เข้าสู่ระบบามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
ดูเพิ่มเติมเมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ เหวินฉู่ก็ยิ่งกระสับกระส่ายไม่สบายใจ ยิ่งพยายามนึกถึงรายละเอียดมากเท่าไร ความกลัวในใจก็ยิ่งมากขึ้นจนหยุดไม่อยู่เธอกลัวว่าในใจของฮั่วจินเฉินจะไม่มีเธออยู่อีกแล้วจริงๆถ้าขาดการคุ้มครองของฮั่วจินเฉินไป เธอก็จะต้องกลับไปอยู่ในเงื้อมมือของ “คนคนนั้น” อีกครั้งแน่เธอจะไม่มีวันยอมกลับไปหาเขาอีกเป็นอันขาด!…เสิ่นชูเดินไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการ เคาะประตู เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตแล้ว เธอจึงผลักประตูเข้าไปผู้อำนวยการโจววางเอกสารลง “เสี่ยวชู โทรศัพท์ร้องเรียนหัวหน้าฟาง ฝีมือเธอใช่ไหม?”ตอนที่ฝ่ายบริหารเรียกประชุมเรื่องของหัวหน้าฟาง เขาก็เดาออกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเสิ่นชูก็ไม่ได้ปฏิเสธ “ฉันเองค่ะ”“เธอนี่เหลวไหลจริงๆ เลย” ผู้อำนวยการโจวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่เขยของหัวหน้าฟางเป็นถึงผู้อำนวยการกรมสรรพากร หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของเขา ด้วยนิสัยของเขา คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่”เสิ่นชูเข้าใจดีว่าผู้อำนวยการโจวพูดไปเพราะหวังดีกับเธอ ในสังคมนี้ ต่อให้มีทั้งความสามารถและคุณวุฒิ ก็เป็นเพียงประตูด่านแรกเท่านั้น ที่เหลือขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และเส้นสายด้วยกันท
เธอพูดประโยคสุดท้ายออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจสีหน้าของฮั่วจินเฉินในตอนนั้น แล้วหันหลังเดินเข้าไปในลิฟต์โดยไม่หันกลับมาอีกเลยพอมาถึงชั้นหนึ่ง เสิ่นชูก็ใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะของแผนกต้อนรับโทรไปแจ้งร้องเรียนเดิมทีเธอตั้งใจว่าจะรอให้ใกล้จะไปค่อยเปิดโปงแต่เธอไม่อยากทนอีกแล้ว…สองวันต่อมา ข่าวลือที่ว่าเสิ่นชูเป็นมือที่สามก็พังลงเองโดยไม่ต้องแก้ต่าง เมื่อหัวหน้าฟางถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนเสิ่นชูกำลังอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการผ่าตัดให้กับคนไข้ที่ป่วยด้วยเนื้องอกในสมองฟังอยู่ในห้องตรวจ พร้อมบอกให้คนไข้และญาติกลับไปเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดในเช้าวันพรุ่งนี้พอคนไข้และญาติออกจากห้องไป คุณนายฟางก็พรวดพราดเข้ามาทันทีพยาบาลเสี่ยวเหวินพยายามห้าม เอะอะเสียงดังอยู่นอกห้อง “คุณนายฟางคะ ที่นี่คือโรงพยาบาลนะคะ! ถ้าคุณยังทำแบบนี้อีก เราจะเรียกตำรวจมาจัดการแล้วนะคะ!”“หลีกไป!”คุณนายฟางผลักเธอออกไป ก่อนจะเดินตรงมาหาเสิ่นชู ด่าทอเสียงดังลั่น “นังสารเลว! ที่สามีฉันถูกจับไป เป็นฝีมือแกใช่ไหม!”เสิ่นชูยิ้ม “เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะคะ?”“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ! เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของแ
คุณนายฟางที่กำลังได้ใจใช้อำนาจรังแกคนอยู่นั้น ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดพวกนั้นเลย เธอกอดอกเชิดหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “อุ๊ย โกรธจนหน้าดำหน้าแดงแล้งเหรอ? ฉันก็ว่าแล้ว...”ยังพูดไม่ทันจบ ปากของเธอก็ถูกหัวหน้าฟางยกมือขึ้นปิดเอาไว้ทันทีหัวหน้าฟางหันไปมองฉินจิ่งซู “คุณฉินครับ ภรรยาของผมมีตาแต่ไม่มีแวว ไปกระทบกระทั้งกับคุณเข้า ผมขอโทษแทนเธอด้วยนะครับ”แม้ตระกูลฉินจะมีอำนาจไม่เท่ากับตระกูลฮั่ว แต่ในแวดวงไฮโซในเมืองจิงก็ถือเป็นตระกูลใหญ่ หากอีกฝ่ายคิดจะเล่นงานเขา ก็ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือฉินจิ่งซูขมวดคิ้ว “ภรรยาคุณเป็นคนผลักเธอ เธอไม่ควรขอโทษงั้นเหรอ?”หัวหน้าฟางจึงใช้ข้อศอกสะกิดภรรยาคุณนายฟางรู้ตัวแล้วว่าฐานะของคนที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ธรรมดา จึงได้แต่กัดฟันเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างเสียไม่ได้สายตาฉินจิ่งซูกวาดมองทั้งสองคน แววตาเย็นยะเยือก “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”หัวหน้าฟางไหนเลยจะกล้าพูดอะไรอีก รีบลากตัวภรรยาออกไปอย่างหัวซุกหัวซุนเสิ่นชูเหลือบมองแขนของฉินจิ่งซู “แขนพี่ถูกกระแทก เดี๋ยวฉันพาไปตรวจที่แผนกกระดูกนะ”เขาละสายตากลับมาแล้วยิ้ม “รบกวนน้องเสิ่นหน่อยนะ”เสิ่นชูพยุงฉินจิ่งซูเข้าลิฟต์ไปค
เป็นฮั่วจินเฉินที่เอ่ยปากขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดเหวินฉู่รู้สึกหวั่นใจขึ้นมา รีบแอบสังเกตสีหน้าของของฮั่วจินเฉิน เห็นเพียงความสงบนิ่งไร้อารมณ์ใดๆ เท่านั้นคุณนายฟางรีบตะโกนขึ้นมาว่า “ก็เธอยั่วยวนผัวฉัน!”แววตาของฮั่วจินเฉินลึกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจได้หัวหน้าฟางรีบเดินไปข้างหน้า เดินไปอยู่ข้างๆ ฮั่วจินเฉิน “ท่านประธานฮั่ว ต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอายแบบนี้ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอนครับ!”หัวหน้าฟางกำลังคิดที่จะลากเสิ่นชูไปแววตาของฮั่วจินเฉินกลับคมกริบขึ้น จ้องไปที่เสิ่นชู “เธอยั่วยวนเขาเหรอ?”เสิ่นชูหัวเราะแห้ง “ถ้าแค่อยู่ในสถานที่เดียวกันก็เรียกว่ายั่วยวน ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้หัวหน้าฟางสนิทกับหัวหน้าเหวินจะตายไป ถือว่าเป็นการยั่วยวนได้ด้วยหรือเปล่าคะ?”หัวหน้าฟางหน้าถอดสีทันที “เธอพูดเพ้อเจ้ออะไรของเธอ! หัวหน้าเหวินเป็นแฟนของประธานฮั่ว เธอจะไร้ยางอายแบบเธออย่างนั้นเหรอ?”“หัวหน้าเหวินเป็นแฟนของประธานฮั่วจริงเหรอคะ?”เสิ่นชูเชิดหน้าขึ้น จ้องไปที่ฮั่วจินเฉิน ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างอึ้งกันไปหมด“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย คุณหมอเสิ่นกำลังตั้งคำ