เข้าสู่ระบบสามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
ดูเพิ่มเติมชายผมสีน้ำตาลผู้นำกลุ่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเธอท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของฝูงชน สายตากวาดมองสำรวจพวกเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยถามคนที่อยู่ข้างหลังด้วยความรู้สึกขบขัน “ไอ้หมอนั่นมันบ้าไปแล้วหรือไง แค่ผู้หญิงสองคนเนี่ยนะ ถึงกับต้องให้ฉันลงมือด้วยตัวเอง?”สิ้นเสียงคำพูด ชายผมสีน้ำตาลก็ยื่นมือตรงเข้ามาหาเสิ่นชู ซีซือจึงก้าวเข้ามาบดบังอยู่ตรงหน้าเธอไว้ก่อน “ฉันรู้ว่าคนหลังฉากของพวกคุณคือใคร แต่เธอเป็นคนท้อง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอค่ะ”สิ่งที่ซีซือคาดเดาได้ เสิ่นชูเองก็คิดไว้นานแล้วเช่นกันการคุมตัวพวกเธอมาพร้อมกันทั้งสองคนเช่นนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังร้อยทั้งร้อยคงหนีไม่พ้นตระกูลหลี่“อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ฉันก็แค่จะทักทายดูสักหน่อยเท่านั้นเอง” ชายผมสีน้ำตาลแบมือสองข้างออก “ฉันไม่ได้มีความสนใจในตัวหญิงตั้งครรภ์หรอกนะ แต่ว่า...”เขาหยุดชะงักไปครึ่งวินาที พลางชี้นิ้วมาทางซีซือ “เธอดังมากในวิทยาลัย ฉันรู้จักเธอดี ตัวจริงสวยกว่าในรูปถ่ายเยอะเลยทีเดียว”“ขอบคุณค่ะ ถ้าหากพวกคุณยอมปล่อยให้เธอเดินทางกลับไปก่อน ฉันสามารถอยู่เล่นเป็นเพื่อนพวกคุณได้นะคะ”เสิ่นชูชะงักอึ้ง หันขวับไปมองเธ
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนพลางหมุนเก็บสายตกปลาตัวที่ฮุบเหยื่อเป็นเพียงปลาตัวเล็กขนาดไม่ถึงฝ่ามือ เขาก็ดึงมันออกจากเบ็ด แล้วโยนกลับลงไปในน้ำตามเดิม“ถ้าอย่างนั้นนายก็ตอบฉันมาดี ๆ สิ ฉันแค่อยากรู้จริง ๆ ว่าน้องเขยนายเป็นใครกันแน่!” ซูเค่อจ้องมองฉีเวินเหยียนตาไม่กะพริบ ความอยากรู้อยากเห็นถูกจุดติดจนโชติช่วง แสดงออกชัดเจนว่าวันนี้ถ้าไม่ได้คำตอบก็จะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่นอนฉีเวินเหยียนมองดูทุ่นลอยที่กระเพื่อมไหวอยู่บนผิวน้ำ นิ้วมือค่อย ๆ สะบัดเคาะปลายคันเบ็ดเบา ๆ กำลังจะเอ่ยปากตอบ ทว่ากลับถูกสายโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนเมื่อเห็นฉีเวินเหยียนลุกเดินแยกออกไปรับโทรศัพท์อีกทาง ซูเค่อก็เดาะลิ้นอย่างหมดสนุกกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปอีกหลายวันเสิ่นชูเดินทางมาเป็นเพื่อนซีซือที่หอพักเพื่อเก็บข้าวของสัมภาระขณะที่ทั้งสองคนเก็บของกันจนเกือบเสร็จสรรพ เอมี่ก็เดินกลับเข้ามา พอเข้ามาในห้องเห็นที่นอนของซีซือแทบจะว่างเปล่า แถมบนพื้นยังมีกระเป๋าและถุงบรรจุของวางจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ เธอจึงเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เธอ... นี่เธอจะย้ายออกงั้นเหรอ?”ซีซือเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อ
