LOGINสามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
View Moreเธอนึกขึ้นได้ว่าคือใคร จึงกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนทันที【สวัสดีครับ นางพญาเสี่ยวชู】ปลายนิ้วของเสิ่นชูรัวลงบนคีย์บอร์ด แกล้งทำเป็นเอ่ยถาม 【คุณรู้จักฉันเหรอ?】【แล้วขอมาทำความรู้จักตอนนี้ไม่ได้เหรอ? ID ของคุณน่าสนใจดีออก!】【โอเคค่ะ】เสิ่นชูเอนหลังพิงเบาะโซฟา หยิบหมอนอิงขึ้นมาตระกองกอดไว้ในอ้อมอก เธอหลงคิดไปว่าอีกฝ่ายแอดมาเพราะรู้ว่าเธอเป็นใครเสียอีก...ทว่า พี่ชายของเธอก็ไม่มีบัญชีโซเชียลของเธอสักหน่อย เพื่อนของเขาคนนั้นคงไม่ได้ตั้งใจแอดมาเพราะรู้ว่าเป็นเธอหรอกแถมพอไล่ดูโพสต์ในหน้าโปรไฟล์ของอีกฝ่าย แวบแรกก็รู้เลยว่าเป็นพวกนักท่องโซเชียลตัวยง คนที่กดติดตามไว้ก็มีแต่สตรีมเมอร์สาว ๆ ทั้งนั้น หว่านแหไปทั่วชัด ๆ !พี่ชายของเธอออกจะดูสุภาพเรียบร้อยเหมือนสุภาพบุรุษ แต่ช่วงหลายวันมานี้กลับออกไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่กับเพื่อนคนนี้ คงไม่ได้โดนเพื่อนคนนี้พาเสียคนหรอกนะ?เธอพับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง ยังไม่ทันจะได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไลน์ก็มีข้อความขอเพิ่มเพื่อนส่งเข้ามาอีกหนึ่งรายการที่พีคไปกว่านั้นก็คือคนที่แอดมา คือหลี่ม่านยวี่ อดีตแม่สามีของเธอเอง!วันนี้มันเป็นวันเทศกาลแอดเพื่อนหรือไงก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลี่เถิงเซียวมาดักรอใต้หอพัก และขอเพียงเขาปรากฏตัว คนในวิทยาลัยก็รู้ทันทีว่าเขามาหาใครอันที่จริงเอมี่ค่อนข้างอิจฉาซีซือเพราะอีกฝ่ายได้ครอบครองสิ่งที่เธอต้องทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อให้ได้มาอย่างง่ายดายทว่าทั้งที่มีความสามารถขนาดนั้น กลับวางท่าสันโดษและเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ชวนให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกหงุดหงิดเพื่อไม่ให้รบกวนความสงบของคนอื่น ซีซือจำต้องลงมาเผชิญหน้ากับคนที่ตนไม่อยากเจอทันทีที่หลี่เถิงเซียวเห็นเธอ เขาก็โพล่งถามขึ้นทันที “เธอไปเป็นสตรีมเมอร์เหรอ?”น้ำเสียงของซีซือยังคงราบเรียบ “ฉันจะเป็นสตรีมเมอร์ มันก็ไม่น่าเกี่ยวกับคุณนะ”“ทำไมจะไม่เกี่ยว!” น้ำเสียงของหลี่เถิงเซียวสูงขึ้นฉับพลัน ราวกับกำลังประกาศความเป็นเจ้าของ “เธอเป็นคนที่ฉัน หลี่เถิงเซียวเล็งไว้ แค่ขาดเงินก็บอกฉันคำเดียว จะไปเป็นสตรีมเมอร์ทำไม? เธอรู้ไหมว่าสตรีมเมอร์คืออะไร? มันก็แค่วิถีขอทานออนไลน์! ทำมาหากินด้วยการขายเรือนร่างหน้าตา ถ้าอย่างนั้นมาอยู่กับฉันไม่ดีกว่าหรือไง!”เอมี่ถือโอกาสเขยิบเข้ามาใกล้ แกล้งทำเป็นดึงแขนซีซือให้เขยิบมาทางตนเอง แล้วเอ่ยไกล่เกลี่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “รุ่นพี่
