หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า

หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า

โดย:  เจียงจื่อหยาอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
63บท
2views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“เสี่ยวชู เธอคิดดีแล้วเหรอ เธอจะย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลเจียงเฉิงจริงหรือ?”

ผู้อำนวยการโจวถือรายงานการขอโยกย้ายของเสิ่นชู แล้วมองเธอด้วยความประหลาดใจ

ขนตาของเสิ่นชูสั่นระริก รอยยิ้มแฝงไปด้วยความขมขื่น “ฉันคิดดีแล้วค่ะ”

เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ผู้อำนวยการโจวก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเซ็นชื่อบนรายงานการขอโยกย้ายในที่สุด

เสิ่นชูออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ เธอได้พบกับเหวินฉู่สองแม่ลูกที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวกับฮั่วจินเฉินตรงทางเดิน

เธอชะงักไป

ภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้นงดงามราวกับครอบครัวสามคนเล็กๆ ที่สมบูรณ์

เหวินฉู่จูงมือเด็กชายตัวน้อยเดินเคียงคู่ไปกับฮั่วจินเฉิน มืออีกข้างของเด็กน้อยก็จับมือของเขาไว้ด้วย ยิ้มอย่างสดใส

ภาพนั้นมันกรีดแทงเข้ามาในดวงตาของเธออย่างเจ็บปวด

ความอ่อนโยนและความอดทนที่ฮั่วจินเฉินมอบให้กับเหวินฉู่แม่ลูก เธอไม่เคยได้รับมันเลยสักครั้ง

เธอรู้ดี ฮั่วจินเฉินเกลียดเธอ

เหวินฉู่คือรักแรกของฮั่วจินเฉิน ตอนนั้นหลังจากที่เธอทำข้อตกลงกับคุณย่าฮั่วและได้แต่งงานกับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอถึงได้รู้ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้ว

สำหรับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอเป็นผู้หญิงชั่วร้ายที่ฉวยโอกาสเข้าหา ใช้เล่ห์กลต่างๆ เพื่อไต่เต้าขึ้นมา

แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า

ที่จริงแล้วเธอรู้จักฮั่วจินเฉินมาก่อนหน้าเหวินฉู่เสียอีก เพียงแต่ฮั่วจินเฉินจำเธอไม่ได้...

เธอเคยเชื่อว่าขอแค่ได้แต่งงานกับฮั่วจินเฉิน ก็จะทำให้เขาจำเธอได้

อาจทำให้หัวใจที่เย็นชานั้นกลับมาอบอุ่นก็เป็นได้

แต่ว่าเธอคิดผิด

เขาเกลียดเธอ

จะรักเธอได้อย่างไร?

มิฉะนั้นตลอดหกปีที่แต่งงานกัน เขาคงไม่ประกาศต่อสาธารณะว่ายังโสด และคงไม่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักเธอด้วย

“คุณหมอเสิ่น?” เหวินฉู่มองเห็นเธอ

ฮั่วจินเฉินกลับขมวดคิ้ว จ้องมาที่เธอ

ราวกับว่าเธอจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขา

ความห่างเหินของเขา มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว “หัวหน้าเหวิน คุณฮั่ว”

เมื่อไม่นานมานี้ ฮั่วจินเฉินเพิ่งเข้ามาถือหุ้นในโรงพยาบาลกลาง กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น

แต่เสิ่นชูรู้ดีว่า ที่เขาเข้ามาถือหุ้นที่โรงพยาบาลนี้ ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะเหวินฉู่

หลังจากที่เหวินฉู่กลับมาจากต่างประเทศ ฮั่วจินเฉินก็เป็นคนจัดการให้เธอเข้ามาทำงานที่นี่ เข้ามาก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าศัลยแพทย์ทันที

ทุกคนในโรงพยาบาลรู้ว่าเธอมีฮั่วจินเฉินหนุนหลังอยู่ อีกทั้งข่าวลือเรื่องที่เขาเป็นคนรักของเธอก็เริ่มแพร่สะพัด ฮั่วจินเฉินเองก็ไม่เคยออกมาอธิบายอะไรเลย

เหวินฉู่คล้องแขนฮั่วจินเฉิน “คุณหมอเสิ่นถ่อมตัวเกินไปแล้วค่ะ ในโรงพยาบาลนี้คุณเป็นรุ่นพี่ของฉัน ฉันเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องขอคำแนะนำจากคุณหมออีก”

เสิ่นชูยังไม่ทันจะเอ่ยตอบ เด็กชายที่อยู่ข้างๆ ก็โผเข้ากอดฮั่วจินเฉิน “พ่อครับ ผมเหนื่อยแล้ว อุ้มผมหน่อยได้ไหม?”