“มันจะไปมีอะไรได้ล่ะคะ ก็นี่มันบ้านของคุณนี่นา! อีกอย่าง ไม่ใช่ว่ายังเหลือห้องนอนอยู่อีกห้องหนึ่งหรอกเหรอ?” เสิ่นชูถือกล่องยาเข้ามานั่งลงข้างกายเธอ เพื่อเตรียมเปลี่ยนยาให้พอผ้ากอซเพิ่งถูกแกะออก ซีซือก็เอ่ยขัดขึ้นมาอีก “ฉันไปนอนพักอยู่กับพวกคุณมันจะไม่ค่อยสะดวกหรือเปล่าคะ?”“มีอะไรไม่สะดวกกันล่ะ?” เสิ่นชูเอามือออกพลางแกะผ้ากอซบนศีรษะของเธอออก ก่อนจะเอ่ยต่อ “พี่ชายฉันพักอยู่ชั้นบน พวกเราสองคนพักอยู่ชั้นล่าง ปกติแล้วนอกจากเวลาอาหารหรือออกไปข้างนอก เขาก็มักจะหมกตัวอยู่แต่บนชั้นบนนั่นแหละ”ซีซือลดสายตาลงต่ำ “แล้วพี่ชายของคุณเขาจะยินยอมเหรอคะ?”“เขาต้องยินยอมแน่นอนอยู่แล้วค่ะ”เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันหนักแน่นประดุจจับวางของเสิ่นชู ซีซือก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะว่าเขาจะต้องยินยอม?”“เอ่อ...” เสิ่นชูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนกลาย ๆ พลางอธิบาย “ก็เพราะว่าเขาอยากให้มีคนอยู่เป็นเพื่อนฉันยังไงล่ะคะ!”ซีซือพลันหัวเราะออกมา “เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลยนะคะเนี่ยว่ามีผู้เช่าเสนอขอมาพักอาศัยอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้าน คุณนี่เป็นผู้เช่าที่แปลกพิสดารจริง ๆ เลย
เมื่อมองดูสภาพของหลี่เถิงเซียวที่ปากแข็งไม่ยอมรับผิด หลี่รู่พลันนึกไปถึงคำพูดของฉีเวินเหยียนขึ้นมา บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงในทันทีหลายปีมานี้ ลูกชายคนเล็กของเขาไปสะกิดหาเรื่องขัดขาผู้คนในแวดวงคนจีนไว้ไม่น้อยจริง ๆ ทุกครั้งที่สร้างเรื่องเดือดร้อน ก็เท่ากับเป็นการประเคนหลักฐานและจุดอ่อนกำไว้ในมือของคนอื่นมหาศาลหากเขาไม่ได้สืบประวัติจนรู้ความจริงเกี่ยวกับฉีเวินเหยียน บางทีเขาคงไม่ได้เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจเลยด้วยซ้ำทว่าหากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ...“คราวที่แล้วแกพาคนไปทุบพังข้าวของในบ้านพักของคนอื่น วันนี้ฉันเพิ่งจะไปเจอหน้าเขามา”หลี่เถิงเซียวลุกผุดขึ้นยืนทันทีแล้วรีบก้าวเท้าเข้ามาหา “พ่อครับ ไอ้หมอนั่นมันอยู่ที่ไหน? พ่อจะปล่อยมันไปแบบนี้ไม่ได้นะ มัน...”“หุบปาก!”หลี่รู่ตวาดลั่นด้วยความโมโห “แกคิดว่าเขาเป็นพวกคนกระจอกที่แกจะชี้ไม้เป็นไม้ชี้นกเป็นนกยังไงก็ได้หรือไง? เขาเป็นถึงคุณชายตระกูลฉีแห่งเมืองหรง!”เมืองหรง ตระกูลฉีอย่างนั้นหรือ?หลี่เถิงเซียวชะงักไปชั่วครู่ ทว่ากลับไม่ได้เก็บมาใส่หัวเลยสักนิด เขาสะบัดมือหัวเราะออกมาอย่างไม่แยแส “แล้วมันจะทำไมล่ะครับ? ที่นี่ไม่ใช่เม
คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม