LOGINามเดือนก่อนหย่า เธอได้ยื่นคำร้องขอย้ายงาน หนึ่งเดือนก่อนหย่า เธอส่งหนังสือข้อตกลงหย่าไปให้กับฮั่วจินเฉิน สามวันก่อนหย่า เธอเก็บข้าวของทั้งหมดที่เป็นของตัวเอง ย้ายออกจากบ้านเรือนหอ ... ความผูกพันกว่าหกปี ถูกทำลายลงในวันที่ฮั่วจินเฉินพารักแรกของเขาพร้อมลูกชายมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และให้เด็กเรียกเขาว่า “พ่อ” เธอถึงได้ตาสว่าง ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำให้เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เพียงเพื่อสองแม่ลูกนั่น ราวกับเธอเองเป็น “มือที่สาม” ที่ไม่ควรมีตัวตน เช่นนั้นเธอก็จะยุติการแต่งงานนี้เสีย ให้เขาได้สมหวังกับรักแรกของเขา แต่ในวันที่เธอหายไปจากโลกของเขาจริงๆ เขากลับคลุ้มคลั่ง เธอคิดว่าฮั่วจินเฉินคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาสมใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายที่อำนาจล้นฟ้าคนนั้นจะยืนต่อหน้าสื่อทั้งน้ำตาร้องขอความเมตตาจากเธออย่างต้อยต่ำ... “ผมไม่เคยนอกใจ และไม่มีลูกนอกสมรส ผมมีภรรยาที่ไม่ต้องการผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอชื่อเสิ่นชู และผมคิดถึงเธอมาก!”
View Moreในระหว่างเดินทาง หลี่ลี่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถืออยู่ ทันใดนั้นบอดี้การ์ดก็เหลือบมองกระจกมองหลัง “ดูเหมือนจะมีรถคันหนึ่งขับตามพวกเรามาติด ๆ เลยครับ”หลี่ลี่เอี้ยวตัวหันไปมองทางด้านหลัง คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความฉงน “ทำไมถึงเป็นเขาไปได้ล่ะ?”รถยนต์คันที่ขับตามมานั้น ต่อให้มองปราดเดียวเธอก็จำได้อย่างแม่นยำไอ้คุณหมอสกุลกู้นั่นกำลังขับรถสะกดรอยตามเธองั้นเหรอ?“คุณหนูครับ จะให้ผมขับรถสลัดมันทิ้งเลยไหมครับ?” คนขับรถเอ่ยถามหลี่ลี่เอาปลายนิ้วเท้าคางพลางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ชะลอความเร็วลงดูก่อน ดูว่ามันจะขับแซงขึ้นไปไหม!”ความเร็วของรถตู้หรูลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นไปตามคาด รถคันข้างหลังเร่งเครื่องแซงผ่านพวกเธอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหักเลี้ยวเข้ามาแล่นอยู่ด้านหน้าแทนทว่าในจังหวะที่หลี่ลี่กำลังลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก รถคันหน้ากลับเหยียบเบรกกะทันหันแรงเหยียบเบรกกระชั้นชิดส่งผลให้ร่างของหลี่ลี่เกือบพุ่งถลันไปกระแทกเข้ากับเบาะโดยสารด้านหน้า“ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือไงวะ!” คนขับรถสบถออกมาด้วยความโมโหฉุนเฉียว เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกพลางเลื่อนกระจกรถลงแล้วโผล่หัวออกไปตะโกนด่า “
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเหมือนโลกกำลังจะถล่มทลายของอีกฝ่าย เสิ่นชูทำได้เพียงหลุดยิ้มออกมาอย่างนึกขบขันผสมอ่อนใจ “จะว่าไป ฉันกับฮั่วจินเฉินก็หย่าขาดจากกันเรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อให้ฉันจะไปนอนพักที่บ้านผู้ชายคนอื่นจริง ๆ คนนอกก็คงไม่มีสิทธิ์มาเจ้ากี้เจ้าการหรอกจริงไหม?”“จะมีสิทธิ์ไม่ได้ยังไงล่ะคะ พี่เขา...” หลี่ลี่โพล่งออกมาด้วยความลืมตัวจนเกือบจะหลุดปากความลับสำคัญ เธอรีบชะงักกึกแล้วเปลี่ยนคำพูดพัลวัน “คือพี่เขาเพิ่งจะจากไปได้ไม่นาน พี่สะใภ้ทำแบบนี้มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะคะ”ไม่เปิดโอกาสให้เสิ่นชูได้แย้งอะไร เธอก็รีบเอ่ยสำทับต่อทันที “เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะ ฉันจะย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ด้วย!”