สีหน้าของเสิ่นชูเปลี่ยนไปทันที

เด็กน้อยเรียกเขาว่าพ่อเหรอ?

เหวินฉู่ทำเป็นดุ “ซีซี ทำไมเรียกมั่วแบบนั้นลูก?” จากนั้นจึงหันไปมองฮั่วจินเฉินด้วยท่าทีขอโทษ “ขอโทษนะ จินเฉิน เด็กยังไม่รู้ประสา”

ฮั่วจินเฉินเหลือบมองมาที่เสิ่นชู แต่สีหน้ากลับไม่มีความโกรธใดๆ เลย เขาอุ้มเหวินซีขึ้นมาเบาๆ “ไม่เป็นไร”

“ผมชอบคุณพ่อฮั่วที่สุดเลย!”

เหวินซีเกาะคอเขาไว้แน่น แล้วพูดจาออดอ้อน “ถ้าคุณพ่อฮั่วเป็นพ่อของผมจริงๆ ก็ดีน่ะสิ!”

“หนูเนี่ยนะ~” เหวินฉู่ดีดหน้าผากลูกชายเบาๆ

เสิ่นชูกำหมัดแน่น

เธอไม่เคยเห็นฮั่วจินเฉินอ่อนโยนและเอาใจใส่ขนาดนี้มาก่อน

ช่างเถอะ

ไม่ว่ายังไง ก็คงไม่มีทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นได้หรอก

แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...

เธอพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เดินผ่านพวกเขาทั้งสามคน เดินเข้าไปในลิฟต์

...

เรื่องที่เสิ่นชูยื่นขอย้ายงานเธอไม่ได้บอกใคร และไม่ได้บอกฮั่วจินเฉินด้วย เพราะเธอรู้สึกว่าไม่จำเป็น

เพราะเขาเองก็คงไม่อยากจะรู้

เธอขับรถมาถึงคฤหาสน์เก่าของตระกูลฮั่ว ยืนกดกริ่งอยู่หน้าประตู

ไม่นานนัก ผู้ดูแลหลินก็ออกมาเปิดประตู “คุณนายเล็ก กลับมาแล้วหรือคะ?”

“คุณย่าอยู่ไหม?”

“นายหญิงผู้เฒ่าอยู่ค่ะ เชิญเข้ามาเลย” ผู้ดูแลหลินนอบน้อมกับเสิ่นชูมาก

คุณย่าฮั่วเป็นผู้อาวุโสที่มีบารมีที่สุดของตระกูลฮั่ว หลังจากที่คุณปู่ของฮั่วจินเฉินเสียชีวิตไป เรื่องราวใหญ่น้อยในตระกูลล้วนขึ้นตรงกับคุณย่าฮั่วทั้งหมด

คุณย่าฮั่วเป็นคนทางใต้ ครอบครัวเป็นตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่ สมัยสาวๆ เธอเป็นผู้หญิงแกร่งที่เฉียบขาดมาก ถึงแม้แม่สามีจะไม่ชอบหน้า แต่อยู่ต่อหน้าคุณย่าฮั่วก็ไม่กล้าทำอะไร

ผู้ดูแลหลินพาเธอเข้าไปยังห้องสวดมนต์ คุณย่านั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะกลม มือกำลังคลึงลูกประคำเบาๆ

“นายหญิงผู้เฒ่า คุณนายเล็กมาค่ะ”

คุณย่าฮั่วค่อยๆ ลืมตา หันหน้ากลับมา “เข้ามานั่งสิ”

เมื่อผู้ดูแลหลินออกไปแล้ว เสิ่นชูก็คุกเข่านั่งลงข้างๆ คุณฮั่ว ก้มกราบพระพุทธรูปด้วยความเคารพ

คุณย่าฮั่วศรัทธาในพระพุทธศาสนาและจริยธรรมมาก มักไปไหว้พระที่วัดอยู่เสมอ ไปแต่ละครั้งก็อยู่นานเป็นครึ่งเดือน

“คุณย่า หนูอยากหย่ากับจินเฉินค่ะ”
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
63
บทที่ 1
“เสี่ยวชู เธอคิดดีแล้วเหรอ เธอจะย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลเจียงเฉิงจริงหรือ?”ผู้อำนวยการโจวถือรายงานการขอโยกย้ายของเสิ่นชู แล้วมองเธอด้วยความประหลาดใจขนตาของเสิ่นชูสั่นระริก รอยยิ้มแฝงไปด้วยความขมขื่น “ฉันคิดดีแล้วค่ะ”เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ผู้อำนวยการโจวก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเซ็นชื่อบนรายงานการขอโยกย้ายในที่สุดเสิ่นชูออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ เธอได้พบกับเหวินฉู่สองแม่ลูกที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวกับฮั่วจินเฉินตรงทางเดินเธอชะงักไปภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้นงดงามราวกับครอบครัวสามคนเล็กๆ ที่สมบูรณ์เหวินฉู่จูงมือเด็กชายตัวน้อยเดินเคียงคู่ไปกับฮั่วจินเฉิน มืออีกข้างของเด็กน้อยก็จับมือของเขาไว้ด้วย ยิ้มอย่างสดใสภาพนั้นมันกรีดแทงเข้ามาในดวงตาของเธออย่างเจ็บปวดความอ่อนโยนและความอดทนที่ฮั่วจินเฉินมอบให้กับเหวินฉู่แม่ลูก เธอไม่เคยได้รับมันเลยสักครั้งเธอรู้ดี ฮั่วจินเฉินเกลียดเธอเหวินฉู่คือรักแรกของฮั่วจินเฉิน ตอนนั้นหลังจากที่เธอทำข้อตกลงกับคุณย่าฮั่วและได้แต่งงานกับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอถึงได้รู้ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วสำหรับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอเป็นผู้หญิงชั่วร้ายที่ฉวยโอก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
นายหญิงผู้เฒ่าอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะสบตากับเธอแล้วพูดว่า “เมื่อก่อนตอนที่เธอทำข้อตกลงกับฉัน เธอไม่ได้พูดแบบนี้กับฉันนี่นา ทำไมล่ะ เธอเสียใจแล้วหรือ?’”ใช่…เธอเสียใจแล้วจริงๆเสิ่นชูหลบตาลง ซ่อนความข่มขื่นไว้ในดวงตา “หนูคงทำให้คุณย่าผิดหวังแล้วล่ะคะ”คุณย่าฮั่วหลับตาลงอย่างเหนื่อนล้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถิด หากเธออยากหย่าก็หย่าเถอะ ฉันให้โอกาสเธอแล้ว เธอกลับทำให้จินเฉินรักเธอไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นตระกูลฮั่ว ก็ไม่ติดค้างอะไรเธอแล้ว”เสิ่นชูรู้สึกว่าหน้าอกของเธอหนักอึ้งไปชั่วขณะ เธอหัวเราะด้วยเสียงที่แห้งพราก “ขอบคุณค่ะ”…เมื่อกลับมาที่คอนโดไท่ผิงเธอลงมาชั้นล่างก็เจอแม่ลูกตระกูลเหวินพร้อมกับฮั่วจินเฉินที่ชั้นล่างพอดิบพอดีทั้งคู่นั่งรถของฮั่วจินเฉินกลับมาด้วยกันเสิ่นชูถึงกับยืนนิ่งตะลึงไปชั่วขณะเหวินฉู่หันมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ “คุณหมอเสิ่น? คุณก็พักอยู่ที่คอนโดไท่ผิงด้วยเหรอ?”