เข้าสู่ระบบ“ทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เด็กๆ ในหมู่บ้านกำลังเอาหินปาใส่มารดาของเธออยู่ ท่านก็ร้องว่าเจ็บๆ ดอกแก้วเลยเข้าไปผลักร่างของทุกคนจนล้ม ก่อนจะปกป้องมารดาเอาไว้
“นังดอกแก้วมีแม่เป็นนังบ้า นังดอกแก้วมีแม่สำส่อน แม่มันเป็นโสเภณี” ดอกแก้วถูกล้อเลียนแบบนี้บ่อยๆ อาจเพราะเด็กพวกนี้จำมาจากผู้ใหญ่อีกทีหนึ่ง
“แม่มึงสิบ้า!” ดอกแก้วเอาหินปาใส่เด็กๆ ในหมู่บ้าน ในนั้นรวมพิมพ์แก้วหลานสาวกำนันเพิ่มด้วย
“โอ๊ย!” พิมพ์แก้วร้องเสียงดัง ยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง แต่รู้สึกว่ามีอะไรเหนียวๆ ติดมือมาด้วย พอหงายมือออกดู ปรากฏว่าเป็นเลือด
“ละ... เลือด” พิมพ์แก้วร้องออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“สมน้ำหน้า แกทำแม่ฉันเลือดไหลก่อน เห็นไหม”
“แกทำฉันเลือดไหล ฉันจะไปฟ้องพ่อกับแม่”
“เชิญขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเลย ฉันไม่กลัวแกหรอก” เข้าตาจนดอกแก้วก็ไม่กลัวอะไรเหมือนกัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
ความที่พิมพ์แก้วเป็นเด็กพอเห็นเลือด จึงร้องไห้ออกมา พิมพ์แก้ววิ่งไปฟ้องพ่อแม่และปู่หาว่าดอกแก้วปาหินใส่จนเลือดไหล
“แม่จันทราจะว่ายังไง หลานสาวของเธอทำหลานสาวของฉันเลือดตกยางออกเห็นไหม" กำนันเพิ่มเอ่ยถาม ไม่ชอบใจยิ่งนักที่เห็นว่าหลานสาวถูกทำร้ายจนเลือดตกยางออกขนาดนี้
พิมพ์แก้วนั่งอยู่ใกล้ๆ กับพิกุลผู้เป็นมารดา และกล้าผู้เป็นบิดา คอยร้องไห้ออดอ้อนเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังว่าดอกแก้วเป็นคนทำให้ตัวเองเลือดออก
“จะถามทำไมคะคุณพ่อ นังเด็กสารเลวนี่ทำให้ลูกของกุลต้องเลือดตกยางออก จัดการมันเลยค่ะ กุลไม่ยอมหรอกนะคะ” พิกุลดึงบุตรสาวมากอด มองแผลที่ศีรษะของบุตรสาวแล้วหงุดหงิดใจไม่น้อย
“ดอกแก้วทำไมทำกับพิมพ์แก้วแบบนั้นล่ะจ๊ะ”
หมอจรินทร์เอ่ยถาม เพราะพิกุลพาลูกสาวมาทำแผลที่อนามัย โวยวายยกใหญ่ว่าดอกแก้วทำร้ายลูกตัวเองจนเลือดตกยางออก จริงๆ แล้วพิมพ์แก้วมีแผลแค่นิดเดียวเท่านั้น
“พิมพ์แก้วเอาหินปาใส่แม่ค่ะ แถมยังบอกว่าแม่เป็นนังบ้า เป็นโสเภณีแล้วก็สำส่อน สำส่อนคืออะไรเหรอคะอาหมอ”
ดอกแก้วสนิทกับหมอจรินทร์และพยาบาลนิตยาที่เป็นภรรยามาก จึงเอ่ยเรียกอีกฝ่ายว่าอาอย่างสนิทสนม ด้วยว่าสองคนผัวเมียใจดี ให้ขนม ให้เงิน แถมยังไปเยี่ยมเยียนเธอที่บ้านอยู่เสมอ
ยายบอกว่าสองผัวเมียอยากขอเธอไปเป็นลูก แต่ยายนั้นไม่ให้ แม้จะลำบากยากจน ก็อยากเลี้ยงด้วยตัวเอง เข้าใจว่าสองผัวเมียใจดี แต่การให้ลูกหลานไปอยู่กับคนอื่น ยายของเธอก็บอกว่าไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าเขาจะใจดีไปตลอดไหม หากเขามีลูกเป็นของตัวเอง หรือเกิดวันหนึ่งไม่รักขึ้นมาเหมือนก่อน อาจจะทอดทิ้งหรือทำร้ายเอาได้
จันทราเป็นกังวล บอกว่าจะยากดีมีจน อยู่กับคนในครอบครัวยังไงก็ต้องให้ความรักและความใส่ใจมากกว่าคนนอก
ประโยคคำถามว่า “สำส่อน” หมายความว่าอย่างไร ทำให้ผู้ใหญ่มองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนใจ
“เด็กๆ ก็แค่เล่นกัน แต่ดอกแก้วทำให้เพื่อนเลือดออกนะคะหมอ ยังไงก็ต้องทำโทษ” พิกุลไม่ยอม กล้าเองก็เห็นด้วย
“แต่พิมพ์แก้วก็ไปทำร้ายรังแกแม่ของดอกแก้วก่อนนะครับ แถมยังพูดจาไม่ดีอีกด้วย ประโยคพวกนั้นถ้าผู้ใหญ่ไม่พูดไม่บอกเด็ก เด็กตัวเท่านี้ก็คงเอาไปด่าพ่อล้อแม่ไม่ได้หรอกครับ”
“นี่หมอเข้าข้างนังเด็กเหลือขอนี่เหรอคะ” พิกุลโวยวายยกใหญ่
“พวกเราไม่ได้ข้างข้างนะคะ แต่เราในฐานะที่เป็นพ่อแม่ก็ควรที่จะอบรมสั่งสอนลูกว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูดไม่ใช่เหรอคะ” นิตยาเอ่ยขึ้นบ้าง
“หมอกับเมียไม่มีลูกเลยไม่เข้าใจ ฉันจะแจ้งความจับแกนังเด็กสารเลวนี่ ข้อหาทำร้ายร่างกาย คิดจะเป็นฆาตกรแต่เด็กเลยนะแก”
พิกุลตรงเข้าไปจะตบตีทำร้ายดอกแก้ว แต่นิตยากับหมอจรินทร์เข้าขวางเอาไว้
“พอเถอะครับ ผมว่าเลิกแล้วต่อกันจะดีกว่า เด็กๆ ทะเลาะกันแบบนี้ ไปแจ้งความตำรวจก็ไม่รับหรอกครับ แถมหนูพิมพ์แก้วก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย”
“ไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณหมอพูดออกมาได้ยังไงคะ เลือดออกขนาดนี้”
“ผมว่าคุณหมอเข้าข้างดอกแก้วเกินไปหรือเปล่า”
กล้าเอ่ยขึ้น หากไม่มีสองคนผัวเมียนี่ เขาจัดการสั่งสอนดอกแก้วไปแล้ว
“ผมก็คิดว่ากำนันและครอบครัวเข้าข้างพิมพ์แก้วเกินไปเหมือนกันนะครับ เราเป็นผู้ใหญ่ต้องอบรมสั่งสอนเด็กตั้งแต่ยังเล็กๆ นะครับ ไม่ใช่ให้ท้าย ผิดก็ต้องบอกว่าไปตามผิด ถูกก็ต้องว่าไปตามถูก ถ้าให้ท้ายแบบนี้โตขึ้นจะไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดนะครับ จะอยู่ในสังคมได้ยังไง เพราะไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด”
“โอ๊ย! หมอเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะนี่ พูดเรื่องอนาคตอันไกลโพ้นที่ยังมาไม่ถึง ลูกของฉันไม่ผิดค่ะ พิมพ์แก้วแกเป็นเด็กดี เด็กน่ารัก ไม่เคยดื้อกับพ่อกับแม่กับปู่เลย” พิกุลกอดรัดร่างบุตรสาวเอาไว้แน่น ตะโกนบอกทุกคนว่าลูกของฉันเป็นเด็กดี เป็นคนน่ารัก
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณกุล” นิตยากับหมอจรินทร์พยายามบอกให้พิกุลสงบสติอารมณ์
“ทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เด็กๆ ในหมู่บ้านกำลังเอาหินปาใส่มารดาของเธออยู่ ท่านก็ร้องว่าเจ็บๆ ดอกแก้วเลยเข้าไปผลักร่างของทุกคนจนล้ม ก่อนจะปกป้องมารดาเอาไว้“นังดอกแก้วมีแม่เป็นนังบ้า นังดอกแก้วมีแม่สำส่อน แม่มันเป็นโสเภณี” ดอกแก้วถูกล้อเลียนแบบนี้บ่อยๆ อาจเพราะเด็กพวกนี้จำมาจากผู้ใหญ่อีกทีหนึ่ง“แม่มึงสิบ้า!” ดอกแก้วเอาหินปาใส่เด็กๆ ในหมู่บ้าน ในนั้นรวมพิมพ์แก้วหลานสาวกำนันเพิ่มด้วย“โอ๊ย!” พิมพ์แก้วร้องเสียงดัง ยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง แต่รู้สึกว่ามีอะไรเหนียวๆ ติดมือมาด้วย พอหงายมือออกดู ปรากฏว่าเป็นเลือด“ละ... เลือด” พิมพ์แก้วร้องออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด“สมน้ำหน้า แกทำแม่ฉันเลือดไหลก่อน เห็นไหม”“แกทำฉันเลือดไหล ฉันจะไปฟ้องพ่อกับแม่”“เชิญขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเลย ฉันไม่กลัวแกหรอก” เข้าตาจนดอกแก้วก็ไม่กลัวอะไรเหมือนกัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดความที่พิมพ์แก้วเป็นเด็กพอเห็นเลือด จึงร้องไห้ออกมา พิมพ์แก้ววิ่งไปฟ้องพ่อแม่และปู่หาว่าดอกแก้วปาหินใส่จนเลือดไหล“แม่จันทราจะว่ายังไง หลานสาวของเธอทำหลานสาวของฉันเลือดตกยางออกเห็นไหม" กำนันเพิ่มเอ่ยถาม ไม่ชอบใจยิ่งนักที่เห็นว่าหลานสาวถูกทำร้ายจนเล
“จริงนะ ไม่ดุ ไม่ตีนะ” เด็กสาวเอ่ยถาม ยังกลัวโดนตี ปากก็เลอะไปด้วยแกงเลียง“จริงสิ กินแกงเลียงในหม้อนะ ยังมีอยู่” จันทรารีบไปตักแกงเลียงมาให้ลูกอีกครั้ง คนที่บอกว่าเบื่อไม่อยากกินก็กินอย่างเอร็ดอร่อย เพราะเริ่มหิวแล้วนั่นเองหมอจรินทร์กับนิตยามาเยี่ยมดอกรักกับลูก เอานมผงและอาหารเสริมมาให้ เพราะคิดว่าหากดอกรักไม่มีน้ำนมให้ลูก ก็จะได้มีนมชงให้กิน“ขอบคุณคุณหมอกับคุณนิตมากนะคะ แต่ยายหนูกินนมผงแล้วท้องเสีย ผื่นขึ้นทุกทีเลยค่ะ ให้กินนมจากเต้านังดอกรักมันจะดีกว่าค่ะ”“สงสัยจะแพ้ค่ะพี่หมอ” นิตยาหันไปคุยกับสามี แม้นมผงที่เอามาจะเป็นนมที่ดีที่สุด แต่เด็กบางคนก็อาจจะแพ้ได้“งั้นให้ดอกรักกินอาหารบำรุงกันดีกว่าค่ะน้าจันทร์ จะได้มีน้ำนมให้ลูก”“ขอบคุณคุณหมอกับคุณนิตมากๆ เลยนะคะ คอยช่วยเหลือน้ากับครอบครัวมาโดยตลอด”“มีอะไรก็บอกเราสองคนได้นะ” หมอหนุ่มกับเมียสาวพูดอย่างยินดี จันทรารู้สึกว่าพระมาโปรด แต่ถึงสองสามีภรรยาจะคอยช่วยเหลือ แต่นางก็ทำงานทุกอย่างไม่งอมืองอเท้า คอยแต่รับความช่วยเหลือจากคนอื่น ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป คนเราต้องหัดยืนด้วยลำแข้งให้ได้ นางคิดเช่นนี้เสมอ เพราะไม่เคยคิดที่จะเอาเปร
“ใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นอะไรค่ะ” นิตยารีบเอ่ยบอกจันทราให้ใจเย็นๆ“หายใจเข้าออกแรงๆ ลึกๆ เดี๋ยวหมอจะช่วยเองนะ” หมอจรินทร์รีบบอกเด็กสาวที่กำลังร้องไห้เพราะเจ็บท้องคลอด ร่างนั้นบิดตัวไปมาด้วยท่าทีทุรนทุราย คุณหมอหนุ่มกับพยาบาลสาวรีบจัดการทำคลอดอย่างชำนาญ ไม่นานเสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อยก็ดังขึ้น หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ดอกรักก็ให้กำเนิดทารกน้อยเพศหญิงหมอหนุ่มกับพยาบาลสาวซึ่งเป็นคู่สามีภรรยากันพาคนเป็นแม่ไปพักฟื้นที่อนามัย โดยมีผู้เป็นยายตามติดไปช่วยดูแลอยู่ไม่ห่างในชนบทแบบนี้ค่อนข้างทุรกันดาร แต่สองผัวเมียก็ไม่เคยกลัวความลำบาก คิดว่าที่นี่ขาดแคลนหมอ จึงมาเป็นหมออยู่ที่อนามัยแห่งนี้“ยายจันทร์ได้หลานสาวนะครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยบอกกับจันทรา ทำให้นางต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูทารกน้อยที่ห่อเอาไว้ด้วยผ้าอ้อมสีขาวสะอาดตานึกเสียดายที่ไม่ได้หลานชาย ถ้ามีหลานชายก็คงดีจะได้ปกป้องแม่กับยายไม่ให้ใครมารังแก ได้หลานสาวแล้วมีหวังโดนรังแกอยู่ร่ำไป“เสียดายจังเลยค่ะที่ไม่ได้หลานชาย” จันทราเปรยขึ้น“ทำไมล่ะคะ” นิตยาเอ่ยถามจันทรา“เป็นผู้ชายจะได้ไม่โดนรังแกยังไงล่ะคะ” จันทราพูดแล้วหน้าหมองลงไปถนัดตา“ไม่ว่าจะหลา
ฐานะทางบ้านที่ยากจนอยู่แล้ว ยังต้องมีภาระเพิ่มขึ้นมาอีก ดอกรักกินจุและไม่รู้จักทำงานทำการอะไร วันๆ ก็เอาแต่กิน ไม่รับรู้ว่าตัวเองท้องและกำลังเป็นแม่คนจันทราออกหางานทำ ดายหญ้ารับจ้างสารพัด กลับมาก็เจอเข้ากับพวกผู้ชายที่มาย่ำยีลูกสาว แม้จะตั้งท้องก็ไม่เว้น หัวอกคนเป็นแม่ชอกช้ำระกำทรวง อยากจะฆ่าตัวตายเสียให้พ้น ๆ“แกมันหน้าโง่ ทำไมถึงได้เห็นแก่กินนักนะ นังลูกหน้าโง่เอ๊ย ไม่รู้จะเกิดมาทำไม แกเกิดมาทำไมฮะ! เกิดมาแล้วต้องเป็นแบบนี้ ไม่น่าเกิดมาเลย ฉันน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากแกตั้งแต่เล็กๆ จะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้”จันทราเห็นเหล่าผู้ชายลงจากเรือนเก่าๆ ซอมซ่อของตนเองไป ก็รู้สึกไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาลือกันทั้งหมู่บ้านว่าลูกสาวของตนยิ่งกว่าโสเภณี ใครอยากระบายอารมณ์ใคร่ก็มาหาได้ทุกที่ทุกเวลาจันทราเห็นลูกสาวนอนแกผ้าตาปรืออยู่ก็ตบอกตัวเองด้วยความเจ็บใจ อยากตีอกชกตัวให้ตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด นางตรงเข้าไปจิกด่าจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายแรง ๆ ด้วยความเสียใจ“แกไม่น่าเกิดมาเลย เกิดมาทำไมฮะ! นังดอกรัก เกิดมาแล้วเป็นแบบนี้ แกจะเกิดมาทำไม ทำไมแกไม่ตาย ๆ ไปซะ ฮือ ๆ ๆ” จันทราด่าซ้ำๆ ประโ
“ดอกรัก ดอกรักเอ๊ย อยู่ไหนน่ะลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนนามว่าจันทรากำลังออกตามหาบุตรสาวคนเดียวที่สติไม่ค่อยดีตั้งแต่เด็กด้วยความร้อนใจ“ดอกรักเอ๊ย! ไปเที่ยวเล่นอยู่ไหนลูก ออกมาหาแม่หน่อย” จันทราเดินหาจนทั่ว ก่อนจะได้ยินเสียงร้องไห้ของบุตรสาวตรงชายป่า“พวกเอ็งทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ” จันทราตวาดลั่น ตกใจหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าผู้ชายหลายคนในหมู่บ้านกำลังย่ำยีลูกสาวคนเดียวของตนอยู่ ดอกรักคลานหนีเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกสัตว์นรกที่ตามมาร่วมรักอย่างบ้าคลั่ง“เฮ้ย! แม่มันมาว่ะ หนีเร็วพวกเรา” พวกมันร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าจันทราถือไม้หน้าสามอันใหญ่ตรงเข้ามาทุบตี“ฮือ ๆ ๆ” ดอกรักในวัยสิบเจ็ดร้องไห้สะอึกสะอื้น บอกว่าเจ็บๆ เลือดไหลเต็มช่องคลอด จันทราหน้าเสียมองลูกสาวอย่างตกใจ นางตรงเข้าไปกอดรัดเอาไว้แน่น อีกฝ่ายตัวสั่นท่าทีหวาดกลัวกอดร่างมารดาเอาไว้อย่างขวัญเสีย เพราะจิตใต้สำนึกรู้ดีว่ามารดาคือคนที่อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยที่สุด“โธ่... ดอกรัก เป็นยังไงบ้างลูก ไอ้พวกเดนมนุษย์ ทำกันได้ลงคอ” ดอกรักแม้จะสติไม่ดีแต่เป็นหญิงสาวที่อวบอั๋นผิวขาวเนียนละเอียดและสวยมาก เสียดายที่เกิดมาอา