เสิ่นชูอึ้งไป “ไปอยู่กับฉันงั้นเหรอ?”“ใช่ค่ะ ชายโสดหญิงม่ายอยู่ร่วมชายคาเดียวกันมันดูไม่ดีและไม่สะดวกตั้งหลายอย่าง แต่ถ้ามีฉันเพิ่มไปอีกคน รับรองว่าพวกปากหอยปากปูไม่มีทางเอาไปนินทาให้เสียหายได้แน่นอนค่ะ!” หลี่ลี่เอ่ยพลางยิ้มตาหยี“ฉันว่ามันจะดูไม่ค่อยดีน่ะสิคะ”“โธ่ ถ้าพี่สะใภ้เกรงใจล่ะก็ เดี๋ยวฉันเป็นคนไป...” หลี่ลี่ตั้งท่าจะหมุนตัวพุ่งออกจากห้องทำงานทันที ทว่าช่างประจวบเหมาะกับจังหวะที่กู
หลังจากก้าวเท้าพ้นประตูลิฟต์ออกมา หลี่ลี่ก็เอาแต่เดินตามหลังเธอต้อย ๆ พลางส่งเสียงเอ่ยอ้อนไม่ยอมห่าง “จริงสิคะ พี่สะใภ้ คือฉันเพิ่งเคยมาเมืองเจียงเฉิงเป็นครั้งแรก ไม่คุ้นชินเส้นทางแถวนี้เลย แถมที่นี่ฉันก็รู้จักแค่พี่สะใภ้คนเดียวด้วย พี่สะใภ้อย่าทอดทิ้งฉันไว้คนเดียวเด็ดขาดเลยนะค๊า~”เสิ่นชูหมุนตัวกลับมามองเธออย่างนึกอ่อนใจ “วางใจเถอะ ฉันไม่ทิ้งคุณไว้คนเดียวหรอก”“พี่สะใภ้ใจดีที่สุดเลยค่ะ~” หลี่ลี่เข้าไปโอบแขนของเธอพลางหัวเราะร่าเสิ่นชูทำสีหน้าพิกลและนึกแปลกใจอยู่ลึก ๆ เมื่อกี้เธอยังทำท่าทีโศกเศร้าปางตายอยู่แท้ ๆ แต่ทำไมพอหันกลับมาอีกที ถึงได้เปลี่ยนอารมณ์มาหัวเราะร่าเริงได้รวดเร็วขนาดนี้กันนะ?เสิ่นชูบอกให้หลี่ลี่นั่งรออยู่ภายในห้องทำงานของเธอ ส่วนตัวเองก็แยกตัวตรงดิ่งไปยังห้องตรวจผู้ป่วย เวลานี้กู้ฉือจวินเริ่มนั่งประจำการตรวจคนไข้อยู่ก่อนแล้ว เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาปรายสายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงเขียนใบสั่งยาให้ผู้ป่วยตรงหน้าต่อรอจนกระทั่งผู้ป่วยเดินออกจากห้องไปแล้ว เธอจึงขยับเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายเขาในฐานะผู้ช่วยแพทย์“ตระกูลฮั่วเกิดเรื่องใหญ่โตพรรค์นั้น แต่คุณหนู
รอจนกระทั่งเสิ่นชูเดินคล้อยหลังไปไกลแล้ว ฮั่วจินเฉินที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก็กัดฟันฝืนกล้ำกลืนความเจ็บปวดที่บาดแผลตรงท่อนขา ก้าวเท้าเดินออกมาจากเขตพื้นที่หมู่บ้าน จากนั้นจึงถอดหมวกแก๊ปออกพลางเอนแผ่นหลังพิงกำแพงหนา เขาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายหนึ่ง “มาที่เมืองเจียงเฉิงหน่อย แล้วจำไว้ว่าอย่าบอกเรื่องของฉันให้คนที่บ้านรู้เด็ดขาด”โดยไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้เอ่ยคำใดตอบกลับมา เขาตวัดนิ้วกดวางสายทันที เขาหยุดยืนพักเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสวมหมวกกลับเข้าตามเดิม เขาหันหน้ากลับไปทอดสายตามองไปยังอาคารตึกหลังหนึ่งในหมู่บ้านแล้วจึงค่อย ๆ สาวเท้าเดินจากไปอย่างเชื่องช้า...ยามโพล้เพล้ตอนที่กู้ฉือจวินเดินทางกลับมาถึงบ้าน เสิ่นชูเพิ่งจะลงมือทำอาหารเย็นเสร็จพอดีวินาทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา สายตาของเขาตกกระทบลงบนอาหารควันฉุยที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองร่างหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บข้าวของในห้องครัวสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวจนชินชาอย่างเขา บรรยากาศแบบนี้กลับทำให้หัวใจเกิดความรู้สึกวูบไหวไปชั่วขณะเสิ่นชูเดินก้าวออกมาจากห้องครัวพลางมองไปที่เขา “ศาสตรา






Ratings
reviewsMore