เสิ่นชูเผลอหันไปมองฮั่วจินเฉินโดยไม่ตั้งใจทว่าฮั่วจินเฉินกลับไม่มีแม้ท่าทีใดๆยิ่งเขาเงียบ ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดคอนโดไท่ผิงคือโครงการบ้านหรูในเขตสองของเมืองปักกิ่ง อยู่ในเครือธุรกิจขอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ฮั่วจินเฉินเหมือนไม่ได้คิดว่าเธอจะขอหย่า สีหน้าของเขายิ่งมืดครึ้มลง “ฉันไม่ยอมรับการหย่าเด็ดขาด”เสิ่นชูถึงกับชะงักไปเขาไม่ยอมหย่า หรือว่าเพราะ…เขาพูดต่อว่า “คุณย่าเองก็ไม่มีวันยอมเหมือนกัน”จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปิดประตูเสียงดังเสิ่นชูยืนนิ่งอยู่กับที่อยู่นาน หัวใจเหมือนถูกก้อนสำลีอุดเอาไว้ ความรู้สึกของตัวเองเมื่อกี้มันน่าขำสิ้นดีที่เขาไม่ยอมหย่า จะเป็นเพราะเธอได้ยังไงกันล่ะ?ก็แค่เพราะกลัวว่าคุณย่าฮั่วจะไม่เห็นด้วยก็เท่านั้นเองน่าเสียดายที่เขาไม่รู้เลยว่า คุณย่าฮั่วตกลงแล้วคืนนั้นทั้งสองคนแยกย้ายกันไปแบบไม่มีความสุข แยกห้องนอนกัน เช้าวันต่อมา หลังจากที่แม่บ้านมาทำงานแล้ว ฮั่วจินเฉินก็หายตัวไปเสิ่นชูทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั่งกินอาหารเช้าเงียบๆ อยู่คนเดียว แม่บ้านเก็บกวาดห้องเสร็จออกมา แล้วถามว่า “คุณผู้หญิง ของในบ้านนี่หายไปตั้งเยอะคะ?”เสิ่นชูชะงักไปทันทีขนาดแม่บ้านยังสังเกตเห็นเลยว่าของในบ้านหายไปเยอะแต่เขากลับไม่เคยถามสักคำเขาใส่ใจหรือเปล่า แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วเสิ่นชูยิ้มบาง “ของมันเก่าแล้วน่ะ ฉันเลยเอาไปทิ้ง แต่ไม่ใช่ของสำคัญอะไรหรอก”แม่บ้านไม่ได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ร่างกายของเสิ่นชูแข็งทื่อไป มองไปที่เขาด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ “ฉันจงใจขัดขาเธองั้นเหรอ?”ดังนั้นเขามาหาเธอก็เพื่อเรื่องของเหวินฉู่อย่างนั้นเหรอ?“เธอเป็นหัวหน้าของคุณ ไม่ว่ายังไง ก็ไม่ควรทำให้เธอลำบากใจต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น” ฮั่วจินเฉินปฏิบัติต่อเธอเป็นการเป็นงาน ไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาเลยแม้แต่น้อยเสิ่นชูฝืนกลั้นความเจ็บปวดในใจเอาไว้ ก่อนหัวเราะ “คุณคงไม่ลืมหรอกนะคะ ว่าฉันคือศัลยแพทย์หลัก หรือว่าแม้แต่สิทธิ์แค่นี้ฉันก็ไม่มี?”“ถ้าอย่างนั้นคุณคงจะไม่ลืมหรอกใช่ไหม” รอยยิ้มของฮั่วจินเฉินแฝงไปด้วยความเยาะหยัน “ผมเองก็มีสิทธิ์เปลี่ยนศัลยแพทย์หลักเหมือนกัน”หัวใจของเสิ่นชูราวกับถูกของแข็งกระแทกใส่อย่างแรง จนสะท้านไม่หยุดน่าเสียดายเธอได้ยื่นเรื่องขอย้ายแล้วเขาจะเปลี่ยนคนหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับเธออีกต่อไปแล้ว“ต่อไปอย่า…”“หากท่านประธานฮั่วอยากเปลี่ยน ก็เปลี่ยนเถอะค่ะ”เธอพูดแทรกขึ้นทันทีรอยยิ้มของฮั่วจินเฉินแข็งค้าง ก่อนจะจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นแล้วจ้องไปที่เธอเมื่อก่อน เธอจะเรียกเขาว่าท่านประธานฮั่วหรือคุณฮั่วเวลาที่มีคนอื่นอยู่เท่านั้นแต่ในเวลาอยู่กันสองคน เธ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
สีหน้าของฮั่วจินเฉินเคร่งขรึมลง กำลังผละออกจากเหวินฉู่ แต่เหวินฉู่กลับคว้ามือเขาเอาไว้ “จินเฉิน ฉันยังรู้สึกไม่สบาย คุณไปที่เอายาเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะละสายตากลับมาจากเงาร่างที่เพิ่งจะเลือนหายไป ตอบรับอืมด้วยเสียงเรียบเฉยฮั่วจินเฉินจึงไปเอายาที่ห้องยากับเหวินฉู่ เหวินฉู่หันกลับมามองเขา เห็นเขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงยิ้มแล้วเดินขึ้นหน้า “จินเฉิน ซีซีอยากเข้าโรงเรียนอนุบาลเอกชน แต่เขาไม่มีทะเบียนบ้าน ฉันเลยคิดว่าจะให้ซีซีโอนชื่อมาอยู่ในทะเบียนบ้านคุณชั่วคราวจะได้ไหม...”กลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เหวินฉู่รีบพูดเสริมว่า “คุณวางใจได้ แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น จะไม่มีใครรู้แน่นอน”ฮั่วจินเฉินจ้องไปที่เธอเหวินฉู่ไม่กล้าหลบสายตา ได้แต่กำมือแน่นเงียบๆ “จินเฉิน คุณ...ไม่พอใจเหรอ?”“โอนมาอยู่ในชื่อฉันไม่เหมาะหรอกนะ” ใบหน้าของฮั่วจินเฉินยังคงเรียบเฉย “แต่ฉันให้แม่ของฉันรับเขาเป็นลูกบุญธรรมได้”เหวินฉู่ “……”ลูกบุญธรรมของสกุลฮั่ว…นั่นก็เท่ากับอยู่ในฐานะเดียวกับเขางั้นเหรอ?!ลูกชายของเธอจะกลายเป็น “น้องชาย” ในนามของเขา แล้วแม่อย่างเธอจะเป็นอะไรล่ะ?!เขาจ้องไปที่เธอ แ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
“เธอก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กไปทำไมกัน?”เสิ่นชูถึงกับอึ้งไป แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีวันเชื่อใจเธอ แต่การลำเอียงเฉันฉันงอย่างเปิดเผยแบบนี้ ก็มันก็ทำให้เธอเจ็บปวดใจอยู่ดีนัยน์ตาของเธอเอ่อคลอด้วยความขมขื่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ฉันไม่ได้ผลักเขาเลย!”ฮั่วจินเฉินหัวเราะแห้ง “เธอหมายความว่าเด็กอายุแค่ไม่กี่ขวบ จะล้มเองแล้วใส่ร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?”หัวใจของเสิ่นชูสั่นสะท้านรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีวันเชื่อ ทำไมยังต้องอธิบายล่ะ...เธอก้มตาลง พยายามทำให้ตัวเองนิ่งที่สุด “ฉันโชคร้ายเองที่มาเจอพวกคุณ พอใจแล้วใช่ไหม?”เธอหันหลังกำลังจะไป“หยุดนะ”เสิ่นชูหยุดชะงักไป แต่ก็ไม่ได้หันกลับมา“ซีซียังเป็นเด็ก เธอจะถือสาอะไรนักหนา” น้ำเสียงของฮั่วจินเฉินอ่อนลงเล็กน้อย “ขอโทษซีซีเถอะ”“จินเฉิน ช่างเถอะนะ...” เหวินฉู่รีบพูดแทนเธอทันทีสายตาของเขากลับเย็นยะเยือก “ผิดก็คือผิด ควรขอโทษก็ต้องขอโทษ”เสิ่นชูกำมือแน่นจนเล็บจิกลึกลงในฝ่ามือ แต่เธอกลับลืมความเจ็บปวดไปแล้วเธอหันหน้ากลับมา จ้องไปที่ฮั่วจินเฉิน แล้วชี้ไปยังกล้องวงจรปิดใต้เสาไฟที่อยู่ไม่ไกล “คอนโดไท่ผิงมีกล้องวงจรป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เสิ่นชูไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการของคนไข้ ญาติของคนไข้เมื่อรู้ว่าเธอเป็นศัลยแพทย์เจ้าของไข้ ถึงกับจะคุกเข่าลงเพื่อแสดงความขอบคุณเสิ่นชูกับพยาบาลที่ตามมารีบเข้าไปห้ามปราบ ประคองญาติคนไข้ขึ้นมา “คุณทำอะไรคะ การช่วยชีวิตคนไข้คือหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วนะคะ”“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหมอ ลูกชายของฉันก็คงไม่รอด พวกคุณมอบความหวังให้เขาได้หายใจต่อไป ฉันขอบคุณพวกคุณจริงๆ” คุณแม่สูงวัยของคนไข้ร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียงสะอื้นเต็มไปด้วยทั้งความหวาดกลัวและความดีใจที่ได้ลูกชายกลับมาในสายตาของหมอ เห็นความเป็นความตายมานักต่อนัก สามารถช่วยคนไข้กลับมาจากมือมัจจุราชได้ ก็ถือเป็นความโชคดีแล้วหลังผ่าตัดตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ นับว่าเป็นโชคดีท่ามกลางโชคร้ายเสิ่นชูประคองหญิงชราขึ้นมา ปลอบใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนกำชับรายละเอียดต่างๆ แล้วจึงเดินออกจากห้องคนไข้พร้อมเจ้าหน้าที่เมื่อกลับถึงห้องทำงาน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณพ่อเสิ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกดรับสาย“เสี่ยวชูนะเสี่ยวชู เธอพาจินเฉินกลับมาที่บ้านหน่อยได้ไหม?”เสิ่นชูเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออก สีหน้าไม่สู้ดีนัก “คุณพ่อมีเรื
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ฝ่ามือนั้นฟาดลงมาอย่างกะทันหัน เสิ่นชูยังไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่คุณแม่เสิ่นก็ยังตกใจคุณพ่อเสิ่นชี้หน้าเธอ “แกคิดจะหย่ากับจินเฉินหรือ? ฉันบอกแกได้เลย ไม่มีวัน!”“ประตูของตระกูลฮั่ว แกคิดว่าคนทั่วไปจะเข้าไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ? วาสนาของแก สวรรค์เป็นประทานให้! นี่ เธออย่าไม่รู้จักคุณค่า!”วาสนางั้นหรือ?ใช่แล้ว เธอได้วาสนานี้มา เพราะตอนเด็กๆ คอยอยู่เคียงข้างฮั่วจินเฉินผ่านวันคืนที่มืดมิด ช่วยเขารอดพ้นมาได้อย่างไม่คิดชีวิต ตระกูลฮั่วติดค้างบุญคุณนี้ของเธอก็เท่านั้น!เสิ่นชูหัวเราะ ดวงตาแดงก่ำ “คุณพ่อคะ หนูไม่เข้าใจเลย หนูเองก็เป็นลูกของพ่อเหมือนกัน หรือว่าในสายตาของพ่อมีแค่น้องเท่านั้นที่เป็นลูกกัน?”“พ่อเรียกหนูกลับมา แปดสิบเปอร์เซ็นก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องของนางสินะ? ไม่ต้องอ้างว่าชวนกลับมากินข้าวหรอก พ่อพูดมาตรงๆ เลยดีกว่า ว่าจะให้หนูไปขอเงินจากฮั่วจินเฉิน!”“เพราะไม่ว่ายังไงสำหรับพวกพ่อแล้วทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับน้องสำคัญทั้งนั้น ส่วนทุกอย่างเกี่ยวกับหนูมันเล็กน้อยไร้ค่า ใช่ไหม?”