านหลังคือพงษ์เดชและปายวาด ผู้เป็นพ่อและแม่ที่แต่งกายหรูหรา หน้าตาบานฉ่ำไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มปิติ ตามด้วยบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย รวมถึงเหล่าชายชุดสูทสีเข้มของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มาร่วมเดินขบวนขันหมากกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่จนทุกคนในงานต่างมองด้วยความทึ่ง ขบวนขันหมากค่อยๆ เคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ขึ้นมารายล้อมจนถึงบริเวณหน้าบ้าน ธามเดินนำผู้ใหญ่
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่
reviews