“ชื่อ ‘ราชาองค์แรก’ ในห้องไลฟ์นี่คือน้องสาวของนายสินะ? ตั้ง ID ได้ไม่เลวเลย” ซูเค่ออ่านคอมเมนต์ไปพลาง เช็กบัญชีของเสิ่นชูไปพลางฉีเวินเหยียนขมวดคิ้ว “อย่าให้เธอก็จำนายได้ล่ะ”“เธอไม่ได้รู้จักฉันสักหน่อย”“นั่นมันบัญชีของฉัน” น้ำเสียงของฉีเวินเหยียนแฝงความเอือมระอาเล็กน้อยซูเค่อตวัดสายตามองเขา “บัญชีอวตารเพิ่งสมัครสด ๆ ร้อน ๆ ของนาย ไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่าง เธอจำได้ก็บ้าแล้ว!”ซีซือเห็นว่าอีกฝ่ายเปย์ของขวัญมาให้แล้ว หากปฏิเสธตอนนี้...เงินรางวัลส่วนใหญ่น่าจะโดนแพลตฟอร์มหักส่วนแบ่ง เท่ากับว่าเธอต้องควักเนื้อจ่ายเอง!เอาเถอะ“ได้ค่ะ คุณอยากให้ฉันลอกเลียนแบบภาพไหนคะ”ซูเค่อหันไปมองคนที่อยู่ข้างกาย พลางยักคิ้ว “อืม นายว่าไงล่ะ?”ฉีเวินเหยียนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก Water Lilies”ซูเค่อพิมพ์ส่งลงไปในหน้าจอ จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นกะทันหัน “นายไม่กังวลจริง ๆ เหรอว่าเธอจะวาดได้ไม่ดี? นี่ยังไงก็เป็นผลงานของปรมาจารย์ระดับโลก ต่อให้เป็นนักเรียนระดับท็อป ๆ ของวิทยาลัยศิลปะมาลอกเลียนแบบ ก็ทำได้แค่เลียนแบบโครงร่างภายนอกเท่านั้นแหละ”ฉีเวินเหยียนพลิกอ่านนิ
เสิ่นชูใช้กระดาษทิชชูเช็ดมุมปาก จากนั้นก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านไปซีซือกำลังยืนรอเธออยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นเพียงแค่เธอยืนอยู่ใต้ร่มเงาตรงมุมกำแพงธรรมดา ๆ ก็กลายเป็นทัศนียภาพอันโดดเด่นจนผู้คนในฝูงชนไม่อาจละสายตาได้แล้วเสิ่นชูเดินข้ามทางม้าลาย พลางโบกมือให้เธอซีซือเก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วเดินเข้ามาหาเธอเช่นกัน “ครั้งก่อนมัวแต่ยุ่งกับงานถ่ายแบบ เลยไม่ทันได้ไปตามนัด ขอโทษด้วยนะ”“ไม่เป็นไรหรอก งานสำคัญกว่า” เสิ่นชูเดินไปยืนข้าง ๆ เธอ “วันนี้เธอจะไปดูสถานที่ทำสตูดิโอใช่ไหม?”ซีซือพยักหน้ารับพูดตามตรง นี่ก็เป็นสถานที่ที่หกแล้วที่เธอมาดูเสิ่นชูดูออกว่าเธอมีท่าทีท้อแท้อยู่บ้าง จึงเอ่ยปากปลอบใจ “ไม่เป็นไรหรอก เพิ่งเริ่มทำงานมันก็เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละ ต่อให้เป็นการเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปเสียตั้งแต่แรกสักหน่อย”“เฮ้อ เธอพูดถูก ฉันว่าฉันคงจะใจร้อนเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ” ซีซือทำได้เพียงปลอบใจตัวเองไปแบบนี้เสิ่นชูสังเกตดูเธอและเป็นเพื่อนไปดูสตูดิโอ ซึ่งได้เข้าไปสัมภาษณ์ถึงสองแห่ง แต่ผลลัพธ์กลับไม่ค่อยน่าพึงพอใจเท่าไรนักไม่เรียกร้องว่าต้องมีประสบการณ์ทำ






Ratings
reviewsMore