คุณพ่อเสิ่นถึงกับพูดไม่ออก สายตาหลบไปอย่างมีพิรุธ “แกเป็นพี่ ฮ่าวเอ๋อร์เป็นน้องชายของแก แกช่วยพี่น้อง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ขอโทษ…เสิ่นชูหลุดหัวเราะ เธอบีบหนังสือหย่าที่เพิ่งร่างเสร็จไว้ในมือ พยายามทำให้น้ำเสียงของตัวเองในนิ่งเรียบที่สุด “คืนนี้คุณจะกลับมาไหม?”“จินเฉิน ใครโทรมาเหรอ?”เธอได้ยินเสียงออดอ้อนของเหวินฉู่ดังลอดเฉันมาอย่างชัดเจน“โทรศัพท์จากบริษัท” ฮั่วจินเฉินอธิบายลวกๆ ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้จะยังคุยสายอยู่ “เธอเลิกงานกี่โมง ฉันจะแวะไปรับซีซีกับเธอ”เหวินฉู่หัวเราะมีความสุขกว่าเดิม “ฉันไม่ยุ่งหรอก หกโมงก็เลิกแล้ว”กว่าที่เสิ่นชูจะรู้ตัว ฮั่วจินเฉินก็ตัดสายไปแล้วแววตาของเธอหม่นลง มองเอกสารข้อตกลงหย่าที่มีลายเซ็นของเธอเรียบร้อยแล้วเดิมทีตั้งใจจะเจรจาให้อีกฝ่ายกลับมาเซ็นชื่อ แต่เขากลับไม่มีมีแม้แต่ความอดทนที่จะฟังจนจบประโยคน่าขันจริงๆ ที่ครั้งหนึ่งเธอกลับเคยเชื่อมั่นในคำสัญญาของเขา……ฮั่วจินเฉินไปรับเหวินซีที่โรงเรียนอนุบาลพร้อมกับเหวินฉู่เมื่อเห็นพวกเขา เหวินซีก็วิ่งออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับผู้อำนวยการโรงเรียนทันที ปล่อยมือผู้อำนวยการโรงเรียน แล้ววิ่งมาหาเขา “พ่อครับ!”ท่ามกลางสายตาของทุกคน เด็กน้อยโผเข้ากอดขาของฮั่วจินเฉิน ดวงตาเต็มไปด้วยความดีใจ “พ่อ! พ่อกับแม่มารับผมเหรอครับ!”ผ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
เสิ่นชูเม้มริมฝีปาก หากเธอจำไม่ผิด ฮั่วจินเฉินรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลเสิ่นไม่สู้ดีนักจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งในงานวันเกิดของคุณย่าฮั่ว พ่อแม่ของเธอก็มาร่วมงานด้วย วันนั้นพ่อของเธอดื่มจนเมา พลั้งปากพูดอะไรที่ไม่ค่อยดีออกมา สีหน้าของคนในตระกูลฮั่วในวันนั้นเธอยังจำได้ไม่ลืมวันนั้นเธอเขาไปห้ามพ่อของเธอ กลับถูกพ่อของเธอผลักจนล้ม ตอนที่ล้มลงแก้วที่ถืออยู่ในมือหล่นแตก เศษแก้วบาดที่มือเลือดไหลไม่หยุดตอนนั้นเธอไม่ได้โทษพ่อของเธอเลย เพราะคิดว่าเขาแค่ดื่มมากไปเท่านั้น คงไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่เธอโกรธคือสายตาที่เย็นชาของฮั่วจินเฉินที่ยืนมองอยู่ฉันงๆในตอนนั้น ฮั่วจินเฉินถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเลยสักคำแต่ตอนนี้…เขากลับถามขึ้นมา?สายตาของเสิ่นชูเรียบเฉย “ยังมีความจำเป็นต้องถามอีกหรือ?”ฮั่วจินเฉินหัวเราะเบาๆ “ไร้ประโยชน์”เสิ่นชูกำมือแน่น ใบหน้าซีดเผือด“เธอเป็นถึงคุณนายฮั่วแต่ยังปล่อยให้คนมาทำร้ายได้อีก ถ้าไม่เรียกว่าไร้ประโยชน์แล้วจะเรียกว่าอะไร?”ฮั่วจินเฉินยกเหล้าในแก้วขึ้นดื่มจนหมดคำพูดพวกนี้ ฟังดูคล้ายกับคำกำชับของสามีที่มีต่อภรรยา เหมือนกำลังบอกว่า เ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status