LOGINามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
View More"จริงด้วย ๆ ๆ ต้องเป็นเพราะบนเรือลำนี้มีเครื่องรบกวนสัญญาณแน่ ๆ พวกเราแยกย้ายกันไปหาเร็วเข้า!" ผู้คนพากันตาสว่างเมื่อถูกจุดประกายความหวัง ในเวลานี้ตราบใดที่ยังพอมีหนทางรอดชีวิตแม้เพียงริบหรี่ พวกเขาก็จะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาดฮั่วจินเฉินก้มลงมองเธอ "สมองก้อนน้อยๆ ยังพอแล่นใช้การได้อยู่นะ"เธอถลึงตาค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง ในสถานการณ์วิกฤตคอขาดบาดตายขนาดนี้เขายังมีอารมณ์มาพูดเล่นอีกเหรอ?เสิ่นชูไม่คิดจะสนใจเขาอีก เธอหมุนตัวเดินไปร่วมมือกับฝูงชนเพื่อพลิกแผ่นดินหาเครื่องรบกวนสัญญาณทันทีในตอนที่กู้ฉือจวินกำลังจะหมุนตัวเดินไป จู่ ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้าลง พลันเบนสายตามองไปทางฮั่วจินเฉิน "ประธานฮั่วดูเหมือนจะไม่ค่อยกังวลเรื่องที่จะหนีออกไปไม่ได้เลยนะครับ""คุณชายกู้เองก็ดูสุขุมเยือกเย็นมากไม่ใช่เหรอ?"เขาไม่ได้เอ่ยปากโต้แย้งกลับไปสิบห้านาทีต่อมา พนักงานเรือหาเสื้อชูชีพมาได้เพียงแค่สิบชุด และห่วงยางเล่นน้ำอีกหกอันเท่านั้น ซึ่งมันไม่พอกับจำนวนคนเลยสักนิด แต่ยังดีที่ความพยายามไม่ทรยศคน ในที่สุดก็มีคนหาเครื่องรบกวนสัญญาณบนเรือพบ ทว่าในวินาทีที่ใครบางคนคิดจะทำลายเครื่องรบกวนสัญญาณนั้นทิ้ง ฮั่วจินเฉิน
เมื่อเจียงว่านโจวเห็นว่าสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเริ่มโกลาหลขึ้นมาทันตา แขกเหรื่อทุกคนต่างพากันวิ่งกรูกันออกไปด้านนอก เขาจึงแผดเสียงร้องตะโกนลั่น "ทุกคนอย่าเพิ่งแตกตื่น—"ทว่าในเวลานี้กลับไม่มีใครยอมฟังเสียงของเขาอีกต่อไปแล้วหลังจากที่ได้เห็นตัวเลขเวลานับถอยหลังของระเบิดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ท่ามกลางความบีบคั้นของความเป็นความตาย สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ย่อมเปราะบางและไร้ค่าที่สุดทว่าประตูของโถงจัดเลี้ยงกลับถูกลงกลอนปิดตายจากด้านนอกทุกคนถูกขังให้รอความตายอยู่ภายในนี้ โดยไม่มีหนทางหนีรอดออกไปได้เลยแม้แต่บอดี้การ์ดที่เคยยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกประตูต่างก็หายตัวไปจนหมดสิ้นหลังจากที่กู้ฉือจวินและลูกเรือสองสามคนก้าวขึ้นมาจากห้องใต้ท้องเรือ สถานการณ์ในโถงก็ตกอยู่ในความวุ่นวายโกลาหลจนเกินจะควบคุม เขาจึงรีบก้าวเท้าตรงมาหาฉันและฮั่วจินเฉินทันที "บนเรือเหลือเรือกู้ชีพอยู่เพียงแค่ลำเดียวเท่านั้น ส่วนเรือกู้ชีพสำรองลำอื่นๆ ถูกพวกมันเอาไปหมดแล้ว ดูท่าในตอนที่พวกเราทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่โถงจัดเลี้ยง คนของพวกมันคงจะแอบหนีลงเรือจากไปตั้งนานแล้ว"เมื่อเจียงว่านโจวได้ยินคำพูดของกู้ฉือจวิน ใบหน้าของเขาก็แป
