ログインพิมพ์ชนก หญิงสาวธรรมดาที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับ ภาคิน ทายาทมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตามข้อตกลงทางธุรกิจของสองตระกูล สำหรับภาคิน การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงหน้าที่ เขาไม่เคยคิดมอบหัวใจให้ผู้หญิงที่พ่อเลือกไว้ แต่สำหรับพิมพ์ชนก เธอกลับเผลอรักผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีหมดหัวใจ หลังใช้ชีวิตคู่ด้วยความเจ็บปวด เธอได้ยินความจริงว่าเขามีผู้หญิงอีกคนอยู่ในหัวใจมาตลอด คืนเดียวกันนั้น เธอค้นพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ พิมพ์ชนกจึงเลือกหนีไปพร้อมลูกในท้อง ห้าปีผ่านไป ภาคินกลายเป็นมาเฟียผู้ทรงอำนาจที่สุดของตระกูล แต่สิ่งที่เขาไม่เคยลืมคือภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โชคชะตาพาให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาเหมือนเขาไม่มีผิด จากการตามหาความจริง กลายเป็นการตามง้อภรรยา จากผู้ชายที่ไม่เคยรัก กลับกลายเป็นคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อขอให้เธอกลับมา แต่บาดแผลในอดีตไม่ได้หายไปง่าย ๆ และศัตรูของตระกูลภาคินก็กำลังจ้องทำร้ายคนสำคัญที่สุดในชีวิตเขา เมื่อความรัก ความแค้น และอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ภาคินจะรักษาครอบครัวของตัวเองเอาไว้ได้หรือไม่
もっと見るเสียงดนตรีคลาสสิกดังคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ส่องประกายลงมาบนคู่บ่าวสาวที่ยืนอยู่กลางเวที ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่พวกเขา เจ้าบ่าวหนุ่มหล่อในชุดสูทสีดำเข้มตัดเย็บอย่างประณีต และเจ้าสาวแสนสวยในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ภาพภายนอกดูสมบูรณ์แบบราวกับเทพนิยาย แต่มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าความจริงไม่ได้สวยงามเช่นนั้น พิมพ์ชนกยิ้มรับคำอวยพรจากแขกคนแล้วคนเล่า แม้หัวใจจะเต้นหนักด้วยความกดดัน เธอแอบเหลือบมองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกาย ภาคิน วัฒนกุล สามีของเธอ ผู้ชายที่เธอแอบรักมานานเกือบสามปี และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่ไม่เคยรักเธอเลย “ยิ้มหน่อยครับคุณเจ้าสาว” ช่างภาพเอ่ยขึ้น พิมพ์ชนกฝืนยิ้มตามคำบอก ภาคินเองก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่แววตายังคงเย็นชาเหมือนเดิม เย็นชาเสียจนเธอรู้สึกหนาวไปทั้งหัวใจ หลังพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น แขกเริ่มทยอยกลับ เวลาล่วงเลยจนเกือบสี่ทุ่ม ภาคินเดินนำเธอขึ้นมาบนชั้นเพนต์เฮาส์ของโรงแรมโดยแทบไม่พูดอะไรสักคำ บรรยากาศในลิฟต์เงียบจนน่าอึดอัด พิมพ์ชนกก้มมองนิ้วมือของตัวเอง แหวนเพชรเม็ดใหญ่ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายควรทำให้เธอมีความสุข แต่กลับไม่ใช่เลย ติ๊ง... ประตูลิฟต์เปิดออก ภาคินเดินตรงไปยังห้องพักทันที เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็ยิ่งชัดเจนขึ้น พิมพ์ชนกยืนอยู่กลางห้องอย่างประหม่า หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ คืนนี้คือคืนแรกของการเป็นสามีภรรยา แม้จะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างสองตระกูล แต่ลึก ๆ เธอก็ยังมีความหวังเล็ก ๆ บางที... บางทีภาคินอาจเปิดใจให้เธอสักนิด “เหนื่อยไหม” เธอเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ชายหนุ่มปลดเนกไทออกช้า ๆ “ก็นิดหน่อย” “วันนี้แขกเยอะมากเลยนะคะ” “อืม” คำตอบสั้น ๆ ตามเดิม พิมพ์ชนกพยายามไม่แสดงความผิดหวัง “คุณอยากดื่มอะไรไหมคะ ฉัน...” “พิมพ์” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอขึ้น หญิงสาวชะงัก “คะ?” ภาคินหันมามองตรง ๆ สีหน้าของเขาเรียบนิ่งจนอ่านไม่ออก “เราควรคุยกันให้ชัดเจน” หัวใจของเธอกระตุกวูบ “เรื่องอะไรคะ” “เรื่องการแต่งงาน” พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปากแน่น ภาคินเดินมาหยุดตรงหน้า “ผมคิดว่าคุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร” “ค่ะ” “มันเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ใหญ่” เธอพยักหน้าเบา ๆ “ผมไม่อยากให้คุณคาดหวังอะไรจากผมมากเกินไป” ประโยคนั้นเหมือนมีดคมกริบที่แทงเข้ากลางอก พิมพ์ชนกพยายามฝืนยิ้ม “ฉันเข้าใจค่ะ” “ดี” ภาคินถอนหายใจ “คุณจะมีทุกอย่างที่ภรรยาของผมควรได้รับ” “...” “บ้าน รถ เงิน เกียรติยศ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอแทบแตกสลาย “ยกเว้นความรัก” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากเขาตรง ๆ มันกลับเจ็บกว่าที่คิด มากเสียจนเธอแทบหายใจไม่ออก “ฉันเข้าใจค่ะ” เธอตอบออกไปด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาคินพยักหน้า “ขอบคุณที่เข้าใจ” ขอบคุณอย่างนั้นเหรอ... พิมพ์ชนกอยากหัวเราะให้กับตัวเอง เธอใช้เวลาสามปีแอบรักผู้ชายคนนี้ เฝ้ามองเขาอยู่ห่าง ๆ หวังว่าสักวันเขาจะหันมามองเธอบ้าง สุดท้ายเธอได้แต่งงานกับเขาจริง ๆ แต่กลับไม่ได้หัวใจของเขามาเลย “งั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอพูดพลางรีบเดินเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ประตูปิดลง น้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดทั้งวันก็ไหลออกมา พิมพ์ชนกทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ ไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกไป เธอไม่อยากให้ภาคินได้ยิน ไม่อยากให้เขารู้ว่าเขามีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอมากแค่ไหน “คนบ้า...” เธอพึมพำกับตัวเอง “รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่รัก ยังจะหวังอะไรอีก” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงบนชุดเจ้าสาวสีขาว ผ่านไปหลายนาที พิมพ์ชนกจึงรวบรวมสติลุกขึ้น เธอล้างหน้าและมองตัวเองในกระจก หญิงสาวในกระจกยังคงสวย แต่ดวงตากลับแดงช้ำ “ไม่เป็นไรนะพิมพ์” เธอบอกตัวเอง “อย่างน้อยก็ได้อยู่ข้างเขา” แม้จะในฐานะภรรยาที่เขาไม่ได้รักก็ตาม เมื่อออกจากห้องน้ำ ภาคินกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงระเบียง เสียงของเขาเบาลงจนจับใจความไม่ได้ แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มนั้นกลับทำให้เธอหยุดเดิน เพราะตลอดทั้งวัน เธอไม่เคยเห็นเขายิ้มแบบนั้นให้ใครเลย “ครับ...ผมคิดถึงคุณเหมือนกัน” หัวใจของพิมพ์ชนกกระตุกแรง “อีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย” “ผมสัญญา” หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดลงทีละน้อย แม้จะไม่ได้ยินปลายสายพูดอะไร แต่เธอก็เดาได้ไม่ยาก ภาคินมีใครอีกคนอยู่ในหัวใจ และคนคนนั้น... ไม่ใช่เธอ ชายหนุ่มหันกลับมา สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันทีเมื่อเห็นเธอ “ยังไม่นอนอีกเหรอ” พิมพ์ชนกฝืนยิ้ม “กำลังจะนอนค่ะ” “อืม” ภาคินเดินผ่านเธอไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับพิมพ์ชนก ค่ำคืนนี้ได้ทำลายความหวังทั้งหมดที่เธอเคยมี เธอเพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงวัน แต่กลับรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว และเธอไม่รู้เลยว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดเท่านั้นหลังจากคืนนั้น ที่ภาคินเผลอหลุดปากยอมรับว่า ตัวเองอาจต้องเตรียมใจเป็นพ่อของ "เจ้าหญิงตัวน้อย" ชีวิตในบ้านศิริกุลก็ยังดำเนินไปตามปกติ ลูกชายตัวน้อยอายุเกือบขวบครึ่ง กำลังอยู่ในวัยซน ชนิดที่ทำให้คนเป็นพ่อวิ่งตามทั้งวัน เช้าวันหนึ่ง พิมพ์ชนกนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะผลักจานข้าวออกห่าง สีหน้าไม่ค่อยดีนัก "ไม่กินเหรอ" ภาคินถาม หญิงสาวส่ายหน้า "ไม่ค่อยหิว" "..." "ไม่สบายหรือเปล่า" "ไม่รู้เหมือนกัน" เธอตอบตามตรง เพราะช่วงหลายวันมานี้ รู้สึกแปลก ๆ เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย และคลื่นไส้เป็นระยะ ภาคินขมวดคิ้วทันที "ไปหาหมอไหม" "ยังไม่เป็นอะไรขนาดนั้น" "..." "พักผ่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้น" แต่คนเป็นสามีกลับไม่สบายใจ เลยแม้แต่น้อย วันต่อมา อาการยังไม่ดีขึ้น แถมพิมพ์ชนกยังอาเจียนตั้งแต่เช้า จนภาคินเริ่มเดินวนไปมา เหมือนวันที่เธอใกล้คลอดลูกคนแรก "คุณ" หญิงสาวเรียก "ครับ" "หยุดเดินก่อน" "..." "ฉันเวียนหัว" ภาคินรีบนั่งลงทันที เหมือนนักเรียนถูกครูดุ ขณะเดียวกัน คุณหญิงวรรณาที่มาเยี่ยมหลาน กำลังมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มมุมปาก "พิมพ์" "คะ" "ประจำเดือนม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กน้อยแรกเกิด ตอนนี้ลูกชายของภาคินและพิมพ์ชนกอายุได้เกือบหนึ่งขวบแล้ว ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงวิ่งวุ่นของเจ้าตัวเล็ก ที่เริ่มเดินได้อย่างคล่องแคล่ว จนคนเป็นพ่อต้องวิ่งตามทั้งวัน "อย่าวิ่งครับ" ภาคินพูดเป็นรอบที่ร้อยของวัน ขณะวิ่งตามลูกชายที่กำลังหัวเราะคิกคัก ทั่วห้องนั่งเล่น "หยุดก่อน" "..." "ลูก" "..." "พ่อขอร้อง" แต่แน่นอน เด็กวัยขวบเศษไม่สนใจคำขอร้องใด ๆ เจ้าตัวเล็กกลับหัวเราะชอบใจ แล้ววิ่งหนีต่อ พิมพ์ชนกที่นั่งดูอยู่บนโซฟา หลุดหัวเราะออกมา "เหนื่อยไหมคะ" ภาคินถอนหายใจ ก่อนอุ้มลูกขึ้นมาในที่สุด "มาก" "..." "นี่แค่คนเดียว" คำพูดนั้น ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของภรรยา ทันที คืนนั้น หลังจากลูกหลับสนิท ทั้งคู่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนอน พิมพ์ชนกซบไหล่สามี ก่อนพูดขึ้นลอย ๆ "เด็กผู้หญิงน่ารักเนอะ" ภาคินพยักหน้า โดยไม่ได้คิดอะไร "อืม" "..." "น่ารัก" หญิงสาวยิ้ม ก่อนพูดต่อ "ฉันอยากได้ลูกสาว" ความเงียบเกิดขึ้นทันที สามวินาที ห้าวินาที สิบวินาที ภาคินค่อย ๆ หันมามอง เหมือนเพิ่งได้ยินอะไรแปลก
หลังจากมีลูก พิมพ์ชนกค้นพบความจริงข้อหนึ่ง ที่ไม่เคยมีใครบอกเธอมาก่อน นั่นคือ... สามีของเธอ ติดลูกหนักมาก หนักชนิดที่เรียกว่า หนักเกินไป เช้าวันหนึ่ง พิมพ์ชนกตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบว่าที่นอนข้าง ๆ ว่างเปล่า เธอขยี้ตา แล้วมองนาฬิกา หกโมงเช้า หญิงสาวลุกจากเตียง ก่อนเดินออกจากห้อง แล้วก็พบภาพคุ้นตา ภาคินกำลังนั่งอยู่ในห้องเด็ก อุ้มลูกชายตัวน้อย พร้อมคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว "วันนี้เราจะทำอะไรกันดีครับ" "..." "ไปเดินเล่นดีไหม" "..." "หรือจะเล่นกับพ่อ" เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ เหมือนกำลังตอบกลับ ส่วนภาคินพยักหน้าอย่างจริงจัง "เอาตามนั้น" พิมพ์ชนกยืนมอง ก่อนหลุดหัวเราะออกมา "คุณคุยกับลูกอีกแล้วเหรอ" ภาคินเงยหน้าขึ้น ก่อนยิ้ม "เขาตอบ" "..." "ลูกอายุเดือนเดียว" "แต่เขาเข้าใจ" หญิงสาวส่ายหน้า ก่อนเดินเข้าไปหอมแก้มลูก แล้วหันไปมองสามี "แล้วคุณกินข้าวหรือยัง" ภาคินชะงัก "..." "ยัง" "ฉันว่าแล้ว" ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตของภาคินมีอยู่สามอย่าง ลูก ลูก และลูก จนบางครั้ง พิมพ์ชนกยังรู้สึกเหมือนตัวเองตกอันดับ ช่วงบ่าย พิมพ์ชนกนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสว
หนึ่งเดือนหลังจากลูกชายตัวน้อยลืมตาดูโลก คฤหาสน์ศิริกุลก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะวันนี้ คือวันจัดงานต้อนรับทายาทคนแรกของตระกูลอย่างเป็นทางการ งานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะของภาคิน แต่ยังคงความอบอุ่น ตามความต้องการของพิมพ์ชนก ตั้งแต่เช้า แขกคนสำคัญทยอยเดินทางมาถึง ทั้งนักธุรกิจ หุ้นส่วน ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อนสนิทของครอบครัว ทุกคนต่างอยากเห็น เจ้าตัวเล็กที่ทำให้เจ้าพ่อมาเฟียผู้เย็นชา กลายเป็นคุณพ่อสายละมุน ภายในเวลาไม่กี่เดือน "ขออุ้มหน่อยได้ไหมคะ" คุณป้าคนหนึ่งยิ้มเอ็นดู พร้อมยื่นมือมาหาหลานตัวน้อย แต่ก่อนที่พิมพ์ชนกจะตอบ ภาคินกลับพูดขึ้นก่อน "เพิ่งกินนมครับ" "..." "กำลังจะหลับ" "..." "ไว้คราวหน้านะครับ" คุณป้ากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปมองพิมพ์ชนก หญิงสาวได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เพราะนี่คือคนที่สามแล้ว ที่โดนปฏิเสธ "คุณ" พิมพ์ชนกกระซิบ เมื่อเดินออกมามุมเงียบ ๆ "คะ" "คุณหวงลูกเกินไปหรือเปล่า" ภาคินขมวดคิ้วทันที "ไม่นะ" "..." "ผมปกติ" หญิงสาวหัวเราะ "ถ้าปกติ" "..." "เมื่อกี้คุณคงไม่กันญาติฉันออกห่างลูกสามเมตร" ภาคินเงียบไป ก่อนตอบหน้าตาย "เขาใส่
เช้าวันต่อมา พิมพ์ชนกตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า แม้เมื่อคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ แต่เธอก็ฝืนลุกขึ้นมาจัดการตัวเองตามปกติ หลังแต่งงานเข้ามาอยู่คฤหาสน์วัฒนกุล เธอบอกตัวเองว่าจะพยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ถึงแม้สามีจะไม่ได้ต้องการก็ตาม หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ก่อนลงไปยังห้องครัว
ตลอดทั้งบ่าย พิมพ์ชนกพยายามหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เธอช่วยแม่บ้านจัดดอกไม้ในห้องรับแขก ช่วยตรวจดูรายการของใช้ภายในคฤหาสน์ แม้กระทั่งเดินสำรวจสวนด้านหลังที่มีพื้นที่กว้างจนมองแทบไม่เห็นสุดสายตา แต่ไม่ว่าจะทำอะไร ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม ภาคิน และผู้หญิงที่ชื่อรมิตา เสียงโทรศัพ
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู พิมพ์ชนกลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกหนักอึ้งในอก เพียงไม่กี่วินาทีแรก เธอก็จำได้ทันทีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น งานแต่งงาน คำพูดของภาคิน และสายโทรศัพท์ปริศนาที่ทำให้หัวใจเธอแทบแตกสลาย หญิงสาวหันมองอีกฝั่งของเตียง ว่างเปล่า ราวกับเจ้าของที่นอนอี
เสียงดนตรีคลาสสิกดังคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ส่องประกายลงมาบนคู่บ่าวสาวที่ยืนอยู่กลางเวที ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่พวกเขา เจ้าบ่าวหนุ่มหล่อในชุดสูทสีดำเข้มตัดเย็บอย่างประณีต และเจ้าสาวแสนสวยในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์