FAZER LOGINสามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
Ver mais"น่าจะเป็นคุณนายหงคนนั้นค่ะ""คุณนายหงเหรอ?"เธอรับคำ "ค่ะ คุณนายหงก็คือคนรักเก่าที่ปู่เคยทำผิดต่อเธอเมื่อก่อน แล้วก็เป็นคุณยายของฉินจิ่งซูด้วย คนที่ตระกูลฉินคอยพึ่งพาก็น่าจะเป็นเธอ และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดก็น่าจะเป็นเธอเหมือนกัน"ฉีเวินเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น "ตกลง พี่เข้าใจแล้ว"พอวางสาย เสิ่นชูก็วางโทรศัพท์ลง เหม่อมองออกไปไกล ๆ ยังทัศนียภาพอันขาวโพลนด้วยหิมะนอกหน้าต่าง เหม่อลอยไปโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ทางฝั่งนี้ ณ ฮั่วซื่อกรุ๊ปหวังน่าผลักประตูห้องทำงานเข้ามา เดินตรงไปหยุดอยู่ต่อหน้าฮั่วจินเฉินแล้วรายงานว่า "ประธานฮั่วคะ ทางสถานีตำรวจส่งข่าวใหม่เกี่ยวกับเหอเมิ่งมาแล้วค่ะ"ปลายปากกาของฮั่วจินเฉินชะงักลง เขาเงยหน้ามองเธอ "ว่ายังไงบ้าง?"หวังน่าเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "คุณหนูฮั่วยอมรับแล้วค่ะ ว่าเป็นคนผลักเหอเมิ่งตกลงมาเอง"ลงมือผลักแม่แท้ ๆ ของตัวเองตกตึกจนเสียชีวิต ข่าวนี้ทำเอาแม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกตกตะลึงปลายนิ้วของฮั่วจินเฉินวางอยู่บนขอบโต๊ะ นิ้วมือเคาะลงบนพื้นโต๊ะเบา ๆ สองที ไม่ได้ฉายแววประหลาดใจอะไรมากนัก เพียงแ
ตลอดสามวันติดต่อกัน หลังจากข่าวการถูกควบคุมตัวเพื่อสืบสวนของฮั่วเจินเจินถูกเผยแพร่ออกไป ตระกูลฮั่วก็ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเริ่มตั้งแต่การแยกบ้าน ข่าวฉาวเรื่องลูกนอกสมรส จนกระทั่งมาถึงการพลัดตกตึกเสียชีวิตของเหอเมิ่ง และฮั่วเจินเจินถูกควบคุมตัว ตระกูลฮั่วเกิดเรื่องติดต่อกันไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งเรื่องนี้ได้ลุกลามไปถึงฮั่วเฉิงเยี่ย จนส่งผลให้งานทั้งหมดของเขาในกระทรวงการต่างประเทศต้องถูกระงับไว้ชั่วคราวกระแสสังคมเกี่ยวกับตระกูลฮั่วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าแผนกประชาสัมพันธ์ของฮั่วซื่อกรุ๊ปจะคอยกดหัวข้อคำค้นหายอดนิยมลงไป แต่ก็มักจะมีหัวข้อใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมาแทนที่เสมอราวกับว่า มีมือที่มองไม่เห็นกำลังคอยผลักดันให้กระแสข่าวแพร่สะพัดออกไปขณะเดียวกัน บริเวณชั้นสองของร้านน้ำชา ชายผู้หนึ่งกำลังนั่งพิงหน้าต่างมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาระหว่างท้องถนน ปลายนิ้วหมุนถ้วยชาที่เริ่มเย็นชืด เสียงกระเบื้องถ้วยชาปะทะกันส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ"คุณดูสิ มันราบรื่นกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เสียอีก" ชายวัยกลางคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามดันหนังสือพิมพ์ส่งไปให้ พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง
ดูท่ารถยนต์พวกนั้นในโรงรถของบ้าน เธอคงไม่มีโอกาสได้แตะต้องมันอีกแล้ว!"ดีนี่ รู้ความขนาดนี้ เมาแล้วขับครั้งเดียวแลกกับการไม่ขับรถตลอดชีวิต ถ้าทุกคนเป็นเหมือนเธอ ลุงตำรวจจราจรเห็นเข้าคงปลื้มใจน่าดู"เมื่อได้ยินเสียงของเสิ่นชู หลีหลี่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา ทั้งตัวเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออก เหี่ยวเฉาหมดแรงเอ่ยขึ้น "พี่เองก็ตั้งใจมาหัวเราะเยาะฉันเหมือนกันเหรอคะ?"เสิ่นชูยิ้มเล็กน้อย เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเธอ "ใครหัวเราะเยาะเธอกัน? ได้ยินมาว่าเธออกหัก พี่ก็เลยตั้งใจมาปลอบใจเธอต่างหาก""ฉันยังไม่ได้อกหักสักหน่อย"เสิ่นชูนั่งลงข้าง ๆ เธอ "เรื่องแบบนี้ใจร้อนไม่ได้หรอกนะ มันต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน"หลีหลี่ถึงค่อยเงยหน้าขึ้น "ฉันไม่ได้ใจร้อนซะหน่อย อีกอย่าง..." คำพูดที่กำลังจะหลุดจากปากกลับถูกเธอกลืนลงไปอีกครั้ง แล้วเปลี่ยนคำพูดใหม่ "เอาเถอะ บางทีฉันอาจจะใจร้อนไปจริง ๆ นั่นแหละ ฉันนึกว่าเขาจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้ฉันบ้างสักนิด ที่ไหนได้ฉันดันคิดมากไปเองคนเดียว เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยแม้แต่น้อย""คิดจะยอมแพ้แล้วเหรอ?"หลีหลี่อึ้งไป ค่อย ๆ ลดแพขนตาลง โดยไม่ได้เอ่ยคำตอบใด ๆเสิ่น
ฮั่วจินเฉินตอบรับในลำคอ "อืม" ใบหน้าไร้ซึ่งความประหลาดใจแม้นิด "ผู้ชายอย่างเขาน่ะ โอกาสที่จะเลือกเธอมันไม่ได้มีเยอะอยู่แล้ว"หลี่ลี่ที่กำลังสะอื้นไม่หยุดได้ยินคำนี้เข้าก็หยุดร้องทันที หันมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ "พี่หมายความว่ายังไง ฉันแย่มากนักหรือไง?"เธอสูดจมูก ทำท่าเหมือนจะปล่อยโฮออกมาอีกรอบ แม่บ้านที่อยู่ข้าง ๆ จึงรีบเข้ามาปลอบ แล้วหันไปมองฮั่วจินเฉินด้วยความลำบากใจ "คุณชายคะ คุณหนูหลี่ก็เสียใจมากพออยู่แล้ว คุณพูดแบบนี้ใส่เธอได้ยังไงกันคะ""ผมพูดอะไรผิดหรือเปล่าล่ะ?" น้ำเสียงของฮั่วจินเฉินไม่ได้มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย สีหน้าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง "แค่ถูกคนเขาปฏิเสธ ก็ทั้งเมาแล้วขับ ทั้งประสบอุบัติเหตุ แถมยังไปร้องไห้โวยวายที่สถานีตำรวจอีก นี่มันไม่ต่างอะไรกับเด็กดื้อที่ไม่ได้กินอมยิ้มแล้วอาละวาดโดยไม่สนใจอะไรเลย? เด็กดื้อยังพอว่าเพราะยังไม่โตพอที่จะคิดได้ แต่เธออายุยี่สิบกว่าแล้ว ถ้าฉันเป็นกู้ฉือจวิน ฉันก็คงต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเหมือนกัน"หลี่ลี่อึ้งไปทั้งตัว น้ำตาชะงักค้างคาเบ้าตา ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำโต้แย้งใด ๆ ออกมาได้แม้แต่คำเดียวมีหรือเธอจะไม่เข้าใจ ว่าฮั่วจินเฉินกำลังพู






Classificações
avaliaçõesMais