เรือสำราญเร่งเครื่องเต็มกำลังมุ่งหน้าสู่ผืนน้ำอันกว้างใหญ่และราบเรียบ ทว่าจู่ๆ สมอเรือกลับถูกทิ้งโครมลงน้ำกะทันหัน ภายใต้ความเร็วระดับนั้น ความรู้สึกสูญเสียการควบคุมอย่างเห็นได้ชัดทำเอาผู้โดยสารในโถงจัดเลี้ยงพากันหวีดร้องลั่น แก้วเหล้าบนโต๊ะล้มระเนระนาดพร้อมๆ กัน โคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานแกว่งไกวไปมาอย่างรุนแรงเสิ่นชูเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ มือของเธอรีบยันไว้กับขอบโต๊ะที่สั่นสะเทือนอย่างหนัก ท่ามกลางฝูงชน พนักงานบริการและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อควบคุมความสงบในพื้นที่ ผู้คนที่ควรจะมีความสุขและครึกครื้นในตอนแรก บัดนี้ต่างเต็มไปด้วยความกังวลและเคลือบแคลงสงสัยทว่ายังคงไร้ร่องรอยของซูซิ่นเฉิงและเฟิงสวิ้นทันใดนั้น มือข้างหนึ่งก็กระชากตัวเธอเข้าไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ พอเธอได้สติกลับมา สายตาก็ประสานเข้ากับนัยน์ตาอันร้อนรนใจของฮั่วจินเฉิน "บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าคลาดสายตาไปจากผมตามใจชอบน่ะ?"เสิ่นชูอ้าปากค้าง "คุณ... รู้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมคะ?""ผมบอกไม่ให้คุณมาแล้วไง""แล้วคุณล่ะคะ?" เธอถามกลับฮั่วจินเฉินพลันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ความเป็นความตายของ
เสิ่นชูใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของเขา พลางลดเสียงต่ำ "ฮั่วจินเฉิน คุณคิดจะฉวยโอกาสเอาเปรียบฉันใช่ไหมฮะ?"ฮั่วจินเฉินโอบเอวบางของเธอไว้และพาเดินแทรกตัวผ่านผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ "ผมกอดภรรยาตัวเอง ไม่นับว่าเป็นการเอาเปรียบหรอก"ในสายตาของคนนอก คู่สามีภรรยาวัยหนุ่มสาวคู่นี้ดูรักใคร่กันดีเหลือเกิน แววตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูของฝ่ายชาย กับความเอียงอายเก็บตัวของฝ่ายหญิง ดูราวกับภาพวาดอันงดงามชิ้นหนึ่งที่ถูกแต่งแต้มขึ้นมาทว่าฉากนี้ กลับแว่วเข้าสู่สายตาของกู้ฉือจวินอย่างประจวบเหมาะพอดีในตอนที่เสิ่นชูหันไปมองเขา เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบหลบสายตาของเขาไปฮั่วจินเฉินสบสายตาตอบกลับไปอย่างไม่คิดจะปิดบัง เขาโอบเสิ่นชูเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างผ่าเผย "คุณชายกู้ก็มีความสนใจในงานเลี้ยงแต่งงานของบ้านอื่นเขาด้วยงั้นเหรอครับ?"เขาเอ่ยตอบเรียบๆ "ขนาดประธานฮั่วยังสนใจ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะสนใจไม่ได้ล่ะครับ?""คุณชายกู้ชอบก็ดีแล้วครับ" ฮั่วจินเฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางจ้องมองเขา "บางทีในงานเลี้ยงนี้ คุณชายกู้อาจจะได้โอบสาวงามกลับบ้านไปด้วยก็ได้นะครับ"กู้ฉือจวินไม่ได้ตอบคำถามนั้น
Ratings
reviewsMore